ตอนที่แล้วบทที่ 15: เคล็ดวิชาอสนีวารี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 17: การต่อสู้อันยิ่งใหญ่

บทที่ 16: เจ้าเล่ห์เพทุบาย


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

บทที่ 16: เจ้าเล่ห์เพทุบาย

หวางซุงยกถ้วยน้ำชาตรงหน้าขึ้นมาจิบ เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจในตัวชา กลิ่นหอมของมันทำให้เขาคลายความกังวลใจ จึงอดไม่ได้ที่จะชมเชยออกมา “ศิษย์น้อง เจ้าทั้งมีเชื้อสายของราชวงศ์ แม้กระทั่งชาอย่างดีของเจ้ามันทำให้ข้ารู้สึกสดชื่นยิ่ง!”

ในความจริงแล้ว หานหลิงเฟิงนั้นคือองค์หญิงของประเทศจีน เพียงแต่ว่าตัวตนของนางนั้นถูกปกปิดไว้ เหล่าศิษย์นอกนั้นมิอาจทราบเรื่องราวนี้ได้ เจ้าลิงหรือเหล่าทาสคนอื่น ๆ ก็ไม่รู้เช่นกัน แม้ว่าเธอนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่นในเสวียนเทียน เหตุด้วยว่าเหล่าผู้ฝึกฝนพลังที่แข็งแกร่งนั้นมิได้สนใจในสถานะของนางมากนัก เพราะครอบครัวของมนุษย์นั้นก็คือมนุษย์

“อา ศิษย์พี่ ท่านยกยอข้ามากเกินไปแล้ว มันเป็นเพียงชาที่มาจากมนุษย์ มีส่วนผสมของปราณจิตวิญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มิได้มากมายอันใด!” หานหลิงเฟิงยกยิ้มพร้อมตอบกลับอย่างนุ่มนวล

“เพียงเท่านี้ก็นับว่าหาดื่มได้ยากยิ่งนัก!” หวางซุงยิ้มออกมาอย่างขมขื่นในขณะที่พูด

“หากว่าศิษย์พี่ทั้งสองนั้นปรารถนาจะดื่มมันอีกครา ข้าผู้นี้จักนำมันไปให้แก่ท่านพี่ในภายหลัง!” หานหลิงเฟิงยิ้มพร้อมตอบกลับทันที

“พวกเราจะมีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้อย่างไร!” ชายวัยสามสิบแต่งตัวแปลกประหลาดอีกคนที่อยู่ข้างกับหวางซุงกล่าวออกมาอย่างกะทันหัน

“อา อย่าได้กังวล มันเป็นเพียงชาบางส่วนเท่านั้น! มิได้มีมูลค่ามากนัก!” หานหลิงเฟิงตอบกลับอย่างไร้ความกังวลใด ๆ ด้วยศักดิ์ที่เป็นถึงเจ้าหญิงของนาง เพียงชาเท่านี้มิได้สร้างปัญหาใด ๆ เลยให้กับนาง อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายต่อน้ำหนักของมันหนึ่งร้อยจินนั้น ก็ยังไม่เหมาะสมกับหินจิตวิญญาณหนึ่งก้อน แต่ถ้าหากแลกกับได้สนิทสนมกับบุคคลที่มีความสามารถและพรสวรรค์ นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวล

“ศิษย์น้องช่างมีน้ำใจ!” หวางซุงทราบเจตนาของนางดีว่า นางนั้นต้องการสร้างสัมพันธ์ฉันเพื่อน ถ้าหากเขามิยอมรับมันไว้คงจะไม่ดีนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะยอมรับมันไว้พร้อมกับเฝ้านึกถึงสิ่งที่หัวใจของเขาปรารถนา ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หวางซุงนั้นมีความคิดบางอย่างต่อหานหลิงเฟิง นางคือหญิงสาวชนชั้นสูงบวกกับความงดงามของนางที่มากกว่าผู้อื่น ประการหนึ่งคือในสำนักเสวียนเทียนนั้นการแต่งงานมิได้เป็นข้อห้าม เพราะแม้แต่ปรมาจารย์ของนิกายนั้นยังมีคู่ครอง

ชายอีกคนรีบกล่าวคำขอบคุณ

“มิต้องมีพิธีรีตองมากนักหรอกศิษย์พี่!” หานหลิงเฟิงยิ้มออกมา พร้อมกล่าวอย่างเหลืออด นั่นทำให้หวางซุงและชายข้างกายนั้นรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

หานหลิงเฟิงนั้นกำลังไตร่ตรอง เพราะว่านางก็รู้สึกแปลกอยู่ภายในใจ จึงกล่าวออกไปกับเขาทั้งสอง “ศิษย์พี่ทั้งสอง ข้าได้ทราบข่าวมาว่าเจ้าคนรับใช้ซ่งจงนั้นกลับมาเสียแล้ว เราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีหรือ?”

“เขาจากไปเพียงครึ่งค่อนวันแล้วกลับมา ข้าคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกประหลาดเกินไป!” หวางซุงตอบกลับ “ท่านก็คงทราบดีว่าการเดินทางไปกลับนั้นใช้หินจิตวิญญาณถึงสี่สิบก้อน! แม้กระทั่งเรายังมิสามารถใช้จ่ายมันออกไปโดยง่าย การที่เขาทำในลักษณะนี้ได้นั้น ข้าเกรงว่าจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกัน!”

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าซ่งจงนั้นมีน้องชายที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ เขาเรียกมันว่าเจ้าลิง เมื่อวานเขาถูกลูกพี่ลูกน้องของหวางซุงนั้นเล่นงานจนแพ้พ่าย ถ้าหากไม่มียาอายุวัฒนะมารักษาแล้ว เขาจักต้องกลายเป็นง่อยตลอดไป!” ชายวัยสามสิบกล่าวขึ้นมา “พวกเจ้าคิดหรือไม่ว่าซ่งจงนั้นออกไปซื้อยาเพื่อกลับมารักษาเขา?”

“นี่แหละ!” หานหลิงเฟิงกล่าวออกมาพร้อมคิดตาม “ศิษย์พี่ซุง ข้าว่าเรื่องราวมันเป็นเช่นนี้แล!”

“แต่ในนิกายนั้นก็มีร้านขายยาอายุวัฒนะขายให้กับเหล่าสาวกอยู่แล้ว แถมค่าใช้จ่ายของมันก็ถูกกว่ากันมาก!” หวางซุง ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า “เว้นเสียแต่เจ้าโง่นั่นมันคาดเดาได้ว่าเราต้องการจะสร้างปัญหาให้แก่มัน เขาเลยตัดสินใจที่จะละเลยสิ่งที่อยู่ใกล้ พร้อมกับไปร้องขอสิ่งนั้นในพื้นที่ที่ห่างไกล!”

“ข้าเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น แม้ว่าเจ้าซ่งจงนั้นจะดูโง่เขลา แต่ข้ามองว่าเขานั้นเป็นคนที่มีปัญญาแหลมคมมากเสียด้วยซ้ำ ความโง่ที่เรามองเห็นกันอยู่นั้นเป็นเพียงการแสดง!” หานหลิงเฟิงกล่าวออกมาแบบนั้นอย่างช่วยไม่ได้

“ถ้าหากเป็นเช่นนั้น คงอธิบายได้สองเรื่อง ประการแรกคือเจ้าลิงนั่นสำคัญกับเขามาก สองคือเขาอาจจะครอบครองหินจิตวิญญาณมากมาย!” พี่ใหญ่จางกล่าวออกมา “ถ้าหินจิตวิญญาณเหล่านั้นถูกทิ้งไว้โดยบิดามารดาของเขา ถ้าหากคิดต่อไปเพียงนิด ข้าว่าเขาอาจจะครอบครองอุปกรณ์วิเศษอยู่!”

หวางซุงรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังพูดนั้นคือการสร้างสงคราม ถ้าหากเขานั้นมิได้รับผลประโยชน์อันใด เขาไม่มีสิทธิ์ในการฆ่าศิษย์นอกได้ สิ่งที่ต้องตระหนักคือถ้าหากเขาฆ่าศิษย์นอก บทลงโทษคือการทำให้ไม่สามารถฝึกตนได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐานใด ก็จะไม่สามารถมีใครเอาผิดได้!

หวางซุงและหานหลิงเฟิงสบตากัน พร้อมพยักหน้าเพราะทราบถึงความต้องการของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างดี ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าเจ้าอ้วนนั้นกลับมาแล้ว พวกเขาได้นัดหมายเพื่อมาพบกันในทันที หลังจากจบการสนทนาแล้ว พวกเขาเปิดประเด็นว่าเหตุใดเจ้าอ้วนนั้นถึงครอบครองหินจิตวิญญาณมากมายถึงเพียงนั้น เพราะแม้แต่เขาที่มีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ยังมิกล้าที่จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และเพื่อความปลอดภัยเขาจึงเชิญคนที่หวางซุงนั้นรู้จักดี นั่นก็คือ จางชิงหลง เขาเป็นถึงเซียนเทียนระดับที่เจ็ดแล้ว อีกทั้งเขายังมีเครื่องมือระดับสาม และมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าหวางซุงและหานหลิงเฟิง

“อือ ไม่ว่าเจ้าอ้วนนั่นจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน เขาก็ยังเป็นแค่ระดับเซียนเทียนขั้นแรกเท่านั้น ต่อหน้าพี่ชายผู้นี้มันไม่มีสิ่งใดนอกจากไขมันที่อยู่ในตัว ตราบใดที่พี่ใหญ่ต้องการกำจัดมัน พวกเหล่าอุปกรณ์วิเศษต่าง ๆ นั้นจะเป็นของท่านโดยมิต้องสงสัย!” หานหลิงเฟิงกล่าวออกมาพร้อมยกยิ้ม

“แต่ถ้าหากว่าเขาโป้ปดจะเป็นอย่างไรกันเล่า หากว่าเขานั้นไม่มีอุปกรณ์วิเศษใด ๆ?” หวางซุงถามกลับ

“ถึงอย่างนั้นมันก็ควรจะมีหินจิตวิญญาณมากมายอยู่กับตัว ถ้าไม่อย่างนั้นมันคงเดินทางไปยังนครเวหามิได้!” หวางซุงกล่าวขอโทษทันที “ใช่แล้ว ถ้าหากพี่ใหญ่นั้นมิได้กำไรอันใดจากการกระทำในครานี้ ข้ายินดีที่จะจ่ายให้ท่านเป็นหินจิตวิญญาณสิบก้อนอย่างแน่นอน!”

“ไม่จำเป็นสำหรับเรื่องนั้น!” พี่ใหญ่จางหัวเราะออกมา “พวกเราอยู่ภายใต้นิกายเดียวกัน มิแปลกที่เราจักช่วยเหลือเกื้อกูลกัน!” เขากล่าวออกมาราวกับว่าการฆ่าเจ้าอ้วนไขมันหนาเตอะนั่นทิ้งเป็นเรื่องภายในนิกาย และมันเป็นศัตรูของพวกเขา

หานหลิงเฟิงและหวางซุงนั้นคงไม่อาจมีทางที่จะมาหลอกใช้ยืมมือเขาเป็นแน่ เพราะการที่พวกเขาทั้งสองสรรเสริญเขานั้นทำให้เขารู้สึกดีมาก

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งสามก็ผลัดเปลี่ยนไปสนทนาเรื่องอื่น ในเวลานี้ท้องฟ้านั้นยังคงสดใสและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าคนโดยเปิดเผย ดังนั้นเขาจึงส่งคนเพียงหยิบมือไปสอดส่องคอยจับตาดูที่กระท่อมน้อยของเจ้าอ้วน หลังจากที่ตะวันตกจากฟ้าเมื่อใด พวกเขาจะไปเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกชีวิตของมันทันที!

ในคืนที่พระจันทร์นั้นมาเยือนที่ยอดภูเขา ผู้ฝึกตนพลังระดับเซียนเทียน พวกเขาได้มาถึงกระท่อมน้อยที่อยู่ในสภาพร้าง สามารถมองเห็นเหล่ามดที่เดินเรียงรายอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน

ณ ตอนนี้ กลุ่มชายหญิงสามคนมารวมด้วย พร้อมเจตนาฆ่าฟันที่พวยพุ่งออกมาจากตัวของเขา พวกเขากำลังบินไปหลบเพื่อรอคอยเจ้าอ้วนอยู่ในสถานที่ใกล้เคียงกับกระท่อมร้างนั่น

เมื่อพวกเขาลงจากดาบบินแล้ว คนรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งปรี่มาหาพวกเขาทันที เขารายงานหวางซุงด้วยความตื่นเต้น “นายท่าน เจ้าอ้วนนั้นกลับมาตั้งแต่ช่วงคล้อยบ่าย ข้าเฝ้าดูและพบว่ามันได้นอนหลับไปจนถึงเวลานี้!”

“มันบินกลับมาด้วยดาบงั้นหรือ?” หวางซุงถามกลับ

“ขอรับ!” คนใช้รีบตอบกลับ

“แล้วดาบบินของมันนั้นคือแบบไหน?” หวางซุงถามกลับอย่างร้อนรน

“จะเป็นกระไรได้อีกหรือ? มันใช้เพียงดาบบินที่เป็นเศษเหล็กผุพังที่นิกายมอบให้ คนงี่เง่าที่ไม่รู้วิธีบินหลบแล้วยังทำร้ายนายท่านผู้นั้น มันไม่มีหนทางที่จะได้รับอุปกรณ์วิเศษ จะมีก็เพียงแต่ดาบบินเก่า ๆ เล่มนั้นแถมความเร็วของมันก็มิได้รวดเร็วไปกว่าหอยทาก!” คนรับใช้ตอบกลับมาอย่างเย็นชา

หลังจากที่ได้ยินว่าเจ้าอ้วนนั้นอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาถึงเพียงใด ทั้งสามคนได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก เหตุเพราะเขากลัวว่าเจ้าอ้วนนั่นจะมีอุปกรณ์วิเศษที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ แต่จากความจริงที่ปรากฏในตอนนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก

เมื่อคิดได้ดังนั้น หวางซุงได้โยนผลึกทองคำออกมา หลังจากที่คนรับใช้ผู้นั้นได้จับต้องมัน เขาดีใจมากพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ และวิ่งออกไปทันที สำหรับมนุษย์ธรรมดาเช่นเขามิแปลกที่ทองคำนั้นจะมีค่ามากมาย แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้วนั้นสิ่งนี้นับว่าเป็นขยะ!

หลังจากคนรับใช้จากไป หวางซุงยื่นมือออกไปจับมือกับพี่ใหญ่จางพร้อมกับกล่าวว่า “พี่ใหญ่ จากนี้ข้าต้องรบกวนท่านด้วย!”

“แบ่งเค้กกันเถิด!” พี่ใหญ่จางกล่าวออกมาพร้อมอารมขัน “ดูข้าให้ดี!” หลังจากพูดจบ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วอ่านบทคัมภีร์ในมือทันที จากนั้นก็เคาะเบา ๆ ที่มุมทั้งสี่ ผลของมันก็คือพื้นโดยรอบปรากฏแสงสีเขียวขึ้นมาจาง ๆ

ขณะที่หวางซุงและหานหลิงเฟิงได้เห็นดังนั้นแล้ว พวกเขาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที หานหลิงเฟิงยกยิ้มพร้อมกล่าวว่า “พี่ใหญ่เป็นคนมีความสามารถ ด้วยการจำกัดพื้นที่ในครานี้ พวกเราจะต้องทำตามแผนได้อย่างแน่นอน!”

สิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่จางใช้อยู่นี้คือการร่ายคาถาสกัดกั้น เขาทำการห่อหุ้มกระท่อมทั้งหมดไว้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงพลังระดับต่ำ แต่มันก็สามารถป้องกันมิให้ผู้ใดเข้ามาในกระท่อมนี้ได้ อีกทั้งยังสามารถปกปิดเสียงหรือภาพต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในกระท่อมมิให้เล็ดลอดออกไปให้ผู้อื่นได้ระแคะระคาย ขณะนี้ไม่ว่าจะทำการอันใดเรื่องราวทุกอย่างก็จะอยู่ในพื้นที่นี้เท่านั้น ด้านนอกจะไม่มีทางได้รับรู้ และคงไม่มีผู้ใดออกมากระทำการธุระในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ อย่างไรก็ตามการฆ่าศิษย์นอกภายในนิกายนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรง และเพื่อป้องกันว่าจะมีใครมาพบเห็น พวกเขาจึงต้องกางกำแพงป้องกันเช่นนี้ ถ้าหากมิใช่เพราะหานหลิงเฟิงและหวางซุงนั้นไม่รู้มนต์นี้ พวกเขาคงไม่ต้องลำบากให้พี่ใหญ่จางมาช่วยอย่างแน่นอน!

หลังจากที่ร่ายคาถาสกัดกั้นเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสามคนไม่กระทำการใดให้เสียเวลาอีกต่อไป พวกเขาล้อมรอบกระท่อมของเจ้าอ้วนไว้ จากนั้นจึงนำอุปกรณ์วิเศษและดาบบินออกมา หวางซุงและหานหลิงเฟิงนั้นมีดาบบินเหล็กดำเป็นของตนเอง และพวกเขาทั้งสองก็มีอุปกรณ์วิเศษเช่นกัน หวางซุงนั้นมีดาบหยกบินสีเขียว แม้ว่ามันจะเป็นอุปกรณ์วิเศษระดับหนึ่ง แต่มันมีความพิเศษที่มีพิษร้ายแรงซ่อนอยู่ หากผู้ที่โดนพิษนี้เข้าไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ผู้ที่มีระดับที่สูงก็มิอาจต้านทานได้ ดังนั้นถือว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ หวางซุงยื่นมันให้กับพี่ใหญ่จางทั้งหมด

อุปกรณ์วิเศษของหานหลิงเฟิงนั้นดียิ่งกว่า มันคือเข็มบินไร้เงา ถูกออกแบบมาไว้สำหรับเจาะเกราะป้องกัน ยิ่งกว่านั้นคือมันไร้รูปร่างและไม่ทิ้งร่องรอย สามารถนับได้ว่าเป็นเครื่องมือระดับสอง หานหลิงเฟิงนั้นมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิง มิแปลกที่นางจะมีอุปกรณ์ดีเลิศใช้ นางยื่นสิ่งเหล่านี้ให้กับพี่ใหญ่จาง นั่นทำให้เขารู้สึกสำลักความสุข เขาแสร้งทำเป็นว่าเขานั้นได้มอบอุปกรณ์วิเศษระดับสองให้แก่นาง ทั้งที่จริงแล้วเขาหยิบยื่นอุปกรณ์วิเศษระดับหนึ่งให้นางเท่านั้น

หลังจากที่ทั้งสามคนพร้อมแล้ว พวกเขากำลังจะเริ่มดำเนินการตามแผน แต่ประตูของกระท่อมกลับถูกเปิดออกอย่างไม่คาดฝัน ฉากต่อมาก็คือเจ้าอ้วนกำลังเดินออกมาอย่างมีความสุข ราวกับรู้อยู่แล้วว่าทั้งสามคนนี้มีแผนที่จะลอบทำร้ายเขา ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเขา เขากล่าวอย่างสบายใจออกมาว่า “พวกเจ้าสามคน ถ้าหากว่าไม่มีกิจธุระอันใด เหตุใดจึงได้มาเยี่ยมเยียนดึกดื่นเช่นนี้?”

“ไอ้อ้วนบัดซบ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำการอันใดอยู่แล้ว เจ้าคิดว่าหลังจากที่เจ้าทำลายลูกพี่ลูกน้องของข้าลงไปจนหมดสิ้นนั้น เจ้ากลับพูดจาราวกับว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้นเลย?” หวางซุงเห็นเจ้าอ้วนทำหน้าตาย เขาจึงกล่าวออกมาด้วยความโกรธที่พร้อมประทุ

“อ่า เจ้าขยะนั่นน่ะหรือ การที่จะเป็นง่อยไปก็ไม่น่าจะนับว่าเป็นอะไรได้! แม้กระทั่งเจ้าหรือคนอื่น ๆ หากว่าต้องการให้ความตายนั้นมาถึง ข้าก็จะหยิบยื่นเพียงความพิการให้เท่านั้น!” เจ้าอ้วนยกยิ้มพร้อมกล่าวไปที่หานหลิงเฟิงอย่างเย็นชา “ส่วนเจ้า ข้ามิอาจทำให้เจ้านั้นกลายเป็นคนพิการได้ ข้าจะให้รางวัลแก่เจ้าอย่างเหมาะสม!” เขากล่าวออกมาอย่างโกรธา หานหลิงเฟิงจับความรู้สึกนั้นได้ นางรู้สึกเย็นเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด