ตอนที่แล้วตอนที่ 415 ความทะเยอทะยานของทุกคน!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 417 นักล่าหลังฉาก

ตอนที่ 416 ความคิดคำนึงของหญิงสาว


ป้อมหมาป่าสร้างเสร็จแล้วในตอนนี้ ป้อมจะถูกใช้เพื่อป้องกันทางน้ำจี้ชิวและป้องกันเมืองอันโดรเมดา

ไม่ใช่ครั้งแรกที่แอนเดรียนามาที่นี่  แต่สถานที่นี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างทุกครั้งที่นางมาเยี่ยมอากาศกลายเป็นเยือกเย็น และในท่ามกลางหมอกปกคลุมป้อมบรอนซ์สูงตระหง่านให้ความรู้สึกที่ดุดัน

นางจ้องมองดูสิ่งก่อสร้างที่สูงตระหง่านขณะที่ความมั่นใจเพิ่มพูนขึ้น  ถังเทียนทำได้ดีครั้งแล้วครั้งเล่าและมากกว่าที่นางคาดหวังเสียอีก  ความคืบหน้าของป้อมหมาป่าเป็นไปอย่างรวดเร็ววัสดุบรอนซ์บริสุทธิ์และงานฝีมือที่พิถีพิถันทำให้สิ่งก่อสร้างมองดูสง่างาม แต่เห็นได้ชัดว่ามีกองทัพนักสู้จักรกลที่คอยหนุนหลังถังเทียนอยู่ในเงามืด

ช่วงระหว่างนี้มีพ่อค้าหลายกลุ่มจากกลุ่มดาวอันโดรเมดาเข้าไปในกลุ่มดาวหมาป่าเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างกันมากขึ้น

ถังเทียนหันมาทางถังอี้  “เมื่อป้อมหมาป่าสร้างสำเร็จแล้วเราจะออกเดินทาง  ทุกอย่างที่นี่เจ้าจะต้องรับผิดชอบ”

“ขอรับ!”  ถังอี้รับปากโดยไม่ลังเล

“ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไร  แค่บอกให้อาเฮ่อทราบ”  ถังเทียนพูดต่อ

ถังอี้ส่ายหน้า“ไม่มีอะไรเลย”

เป็นความจริงที่เขาไม่ต้องการอะไรเลย คนของเขาก็ถือว่าเป็นชุดแรกที่ได้สวมชุดรบอันโดรเมดาราคาของห้องพลังงานก็ได้รับการสนับสนุนโดยถังเทียนแม้แต่ทุนในการสร้างฐานทัพหมาป่าก็เป็นถังเทียน คนที่ถังอี้ขอก็ล้วนตามพอใจของถังเทียน

ใช้ชุดรบของกลุ่มดาวอันโดรเมดาเป็นตัวอย่างนับเป็นครั้งแรกที่กองทัพหมาป่าได้สวมเกราะรบเช่นนั้นเนื่องจากมีอสูรพลังงานเป็นจำนวนมาก แอนเดรียนาจึงเริ่มงานวิจัยอุปกรณ์รบอย่างอื่นเช่นรองเท้าอันโดรเมดาด้วยหวังว่าจะสร้างขึ้นมาให้เข้ากันกับชุดรบอันโดรเมดา  ใครๆก็สามารถจินตนาการถึงพลังรบมากมายที่กองทัพหมาป่าครอบครองเมื่อพวกเขาใช้อุปกรณ์รบเข้ากับชุดรบ

มีเพียงบุคลากรหลักภายในกองทัพจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จากอุปกรณ์นี้

ถังอี้ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเลยสักนิดเมื่อปิงไม่ได้มีความคาดหวังใดๆกับกองทัพหมาป่า เพราะว่ากันในแง่มูลค่าและความแข็งแกร่งของกองทัพหมาป่า  ก็เป็นแค่หน่วยหน้ากล้าตายสำหรับกองทัพหลักเท่านั้น ถังอี้ไม่ได้ใช้ความพยายามมากและเวลาฝึกฝนกองทัพนี้ เขาคงไม่ใส่ใจมากเท่าที่เตรียมฝึกกันอยู่ในตอนนี้

ถังเทียนกลับทำทั้งหมดตรงข้ามกับปิง เขาคาดหวังกองทัพหมาป่าไว้สูงและให้การสนับสนุนการฝึกฝนอบรมทั้งหมดซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยสำหรับผู้บัญชาการผู้มีสถานะอย่างเขา

แต่นั่นคือวิธีที่ถังเทียนรับรู้เรื่องของกองทัพหมาป่า การสนับสนุนของเขาที่มีต่อกองทัพนั้นไม่มีขีดจำกัดและแม้แต่การสนับสนุนถังอี้ที่เป็นผู้นำกองกำลังหน่วยหน้ากล้าตาย

นั่นคือเหตุผลที่ถังอี้และทั่วทั้งกองทัพหมาป่ายินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อถังเทียน

พวกเขายินดีจะถูกเรียกเป็นกระสุนมนุษย์หรือหน่วยหน้ากล้าตาย  ตราบเท่าที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของถังเทียน

ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะยังอ่อนแอและไร้กำลังต่อไปในฐานะที่เป็นทหารภายใต้บัญชาของถังเทียน

ถังอี้ยังสงวนท่าทีและเก็บอารมณ์ไว้ได้ไม่ลังเล  เขาจะติดตามอยู่ข้างถังเทียนเท่าที่ทำได้

“พวกเจ้าจะไปกันจริงๆ หรือ?”  แอนเดรียนาอดไม่ได้ที่จะถามอย่างห่วงใย ถังเทียนและสหายมีพลังที่น่ากลัวยากจะหยุดมิให้ก้าวหน้าได้  ถ้าพวกเขาต้องการไป พวกเขาก็จะไปแม้ว่าเมืองจะเสี่ยงถูกโจมตีก็ตาม

“ใช่แล้ว, เราจะเดินทางไปตามหาเชียนฮุ่ยต่อ!” ถังเทียนเหม่อมองขอบฟ้าไกลขณะที่เขาขมวดคิ้ว  “ข้าสงสัยจริงๆ เชียนฮุ่ยเป็นยังไงบ้าง?”

“เจ้ากำลังหมายถึงซ่างกวนเชียนฮุ่ยจากกลุ่มดาวเพอร์ซูสหรือเปล่า?”  แอนเดรียนาถามด้วยความสงสัย  ความสัมพันธ์ระหว่างถังเทียนกับเชียนฮุ่ยไม่ใช่ความลับ  เนื่องจากถังเทียนมีชื่อเสียงมากขึ้นผู้คนก็ย่อมสนใจอดีตของเขา

สถาบันคาราเมลปัจจุบันนี้เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในดาวอู่อันเนื่องจากพัฒนานักสู้ที่แข็งแกร่งมานับไม่ถ้วน แม้แต่นักสู้รุ่นเยาว์จากกลุ่มดาวอื่นก็ยังหาทางมาจนถึงสถาบันคาราเมล ตาเฒ่าเว่ยเป็นผู้อำนวยการได้สลักชื่อสถาบันเอาไว้ว่า “สถาบันชาวฟ้า”และแขวนป้ายไว้หน้าทางเข้าสถาบัน

“นี่, เจ้าก็รู้เรื่องนั้นด้วยเหรอ?”  ถังเทียนถาม “ข้าเคยบอกเจ้ามาก่อนหรือเปล่า? ข้าจำเรื่องนั้นไม่ได้เลยนะ”

“เจ้าไม่เคยบอกข้ามาก่อน  ข้าอ่านดูข่าวจากสำนักข่าวยุทธอมตะ”  แอนเดรียนาอธิบาย  “มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่สำนักข่าวยุทธอมตะทำสกู๊ปข่าวรายงานเรื่องราวรายละเอียดของเจ้า”

“ว้าว! เขาพูดถึงว่าไงบ้าง?” ถังเทียนสงสัย นัยน์เบิกกว้าง

แอนเดรียนาสะดุ้งตกใจกับความสงสัยของถังเทียน  “พวกเขารายงานชัยชนะในการต่อสู้ของเจ้า พอๆกับอดีตของเจ้า”

ถังเทียนผิดหวังเล็กน้อย  “ข้าสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ส่งคนมาสัมภาษณ์ข้า  ข้ามีผลการต่อสู้อื่นๆ เป็นกระบุงโกยดีๆทั้งนั้น พวกจากสำนักข่าวยุทธอมตะไม่ให้เกียรติข้าเลย น่าจะมาถามข้าโดยตรง”

แอนเดรียนาไม่รู้จะพูดอะไร  เจ้าเด็กนี่ไม่มีพฤติกรรมของยอดฝีมือเลย?

“และนอกจากนี้ยังมีข่าวของซ่างกวนเชียนฮุ่ยด้วย”

“เชียนฮุ่ย!”  ตาของถังเทียนสว่างวูบและถาม“พวกเขาพูดว่าไงบ้าง?”

แอนเดรียนาผงะอีกครั้งเพราะอารมณ์ของถังเทียน  ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนี่ที่มีคนสนใจใคร่รู้เรื่องความปลอดภัยของคนอื่น?  นอกจากท่านพ่อที่ข้าเชื่อใจ

ทันใดนั้นใจของนางมีร่างที่เย็นชาและลึกลับผุดขึ้นมาเขายังหัวเราะอยู่ได้ แม้ว่าทุกคนในโลกจะตายหมด เขาก็คงไม่ยอมขยับ

“พวกเขากล่าวว่าซ่างกวนเชียนฮุ่ยถูกโดดเดี่ยวโดยพลังที่กล้าแข็งพวกเขาไม่สามารถระบุรายละเอียดว่าแหล่งพลังงานนั้นมาจากไหน  แต่พลังดวงดาวของกลุ่มดาวเพอร์ซูสฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราที่คาดไม่ถึงแม้ว่าสมบัติของกลุ่มดาวก็มีพลังแข็งกล้าขึ้น มีความเป็นไปได้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้และทำให้กลุ่มดาวเพอร์ซูสฟื้นฟูพลังที่แข็งแกร่งเต็มที่และเชียนฮุ่ยของเจ้าก็แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปด้วย”

เชียนฮุ่ย...

ถังเทียนจ้องมองอวกาศอย่างว่างเปล่า

*****

ท้องฟ้าเป็นสีเทาขณะที่ท้องทุ่งแผ่ขยายออกไปไม่สิ้นสุดจนสุดระยะขอบฟ้า

ด้านบนแง่งผาที่ยื่นออกไป เด็กสาวสวมชุดทหารสีเขียวและถุงมือสีขาวยืนอยู่ในระยะไกล

ข้างหลังซ่างกวนเชียนฮุ่ยยังมีเด็กสาวอีกคนหนึ่งสวมชุดเครื่องแบบที่คล้ายกันนางดูสงบและไม่อนาทรร้อนใจอะไร ผมสีแดงซอยสั้นดูสะดุดตาสำหรับผู้อื่น

ขณะที่ผมของนางปลิวไสวสัมผัสกับหน้าที่ค่อนข้างซีดของนาง

“ท่านแม่ทัพ,ท่านกำลังคิดถึงถังเทียนหรือ?”  หญิงสาวผมแดงถาม  “ในท่ามกลางการต่อสู้ที่สำคัญท่านผู้บัญชาการ ท่านยังหมกมุ่นคิดถึงคู่ของท่านอีกหรือ มันเป็นเรื่องลำบากใจ ท่านก็รู้ว่าสมาธิของท่านไม่ได้จดจ่ออยู่ที่นี่”

ซ่างกวนเชียนฮุ่ยมองไปอีกทางหนึ่งเนื่องจากนางพยายามกลบซ่อนอารมณ์ “ข้ามักคิดถึงเรื่องของพี่ถังเทียน และเราก็ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วนมันเจ็บปวดที่ได้ยินเช่นนั้นนะ เสี่ยวหลาน เจ้าไม่เชื่อใจข้าเลย”

เสี่ยวหลานตอบ  “ท่านแม่ทัพ ท่านถูกแฉหน่อยไม่ได้หรือไง?  ยังไงท่านก็ยังเป็นสตรีท่านต้องสงวนท่าทีไว้บ้าง”

“มีแต่คนรักที่สามารถพบกันและกันได้ต่อเนื่องจึงจะทำได้น่ะสิ”  ซ่างกวนเชียนฮุ่ยถอนหายใจเบาๆจากนั้นนางลุกขึ้นยืนและจัดชุดรบของนาง “ได้พูดเรื่องของเขาทำให้ข้ามีกำลังใจและแรงบันดาลใจสู้ได้ต่อเนื่องอย่างสุดฝีมือของข้า”

เสี่ยวหลานพูดไม่ออก

หลังจากจัดชุดรบแล้วเชียนฮุ่ยกลับคืนสู่บุคลิกสงบอีกครั้ง ขณะที่สายตาของนางกระจ่างใสแม้ว่านางจะดูละเอียดอ่อน แต่นางก็แสดงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่

ความหลงใหลของเสี่ยวหลานเผาผลาญอยู่ในใจนาง  เชียนฮุ่ยที่อยู่ต่อหน้านางตอนนี้คือแม่ทัพที่นางรู้จักและเคารพ

นางคือเทพศึกที่เสี่ยวหลานรู้จากการต่อสู้นับไม่ถ้วน  พวกนางต่อสู้ร่วมกันอาบเลือดเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

“เจ้าพบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับศัตรูของเราไหม?”  เชียนฮุ่ยคว้าถุงมือมาถือไว้แน่น

“ใช่ ข้าได้มาแล้ว”  เสี่ยวหลานตอบ “มันเป็นอดีตส่วนหนึ่งของกองทัพกลุ่มดาวแมงป่อง  หลังจากพวกเขาตาย  พวกเขากลายเป็นขุนพลวิญญาณและอยู่ด้วยกันมาตลอดผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ของพวกเขาทั้งหมดก็คือแม่ทัพคนหนึ่งของกองทหารดาวแมงป่องในอดีต  เขาจะปรากฏตัวสร้างปัญหาให้เราอยู่บ้าง”

เชียนฮุ่ยพยักหน้า  “งั้นต้องลองดู”

เมื่อนางเข้ามาในกลุ่มดาวกางเขนใต้นางคาดไม่ถึงเลยว่าได้เข้ามาถึงพื้นที่สู้รบในประวัติศาสตร์ทุกฝ่ายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ สงครามทำให้เกิดผู้เสียชีวิตนับไม่ถ้วนนำไปสู่การก่อเกิดขุนพลวิญญาณผู้ยังวนเวียนอยู่ในสมรภูมิ

นางอาศัยพลังของนางเองเอาชนะขุนพลวิญญาณและก่อตั้งกองทัพเพื่อแสวงหาทางออกจากสถานที่นั้น

เชียนฮุ่ยติดตามเส้นทางอย่างใกล้ชิด  ด้านล่างของเนินเขา นางสามารถมองเห็นกลุ่มขุนพลวิญญาณผู้ยืนอย่างเคร่งขรึม

นางจ้องมองลงไปที่กลุ่มขุนพลวิญญาณนั้นแต่ใจของนางไม่ได้อยู่ในสนามรบเลย

ความทรงจำของเจ้าคือดาบที่แข็งแกร่งและคมกล้าที่สุดที่ข้าสามารถรวบรวมได้

นางยังคงเดินลงไปตามทางขณะที่ลมพัดรุนแรงขึ้น

เชียนฮุ่ยเดินไปหาม้าภูตอสูรและขึ้นขี่  ผมสีดำของนางปลิวไสวอยู่ในสายลม

“ไปกันเถอะ!”

*****

คฤหาสน์ในเมืองอันโดรเมดา

“ตั้งแต่เจ้าเด็กบ้านี่ปรากฏตัวก็ต้องเพิ่มจำนวนยามรักษาการณ์ขึ้นเป็นสองเท่า” อาเฮ่อบ่น “ดูเหมือนเจ้าบ้านี่ยังคงดึงดูดผู้คนเข้ามาอีก”

หลิงซิ่วรู้สึกรำคาญกับคำบ่นเล็กน้อย  “ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนแล้ว ให้เราลงมือกับพวกเขา  จากนั้นเรื่องคงจบไปแล้ว”

พลังต่อสู้ของเขาเพิ่งเพิ่มขึ้นเร็วๆนี้ ดังนั้นเขาจึงโหยหาประสบการณ์การต่อสู้ เขาเห็นยามยั้วเยี้ยน่ารำคาญเหมือนแมลงวัน มีเพียงเหตุผลเดียวที่เขาต่อต้านไม่โจมตีพวกเขาก็เนื่องจากความพยายามของอาเฮ่อ

“จะดีที่สุดก็คือต้องทำความเข้าใจเจตนาของพวกเขาก่อน”  อาเฮ่อตอบ

“นี่มันยุ่งยากเกินไป!” หลิงซิ่วตอบอย่างรำคาญขณะที่เขากลับเข้าไปในห้องฝึกฝนต่อ

ทันทีที่เขาไปถึงห้องหลิงซิ่วก็หน้าซีดมากขึ้น เขาถอดผ้าพันแผลที่พันตัวของเขา  ร่างของเขาเป็นสีเงินล้วน

ร่างของเขาเปลี่ยนไปเป็นสีเงินอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้นเขาหันปลายแหลมของหอกเข้าหาตัวและกระแทกเข้าที่หน้าอกของเขา  ติง!  ไม่มีร่องรอยบาดแผลบนร่างของเขาจากแรงแทงนั้น

เขาเปลี่ยนไปเป็นสัตว์ประหลาดแล้ว!

แต่หลิงซิ่วกลับหัวเราะแทน ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมากขึ้นมากกว่าแต่ก่อน  ความเจ็บปวดของการเปลี่ยนเป็นเงินเขาต้องอดทนความรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าแต่ก่อนถึงร้อยเท่า

ขณะเดียวกันวิชาหอกของเขาก็มีพลังเพิ่มพูนแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

เป้าหมายสูงส่งเหล่านั้นที่มองเห็นว่าไกลไม่สามารถไปถึงได้  เป้าหมายเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เขาฟันฝ่าความเจ็บปวดของเขา

แต่อาจารย์คงไม่คิดว่าเขาจะมาได้ถึงระดับนี้

หลิงซิ่วคิดถึงและโหยหาอาจารย์ของเขามายาวนาน  อาจารย์ของเขารู้ว่าจะเชี่ยวชาญวิชาหอกทะเลจุดไม่สิ นี่เรียกว่าหอกดาราดาวแกะ ก็จำเป็นต้องยอมเสียสละเช่นนั้น

แต่อาจารย์,เสี่ยวซิ่วไม่กลัวเจ็บ เสี่ยวซิ่วกลัวแต่เพียงว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้แม้ว่าจะทุ่มเทความพยายามไปทั้งหมด

หลิงซิ่วพันผ้าคลุมตนเองทั้งหมด มันไม่มีประโยชน์ต่อการบรรเทาอาการเจ็บปวดอีกต่อไป  แต่หลิงซิ่วใช้ผ้าพันตัวจนเคยชินขณะที่เขาพันรอบตัวจนแน่น

เขาสวมชุดยาวขาวลายทองและคว้าหอกเงินมาถือไว้ข้างตัว

ตาของหลิงซิ่วมีสีเย็นชา

โดยไม่มีการเตือนใดๆหอกของเขาแทงทะลุผนังด้วยการสะบัดข้อมือเล็กน้อย

เสียงครางได้ยินออกมาจากนอกผนังอาคาร

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด