ตอนที่แล้วตอนที่ 482 ไป่อาโฉ่ว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 484 พญาหมีพิโรธ

ตอนที่ 483 เหล่าร้าย


“นี่คือช่วงเวลาที่ข้าคาดหวังที่สุดทุกปี! การสั่งสอนเด็กใหม่คือหน้าที่ของเรารุ่นพี่”  บุรุษที่กล่าวมีผมสีทองหน้าของเขามีรอยยิ้มชั่วร้าย ชุดคลุมของเขาโบกสะบัดราวกับผู้กล้า

“เสี่ยวจินมองดูจากท่าทางเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าชอบรังแกเด็กใหม่ไม่เลือกหน้าอย่างแท้จริง”  คนที่พูดมีร่างกายกำยำ  ในมือมีดาบยาวบางอยู่เล่มหนึ่ง หน้าของเขามีรอยยิ้มถือดี

“โธ่เอ๊ย,มู่เหล่าซาน เจ้าไม่ชอบเหรอ? ทำไมเจ้าไม่ร่วมด้วยเล่า?”  เสี่ยวจินแย้ง

มู่เหล่าซานดุ  “ไม่มีข้าแล้วพวกเจ้าทุกคนจะสั่งสอนพวกเขาได้ดียังไง?”

“เอาเถอะน่า,มู่เหล่าซาน!” ใครบางคนตะโกน  “จะมีหรือไม่มีเจ้าก็ตาม มันก็เหมือนกันนั่นแหละ  การต่อสู้ต้องให้เจ้าตัดสินตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เมื่อเห็นทุกคนมีความกระตือรือร้นมากคุณชายที่เป็นผู้นำแค่นเสียงอย่างถือดีและเย็นชา เขาก้มหน้ามองดูกระรอกหิมะขาวในมือของเขา เขาคือหัวหน้ากลุ่มนามว่าหลี่เหลียงชิว  สถานะของเขาพิเศษ  เนื่องจากเป็นบุตรชายของหลี่รั่วหนึ่งในสามเซียน  พลังของเขาลึกล้ำมาก

หลี่เหลียงชิวมีพลังที่โดดเด่นแม้จะอายุเยาว์ก็ตามนอกจากนี้คนหนุนหลังของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก ในดินแดนหิมะ มีคนน้อยมากที่กล้าต่อต้านเขา

ร่างๆหนึ่งกระพริบก็พุ่งวาบไปข้างหน้าเหมือนสายฟ้า เขาตื่นเต้นมาก  “พวกเขากำลังมาห่างจากนี่ราวๆ 20 ลี้!”

ทุกคนยืนจ้องสายตาของพวกเขาทุกคนจ้องมองดูหัวหน้าที่กำลังเล่นกับกระรอกหิมะ

“รุ่นพี่หรือไม่ก็ไม่ต้องพูด  แต่ให้สั่งสอนกันด้วยหมัด!” หลี่เหลียงชิวพูดเย็นชาโดยไม่เงยหน้า “พวกมันจะให้ความเคารพพวกเจ้ามากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าสั่งสอนพวกมันได้มากแค่ไหน  พวกเจ้าอย่าเป็นเหมือนเมื่อปีที่แล้วดีกว่า เกือบขายขี้หน้า”

คำพูดสุดท้ายทำให้พวกเขาทุกคนหน้าแดง

ในทุกปีสำหรับศิษย์ใหม่รุ่นพี่จะเตรียมการโจมตีที่น่าทึ่งเพื่อสั่งสอนเด็กใหม่  พื้นลานหิมะเดิมทีจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นพื้นที่ฝึกฝน พวกเขาประจำการอยู่ที่นั่นและเมื่อผ่านไปแต่ละวันจะน่าเบื่อมาก พอมีการก่อกวนศิษย์ใหม่ทุกคนกระตือรือร้นขึ้นและคลื่นความเย็นยังเป็นปัญหาต่อหลี่เหลียงชิวแต่แผนของเขานั้น พวกเขาสามารถแก้ปัญหาได้หมด

คนหนุนหลังหลี่เหลียงชิวทรงอำนาจทำให้คนในสำนักทำเป็นตาบอด

ศิษย์ใหม่เผชิญหน้ากับการโจมตีที่น่าทึ่งของศิษย์สำนักชางหยาง  ด้วยพลังของพวกเขาซึ่งลึกล้ำและเชื่อมโยงกันก็คงพ่ายแพ้เต็มที่  แต่เมื่อปีก่อนยกเว้นเนื่องจากมีศิษย์ที่แข็งแกร่งมากอยู่ในกลุ่มศิษย์ใหม่และเขามีชื่อเสียงโด่งดังมากเขาคือไป่อี้ ในที่สุดพวกเขาต้องใช้แรงค่อนข้างมากจึงจะเอาชนะการต่อสู้ได้

หลี่เหลียงชิวไม่ได้ร่วมการต่อสู้นั้นและหลังจากนั้น เขาระบายความโกรธและสั่งสอนเสี่ยวจินและพวกที่เหลือ

การขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาหลี่เหลียงชิวต้องการจะทำให้พวกเขาอาย

“ออกไปได้” หลี่เหลียงชิวไม่ใส่ใจมองดูพวกเขา สีหน้าของเขาเฉื่อยชา

**********

ทั่วทั้งกลุ่มสูดหายใจลึก  หลายคนมีสีหน้าน่าเกลียด ขณะที่ใช้ปราณแท้ของพวกเขาป้องการคลื่นความเย็นและจากนั้นใช้วิชาตัวเบาสำหรับพวกเขาไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แน่นอน

“ทุกคน, พยายามให้ดีที่สุด!”

“ขอให้ชัยชนะเป็นของพวกเจ้าในท้ายที่สุด”

“อย่ารั้งท้ายนะ”

“หนุ่มชาวฟ้า ไป ไป ไป!”

ไป่อาโฉ่วยังส่งเสียงให้กำลังใจต่อไป

เสี่ยวหมิงฉีกัดฟันและพยายาม ใจของเขาเริ่มว่างเปล่าและเพียงแต่เสียงของไป่อาโฉ่วดังเข้ามาถึงในใจเขา  มันคือเสียงเตือนให้เขาต้องพากเพียร

ตอนแรกเมื่อไป่อาโฉ่วเริ่มตะโกนให้กำลังใจ  ทุกคนประหลาดใจ

เสี่ยวหมิงฉียังคงคิดว่าเป็นคนอัปลักษณ์นี่ก็ดีเหมือนกันสนุกกับการโอ้อวดและยังซุ่มซ่ามมากอย่างนั้น เขาปัญญานิ่มหรือเปล่า?คนที่เหลือกำลังคิดอย่างเดียวกันในเรื่องเดียวกัน หลายๆ คนได้แต่กรอกตา  เจ้าเด็กบ้านี่ไม่เพียงน่าเกลียดเท่านั้น  แต่สมองของเขายังชำรุดอีกด้วย...

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่มีใครล้อเขาอีกต่อไป

พวกเขาไม่มีแรงพอจะล้อเขา อาโฉ่วตะโกนเสียงดังและกระตือรือร้นจนไม่มีความตื่นเต้นอยู่ในใจพวกเขาต่อไป  แต่เมื่อพวกเขาหมดเรี่ยวแรง  เสียงตะโกนทำให้พวกเขามีความพยายาม..

และ...

เสี่ยวหมิงฉีชำเลืองมองถังเทียน ถังเทียนเปลือยร่างท่อนบนและดึงเชือกออกมาหลายเส้น  ปลายเชือกทุกเส้นผูกเข้ากับนักสู้คนหนึ่งที่หมดสติไปเนื่องจากหมดแรง

ร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อและระเหยเป็นไอ กล้ามเนื้อของเขาตึงขณะที่เขาดึงนักเรียนอีกเจ็ดคน

แววนับถือฉายผ่านในดวงตาของเสี่ยวหมิงฉีการสนทนาระหว่างถังเทียนกับศิษย์สำนักมวยชางหยางรุ่นพี่ พวกเขาได้ยินอย่างชัดเจน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเขา  สวะพวกนี้ไม่มีคุณสมบัติเข้าพื้นที่ฝึกฝน  ปล่อยให้พวกเขาตายอยู่บนถนนนั่นแหละ”

อาโฉ่วมองดูเขาและพูดแค่เพียงคำเดียวว่า“ไม่”

หลังจากนั้นเขาลากนักสู้ที่หมดสติและวิ่งต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

ไม่มีใครมองอาโฉ่วเป็นปฏิปักษ์อีกต่อไป  การกระทำของถังเทียนทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นใจในท่ามกลางพื้นหิมะ  ทุกคนกำลังคิดว่าแม้ว่าพวกเราจะสลบ  พวกเราก็คงไม่ถูกทอดทิ้งแน่

หัวหน้าศิษย์ที่นำทางยกย่องความแข็งแกร่งเหมือนสัตว์ร้ายของอาโฉ่วไม่หยุด  เขาไม่ตายจากการวิ่งได้จริงๆ

ถังเทียนไม่คิดอะไรมาก  สำหรับเขาเป็นเรื่องปกติ  เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่พวกเขาต้องมาตายครึ่งทาง

ร่างกายเปลือยท่อนบนของเขามีเหงื่อกลิ้งลงจากร่างกายเหมือนงูเลื้อยพร้อมกับมีไอระเหย ด้วยกล้ามเนื้อแต่ละมัดบนร่างของเขาสั่นเหมือนกับรวดเหล็ก  ถังเทียนตอนนี้เหมือนกับรูปสลักที่เดินได้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นรุนแรง

หลังจากฉุดดึงพวกเขาต่อเนื่องมาสองร้อยลี้  เขาใช้เรี่ยวแรงกายไปมาก ลมหายใจของเขาลึกขึ้นแต่ก็ยังส่งเสียงดังให้กำลังใจ “เรากำลังจะไปถึงในไม่ช้า! ทุกคนพยายามเข้า

ในช่วงเวลาท้าทายของพวกเขา  เราต้องช่วยเหลือกันและกัน

ทันใดนั้นถังเทียนรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั่วทั้งตัวเขามีความระมัดระวัง เขาหยุดทันทีและตะโกนเสียงดัง “หยุด! มีการซุ่มโจมตีข้างหน้า!”

ทุกคนหยุดอยู่กับที่  พวกเขาผิดหวัง แม้แต่ศิษย์สำนักชางหยางที่เป็นคนนำทางก็ยังมีท่าทีประหลาดใจ  เขาพบได้อย่างไร?  แต่เขาไม่พูดอะไรสักคำ  เขาไม่สามารถพูดอะไรหรือเตือนพวกเขาได้  เพราะหลี่เหลียงชิวคือคนที่ไม่อาจต่อต้านได้

“เฮ้ ถ้าเจ้าไม่ออกมางั้นอย่าตำหนิว่าข้าโหดร้ายไม่ได้นะ” ถังเทียนชี้ไปที่พื้นที่ว่างข้างหน้าเขาตาเบิกกว้างขณะตะโกน

คนที่ซ่อนอยู่หลังเขาทุกคนมองหน้ากันเอง พวกเขาไม่เข้าใจหรือพบว่าพวกเขาถูกพบเห็นได้อย่างไร

“น่าสนใจ”แววตาของของหลี่เหลียงชิวเป็นประกายวูบ และเขาพูดอย่างหยิ่งยโส“งั้นเราออกทักทายเด็กใหม่กัน!”

ความตั้งใจสู้ของทุกคนเพิ่มขึ้นมากขณะที่พวกเขาลุกขึ้นยืน

เงาร่างดำเริ่มปรากฏบนภูเขาก่อให้เกิดเสียงน่าประหลาด  ทุกคนล้วนมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมีแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออกราวกับว่าท้องฟ้ามืดครึ้ม

พวกที่ไม่กล้าพอรู้สึกว่าแข้งขาพวกเขาอ่อนและลงไปกองนั่งกับพื้นทันที

“อย่าแสดงพลังออกไปมากนัก”

ปิงพึมพำเบาๆอยู่ในใจของถังเทียน เขาพยายามปรามถังเทียนเนื่องจากเขาเตรียมจะวิ่งใส่โจมตี

ฝ่ายตรงข้ามมีคนสิบสองคน  มีสองคนเป็นนักสู้ระดับทอง  ที่เหลือจะเป็นเตรียมนักสู้ระดับทอง ด้วยกองกำลังของนั้นสำหรับคนอื่นอาจทำให้กลัว  แต่สำหรับถังเทียนก็แค่อาหารว่าง  ลุงปิงพูดถูก รับมือพวกนี้ไม่ยาก  แต่เมื่อกำจัดพวกเขา นั่นจะเป็นการเผยพลังของเขาและแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าเขามาที่นี่อย่างมีวัตถุประสงค์

ข้าจะทำยังไงดี?

ทำเหมือนกับไม่รู้อะไรและถูกพวกมันซ้อมน่ะหรือ?  ความคิดแบบนั้นถังเทียนโยนทิ้งทันที  เจ้าพวกนั้นดูแล้วไม่ใช่คนดี  เมื่อเขาอยู่ในโรงเรียนนักเรียนชั้นสูงสนุกกับการรังแกนักเรียนใหม่ และนั่นเรียกว่า ‘สั่งสอน’

พวกเขาดูคล้ายกันมาก....

ถังเทียนกำหมัดถลึงตามองหลี่เหลียงชิวและพวกที่เหลือไม่ลดละและกล่าว “พวกเจ้า, ใครยังสู้ที่นี่ได้บ้าง?”

นักสู้ที่ยังยืนอยู่ได้รายล้อมถังเทียน หน้าของพวกเขาทุกคนแสดงความโกรธต่อศัตรูร่วมของพวกเขา

เสี่ยวจินขึ้นเสียง“เฮ้, พวกเจ้ารุนแรงเกินไปหรือเปล่า เด็กใหม่, ทำไมพวกเจ้าไม่ดีใจเล่า?”

มู่เหล่าซานหัวเราะ  “พวกมันไม่มีความสุขตั้งแต่แรกแล้ว”

สายตาของหลี่เหลียงชิวมองดูทั้งกลุ่มและพูดอย่างเฉื่อยชา  “เสี่ยวจิน, บอกกฎของพวกเราให้พวกมันรู้”

เสี่ยวจินหัวเราะจากนั้นเอากระดาษกองใหญ่ออกมา “คนฉลาดต้องยอมรับสถานการณ์ ที่นี่ในมือข้า ข้ามีเอกสารให้พวกเจ้าได้ลงชื่อเพื่อบอกว่าพวกเจ้ายินดีรับบริการคลื่นเย็น  ลงชื่อซะไม่มีอันตรายสำหรับความสัมพันธ์ของเรา”

“ทุกคนต้องไม่ทำ!”  หน้าของเสี่ยวหมิงฉีเปลี่ยน  เขาโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว  เมื่อเขาตระหนักได้ในที่สุด  หน้าของเขาซีด

สายตาของถังเทียนมองอยู่ที่เสี่ยวหมิงฉี  “บริการคลื่นเย็นนี่คืออะไร?”

เสี่ยวหมิงฉีเริ่มจะเสียใจแล้วตอนแรกเขาไม่ต้องการจะพูดอะไร แต่เมื่อเขาเห็นสายตาเย็นชาของถังเทียนเขาใจสั่นสะท้านและพูด “ทุกๆ ปี ทุกๆปีที่ราบหิมะจะมีคลื่นความเย็นขนาดมหึมาและในเวลานั้นมีบางสถานที่ซึ่งพวกเขาต้องการให้คนไปอยู่ประจำที่นั่น  และนั่นคือบริการคลื่นเย็น  ห้าในสิบคนจะตายอยู่ในบริการคลื่นเย็น”

สีหน้าของนักสู้เปลี่ยนไปทันที

“เอ่, ข้าไม่คาดเลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในนี้ด้วย”  มู่เหล่าซานหัวเราะ  “บริการคลื่นเย็นค่อนข้างน่ากลัว  แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต และใครจะรู้อาจจะไม่มีคลื่นความเย็นขนาดใหญ่ก็ได้ ถ้าพวกเจ้าไม่ลงชื่อก็ดีเหมือนกัน นั่นหมายความว่าพวกเจ้าไม่มาภายในระยะสามสิบลี้ของสนามฝึกของสำนัก โฮว..ถ้ามีใครยินดีจะกลับ เราจะไม่สร้างความลำบากให้พวกเจ้า”

นักสู้ที่อยู่ข้างตัวถังเทียนหน้าซีดขาวกันหมด  ความสิ้นหวังปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา

“ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าสำนักมวยชางหยางจะกลายเป็นแบบนั้น”  สายตาของถังเทียนเย็นชาขึ้นทุกที

“สำนักมวยชางหยางกลายเป็นที่แบบนั้นหรือ?  ฮ่าฮ่า ทุกๆ ที่ก็เป็นแบบนี้แหละ!” เสี่ยวจินทำหน้าเยาะเย้ย “หมัดผู้ใดใหญ่กว่า ผู้นั้นได้เป็นจ้าว เข้าใจไหม? ไอ้เด็กน่าเกลียด”

ศิษย์นักสู้ที่นำกลุ่มมามองเห็นถังเทียนยิ้มและหัวใจเขาสั่นทันที  เขากล่าวทันที“พวกเจ้าใช้ได้แต่เพียงหมัดและขาเท่านั้น ห้ามใช้อาวุธแก้ปัญหา  และห้ามมิให้มีการฆ่า”

ตาของถังเทียนมองดูที่นักสู้ที่หมดสติและนักสู้ที่นำพวกเขามากำลังนั่งพิงกำแพงอยู่ด้านข้างคอยสังเกตการณ์  ความโกรธลุกโชนในใจเขาทันที  พวกเขาพกความฝันและความหวังมาที่นี่  ใช้ความพยายามมากมายเพื่อมาที่นี่แต่พวกเจ้าทุกคนกลับใช้ความหวัง ความฝันของพวกเขามาบังคับพวกเขาให้ทำเรื่องตามอำเภอใจ”

กลุ่มคนเลว100%

หัวใจของพวกเจ้าทุกคนมืดดำกันทั้งนั้น

ถังเทียนกลับกลายเป็นหูอื้อไม่ได้ยินนักสู้ที่นำทางเขา  รังสีฆ่าฟันของเขาเต็มเปี่ยมอยู่ในอก  เขาเริ่มผงกศีรษะ  “เอางั้นก็ได้”

“แต่” ถังเทียนหัวเราะ  แสดงให้เห็นใบหน้าที่อัปลักษณ์เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน  “เจ้ารู้ได้ยังไงว่าหมัดเจ้าใหญ่กว่า?”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ  เขาก็หายวับไปแล้ว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด