GDK ตอนที่ 69 มิตรภาพจากเหล่าคนแคระ

เมื่อพลังจิตของเขาหมดลง  แต่ก็ได้รับกลับคืนมาจากการเข้าฌาณซึ่งเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการฝึกแบบปกติ  เมื่อหานซั่วกลับมายังสุสานแห่งความตายและเข้าฌาณตลอดทั้งคืน    พลังจิตของเขาก็เต็มปริ่มขึ้นอีกครั้ง  หานซั่วจึงได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ตาม  สำหรับนักเวทย์ผู้ใช้ความตายแล้ว  จะไม่สามารถใช้เวทย์ใด  ๆ  ได้เลยหากปราศจากพลังจิต  ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบากมาก  เช่นนั้นแล้ว  ปกติจึงไม่มีนักเวทย์คนใดที่ใช้พลังจิตของตนจนหมดในครั้งเดียว

ตั้งแต่ที่พวกคนแคระบอกว่ายินดีจะแบ่งปันเหมืองให้หานซั่วใช้ร่วมกัน  จึงช่วยไม่ได้ที่หานซั่วจะวางแผนการอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา  ดูเหมือนว่าภายในส่วนลึกของถ้ำจะมีแร่โลหะและแร่ทองแดงอยู่อีกมาก  ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าพวกคนแคระจะขุดค้นถ้ำได้ทั้งหมด

แต่ด้วยความช่วยเหลือของหานซั่ว  ที่สามารถสั่งการอสูรที่อัญเชิญมาที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการขุดแร่ได้มาก  และหากนำแร่ทองแดงและแร่เหล็กพวกนี้กลับไปขายที่จักรวรรดิ  ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างงามแน่นอน  โดยเฉพาะเหล็กสีนิล  ซึ่งตามความเข้าใจของหานซั่วและท่าทีของเหล่าคนแคระในวันนี้แล้ว  เหล็กสีนิลเป็นแร่วัตถุดิบที่มีค่ามาก  และบางทีอาจจะขายได้ในราคาที่น่าตกใจมากเลยทีเดียว

ในป่าทมิฬแห่งนี้น่าจะมีหมู่บ้านของเผ่าคนแคระอยู่ไม่กี่แห่ง  และแต่ละเผ่าก็มีจำนวนคนไม่มาก  ต่อให้รวมกันทุกหมู่บ้านแล้ว  พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการแร่โลหะและแร่ทองแดงมากมายอะไรขนาดนั้น  และในเมื่อเป็นเช่นนี้  หานซั่วจึงวางแผนการอีกอย่างไว้ในใจ

หลังจากหยดเลือดของตัวเขาเอง  และถ่ายเทแก่นมนตราลงไปใน  “โพรงปีศาจปฐมภูมิ”  แล้ว  หานซั่วก็เดินทางออกจากสุสานแห่งความตายแต่เช้าตรู่  และรีบไปที่เหมืองทันที

หานซั่วคิดว่าตนเองมาถึงก่อนเวลา  แต่แล้วก็พบว่าพวกคนแคระมาถึงที่ปากทางเข้าเหมืองพร้อมกันกับเขาอย่างพอเหมาะพอเจาะ  วันนี้พวกคนแคระมากันเยอะกว่าวันที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว  และดูจากท่าทีของพวกเขาแล้ว  คงจะตื่นเต้นจนหลับไม่ลงกันมาตลอดคืน

คนแคระหนึ่งในนั้นมีเคราสีเทาและถือไม้เท้าช่วยพยุงตัว  เขากำลังถ่ายทอดคำแนะนำอย่างเป็นจริงเป็นจังอยู่ท่ามกลางเหล่าคนแคระคนอื่น  ๆ  รวมทั้งเบนเน็ตต์  ทุกคนต่างตั้งใจฟังด้วยความเคารพ

หานซั่วตั้งใจก้าวเท้าให้ได้ยินจนพวกคนแคระต่างพากันหันมามอง  เบนเน็ตต์รีบชูค้อนเหล็กในมือขึ้นสูง  และร้องเรียกทันทีที่เห็นหานซั่วปรากฏตัว

“สวัสดี  สหายรัก  พวกเรามารอเจ้าตั้งนานแน่ะ!”

เมื่อหานซั่วเดินเข้าไปใกล้  คนแคระชราผู้มีเคราสีเทาโค้งให้หานซั่วตามมารยาทของมนุษย์เพื่อแสดงความขอบคุณ  ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา 

“สหายผู้แข็งแกร่งและกล้าหาญ  ขอบคุณที่ท่านมาช่วยพวกเราอีกครั้ง  ข้าคือ  หัวหน้าคาลวินแห่งหมู่บ้านคนแคระ  ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน”

“ข้าชื่อหานซั่ว  เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากพวกท่านเช่นกันครับ”

เพราะที่นี่อยู่ห่างไกลจากวิทยาลัย  และไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา  หานซั่วจึงบอกชื่อจริงของตนกับพวกคนแคระ

“ท่านหานผู้กล้า  นามของท่านประหลาดยิ่งนัก  ข้าไม่เคยได้ยินใครใช้ชื่อนี้มาก่อน  ฮ่า  ๆ  ๆ  พวกลูกบ้านของข้าบอกว่าท่านคือชายที่สมควรได้รับความไว้วางใจ  หมู่บ้านของพวกเราจึงยินดีแบ่งปันความลับแห่งเหมืองนี้กับท่าน  ข้าเพียงหวังว่าพวกเราจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเช่นนี้ต่อไปในอนาคตนะ”

ทีแรกคาลวินมองหานซั่วด้วยความประหลาดใจเพราะรู้สึกสนเท่ห์ในชื่อแปลก  ๆ  นั้น  แต่แล้วใบหน้าของเขาก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะพูดกับหานซั่วต่อไป

“ถ้าอย่างนั้น  ข้าคิดว่าพวกเรามาเริ่มงานกันเลยมั้ยครับ”

แม้ว่าคาลวินจะไม่ได้รีบร้อนหรือนิ่งนอนใจแต่อย่างใด  หากแต่เป็นสายตาของคนแคระทุกคนที่ต่างจ้องมองไปยังถ้ำเบื้องหลังพร้อมกันเป็นตาเดียว  ซึ่งบ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังกระเหี้ยนกระหือรืออยากเข้าไปมากแค่ไหน  หานซั่วจึงไม่ได้พูดอะไรมาก  พร้อมกับเชิญชวนให้เริ่มงาน

“ไม่ต้องรีบหรอก”

คาลวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง  พลางจ้องมองไปที่หานซั่ว

“หาน  ทำไมท่านถึงช่วยเราเช่นนี้ล่ะ?  ในเมื่อพวกเราแบ่งปันเหมืองนี้ร่วมกัน  แต่เหตุใดแล้ว  เมื่อวานท่านถึงไม่เอาแร่เหล็กและแร่ทองแดงครึ่งหนึ่งในส่วนของท่านกลับไปด้วยเลย?”

ผู้เฒ่าวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง  และดูเหมือนพวกคนแคระคนอื่น  ๆ  ก็คิดเช่นเดียวกัน    หานซั่วมองหน้าคาลวินและเงียบไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะตอบกลับไป

“ในครั้งแรก  ข้ามีเรื่องกับพวกโทรลล์ป่าอยู่ก่อนแล้ว  ยังไม่รวมถึงที่ข้าประทับใจในจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่เอาความตายเป็นเดิมพันของเบนเน็ตต์และคนอื่น  ๆ  ที่แสดงให้ข้าเห็นในวันนั้น  ก็เลยเป็นเหตุผลที่ข้าช่วยเหลือพวกเขาเป็นครั้งแรกครับ

“นอกจากนี้แล้ว  พวกเขาก็ช่วยข้าสู้กับพวกหมาป่าคมวายุ  ซึ่งจริง  ๆ  พวกมันก็เป็นเหยื่อของข้าอยู่แล้วด้วย  การช่วยพวกท่านขุดแร่จึงเป็นเรื่องเล็กมากครับ  ข้าเองก็ไม่รู้วิธีตีอาวุธ  และข้าก็ไม่คิดว่าตัวข้าเองจะใช้ประโยชน์อะไรได้ต่อให้เอาทั้งแร่เหล็กและแร่ทองแดงพวกนี้กลับไป  ข้าถึงไม่ได้เอาอะไรกลับไปเลย  ท่านผู้เฒ่าคาลวิน  ได้โปรดเชื่อข้าครับครับ  ข้าไม่มีเจตนาน่าสงสัยอื่นใดอีกจริง  ๆ  ครับ”

“ใช่ครับ  หัวหน้า  หานเป็นสหายที่ยอดเยี่ยม  และไม่เหมือนมนุษย์คนอื่นเลยจริง  ๆ”

เบนเน็ตต์รีบโพล่งบอกคนแคระชราทันที

คาลวินพยักหน้ารับ  โค้งให้หานซั่วและกล่าวอย่างนอบน้อม

“อภัยให้ข้าด้วย  หาน  ข้าแก่มากแล้ว  และประสบพบเจอมนุษย์จอมเจ้าเล่ห์มากมายเหลือเกิน  ทำให้ถามท่านออกไปเช่นนั้น  หวังว่าท่านจะไม่ถือสานะ”

“สิ่งที่ท่านทำถูกต้องแล้วครับ  ข้าเข้าใจในความกังวลของท่าน”

“ลำพังพลังของพวกเราเองแล้ว  ก็ลำบากยากเย็นเกินไปหากจะขุดแร่ที่อยู่ลึกไปกว่านี้  แต่ในเมื่อพวกเราแบ่งปันความลับร่วมกันแล้ว  ก็ยินดีที่จะแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างที่หาได้ข้างในนั้นกับท่านด้วย  รวมถึงเหล็กสีนิลที่พระเจ้าประทานมาให้  พวกเรายินดีแบ่งปันทุกสิ่งอย่างด้วยความเท่าเทียมและหวังว่าท่านจะไม่ปฏิเสธ  มิเช่นนั้นแล้ว  พวกเราคงรู้สึกละอายใจมากทีเดียว”

คาลวินใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะกล่าวคำมั่นนี้อย่างจริงจัง

เมื่อได้ยินที่คาลวินพูด  หานซั่วก็คิดว่า  แม้คนแคระจะทั้งหัวแข็งและอารมณ์ร้าย  พวกเขาก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่ควรค่าแก่การคบหามากเลยทีเดียว  คำมั่นของคาลวินทำให้หานซั่วถึงกับละอายแก่ใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความตั้งใจจริง  ๆ  ของตัวเอง  เขาใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนก่อนจะตอบออกไป

“วางใจเถอะครับ  ท่านผู้เฒ่า  ข้ายอมรับข้อตกลงของท่านครับ  และหลังจากนี้  ถ้าข้ารวบรวมเหล็กสีนิลได้มากพอ  ข้าขออนุญาตขอร้องพวกท่านให้ตีมันเป็นอาวุธให้ข้าจะได้มั้ยครับ?”

“ไม่มีปัญหาเลย  หาน  วางใจได้  หากรวบรวมเหล็กสีนิลได้เพียงพอ  ข้าจะจัดการสร้างอาวุธที่คู่ควรกับท่านด้วยตัวของข้าเองเลยทีเดียว”

คาลวินให้คำมั่นพร้อมกับรอยยิ้ม

“ตกลงครับ  งั้นพวกเราเริ่มงานกันเลยเถอะ!”

หานซั่วพับแผนการต่าง  ๆ  ของเขาเองเก็บไป  พลางคิดว่าในที่สุด  การได้มาซึ่ง  “คมมีดพิชิตมาร”*  ก็กำลังเป็นไปตามแผน  เขายิ้มไม่หุบขณะเดินเข้าถ้ำนั้นไปกับพวกคนแคระ

*เดิมแปลว่า  คมมีดปราบปีศาจ  เปลี่ยนเป็น  คมมีดพิชิตมาร

หลังจากขุดแร่กันมาครึ่งวัน  พลังจิตของหานซั่วก็ใกล้หมดลงอีกครั้ง  เขาออกมาจากถ้ำด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ  และผลผลิตของวันนี้ก็มากกว่าวันที่ผ่านมาเสียอีก  นอกจากแร่เหล็กและแร่ทองแดงจำนวนมากแล้ว  พวกเขาก็ได้เหล็กสีนิลมาอีก  2  ก้อน  เป็นก้อนเล็กหนึ่งก้อน  และก้อนใหญ่อีกหนึ่งก้อน  เขายื่นก้อนใหญ่ส่งให้หัวหน้าเผ่าทันที  ในขณะที่เก็บก้อนเล็กของเขาเองไว้ในแหวนมิติ

ณ  ปากทางเข้าถ้ำ  พวกคนแคระต่างเก็บข้าวของด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย  และแบกกระเป๋าที่มีหินแร่อยู่เต็มขึ้นพาดไหล่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส  เตรียมขนของกลับหมู่บ้าน

“หาน  ท่านปรารถนาจะสร้างอาวุธประเภทใดรึ?”

คาลวินถามขึ้นก่อนจะจากไป

หานซั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะหยิบมีดออกมาวาดภาพร่างของคมมีดพิชิตมารขึ้นบนพื้นดิน  เขาชี้ไปที่ภาพนั้นและอธิบายกับคาลวิน

“ถ้าได้อาวุธรูปร่างแบบนี้คงดีมากเลยครับ  ข้าอยากได้ชนิดที่ดีเยี่ยมที่สุด  และคมกริบมากที่สุด  ไม่ทราบว่าท่านพอจะทำได้รึเปล่าครับ?”

คาลวินหรี่ตาและก้มลงมองพินิจพิจารณาภาพร่างของคมมีดพิชิตมารอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าไม่เคยเห็นอาวุธหน้าตาแบบนี้มาก่อน  น่าสนใจจริง  ๆ  การสร้างอาวุธน่ะไม่มีปัญหาหรอก  แต่ถ้าท่านต้องการให้มันดีเยี่ยมและคมกริบที่สุด  เราต้องหาวัตถุดิบมาเพิ่มอีกสักหน่อย  ซึ่งที่หมู่บ้านของเรามีเก็บตุนไว้ไม่เพียงพอเสียด้วยสิ”

ความคิดของหานซั่วโลดแล่นด้วยความรวดเร็วทันที  พลางนึกถึงสมาคมพ่อค้าตระกูลบูซท์ด้วยคิดว่าจะทุ่มเทกับคมมีดพิชิตมารอย่างสุดกำลัง 

“ได้โปรดบอกข้าเถอะ  ท่านผู้เฒ่า  ว่าท่านจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบอะไรอีก  แล้วข้าจะหาวิธีรวบรวมวัตถุดิบที่ขาดไปมาให้ได้  เพราะข้าต้องการอาวุธระดับสูงจริง  ๆ”

“ท่านมีกระดาษกับปากการึเปล่าล่ะ?”

“มีแน่นอนครับ”

หานซั่วเอากระดาษกับปากกาที่เตรียมพกมาด้วยตั้งแต่ก่อนเดินทางมายังสุสานแห่งความตายออกมาจากแหวนมิติ  และยื่นให้คาลวิน

“ไม่ต้องห่วงเรื่องวัตถุดิบที่ยังขาดหายไปนะครับ  ข้าจะหาวิธีรวบรวมพวกมันมาให้ครบโดยเร็วที่สุดเลย”

“ตกลงตามนั้น”

คาลวินพยักหน้า  และเริ่มจดรายการวัตถุดิบทั้งหมดลงบนกระดาษ  เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ยื่นให้หานซั่ว

“หาน  ตราบใดที่ท่านหาวัตถุดิบพวกนี้มาได้ครบถ้วน  ขอยืนยันเลยว่าข้าจะสร้างอาวุธคมกริบอย่างที่ไม่มีอาวุธใดเทียบได้ให้แก่ท่านได้แน่นอน”

“ข้าคงต้องขุดเหล็กสีนิลให้ได้มากพอต่อการสร้างอาวุธชิ้นนี้ก่อนล่ะครับ  ข้าถึงค่อยคิดหาวิธีรวบรวมวัตถุดิบพวกนี้  แล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะรีบกลับมาช่วยขุดแร่ต่อนะครับ”

เมื่อพูดจบ  หานซั่วก็ออกจากเหมืองไปทันที

แล้วหานซั่วก็ทำเช่นเดิมเรื่อยมา  โดยร่วมขุดแร่กับเหล่าคนแคระเป็นเวลาติดต่อกันถึง  10  วัน 

เมื่อหานซั่วรวบรวมเหล็กสีนิลได้มากพอ  และเหล่าคนแคระต่างก็ได้หินแร่กลับไปเป็นจำนวนมาก  คาลวินก็เสนอให้หยุดการขุดแร่ไว้ก่อนชั่วคราว  และเริ่มหลอมหินแร่ที่ได้มานำไปตีเป็นอาวุธ  แล้วพวกเขาจะกลับมายังเหมืองแห่งนี้อีกครั้งเมื่ออาวุธเริ่มขาดแคลน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  หานซั่วได้รับความไว้วางใจจากเหล่าคนแคระ  รวมทั้งตอบรับคำเชิญของคาลวินเพื่อไปยังหมู่บ้านของพวกเขาและดื่มเบียร์ฉลองกันจนหนำใจ  ทำให้เขารู้ตำแหน่งที่แน่นอนของหมู่บ้านคนแคระ

 

 

เมื่อหานซั่วหยดเลือดและถ่ายเทแก่นมนตราลงไปใน  “โพรงปีศาจปฐมภูมิ”  เหมือนอย่างเคย  เขาก็ใช้มิติเวทมนตร์เคลื่อนย้ายเพื่อออกจากสุสานแห่งความตาย

 


ติดตามอัพเดทและอ่านตอนต่อไปทันที ที่นี่ >>> Facebook : Louktan Translate นิยายแปลไทย

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น