ตอนที่แล้วตอนที่ 348: หน้ากากหนังจิ้งจอก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 350: เจ้าชื่ออะไร แม่สาวงาม?

Facebook Fanpage กดเลย

เรื่องอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK

https://www.thai-novel.com/ark/

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

https://www.thai-novel.com/chaotic-lightning-cultivation/

==========

ตอนที่ 349: ศัตรูหัวใจจากตอนนั้น

 

คนที่จู่ ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าเมืองหลิงนับว่าเป็นคนรู้จักของฉินเลี่ย พวกเขาคือกลุ่มของเหลียวติงและเว่ยลี่จากหอเมฆดารา

เพียงพริบตา มันก็ผ่านมาสามถึงสี่ปีแล้วที่ฉินเลี่ยออกจากเมืองหินน้ำแข็ง

ในตอนนั้น เขาไม่เคยกลับไปเมืองหินน้ำแข็งเลย จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่กลับไปหอเมฆดาราเช่นกัน

เขากลายเป็นคนไม่คุ้นเคยของหอเมฆดารามานานแล้ว

วันนี้ คนของหอเมฆดารากลับมาเมืองหลิง นี่ทำให้เขาประหลาดใจ

ถึงจะผ่านมาสามถึงสี่ปีแล้วแต่เหลียวติงยังคงหยิ่งทะนงเหมือนเคย นางสวมชุดรัดรูปสีเหลืองสดใส ร่างของนางสูงโปร่งและมีเสน่ห์ ทันทีที่ขาของนางขยับ ผมหางม้ายาวของนางจะกระทบกับบั้นท้ายโค้งครั้งแล้วครั้งเล่า

สายสีน้ำเงินดุจวารีรัดรอบเอวบางของนาง เมื่อรัดอย่างแน่นหนา สายดังกล่าวเผยให้เห็นว่าเอวที่เหมือนกับนาคาของนางยิดหยุ่นราวกับไม่มีกระดูก

ดวงตาสดใสของนางเผยแววหยิ่งทะนงอย่างเห็นได้ชัด ความจริง มันก็เด่นชัดอย่างที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว

ดูท่านิสัยการโอ้อวดของนางจะแย่กว่าเดิมหลังจากเหลียวหยุนเต๋ากลายเป็นหัวหน้าหอของหอเมฆดารา

บุตรชายของเว่ยซิงนามเว่ยลี่ตามเหลียวติง ยังมีกลุ่มเกกมะเหรกจากหอเมฆดาราที่ฉินเลี่ยคุ้นเคยเป็นอย่างดีรวมอยู่ด้วย

“ทำไมคนพวกนี้ถึงมาเมืองหลิง?” ฉินเลี่ยสับสนไปหมดขณะจ้องมองไปยังทิศทางตรงทางเข้าชานเมือง เขาสามารถสัมผัสได้ว่ายังมีคนอื่นที่ยังมาไม่ถึง

หลังจากผ่านไปสักพัก กลุ่มคนอีกกลุ่มค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นตามคาด

“เหลียวเหยียน!” ฉินเลี่ยอดที่จะกล่าวเสียงเบาอยู่ในใจไม่ได้เมื่อเขาเห็นคนแรกจากกลุ่มที่เพิ่งปรากฏตัว

ตอนเหตุการณ์ขุดเหมืองที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์ เหลียวเหยียนเป็นหัวหน้างานจากหอเมฆดารา ทั้งฉินเลี่ยและเหลียวเหยียนต่างผ่านเรื่องราวเล็กใหญ่มาด้วยกัน หลังจากเข้าหอเมฆดารา เหลียวเหยียนยังจับตาดูเขาไม่ห่าง

คนที่ปรากฏตัวหลังจากนั้นทำให้ฉินเลี่ยสั่นสะท้านอีกครั้งจนกล่าวเสียงต่ำด้วยสีหน้าเย็นชาออกมา “เฝิงยี่!”

คนที่แขนซ้ายหายไปก็คือเฝิงยี่ นายน้อยจากตระกูลเฝิง!

ความทรงจำจำนวนมากในอดีตพุ่งผ่านจิตใจของฉินเลี่ยทันที ทำให้ใบหน้าของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็ง

เมื่อหลายปีก่อน ตระกูลหลิง ตระกูลเกาและตระกูลเฝิงได้รับคำสั่งจากหอเมฆดาราให้มายังภูเขาหมาป่าสวรรค์เพื่อขุดผลึกอัคคี ในตอนนั้นเหลียวเหยียนเป็นหัวหน้างานจากหอเมฆดารา

สมาชิกตระกูลหลิงที่เข้าร่วมมีหลิงอวี้ฉี หลิงเฟิง หลิงซิง หลิงหยิงและฉินเลี่ย ส่วนตระกูลเกานำมาโดยเกาอวี้ ขณะเดียวกัน เฝิงยี่ก็เป็นตัวแทนของตระกูลเฝิง

ในตอนนั้น เฝิงยี่ประทับใจในตัวหลิงอวี้ฉีเป็นอย่างมาก แต่เขายังรู้จักอดทนอดกลั้น

จนกระทั่งฝูงชนขุดเจอหยกตะวันร้อนแรง วัตถุดิบวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นที่สามในภูเขาหมาป่าสวรรค์ จากนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เฝิงยี่สมคบคิดกับเหยียนเตื้ออู่จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายก่อนจะส่งคนไปบอกดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเพื่อให้ส่งพวกระดับสูงมา

ขณะเดียวกัน เฝิงยี่ไม่อาจอดกลั้นราคะที่มีต่อหลิงอวี้ฉีได้อีกต่อไปจึงค่อย ๆ เผยมันออกมา

สถานการณ์ที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์เปลี่ยนไปมากในช่วงกลางดึก ฉินเลี่ย ตระกูลหลิง ตระกูลเกาและเหลียวเหยียนหลบหนีจากการไล่ล่าของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายก่อนท้ายที่สุดจะมาเจอหมาป่าปีศาจปีกเงินโดยบังเอิญจนสถานการณพลิกผันด้วยรูปแกะสลักไม้จนหนีรอดจากความตายมาได้ เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในจิตใจของฉินเลี่ยเรื่องแล้วเรื่องเล่า

หลังจากนั้น แขนซ้ายของเฝิงยี่ถูกกินโดยหมาป่าปีศาจปีกเงินและเหยียนเตื้ออู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากราชาหมาป่าปีศาจ ขณะเดียวกัน ผู้นำตระกูลเฝิงนามเฝิงปินกล่าวหาว่าตระกูลหลิงเป็นสายลับในหมู่พวกเขา

หลังจากนั้นไม่นาน ตู่ไฮ่เถียนนำเยี่ยหยางเฉียว หัวหน้าหอของหอวินัยมาหาตระกูลหลิงเพื่อปรักปรำพวกเขาว่าเป็นพวกก่ออาชญากรรมจนเกือบทำให้ตระกูลหลิงเข้าสู่จุดที่ไมม่อาจหวนกลับ

ผลลัพธ์จากเหตุการณ์นี้ กล่าวได้ว่าความทรงจำของฉินเลี่ยที่มีต่อเฝิงยี่และเฝิงปิน ผู้นำตระกูลเฝิงออกจะลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วตั้งแต่ตอนนั้น มาวันนี้ เฝิงยี่แขนเดียว บิดาของเขานามเฝิงปินและเหลียวเหยียนได้มาถึงเมืองหลิง

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมาพร้อมกับเหลียวติงและเว่ยลี่อีกด้วย

นี่ทำให้ฉินเลี่ยสงสัยเป็นอย่างมากถึงเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่

“เฝิงยี่ ลุงเฝิง ที่นี่ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?” เหลียวติงยืนอยู่บนถนนของชานเมืองหลิงและเผยสีหน้ายินดีบนใบหน้างดงามออกมา

“ถึงแม้ชานเมืองหลิงจะถูกทิ้งมาเป็นเวลาหลายปี บ้านทุกหลังล้วนถูกสร้างจากหินปูนจนทนทานเป็นอย่างยิ่ง ตราบใดที่พวกมันสะอาด พวกมันก็ไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น ภูเขาสมุนไพรยังเป็นสถานที่เหมาะต่อการปลูกสมุนไพรวิญญาณอีกด้วย ในตอนนั้น หอเมฆดาราเพียงตัดสินใจที่จะปกป้องตระกูลหลิงเพราะพวกเขาต้องการเก็บเกี่ยวสมุนไพรเหล่านี้”

ถึงตรงนี้ เหลียวติงเผยใบหน้าหยิ่งทะนงออกมาราวกับตระกูลหลิงยังเป็นตระกูลทาสที่ต้องฟังทุกคำสั่งของนาง

“ติงติง ขอบคุณสำหรับรางวัล เฝิงยี่คนนี้จะสลักไว้ภายในหัวใจเลยล่ะ” เฝิงยี่เสียแขนไปแล้วก็จริง แต่เขายังมีใบหน้าหล่อเหลา เมื่อรวมกับนิสัยสุภาพบุรุษเข้าไปแล้ว เขายังดูโดดเด่นน่าเหลือเชื่อ

หากตัดสินเพียงใบหน้าอย่างเดียว เฝิงยี่ก็โดดเด่นมากกว่าเว่ยลี่ที่สนใจเหลียวติง

“เมื่อหนึ่งปีก่อน ถูมัวส่งคนไปทำลายตระกูลเฝิงของเจ้าจนไม่เหลืออะไร ตระกูลเฝิงถูกบังคับให้ย้ายไปยังอาณาเขตของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ช่างเป็นเหตุการณ์ที่โชคร้ายอะไรอย่างนี้” เหลียวติงถอนหายใจเสียงเบาก่อนจะกล่าวว่า “ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดาราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว พ่อข้าและข้าจะสนับสนุนตระกูลเฝิงถ้าเจ้าอยากหาสถานที่ใหม่นอกเมืองหินน้ำแข็งเพื่อสร้างชานเมืองเฝิงขึ้นมาใหม่ อีกอย่างหนึ่ง ชานเมืองหลิงก็ถูกทิ้งมาเป็นเวลาหลายปี กองกำลังขนาดใหญ่ทั้งหมดจะต้องสังหารตระกูลหลิงที่เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจสวะจนสูญสิ้น ไม่มีทางที่พวกมันจะกลับมายังชานเมืองหลิงอีกครั้งหรอก ดังนั้นพวกเจ้าอาจจะอยู่ที่นี่ไปเลยก็ได้”

นางชี้ไปยังเรือนหินแล้วกล่าวว่า “ดูสิ ทุกสิ่งที่นี่ถูกเตรียมไว้หมดแล้ว ทันทีที่พวกมันได้รับการทำความสะอาด คนของตระกูลเฝิงก็สามารถย้ายเข้ามาได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภูเขาสมุนไพรที่พวกเจ้าสามารถเก็บเกี่ยวต้นวิญญาณได้ในอนาคต ข้ายังได้ยินว่ามีแร่อยู่ภายในภูเขาสมุนไพรให้พวกเจ้าได้ลองขุดกันอีกด้วย ใครจะรู้? เจ้าอาจจะเจออะไรเข้าก็ได้”

“เยี่ยมไปเลย ต้องขอบคุณเจ้าที่ออกหน้าให้พ่อของเจ้าแทนพวกข้า ไม่เช่นนั้น พวกข้าคงไม่สามารถอยู่ที่ชานเมืองหลิงได้แน่” เฝิงยี่ยิ้มเย็นชาขณะขอบคุณนางจากใจจริง

สายตาของเขาจับจ้องเหลียวติงด้วยความรัก รอยยิ้มอบอุ่นเติมเต็มใบหน้าหล่อเหลาของเขา มันเป็นส่วนผสมที่สามารถมัดใจหญิงสาวได้

เห็นได้ชัดว่าเหลียวติงมีความรู้สึกที่ดีต่อเฝิงยี่เช่นกัน ไม่เช่นนั้น นางไม่มีทางช่วยตระกูลเฝิงให้ได้รับชานเมืองหลิงมาจากพ่อของนางอย่างแน่นอน

ชานเมืองหลิงอยู่ภายในอาณาเขตของหอเมฆดารา หลังจากคนของตระกูลหลิงจากไปแล้ว ชานเมืองหลิงจึงตกเป็นของหอเมฆดาราไปโดยปริยาย

“คุณหนูหนึ่ง ข้าได้นำทางพวกท่านมาถึงที่นี่แล้ว หากไม่มีอะไรอื่นอีก ข้าขอกลับก่อนได้หรือไม่?”

เหลียวเหยียนผู้ทำหน้าที่นำทางเกลียดเฝิงยี่และตระกูลเฝิงไปถึงก้นบึ้งหัวใจ ในตอนนั้น เฝิงยี่สมคบคิดกับเหยียนเตื้ออู่จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายจนเกือบทำให้เขาจนมุม

จนถึงวันนี้ เหลียวเหยียนยังมีบาดแผลจากการต่อสู้อยู่บนร่างกาย ถ้าเขาไม่ได้ทำงานที่หอเมฆดาราและถ้าเหลียวหยุนเต๋าไม่ใช่หัวหน้าหอของหอเมฆดารา เขายอมตายดีกว่าจะต้องมานำทางให้คนตระกูลเฝิงมายังชานเมืองหลิง

ทุกครั้งที่ยืนข้างเฝิงยี่ เหลียวเหยียนรู้สึกไม่สบายใจไปถึงกระดูกทุกท่อน ระหว่างทาง เฝิงยี่จะยั่วยุเขาไปเป็นบางครั้ง ทำให้เขาแทบจะเสียสติเพราะเรื่องดังกล่าว

เหลียวเหยียนเกรงว่าเขาจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้จนถึงขั้นต่อสู้กับเฝิงยี่และท้ายที่สุดก็กลายเป็นสถานการณ์อันตรายขึ้นมา

“พี่ใหญ่เหลียว จะรีบร้อนไปทำไม?” เฝิงยี่ยิ้มอย่างเฉยชา “เจ้านึกถึงบางสิ่งในอดีตหลังจากเห็นสิ่งนี้ใช่หรือเปล่า? เจ้าสนิทกับตระกูลหลิงและฉินเลี่ยมากใช่ไหมล่ะ? เหอะ ดูท่าเจ้าจะคาดหวังกับพวกเขาเอาไว้สูงมาก แล้วตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนซะล่ะ? กลุ่มหนึ่งกลายเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ อีกคนก็กลายเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจ! นี่คือสิ่งที่พี่ใหญ่เหลียวตัดสินใจลงไปสินะ ฮี่ฮี่”

ใบหน้าของเหลียวเหยียนเขียวคล้ำ

สมาพันธ์เทวาลึกลับ แปดมหาวิหารและสำนักเหือฮวนได้กระจายข่าวเรื่องตระกูลหลิงและฉินเลี่ยไปทั่วทั้งทวีปสายน้ำสีชาด

ฉินเลี่ยและตระกูลหลิงในตอนนี้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้ฝึกยุทธทุกคนบนทวีป พวกเขาถึงวาระที่ต้องตาย

ทุกคนที่ข้องเกี่ยวกับตระกูลหลิงและฉินเลี่ยจะถูกรังเกียจและดูถูก พวกเขาจะถูกโยนทิ้งและยั่วยุ

แน่นอน เหลียวเหยียนก็ไม่ได้รับการยกเว้น

“อันธพาลอย่างฉินเลี่ยสมควรถูกตัดศีรษะต่อหน้าสาธารณะ!” ทันทีที่ฉินเลี่ย ศัตรูตัวฉกาจของพวกเขาถูกหยิบยกขึ้นมา เหลียวติงก็ไปยืนอยู่ข้างเฝิงยี่ทันที ด้วยมุมปากโค้งขึ้นและใบหน้าเย็นเยือก นางกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าสหายคนนั้นเป็นเนื้อเน่ามาตั้งแต่ตอนอยู่เมืองหินน้ำแข็งแล้ว หลังจากนั้น ข้าได้ยินว่ามันไปสำนักยุทธภัณฑ์และใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในตอนนั้น ข้าคิดว่าสวรรค์ไม่มีตา ทำไมผู้ชายแบบนั้นถึงได้ใช้ชีวิตสุขสบายได้? ถึงอย่างนั้น ต่อมาข้าได้ทราบข่าวจากมัน ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจเพื่อให้มาโจมตีทุกคน ข้านึกอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ คนอย่างมันมีชะตาต้องเดินไปพบกับทางตัน!”

“ใช่ คนบ้าที่สังหารคนอย่างเปิดเผยที่เมืองหินน้ำแข็งของพวกเราสมควรได้รับผลกรรม!” เว่ยลี่กล่าวผสมโรงทันที

เฝิงยี่จากตระกูลเฝิง เหลียวติงและเว่ยลี่ล้วนมีแผลใจด้วยน้ำมือของฉินเลี่ยมาก่อน

ดังนั้น ความเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเหมือนกันอย่างน่าตกตะลึง พวกเขาล้วนอดใจรอให้ฉินเลี่ยตายไม่ไหว

เหลียวเหยียนเป็นคนเดียวที่รู้สึกดีต่อฉินเลี่ย น่าเสียดาย เขาไม่อาจขัดขืนได้เลย

แม้กระทั่งสมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารก็ยังประกาศและตราหน้าฉินเลี่ยเป็นสายลับเผ่าพันุ์ปีศาจ ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนนั้นยังได้ไปดินแดนของเผ่าพันธุ์ปีศาจมาแล้วด้วย เขาจะหาอะไรมาหักล้างได้?

ภายในบ้านหลังเล็กตรงหน้าต่าง ฉินเลี่ยมองคนเหล่านี้อย่างเย็นชาก่อนจะดึงออร่ากลับมา ขณะฟังบทสนทนาของอีกฝ่าย สีหน้าของเขามืดมนขึ้นเรื่อย ๆ