ตอนที่แล้วเล่ม 3 ตอนที่ 5 : ปฏิบัติการทำลายล้างปืนใหญ่มอดไหม้ (3) [อ่านฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่ม 3 ตอนที่ 5 : ปฏิบัติการทำลายล้างปืนใหญ่มอดไหม้ (5) [อ่านฟรี]

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

==========

เล่ม 3 ตอนที่ 5 : ปฏิบัติการทำลายล้างปืนใหญ่มอดไหม้ (4)

เป็นจัสติสแมนและกองกำลังสำรอง พวกเขามาถึงพร้อมกับลูกเรือทั้งสิบสองคนของซิลเวอร์แอร์โรว์ที่กำลังลากเอาวัตถุขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีน้ำเงินออกมา มันคือปืนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในรูปลักษณ์สามง่าม มันคือหอกแห่งธอร์ทั้งครั้งหนึ่งเคยติดตั้งเอาไว้บนเรือเหาะ

ใช่แล้ว มันคือไพ่ตายฉุกเฉินที่อาร์คนำออกมาใช้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่กลุ่ม B จะสามารถจัดการมอนสเตอร์กว่าร้อยภายในเวลาที่กำหนดได้ ระหว่างที่คิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ เขาจึงจดจำภาพที่ได้เห็นจากบนเรือเหาะได้ หอกแห่งธอร์ มันมีพลังอำนาจที่สามารถจัดการเป่ามอนสเตอร์นับสามร้อยตัวให้สิ้นซากไปได้!

ข้อสรุปที่เขาได้รับฟังจากจาเบลและช่างเทคนิคคือหอกแห่งธอร์ไม่ได้รับความเสียหายมากนักจากการลงจอดฉุกเฉิน ดังนั้นแล้ว เขาจึงรู้ว่าถ้าหากสามารถประจุพลังงานเวทมนตร์ที่หลงเหลืออยู่ในเครื่องยนต์เข้าไปได้ พวกเขาจะสามารถยิงมันออกได้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง ปัญหาคือมันจำเป็นต้องใช้เวลาแยกส่วนออกมาจากโครงสร้างของเรือเหาะ และต้องประกอบมันใหม่เข้ากับเครื่องยนต์ จากนั้นจึงค่อยทำการลากขนส่งมันมายังปืนใหญ่มอดไหม้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมอาร์คจึงยอมเสียเวลาอันมีค่าจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดที่พบตามทาง มันก็เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางที่โล่งกว้างอำนวยความสะดวกให้กองกำลังสำรองที่ตามมาทีหลังนั่นเอง

“มาถึงจนได้ สายเอาการเลยนะ!”

“ทุกคนแบ่งกำลังออกเป็นสองด้านและถอยกลับด้วยความเร็วสูงสุด!” ครอสที่ตระหนักได้ว่าอะไรเป็นอะไรในท้ายที่สุดจึงเร่งร้อนออกคำสั่ง

พวกองครักษ์ต่างลดโล่ลงขณะวิ่งถอยหนีกลับไปด้านหลัง แรงสั่นสะเทือนคล้ายมันสามารถระเบิดออกได้ทุกวินาที ขณะนั้นเอง หอกแห่งธอร์ได้ปลดปล่อยสายฟ้าออกมา

วูบ ตู้ม!

แสงสีน้ำเงินที่แทงทะลวงความมืดเข้าใส่จนย้อมพื้นดินเป็นสีน้ำเงินไปด้วย ในเมื่อมันได้รับการประจุพลังงานชั่วคราวจากเครื่องยนต์พลังเวทมนตร์ ความสามารถของมันจึงลดน้อยลงกว่าที่เคยเป็นเมื่ออยู่บนเรือเหาะ แต่กระนั้นแล้วมันก็มากพอที่จะพลิกกลับสถานการณ์ได้

พวกมอนสเตอร์ที่โดนประกายแสงเข้าโอบล้อม ในทันทีถึงกับสูญเสียพลังชีวิตจนตกอยู่ในสภาวะวิกฤต กระทั่งฮิปตันที่มีพลังชีวิตหลักพันยังสูญเสียจนเหลือเพียงแค่ 30% และกระทั่งว่ามันยังมีผลอัมพาตจากสายฟ้าที่เสริมเข้าไปด้วย!

“ตอนนี้แหละ บุก!”

“โอ้ว!”

ขณะที่ครอสออกคำสั่ง พวกองครักษ์ทั้งหมดจึงเร่งร้อนพุ่งเข้าไปปะทะด้วยขวัญกำลังใจที่เต็มเปี่ยม

กระทั่งว่าศัตรูมีจำนวนมากกว่านับสิบเท่า แต่เรื่องราวในตอนนี้มันแตกต่างออกไปเมื่อศัตรูทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสภาวะวิกฤต อีกทั้งพวกมันยังโดนผลของอัมพาต มันจึงไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นไล่กาที่รอการโดนเชือด ในเมื่อกองกำลังอาสาสมัครเข้าร่วมด้วยแล้ว มอนสเตอร์เหล่านั้นจึงถูกลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว อาร์คเองก็วิ่งไปรอบขณะสังหารมอนสเตอร์ ขณะนั้นเองแชมบาร่าได้ร้องตะโกนจากด้านข้าง

“ไอ้บ้า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาทำแบบนี้!”

“ว่าอะไร?”

“ภารกิจจำกัดเวลา!”

โดยทันทีอาร์คจึงดึงสติกลับคืนมาได้ เขาเร่งร้อนตรวจสอบหน้าต่างภารกิจและพบว่าตอนนี้มันเหลือเวลาอีกเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น

‘สวนกลับฉับพลัน!’

อาร์คใช้ทักษะต่อเนื่องเข้าผลักดันดงมอนสเตอร์เงาและวิ่งเข้าไปหากระบอกปืนใหญ่ เมื่อเขาเข้ามาถึงวงใน เขาได้เห็นแหล่งพลังงานที่กำลังปล่อยกลุ่มควันสีดำอยู่ภายในท่อที่ซับซ้อนคล้ายวงกตก็ไม่ปาน ด้วยสัญชาตญาณเขารู้โดยทันทีว่าควรวางระเบิดเวทมนตร์เอาไว้ตำแหน่งไหน

‘ตรงนั้น!’

“เจ้านาย ระวัง!”

ในขณะที่อาร์คก้าวเข้าไป เดดริคได้กรีดร้องออกมา เขาตอบสนองโดยการกระโดดถอยกลับ ขณะนั้นเองขวานยักษ์ได้พุ่งผ่านระเบิดพลังเข้าใส่พื้นตรงที่เขาเคยอยู่

“มนุษย์ที่ขวัญกล้าถึงกับบังอาจกล้าเข้ามายุ่งกับปืนใหญ่มอดไหม้ที่ข้าคุ้มกัน!”

‘ยังมีมอนสเตอร์เหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย?’

ด้วยความแปลกใจ อาร์คหันศีรษะกลับไปมอง ในทันทีเขาจึงได้เห็นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ผุดออกจากความมืดที่ทั้งหน้าอกและไหล่กำลังสั่นกระเพื่อม

ขณะที่กระโจนตัวขึ้นสู่อากาศ อาร์คจึงม้วนตัวถอยออกจากปืนใหญ่มอดไหม้ เมื่อเขาม้วนตัวเสร็จสิ้นและยันกายขึ้น มอนสเตอร์ที่กำลังถือขวานสีแดงโลหิตจึงเดินออกมาจากปืนใหญ่มอดไหม้

มันเป็นมอนสเตอร์เงาที่สูงกว่าห้าเมตรและสวมใส่ชุดเกราะเพลทหนาอย่างเต็มยศ!

ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาต่อหน้าเขาโดยทันที

 

=====

มินิบอสมอนสเตอร์ ‘กัปตันพลปืนนารัค’ ปรากฏตัว!

=====

 

‘บ้าฉิบ มินิบอส…!’

“เจ้ามนุษย์ ลงนรกเสีย!” นารัคตัวสั่นขณะวิ่งมุ่งมาจากด้านหน้า

อาร์คปัดป้องขวานของนารัคเอาไว้ขณะโจมตีสวนกลับ ทักษะต่อเนื่อง! ทว่านารัคเพียงแค่ถอยกลับไปก้าวเดียวขณะพุ่งขวานใหญ่นั้นเข้าใส่ราวกับบ้าคลั่งไปก็ไม่ปาน

แคร๊ง แคร๊ง!

เขายกดาบขึ้นปัดป้อง แต่แล้วมันก็ทำให้สูญเสียพลังชีวิตไปถึง 150 หน่วย

เลเวลของนารัคมากถึง 130 ในเมื่อมันเป็นมินิบอส นั่นก็หมายความว่าคงไม่ได้มีพลังชีวิตที่มากมายดังเช่นบอสตามปกติ แต่เลเวลของมันกลับเหนือล้ำเสียยิ่งกว่าอเดเลียนที่อาร์คเคยพบเจอในท้องของแกลลิคเสียอีก นอกจากนี้ ในเมื่อมันสวมใส่ชุดเกราะเพลทที่ดูแล้วน่าจะหนาหลายเซนติเมตร พลังอำนาจการป้องกันของมันย่อมไม่อาจนำอเดเลียนมาเทียบเคียงได้เลย

“บ้าจริง คมดาบแห่งความมืด!”

อาร์คเตะพื้นขณะพุ่งตัวออกไปเหวี่ยงดาบเข้าใส่ ขณะที่คมดาบกลับกลายเป็นความมืดเสียดแทงเข้าลำคอของนารัค มันกรีดร้องออกมา การโจมตีคริติคอลที่ไม่สนพลังป้องกัน! ทว่า ราวกับเขาไม่ได้โจมตีเข้าใส่ นารัคกลับสามารถคว้าคออาร์คเอาไว้ขณะยกขึ้นมา มันกำลังใช้แรงของมันคิดเหวี่ยงตัวเขาออกไป

“เจ้ามนุษย์ที่บังอาจ!”

“พุ่งปะทะความมืด!”

เดดริคได้พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงเข้าที่จมูกของนารัค ขณะที่นารัคถอยเท้ากลับ เจ้ากะโหลกจึงเร่งร้อนม้วนตัวไปอยู่เบื้องล่างเท้าของมัน ขณะที่มันก้าวเท้าเหยียบเจ้ากะโหลกจึงทำให้สูญเสียสมดุลการทรงตัวไป นารัคเริ่มซวนเซ ขณะนั้นเอง เงาที่กำลังม้วนตัวอยู่ห่างออกไปจึงเริ่มกระโจนเข้าใส่ราวเสือดำขณะกริชทั้งสองโรมรันกรีดแทงเข้าใส่ข้อมือของนารัค

ท้ายที่สุด มือที่กำคอของเขาเอาไว้ก็ถูกปล่อยออก อาร์คจึงพยายามเตะเพื่อได้รับอิสระกลับคืน คล้ายกับแมวถีบเข้าใส่ อาร์คสูดลมหายใจลึกขณะหันศีรษะกลับไปมอง บุคคลที่โจมตีเข้าใส่ข้อมือของนารัคด้วยกริชคู่นั้น ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากแชมบาร่า อาร์คหัวเราะออกขณะหายใจติดขัด

“ไม่คิดนะว่านายจะเข้ามาช่วยแม้ไม่ได้เรียกก็ตาม”

“นายตายไปไม่ส่งผลดีอะไรกับฉัน” แชมบาร่าพึมพำขณะจ้องมองนารัคที่กำลังหมอบคลานอยู่ “คนอื่นต่างกำลังวุ่นวายพัวพันการต่อสู้กับลูกสมุน เหลือแค่นายกับฉันแล้ว”

“คงเป็นงั้น…” อาร์คพยักหน้า พวกองครักษ์และกองกำลังสำรองต่างกำลังวุ่นวายต่อสู้กับมอนสเตอร์ร่วมสามร้อยตัว ที่จริง มันคงมีปัญหาเพิ่มขึ้นหากพวกเขาตัดสินใจเข้ามาช่วย ถ้าหากนารัคและมอนสเตอร์ทั้งสามร้อยตัวสามารถโจมตีประชิดเข้าใส่ได้ สถานการณ์มันจะเปลี่ยนเป็นยุ่งยากเข้าไปอีก

“ฉันจะเข้าไปเปิดก่อน นายก็ร่วมโจมตีเท่าที่ทำได้แล้วกัน!”

ขณะที่แชมบาร่าแสดงฝีมือ ร่างของเขาได้หายไปพร้อมเสียงฟุ่บจากจุดที่เคยนั่งอยู่ จากนั้น ฉับพลันเขาไปได้ไปโผล่ขึ้นที่เบื้องหน้าห่างออกไปหลายเมตรขณะเหวี่ยงกริชเข้าใส่นารัค ด้วยเสียงคำราม เขาลั่นการโจมตีคริติคอลเข้าใส่ นารัคเหวี่ยงขวานใหญ่ของมันขณะร้องโพล่งโทสะออกมา ทว่าแชมบาร่าสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีทั้งหมดไปได้ด้วยการเคลื่อนเท้าอันไหลลื่น มันเหมือนกับเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการที่พื้นลื่นเลยแม้แต่น้อย จากนั้น ด้วยการการโจมตีอย่างต่อเนื่องของกริชที่กรีดแทงเข้าใส่พร้อมการเคลื่อนไหวที่สามารถหลบเลี่ยง อีกทั้งการโจมตีทั้งหมดยังเป็นแบบคริติคอล มันคล้ายกับการโจมตีสวนกลับของอาร์ค แต่พวกมันเหล่านี้มีฝีไม้ลายมือที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าและเคลื่อนไหวได้ไหลลื่นกว่ามาก!

‘การเคลื่อนไหวนั่น เหมือนเคยเห็นที่ไหนกันนะ…’

ขณะที่จมลึกเข้าสู่ความทรงจำ ไม่ช้าอาร์คก็นึกออก

‘ใช่แล้ว เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน!’

ย้อนกลับไปสมัยยังเรียนอยู่ มันมีนัดประลองกระชับมิตรระหว่างสำนักเทควันโดและสำนักกังฟู โดยผู้ฝึกสอนเป็นคนริเริ่มความคิดนี้กันขึ้นมา จากนั้น เมื่อจ้าวสำนักทั้งสองออกมาประมือกัน เขาได้เห็นว่าปรมาจารย์กังฟูได้แสดงการเคลื่อนไหวอันยอดเยี่ยม เขาได้เห็นปรมาจารย์กังฟูที่สามารถหลบเลี่ยงลูกเตะโจมตีของปรมาจารย์เทควันโดที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ได้ อีกทั้งยังสวนกลับด้วยการเคลื่อนไหวที่คล้ายกับแชมบาร่าจนทำให้เหล่าศิษย์ได้ปลาบปลื้ม

เขาคิดว่าปรมาจารย์กังฟูเรียกเคล็ดวิชานี้ว่า ‘โคจรลมปราณ’

ความรู้สึกที่ปรมาจารย์กังฟูเคลื่อนไหวและเผยขึ้นนั้น มันคล้ายกับแชมบาร่ามาก อีกฝ่ายสามารถหลบเลี่ยงขวานของนารัคที่เหวี่ยงเข้าใส่ได้ในระยะเพียงแค่ปลายนิ้วด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าฝีมือก็อยู่ส่วนฝีมือ เกมก็คือเกม ไม่ว่าจะมีฝีมือการโคจรลมปราณมากเพียงใด ความเสียหายที่ระบบลงทะเบียนเอาไว้มันก็ไม่อาจมองข้ามได้ ทว่าเมื่ออาร์คตรวจสอบพลังชีวิตของแชมบาร่า ดูเหมือนการโคจรลมปราณจะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับไปได้ถึง 80% หากกระทำได้สำเร็จ

‘คงเหมือนที่คิดไว้ แชมบาร่าไม่ได้มีเพียงแค่ทักษะพิเศษเท่านั้น’

อาร์คได้เรียนรู้เทควันโดจนได้รับทักษะลับในเกมเป็นเซตมา แชมบาร่าเองก็ใช้ศิลปะการต่อสู้ของจีนเพื่อได้รับสิ่งที่คล้ายกันนี้มาเช่นเดียวกัน แชมบาล่ามีความเชื่อมั่นอย่างแปลกประหลาดที่อาร์ครู้สึกได้ตั้งแต่ตอนเริ่มการต่อสู้ เพราะเรื่องนี้เองสินะ

‘ก็นะ ที่จัสติสแมนนิมได้เรียนยิวยิตสูมาก็เพราะมันเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากโลกความเป็นจริง ถ้าหากเขาคืออีกคนที่ได้เรียนศิลปะการต่อสู้เหมือนอย่างเรากับจัสติสแมน งั้นมันก็หมายความว่าฝีมือการต่อสู้ของอีกฝ่ายต้องอยู่ระดับสูงอย่างแน่นอน’

“นี่นายเหม่อทำบ้าอะไรกันเนี่ย?” ขณะที่อาร์คเหม่อมองอยู่นั้น แชมบาร่าได้ตะโกนออกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ถ้านายรู้ว่าฉันใช้อะไร ก็หมายความว่านายควรรู้นะว่าต้องทำอะไร”

แน่นอนว่าเขารู้ อาร์คที่กลับมามีสติได้อีกครั้งก็ต้องขอบคุณแชมบาร่า เขาเริ่มลดระยะห่างระหว่างนารัคด้วยการเคลื่อนเข้าไปใกล้ พื้นฐานของศิลปะการต่อสู้มันก็คือการเคลื่อนเท้า โดยเฉพาะกับเทควันโดที่ต้องใช้ลูกเตะ การเคลื่อนเท้าคือพื้นฐานอันสำคัญที่จะตัดสินระดับการโจมตีและป้องกันได้เลยทีเดียว ขณะที่มองหาจังหวะอยู่นั้นเอง อาร์คได้กลั้นลมหายใจพร้อมกับเหวี่ยงลูกเตะออกไปอย่างรุนแรง

ลูกเตะเสย เตะหน้า เตะหลัง!

ด้วยลูกเตะของเขาที่โรมรันราวสายลมพัดเข้าปะทะ กระทั่งนารัคยังต้องเริ่มถอยกลับ ขณะที่อาร์คปล่อยการโจมตีอย่างสุดกำลังอยู่ แชมบาร่าจึงเพิ่มความเร็วการโจมตียิ่งขึ้นไป เมื่อถึงระยะห่างระหว่างลูกเตะแต่ละครั้ง กริชคู่ของแชมบาร่าก็จะเข้าไปโจมตีเข้าใส่อย่างทันท่วงที ราวกับเขารอคอยโอกาสเหล่านี้อยู่ก็ไม่ปาน เทควันโดและกังฟู ทั้งสองเป็นศิลปะการต่อสู้อันเป็นที่สุด พวกมันถึงกับสามารถประสานการโจมตีกันได้ภายในเกมเสมือนจริงแห่งนี้ ในเมื่อเดดริคและเจ้ากะโหลกได้ผ่านประสบการณ์การต่อสู้ร่วมกับอาร์คมานับไม่ถ้วน เมื่อมีพวกมันคอยสนับสนุนช่วยเหลือ มันก็ยิ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าทึ่งมากเท่านั้น

“อึก เจ้ามนุษย์!”

นารัคไม่อาจแม้กระทั่งเหวี่ยงขวานของมัน ทำได้เพียงก้าวถอยหลังไปก้าวแล้วก้าวเล่า

‘ความรู้สึกนี้แปลกชะมัด’

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สู้ร่วมกับแชมบาร่า แต่การประสานของพวกเขานั้นเป็นไปได้อย่างดียิ่ง ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่อาร์คเคยร่วมต่อสู้ด้วยมานานยิ่ง บางทีอาจเป็นเพราะทั้งสองคือผู้ที่เดินในหนทางแห่งศิลปะการต่อสู้มาชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือไม่ก็เพราะทั้งสองเข้าใจระบบซึ่งกันและกันอีกทั้งยังเป็นธาตุมืดเช่นเดียวกัน กังฟูของแชมบาร่า กับลูกเตะของอาร์ค ทั้งสองเป็นสิ่งที่รวมกันและเสริมประสานกันเพื่อโค่นนารัค

ที่จริง มันยังมีความหมายอีกอย่างสำหรับการร่วมมือของทั้งสองอาชีพเช่นนี้ ทั้งผู้เดินทางแห่งความมืดและนักบุญมือสังหารในนิวเวิลด์ ในประวัติศาสตร์ของเกม อาชีพทั้งสองได้มีความเชื่อมโยงถึงกันในช่วงร้อยปีแห่งความมืด ทว่า ความเป็นจริงนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบแม้แต่อาร์คหรือแชมบาร่า

ทว่า นารัคเองก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ กระทั่งว่าทั้งอาร์คและแชมบาร่าร่วมแรงกันโจมตีเข้าใส่กว่าสิบนาที พลังชีวิตของมันก็ลดลงไปเพียงแค่ 40% เท่านั้น อีกทางหนึ่ง พวกเขาที่โจมตีเข้าใส่อย่างเต็มที่จำต้องแลกด้วยพลังชีวิตถึง 20% โชคยังดีที่พวกองครักษ์และกองกำลังสำรองเสร็จสิ้นการจัดการลูกสมุนและเข้ามาช่วยเหลือ ดังนั้นแล้ว ทั้งอาร์คและแชมบาร่าจึงสามารถได้รับบัพจากบทเพลงของโรโค่ โรโค่ได้ร้องเพลง ‘บทเพลงแห่งการฟื้นฟู’ เพื่อช่วยฟื้นฟูพลังชีวิต 200 หน่วยในระยะเวลาสามนาทีอย่างไม่หยุดพัก ดังนั้นแล้ว ตราบเท่าที่พวกเขาไม่โดนการโจมตีอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็จะสามารถรักษาพลังชีวิตเอาไว้ได้

‘เหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนที่ภารกิจจะหมดเวลา เราสามารถชนะมันได้ถ้าร่วมมือกับแชมบาร่า!’

ขณะนั้น เมื่ออาร์คมั่นใจได้ถึงชัยชนะ กระเป๋าของเขาจึงสั่นไหวพร้อมกับเปิดออกด้วยตัวของมันเอง

มันคือลูกแก้วขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่กำลังทอประกายแสงสีแดงออกมาจากภายในกระเป๋า

เป็นระเบิดเวทมนตร์กำลังปลดปล่อยพลังมานาออกมา!

 

=====

ระยะเวลาก่อนระเบิดเวทมนตร์จะทำการระเบิด 59 วินาที

=====

 

“บ้าฉิบ อีกหนึ่งนาที…!”

สีหน้าของอาร์คซีดเผือด ตอนนี้เขาเพิ่งคิดได้ เขาลืมคิดถึงความจริงที่ว่าระเบิดเวทมนตร์มีระยะเวลาเร็วกว่าสิบนาทีก่อนภารกิจจะเสร็จสิ้นในการคำนวณแผนการ ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถจบสิ้นการต่อสู้นี้ได้ภายในหนึ่งนาที ระเบิดมันจะระเบิดออก! ทั้งอาร์คและแชมบาร่า แน่นอน รวมถึงกลุ่ม B ทุกคนต้องได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

‘บ้าจริง มันเป็นไปไม่ได้! เราไม่อาจล้มนารัคได้ในเวลาเพียงแค่นาทีเดียว!’

ถ้าหากระเบิดออกในสภาพเช่นนี้ พวกเขาจะถูกกำจัดทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นแล้วมันก็เหลือวิธีการเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องยอมแพ้เรื่องภารกิจนี้และโยนระเบิดออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อได้เข้าใจถึงสถานการณ์ แชมบาร่าจึงตะโกนออกด้วยน้ำเสียงที่เร่งร้อน “ปล่อยภารกิจไป! นายจะทำลายตัวเองเพราะแต้มสะสมเพียงเท่านี้ไม่ได้!”

“ฉันรู้น่า!”

‘บ้าจริง นี่เราต้องยอมแพ้ทั้งที่ภารกิจดำเนินมาไกลถึงขนาดนี้แล้วเนี่ยนะ…’

แต่มันก็ไม่มีทางเลือกแล้ว

‘ช่วยไม่ได้ละนะ’

ขณะที่อาร์คกำลังกัดฟันแน่น เขาดึงเอาระเบิดเวทมนตร์ออกมา ในเวลาประจวบเหมาะ แชมบาร่าได้ลดพลังชีวิตของนารัคไปจนถึง 50% แล้ว ในทันที นารัคจึงทิ้งขวานของมันลงกับพื้นดังสนั่นพร้อมตะโกนลั่นสู่ท้องฟ้าออกมา

“พวกแก… ข้าจะฆ่าให้หมด โอ้ว!”

และขณะนั้นเองที่ร่างของอาร์คกลับกลายเป็นแข็งทื่อ

‘โอ้ ไม่นะ ไม่!’

 

=====

ทักษะพิเศษของนารัค ‘คำราม’ ส่งผลกระทบ

ทุกผู้เล่นและเอ็นพีซีที่อยู่ในระยะทั้งหมดจะโดนผลความหวาดกลัวอันรุนแรงที่เข้าแทรกแซงจิตใจและร่างกายเป็นเวลา 1 นาที!

=====

 

“เคี๊ยก แกจงปลิวไปซะ!”

ดวงตาของนารัคเป็นประกายขณะเข้ามาใกล้

‘จบแค่นี้งั้นเหรอ?’

อาร์คกำลังสิ้นหวัง ถ้าหากเขาโดนนารัคโจมตีเข้าใส่ในลักษณะนี้ เขาต้องตายอย่างแน่นอน กระทั่งว่าไม่โดนโจมตี เขาก็ต้องตายเพราะระเบิดเวทมนตร์อยู่แล้ว ตราบเท่าที่เขายังโดนผลอัมพาต จุดจบมันก็เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

 

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...