ตอนที่แล้วล่าที่ 20 : ฉันเป็นสุภาพบุรุษ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปล่าที่ 22 :  นายแน่ใจหรอว่านั่นคือโฮเวอร์บอร์ดไม่ใช่เครื่องบิน?

ชิลลินเงยศีรษะขึ้น เขากำลังอ่านหนังสือเซเว่นไลท์รายสัปดาห์พร้อมกับวางโฮเวอร์บอร์ดไว้ทางด้านซ้ายและสะพายกระเป๋าไว้ด้านขวา แต่คำว่า ‘เด็ก’ มันค่อนข้างจะ…..

ชิลลินมองไปทางเสียงที่ได้ยิน เขาเห็นชายชราคนหนึ่งผมสีเทาตะโกนใส่เขาจากบริเวณแถวที่นั่งไม่ไกลมากนัก เขาหยิบเศษชิ้นส่วนต่างๆด้านข้างมาไว้ในมือของเขา

เมื่อเห็นว่าชิลลินมองมาที่เขา ชายชราก็ชี้ไปที่ริมเก้าอี้ของชิลลินและพูดว่า “เด็กน้อยช่วยเอาพวกมันมาให้ฉันหน่อยสิ”

เมื่อชายชราพูดเขาก็หอบเล็กน้อย อาจเป็นเพราะความอ่อนล้าของเขา

ชิลลินหยิบชิ้นส่วนต่างๆที่ม้วนอยู่ริมเก้าอี้ของเขาพร้อมกับยืนขึ้นและเดินเอาไปให้ชายชรา

“ขอบคุณเด็กน้อย”

“เอ่อ ผมเกือบจะอายุ 18 ปีแล้วครับ”

“โอ้ เธออายุ 8 ขวบใช่มั้ยล่ะ? ฉันอายุ 133 ปีหน่ะ”

ชิลลิน : “…..”

หลังจากที่ชายชรารับม้วนชิ้นส่วนต่างๆมาแล้ว เขาก็เริ่มรวบรวมชิ้นส่วนต่างๆไว้ในมือของเขา เขาเชื่อมต่อมันเข้ากับเบ้าเสียบทุกตัวที่มีด้วยการเชื่อมต่อที่สอดคล้องกัน การประกอบโดยการเชื่อมต่อหลายๆชิ้นส่วนเรื่องของเทคนิคเฉพาะและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับมันก็คงจะต้องใช้เวลาหลายสิบนาทีเพื่อประกอบให้เชื่อมต่อกันเพียงแค่จุดๆเดียว แต่ชายชราคนนี้สามารถเชื่อมต่อพวกมันอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งจากการกระทำนี้ก็พอจะบอกได้ว่าเขาเป็นคนที่เก่งมากในเรื่องพวกนี้ นิ้วทุกนิ้วของเขาทำงานอย่างยอดเยี่ยม

ชายชราอาจจะดูหายใจไม่ค่อยออกสักพักก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้มือของเขามั่นคงและหนักแน่นมาก ชิ้นส่วนที่อยู่ในมือของเขาเป็นเหมือนชิ้นส่วนต่างๆของศิลปะที่ถูกประกอบขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยในงานศิลปะที่โดดเด่น

ชายชรากำลังประกอบงานของเขาอย่างจริงจังและชิลลินก็กำลังเฝ้าดูอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน จากการสังเกตการกระทำของชายชรา เขาสามารถเรียนรู้เทคนิคการประกอบหลายๆอย่างได้ ชิลลินไม่เคยเห็นใครคนไหนที่สามารถใช้นิ้วมือของเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไร้ขอบเขตแบบนี้ แม้แต่ช่องว่างระหว่างนิ้วมือของเขาก็ยังมีความสำคัญ ชิ้นส่วนราวกับเต้นอยู่บนนิ้วมือของเขาก่อนที่พวกมันจะถูกประกอบลงบนตัวอุปกรณ์หลักในเวลาต่อมา

นอกจากทักษะนิ้วมืออันยอดเยี่ยมแล้ว ชิลลินยังสังเกตเห็นว่าชายชรานั้นมีประสบการณ์สูงมาก ในชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน เขาเพียงแค่มองดูมันครั้งเดียวก็สามารถเชื่อมต่อมันได้และหยิบชิ้นส่วนอื่นๆบนหัวเข่าของเขาขึ้นมาประกอบต่อ เขาคิดและตัดสินใจลงมือทำโดยปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ

ขณะที่ชายชรากำลังอยู่ในระหว่างการประกอบ ภาพสามมิติก็ปรากฏขึ้นในหัวของชิลลินเช่นกัน เมื่อมีการประกอบชิ้นส่วนหนึ่ง ส่วนถัดไปที่จะประกอบเข้าด้วยกันก็ได้ถูกจำลองขึ้นภายในหัวของเขาแล้ว หลังจากนั้นสายตาของชิลลินก็จะจ้องมองไปที่ชายชราพร้อมๆกับที่นิ้วของชายชรานั้นหยิบลงไปบนชิ้นส่วนที่ถูกคำนวณไว้ซึ่งเกือบจะในเวลาเดียวกัน

สิบนาทีต่อมาหุ่นยนต์ตัวเล็กๆขนาด 15 เซนติเมตรก็เสร็จสมบูรณ์ ชิลลินมองดูกระบวนการประกอบตั้งแต่ต้นจนจบและทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าการประกอบวงจรเพื่อเชื่อมชิปและชิ้นส่วนต่างๆของหุ่นยนต์เป็นอย่างไร แม้กระทั่งวิศวกรบางคนที่เขาเคยพบในโลกดาวเคราะห์สีน้ำตาลก็ยังไม่สามารถประกอบหุ่นยนต์ตัวนี้ให้เสร็จสิ้นได้แม้จะมีเวลาเป็นครึ่งวันและผลลัพธ์ของการตรวจสอบคุณภาพของงานก็อาจจะไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่สิ่งที่ชายชราประกอบจนเสร็จชิ้นนี้โดยใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีถือได้ว่าเป็นผลงานชั้นเลิศหากมันได้รับการตรวจสอบด้วยเครื่องจักรกล

“เอ๊ะ?”  จนกระทั่งชายชราประกอบงานของเขาเสร็จ เขาก็ตระหนักว่าเด็กคนที่ช่วยหยิบห่อชิ้นส่วนต่างๆให้เขานั้น แท้จริงกำลังนั่งการทำงานของเขาอย่างจริงจังอยู่ด้านข้าง ดวงตาของเด็กหนุ่มนั้นเป็นประกายด้วยความสนใจอย่างแน่วแน่ “เธอสนใจมันงั้นหรอ?”

ชิลลินมองไปที่หุ่นยนต์ตัวเล็กๆซึ่งกำลังขยับเขยื้อนไปมาได้อย่างลื่นไหลและหลังจากนั้นเขาก็เอ่ยสั้นๆว่า “ไม่ครับ” เสร็จแล้วเขาก็หันไปรอบๆและเดินกลับไปนั่งที่เดิม

“มานี่ก่อนเด็กน้อย อย่าเพิ่งรีบกลับไปสิ อยู่เป็นเพื่อนพูดคุยกับฉันก่อน มันน่าเบื่อจะตายไปที่ต้องมานั่งรอรถไฟอยู่คนเดียว”

‘แต่เมื่อกี้ผมก็เห็นว่าคุณดูจะมีความสุขดีนี่’ ชิลลินวิพากษ์วิจารณ์อยู่ภายในใจ

“ให้ฉันไปเอากระเป๋าและโฮเวอร์บอร์ดของฉันก่อน”

“ทิ้งพวกเขามันไว้ที่นั่นแหละ ไม่มีมาเอามันไปหรอก มานี่เร็วๆ” เขากลัวว่าชิลลินจะหนีไป ชายชราเดินออกไปและตบลงไปเบาๆตรงที่นั่งซึ่งว่างอยู่ข้างๆเขาเพื่อบอกให้ชิลลินนั่งลง

ชิลลินไม่ทางเลือกใดๆ เขาลุกขึ้นมองกระเป๋าเป้สะพายหลังและโฮเวอร์บอร์ดของเขาก่อนที่จะนั่งลงไป

“เด็กน้อย เธอได้เห็นวิธีการที่ฉันประกอบชิ้นส่วนพวกนั้นหรือไม่”

ชิลลินพยักหน้าตอบ

“เธอเข้าใจทุกอย่างชัดเจนใช่ไหม?”

“มีบางส่วนที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ”

“ที่ไหน?”

ชิลลินชี้ไปตรงจุดที่เขาสงสัย เขาอาจจะจดจำการเคลื่อนไหวต่างๆในการประกอบของชายชราได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีบางที่ที่เขาไม่เข้าใจ

ชายชราประหลาดใจเป็นอย่างมากจากคำถามของชิลลิน มันไม่ใช่คำถามที่จะถามออกมาได้หากปราศจากความเข้าใจในระดับที่ต้องมีประสบการณ์ในการประกอบหุ่นยนต์รุ่นนี้ เขาเป็นคนที่ชอบเรียนรู้หรือเปล่า อย่างไรก็ตามชายชราคนนี้ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาบนใบหน้าของเขาและมุ่งความสนใจไปที่การแก้ไขข้อสงสัยให้กับชิลลิน เขาอธิบายให้ชิลลินฟังอย่างง่ายๆและตรงไปตรงมาทีละขั้นตอน เขาไม่ได้ทำตัวโอ้อวดเหมือนอาจารย์ผู้สอนที่ใช้คำศัพท์ที่ยากๆหลายอย่างเพื่อแสดงถึงความรู้ของพวกเขา

“วงจรไฟฟ้าเป็นระบบประสาทของหุ่นยนต์ เราต้องใช้ความพยายามมากๆในการติดตั้งระบบประสาทนี้อย่างถูกต้องและปราศจากความผิดพลาด ประสบการณ์ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ฝึกฝนมันบ่อยๆเธอก็จะเก่งเอง”

หลังจากเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าแล้วชายชราก็ชี้ไปที่บางส่วนของหุ่นยนต์ “สิ่งเหล่านี้อาจจะมองดูเหมือนง่ายๆและไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆในขั้นตอนการประดิษฐ์มัน แต่เดี๋ยวฉันจะลองยกตัวอย่างให้เธอฟัง สมมุติว่าเธอเป็นมือใหม่ที่ชอบเล่นปืนและคิดว่าส่วนประกอบของปืนที่ดีจะต้องขึ้นอยู่กับ ลำกลองปืน กระบอกปืน หรือส่วนอื่นๆ แต่เธอจะไม่ใส่ใจกับกระบวนการผลิตของมันเลย เราจะไม่พูดถึงเรื่องการออกแบบ นั่นเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อย นอกจากการออกแบบแล้วเธอจะต้องเลือกวัสดุ ดูชนิดลำกล้องปืน ตัดร่องที่เป็นเกลียวของลำกล้องปืน… ทุกขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้ความแม่นยำเป็นอย่างมาก”

ชายชราจริงจังและครุ่นคิดมากขึ้นในขณะที่เขาพูด เขาได้กล่าวถึงปืนรุ่นที่ขายดีเพียงไม่กี่ชิ้นและยกตัวอย่างแต่ละชิ้นส่วนของพวกมัน ในหมู่พวกมันมีปืนรุ่น DKC ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย มันเป็นปืนไทเทเนียมที่ค่อนข้างเป็นที่ชื่นชอบของพวกเยาวชนและปืนคานิจเอลฟ์ซึ่งชิลลินเคยเห็นมาก่อน

“แต่เมื่อเร็วๆนี้ผมได้ยินมาว่าพวกกลุ่มคนโง่ที่อยู่ในตระกูลดูแลนซ์นั้นได้ออกปืนคานิจเอลฟ์รุ่นที่สองออกมา ผมไม่ได้เห็นรายละเอียดคุณสมบัติของปืน แต่ผมหวังว่ามันจะไม่ได้มีข้อบกพร่องร้ายแรงเช่นเดียวกับปืนคานิจเอลฟ์รุ่นแรก…”

ชายชราแสดงออกด้วยใบหน้าที่แดงกร้าน แม้ว่าชิลลินจะไม่ได้พูดอะไรอีกก็ตาม แต่เมื่อเห็นในสายตาของชิลลิน คำวิพากษ์วิจารณ์ของชายชราก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและร้อนแรง

แต่ถึงกระนั้นชิลลินก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ภายใน กลุ่มคนโง่ที่อยู่ในกลุ่มดูแลนซ์… ตอนนี้เขายังส่วมใส่นามสกุลของตระกูลดูแลนซ์ไว้ภายใต้ชื่อของเขา

เป๊ง—— เป๊ง—— เป๊ง——

เสียงระฆังดังขึ้นเมื่อรถไฟมาถึง ผู้คนที่รอรถไฟต่างลุกขึ้นยืนและหลั่งไหลเดินเข้ามา

“ให้ผมช่วยขนของขึ้นรถไฟนะครับ”

ชิลลินยกถุงสองใบที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆและช่วยพาชายชราขึ้นรถไฟก่อนที่จะออกมาอีกครั้งเพื่อหยิบสัมภาระของเขา ถุงหนักๆสองใบนี้ไม่ใช่ของชิลลิน แต่เป็นของชายชราและมันก็เป็นงานที่ต้องใช้กำลังซึ่งไม่ค่อยเหมาะสมกับอายุของเขา ชิลลินรู้สึกประทับใจในจิตวิญญาณการค้นคว้าของชายชรา ไม่ว่าเขาจะเหนื่อยแค่ไหน ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้นคว้าของเขาเอง เขาจะสามารถละเลยความเมื่อยล้าของเขาได้อย่างสมบูรณ์

“อ่า เธอเป็นเด็กดีจริงๆ เธอชื่ออะไรหรอ? ใครเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล? ฉันอยากจะพูดคุยกับหัวหน้าที่ปรึกษาของเธอในภายหลังและให้เขาให้เครดิตกับเธอมากๆ” ชายชราถามขณะที่เดินไปทางประตูทางเข้ารถไฟ

แม้ว่าในหลักการเกรดเฉลี่ยของนักเรียนจะขึ้นอยู่กับคะแนนเฉลี่ยของพวกเขาอย่างเคร่งครัด แต่ในความเป็นจริงมีหลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับเกรดเฉลี่ยที่กำหนดไว้ ถ้ามีคนที่ได้รับคำแนะนำหรือคำบอกกล่าวใดๆมา ผู้ให้คำปรึกษาในชั้นเรียนจะให้คะแนนพวกเขาสูงขึ้นเล็กน้อย ทุกหลักสูตรจะมีที่ปรึกษามากมาย แต่จำนวนหัวหน้าที่ปรึกษาจะมีไม่เกิน 5 คน เนื่องจากชายชราเคยเริ่มต้นจากการเป็นหัวหน้าที่ปรึกษามาก่อน สถานะของเขาในเซเว่นไลท์ค่อนข้างสูงและคนทั่วไปก็ไม่ได้มียานพาหนะส่วนตัวเป็นของตนเอง?

“ผมต้องขอบคุณคุณจริงๆ แต่ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาสมัครเรียนเป็นเทอมแรก ผมยังไม่ได้ลงทะเบียนเลย ดังนั้นผมจะไม่ทราบว่าใครเป็นที่ปรึกษาของฉัน “

“เธอได้รับคัดเลือกเป็นพิเศษหรือ?”

“ไม่ใช่ครับ ครอบครัวของผมใช้เงินจำนวนหนึ่งและโยนผมเข้ามาเรียนต่อที่นี่”

ชายชรารู้สึกประหลาดใจจริงๆ หลังจากหยุดนิ่งไปชั่วครู่เขาก็พูดว่า “เธอมีสิทธิที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นพิเศษ!”

คำพูดของชายชราหนักแน่นมาก ไม่มีแม้แต่คำนำหน้าตามปกติเช่น ‘ฉันรู้สึก’ หรือ ‘ฉันคิดว่า’ จากถ้อยคำที่เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาและจริงจัง

ชายชราไม่ค่อยพอใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าเด็กนักเรียนคนหนึ่งเช่นชิลลินกลับไม่ได้รับการคัดเลือกใดๆ “ชื่อของเธอคือ!”

ชิลลินยิ้มและวางถุงชิ้นส่วนสองใบลงข้างๆที่นั่งของชายชรา “ผมชื่อว่า…”

ฮูมมมมมมมมมมมม——- ฮุมมมมมมมมมมม———-

เสียงของการเร่งเครื่องยนต์ดังขึ้น

มีรถบินเปิดประทุนสองคัน คันหนึ่งสีแดงเข้มและอีกคันสีเหลืองสดใส เมื่อพวกมันบินมาที่สถานีรถไฟอย่างรวดเร็ว เจ้าของรถคันสีแดงก็เอื้อมมือออกมาหยิบกระเป๋าของชิลลิน

มันเป็นอาชญากรรมในตอนกลางวันแสกๆ แต่คนที่สถานีรถไฟดูเหมือนจะไม่ทันได้สังเกตกับเรื่องนี้และไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆมากนัก

เห็นได้ชัดว่าชายชราได้เห็นมันด้วยเช่นกัน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขายังเคยบอกกับชิลลินเมื่อก่อนหน้าว่าไม่มีใครจะเอามันไป

“คุณตาไปก่อนเถอะครับ” ชิลลินกล่าวก่อนที่เขาจะกระโดดลงจากรถไฟอย่างรวดเร็วและคว้าโฮเวอร์บอร์ดของเขาพร้อมกับเปิดการใช้งานและไล่ตามคนร้ายไป

“โอ้หนุ่มน้อย ถ้าไม่มีอะไรที่สำคัญในกระเป๋าก็ให้พวกมันเอาไปเถอะ การไล่ตามรถบินด้วยโฮเวอร์บอร์ดมันไม่ใช่ความคิดที่ดี?” มีคนแสดงความคิดเห็น

“ใช่ อาชญากรรมดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกจับได้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อย่างเลวร้ายที่สุดพวกเขาก็แค่จ่ายค่าปรับจ่ายและสงบนิ่งอยู่หลังประตู นั่นเป็นเหตุผลที่คนเหล่านี้ไม่กลัวเรื่องใดๆ…”

เมื่อได้ยินการสนทนาของคนที่อยู่ข้างๆเขา ชายชราคนนั้นก็เงียบไปสองวินาทีก่อนที่จะกดเครื่องมือสื่อสารของเขาและค้นหาหมายเลขบนหน้าจอที่ปรากฎขึ้นมา เขาโทรออกหลังจากกดยืนยันหมายเลข

 


 

ฝากกดไลค์ กดติดตามเพจ ให้กำลังใจ และติดตามข่าวสารกันด้วยนะครับ :  Star Rank Hunter – นักล่าอันดับดารา

*หากมีคำติชมใดๆสามารถเสนอแนะเข้ามาได้ครับ ผิดพลาดประการใดผู้แปลต้องขออภัยผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วย

*ถ้าอยากอ่านและให้ลงบ่อยๆช่วยกันคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคร๊าบบบบบบบ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here