ตอนที่แล้วบทที่ 27 ตำนานของนักรับคลั่งอัคคี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 29 เผ่าบรรพกาล

บทที่ 28 ท้องฟ้าหลั่งน้ำตา
แปลไทย Oldpower.translate

 

ในเวลานี้ผู้อาวุโส แห่งเผ่าเทือกเขาทมิฬคำรามออกมา หมอกสีแดงกระจายปกคลุมดวงจันทร์สีแดงเลือดบนท้องฟ้า เหล่าปีกของดวงจันทร์จำนวนมากส่งเสียงกรีดร้อง

 

ขณะที่พวกมันมาถึงและเร่งผ่านหมอกที่ครอบคลุมท้องฟ้าเหนือเผ่าเทือกเขาทมิฬ เสียงคำรามที่เจาะลงพื้นดิน มันเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในคืนนั้น

 

สัตว์อสูรหลายสิบตัวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถูกโยนขึ้นไปบนอากาศโดยคนในเผ่า แต่ก่อนที่พวกมันจะหล่นลงพื้น ก็ถูกเอาไปโดยปีกแห่งดวงจันทร์ในทันที ปีกแห่งดวงจันทร์ได้รวบรวมพวกมันไว้เหมือนเป็นก้อนเมฆที่ปกคลุมไปด้วยเลือด ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ร่างของสัตว์อสูรที่ถูกล้อมรอบไปด้วยปีกแห่งดวงจันทร์ เนื้อของพวกมันถูกเจาะโดยฟันอันแหลมคม จากนั้นพวกมันก็กลายเป็นซากแห้งในทันที เลือดและเนื้อที่มีชีวิตของพวกมันถูกกินโดยปีกแห่งดวงจันทร์

 

สิ่งที่หลงเหลือคือหนังและกระดูกเท่านั้น พวกมันหล่นลงพื้นและกระตุกอย่างแรงก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะตาย

 

ปีกแห่งดวงจันทร์บนฟ้าบางส่วน ยังไม่สนใจสัตว์อสูรที่ถูกโยนขึ้นไปในอากาศ พวกมันพุ่งตรงไปยังผู้คนในเผ่า ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโหดร้ายและกระหายเลือด เป้าหมายของพวกมันคือ นักรบคลั่งภายในเผ่า

 

เสียงหวีดร้อง เสียงร้องไห้และเสียงคำรามปะทะกัน และสะท้อนกับเสียงร้องที่จากปีกแห่งดวงจันทร์ในคืนที่แปลกประหลาด

ทะเลเพลิงที่ล้อมรอบทั้งเผ่าเป็นเหมือนกำแพงกั้นที่มั่นคง มันทำให้ปีกแห่งดวงจันทร์ที่เข้ามาใกล้เผ่าล่าถอยไปพร้อมเสียงครวญคราง มันดูเหมือนไฟไม่ได้มีไว้เผาบ้านแต่เอาไว้ฆ่าพวกมัน

 

“อีกครั้ง!”

ผู้อาวุโสยืนอยู่ในทะเลเพลิงกล่าวและมองไปที่ท้องฟ้าอย่างเคร่งขรึม

 

ทันทีที่คนในเผ่าโยนสัตว์อสูรขึ้นบนอากาศท่ามกลางความกลัวของพวกเขา มันดูเหมือนพวกเขากำลังให้อาหารและถวายเครื่องบูชาให้กับปีกแห่งดวงจันทร์ที่บ้าคลั่ง

 

เวลาผ่านไป สิ่งมีชีวิตที่เก็บไว้ในฤดูหนาวกลายเป็นอาหารสำหรับปีกของดวงจันทร์และตกลงมาบนพื้นเหมือนมัมมี่ ที่ขับเคลื่อนโดยความบ้าคลั่งที่เกิดจากความกระหายเลือด พวกมันเริ่มพุ่งลงมา เหมือนจะพยายามเจาะทะลุทะเลเพลิงลงมาชนเผ่าเพื่อดื่มเลือดของนักรบคลั่ง

 

ผู้อาวุโสโบกมือขวาและทะเลเพลิงก็กลายเป็นกระแสน้ำวนขนาดมหึมาที่หมุนวนอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า ผู้อาวุโสขึ้นไปบนปีกของดวงจันทร์ในท้องฟ้าด้วยตัวเอง ในขณะเดียวกันที่ลูกธนูจากในเผ่าเจาะทะลุทะเลเพลิงพุ่งขึ้นฟ้าเพื่อห้ำหั่นกับปีกแห่งดวงจันทร์

 

ถึงปีกแห่งดวงจันทร์จะอมตะและสวยงามแต่อาการบาดเจ็บเช่นนี้ไม่ถือเป็นอันใดสำหรับพวกมัน ปีกที่สยายและเสียงที่แหบแห้งของพวกมัน ทำให้คนในเผ่าเทือกเขาทมิฬตื่นตระหนก

ไม่นานก่อนหน้าปีกแห่งดวงจันทร์บางส่วน สลายตัวผ่านทะเลเพลิงและบินเข้าไปในเผ่า ทำให้เกิดความโกลาหลภายในเผ่า เทือกเขาทมิฬ

 

เรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นใน เผ่ามังกรทมิฬ

อย่างไรก็ตาม ภาพที่แปลกประหลาดยังเกิดขึ้นภายในเผ่าเทือกเขาสีดำอีกด้วย คนในเผ่าทุกคนลุกขึ้นยืนบนพื้นดินและยังคงมองไปท้องฟ้า ผู้อาวุโสแห่งเผ่าเทือกเขาสีดำ ปี้ถู อ้าแขน ใบหน้าของเขาดูบ้าคลั่งและคลั่งไคล้ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่ท้องฟ้าและสวดมนต์

 

ปีกแห่งดวงจันทร์มากมาย วนรอบตัวเขา นอกจากนี้พวกมันยังมีจำนวนมากมาย เขี้ยวของพวกมันฝังจมเนื้อของผู้อาวุโสปี้ถูและดื่มเลือดของเขา

 

แต่ปี้ถูดูเหมือนจะไร้ซึ่งความเจ็บปวดทั้งหมด เขาไม่ได้ต่อต้านแต่แทนที่ด้วยความบ้าคลั่งบนใบหน้าที่เพิ่มมากขึ้น สีหน้าของเขาซีดลงเนื่องจากการเสียเลือด

 

“ข้าเสียสละเลือดของข้าให้กับท่าน เผ่านักรบคลั่งอัคคีโบราณ ท่านได้รับความเป็นอมตะและได้กลายเป็นปีกแห่งดวงจันทร์ ท่านได้รื่นเริงกับเลือดนักรบคลั่ง และตอนนี้ ข้าจะเอาเลือดของนักรบคลั่งอัคคีไปเพื่อเส้นโลหิตของข้า!”

 

“ตี้เฮ่อ ฮ่องลาดง”

 

ปี้ถูโห่ร้องและเงยหน้าบนท้องฟ้าและทันใดนั้นมีแสงสีดำทะลุจากร่างกายของเขา ขณะที่แสงสีดำแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา ปีกแห่งดวงจันทร์บนร่างกายของเขาก็กรีดร้อง ร่างกายของพวกมันเริ่มเล็กลงและแสงในดวงตาของพวกมันเริ่มมืดลง หลังจากนั้นสักครู่พวกมันก็หลุดออกจากร่างของ ปี้ถูขณะที่พวกมันทั้งหมดไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต

ฝูงของปีกแห่งดวงจันทร์ป่า!

 

กระบวนการเช่นนี้ได้เกิดขึ้นซ้ำๆ เลือดจากปีกแห่งดวงจันทร์ถูกดูดซึมโดยปี้ถู เป็นจำนวนมาก ร่างกายของเขาเริ่มใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตระหนกและมีปราณที่หนาแน่นขึ้นแผ่ออกจากร่าง

 

ช่วงเวลาที่พวกมันรู้สึกถึงปราณนั้น เหล่าปีกแห่งดวงจันทร์ยิ่งกลายเป็นคลั่งไคล้มากยิ่งขึ้น แม้แต่บางส่วนที่ไปเผ่าเทือกเขาทมิฬ และ เผ่ามังกรทมิฬ ก็เปลี่ยนทางไปเทือกเขาสีดำแทน

ไม่ไกลจากเผ่า เทือกเขาสีดำ มีคนยืนอยู่สวมชุดคลุมสีดำทมิฬ เขายืนอยู่ท่ามกลางบรรดาผู้คนของเผ่าเทือกเขาสีดำที่กราบลงบนพื้น ชุดคลุมสีดำที่เขาสวมไม่ใช่สิ่งที่สามารถพบได้ในชนเผ่าเล็ก ๆ รอบๆ บริเวณ ขณะที่ยืนอยู่ที่นั่นเขามองไปที่ ผู้อาวุโสของเผ่าเทือกเขาสีดำที่ลอยบนอากาศ เขาเม้มปากและปรากฏรอยยิ้มที่มืดมน

 

“ข้าให้เจ้าหาศิลาจันทราที่จำเป็นในการเรียกปีกแห่งดวงจันทร์ ที่เกิดจากนักรบคลั่งอัคคี ข้ายังสอนเจ้าถึงวิธีที่เรียกพวกมัน ข้าบอกเจ้าถึงวิธีที่เร็วที่สุดที่จะมาถึงอาณาจักร ปลุกพลัง ความสำเร็จของเจ้าขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้วในตอนนี้ … “

 

เมื่อเทียบโกลาหลภายนอก ซูหมิง นั้นค่อนข้างปลอดภัย เขาดันก้อนหินที่ปิดปากถ้ำและกระโดดออกมา มีผิวหลายแห่งของเขาพอง เนื่องจากความร้อน ริมฝีปากของเขาแห้งและแตก หัวใจของเขาเต้นแรงในอก

 

“นี่มัน … ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่านี่เป็นหนึ่งในรังของปีกแห่งดวงจันทร์!”

 

ซูหมิงจ้องมองจุดที่ปีกแห่งดวงจันทร์ปรากฏตัวในถ้ำ เขาได้ยินตำนานมากมายเกี่ยวกับปีกแห่งดวงจันทร์ตั้งแต่อายุยังน้อยและรู้ว่าพวกมันน่ากลัวแค่ไหน ตำนานกล่าวว่าพวกมันเกือบจะเป็นอมตะมันทำให้ซูหมิงหรี่ตาด้วยความกลัว

 

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความเงียบ เขาก็คลานออกมาจากทางเข้าถ้ำอย่างช้าๆ ขณะที่อยู่ใกล้ทางออกเขามองไปรอบๆ ภาพที่เห็นทำให้เขาอ้าปากค้าง ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยหมอกสีแดงและปีกแห่งดวงจันทร์หมุนวนไปรอบๆท้องฟ้า เสียงคำรามของพวกมันดังก้องไปทั่ว ซูหมิง รีบถอยกลับเข้าไปในถ้ำ

 

‘ข้าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเผ่า … ข้าไม่อาจกลับไปตอนนี้ได้ ถ้าข้าออกไปตอนนี้ ปีกแห่งดวงจันทร์จะพบข้าแน่”

 

ซูหมิงขมวดคิ้ว เขารู้สึกกระวนกระวายใจและกังวลเรื่องเผ่า
แม้กระนั้นก็ตาม เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ เขามองไปภายในถ้ำที่ปีกแห่งดวงจันทร์ปรากฏตัวอย่างช้า ทันใดนั้นก็มีประกายขึ้นในดวงตาของเขา

 

‘จำนวนของปีกแห่งดวงจันทร์จะมากกว่ากว่าครั้งก่อนๆ มาก ดูจากลักษณะของมันแล้วส่วนลึกของถ้ำควรจะว่างเปล่าในขณะนี้ … ‘

 

ซูหลังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆเดิน ผ่านสถานที่ที่เขาใช้กลั่นยา จากที่สังเกตส่วนลึกของถ้ำ เขาก็ตัดสินใจ

 

“ข้าอาจจะได้พบบางสิ่งในนั้น ที่ทำให้ให้ปีกแห่งดวงจันทร์อาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ข้าอาจจะสามารถค้นหาความลับของพวกมันและบอกผู้อาวุโสได้ มันอาจจะสามารถช่วยผู้อาวุโสได้บ้าง”

 

ซูหมิง วิ่งไปที่ส่วนลึกของถ้ำที่เขาไม่เคยสำรวจมาก่อน
มันแปลก ตามปกติถ้ำมักจะร้อนอยู่เสมอ มีหลายครั้งที่ซูหมิงรู้สึกราวกับว่ามีคลื่นความร้อนกระแทกตัว อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ซูหมิงตรงลึกเข้าไปในถ้ำ เขาก็ไม่รู้สึกร้อนอีกต่อไป แต่เขารู้สึกความหนาวเย็นที่มาจากภายในถ้ำ ในขณะที่ซูหมิง เดินต่อไปลึกเข้าไป ท่ามกลางความโกลาหลของอีกเผ่าสามเผ่าบนเทือกเขาทมิฬ

 

ปีกแห่งดวงจันทร์หลายร้อยตน ทะลุผ่านทะเลเพลิงเข้ามาทั่วเผ่าเทือกเขาทมิฬ พวกมันพุ่งชนผู้คนในเผ่าและต่อสู้กับเหล่านักรบคลั่ง ดวงตาของเป่ยหลิงเริ่มเย็นยะเยือกขึ้น เมื่อเขาปกป้องเฉินซิน ซึ่งยืนอยู่ข้างหลัง คลื่นความเย็นแผ่กระจายที่มือขวาของเขา มีบาดแผลมากมายบนร่างกายและมีโลหิตไหลออกจากร่างกายของเขาได้อย่างอิสระ ทันใดนั้นเขาก็หรี่ตาลงและจดจ่ออยู่กับจุดที่ไกลออกไป เขาเอื้อมมือไปหยิบธนูที่ด้านหลังด้วยมือขวาอย่างไม่ลังเล

 

ขณะที่เป่ยหลิงนำธนูออกมา เขาก็ดึงคันธนูด้วยมือซ้าย จากนั้นตรงส่วนปลายคันธนูก็ส่องแสงและทันใดนั้นหิมะรอบตัวพวกเขาก็รวมอยู่ที่ปลายธนูและเขาก็ยิงลูกศรน้ำแข็งไปทางที่เขาเล็งไว้!

ห่างไกลออกไป เล่นเฉิน ถูกครอบงำไปด้วยความกระหายเลือด มีปีกแห่งดวงจันทร์มากมายบนร่างของเขา แต่เขาไม่สนใจมัน ดูเหมือนเล่นเฉินจะถูกครอบงำโดยความบ้าคลั่ง ขณะที่เขาคว้าหนึ่งในพวกมันและพยายามกัดมัน

 

“เจ้าต้องการดูดเลือดของข้า ดี ข้าจะดูดของเจ้าเช่นกันเกินไป!”

 

ขณะที่เขากำลังกัดปีกแห่งดวงจันทร์ที่เขาคว้าไว้ เขาสังเกตเห็นว่ามีอีกหลายสิบที่บินตรงมาหาเขา ด้วยระดับปัจจุบัน เขาไม่มีทางที่จะต่อสู้กับพวกมันมากมายได้

 

ในขณะนั้น ความเย็นยะเยือกก็พุ่งตรงมาทางเขา เมื่อความเย็นปรากฏขึ้นลูกศรที่ทำจากหิมะและน้ำแข็งก็ระเบิดขึ้นเหนือหัวของเล่ยเฉินด้วยเสียงดังสนั่น ทำให้ปีกแห่งดวงจันทร์ทั้งหมดที่อยู่บนหัวของเล่ยร่วงลงทำให้เขาประหยัดเวลาได้

 

เล่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจ เขาหันไปมองที่เป่ยหลิงซึ่งเอามือลงอย่างนุ่มนวล ได้ปรากฏความไม่อยากจะเชื่อในดวงตาของเล่ยเฉิน

 

พลังปราณของหัวหน้าเผ่าเทือกเขาทมิฬ แผ่กระจายออกเป็นคลื่น ในมือของเขาถือหอกเงินยาว ทุกครั้งที่เขาขว้างหอกจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนทั่วท้องฟ้า ขณะที่คลื่นพลังปราณ กระทบกับอากาศทำให้ปีกแห่งดวงจันทร์กระจายออกไป

 

ถึงกระนั้นก็ตาม ปีกแห่งดวงจันทร์มากมายพุ่งลงมา คนธรรมดาในเผ่าบางส่วนถูกปีกแห่งดวงจันทร์จับได้

ขณะนั้น ผู้อาวุโสก็หวี่ยงไม้เท้าที่มือของเขา ทั้งเผ่าก็สั่นสะเทือน ภาพลวงตาของรูปปั้นเทพนักรบคลั่งยักษ์เกิดขึ้นกลางเวหา ดวงตาของรูปปั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดราวกับว่ามันมีชีวิตอยู่จริง มังกรที่อยู่ในมือของมันยกหัวคำราม จากนั้นก็บินขึ้นไปบนฟ้าและกวาดผ่านบริเวณโดยรอบ

 

เวลาล่วงเลยไปค่ำคืนของดวงจันทร์สีแดงเลือดค่อยๆเดินผ่านไป แต่การสู้รบในชนเผ่ากลายเป็นเรื่องรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปีกแห่งดวงจันทร์บางส่วนได้จับตัวนักรบคลั่งในเผ่าที่ยังรอดชีวิต ไว้แต่แทนที่ดูดเลือด ในตอนที่การต่อสู้ใกล้จบ พวกมันกลับตั้งใจนำคนในเผ่าที่ยังรอด กลับไปถ้ำพวกมันและดูดเลือดของพวกเขา

 

เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มส่องสว่างบนท้องฟ้าเสียงร้องทะลุผ่านอากาศจากเผ่ามังกรทมิฬ ในหมู่ปีกแห่งดวงจันทร์ปรากฏร่างสีขาว หน้าตาที่สวยงามของนางซีดเซียวและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่นางถูกจับไปพร้อมๆ กับคนในเผ่าคนอื่นๆของเธอโดยปีกแห่งดวงจันทร์ พวกมันกำลังบินกลับไปยังเทือกเขาทมิฬ ข้างหลังพวกมัน มีหญิงชราคนหนึ่งสวมกระโปรงไล่ตามพวกมันไปจนหมดแรง

 

ขณะที่เสียงร้องจากความหวาดกลัวของผู้คนจากเผ่ามังกรทมิฬดังไปทั่ว ดวงตาของหญิงชรากลายเป็นสีเลือดและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอยู่นาน นางหันไปรอบๆ และยอมแพ้ในการไล่ล่า นางเลือกที่จะกลับไปปกป้องเผ่าของนาง

 

เมื่อร่างสีขาวเห็นเช่นนี้ น้ำตาก็ได้ไหลออกมา จากดวงตาของนาง …

เมื่อน้ำตาของนางร่วงลงพื้น พวกมันก็หายตัวไปโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

 

เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องและดวงจันทร์สีแดงเลือดหายไป ปีกของดวงจันทร์นับหมื่น ก็ส่งเสียงกรีดร้องและบินออกจากเทือกเขาทมิฬจากทุกทิศทุกทาง บางส่วนของพวกมันได้จับตัวหญิงสาวร่างสีขาวและคนในเผ่าคนอื่นๆ ของเธอ มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาเพลิงทมิฬ ผ่านรอยแตก