สมิงจำแลง

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...

บทนำ

ราวๆ ช่วง3-4เดือนก่อนประมาณปีใหม่ ระหว่างที่ฉันกำลังกลับมาจากทำธุระในตัวเมือง แล้ววันนั้นเกิดฝนตกฟ้าคะนองไฟดับหลายที่มากและบ้านฉันก็ดับทำให้ตอนขับรถกลับบ้านมันมืดไปหมดมองไม่เห็นแม้แต่อะไรเลย ตอนขับผ่านป่าดิบที่ถูกตัดผ่านเป็นถนนในหมู่บ้าน ขับรถมาได้ราวๆ ครึ่งทางสักพักก็มีฟ้าผ่าลงข้างๆ ดังเปรี้ยง แล้วก็มีอะไรบางอย่างกระโดดตัดหน้ารถฉันอย่างกระชันชิดจนฉันต้องหักพวงมาลัยหนีเข้าป่าทำให้รถฉันเสียหลักชนต้นไม้เข้าเต็มแรงจนต้นไม้หักครึ่งกระจกรถด้านหน้าร้าวจนแตกออกเป็นชิ้นๆ แต่ก็ซวยซ้ำซ้อนอีกครั้งเมื่อตัวฉันดันติดจนขยับออกไม่ได้ด้วยนี่สิ

“อื้อ..เจ็บ..ใครก็ได้ช่วยด้วย…อือ..ขาติด” ฉันพยายามดันร่างตัวเองออกจากซากรถที่เสียหลัก แต่เพราะขาของฉันดันติดตรงร่องเหยียบเบรกจนไม่สามารถเอาขาออกได้ แถมตอนนี้น้ำฝนเริ่มไหลทะลักมาจากหน้ากระจกรถที่ร้าวซะแล้ว

“อือ..ช่วยด้วยค่ะ..ใครก็ได้..”

ต่อให้แหกปากร้องจนคอฉีก ก็ไม่มีใครผ่านมาหรอกเพราะตอนนี้ก็ดึก แถมน้ำเริ่มทับถนนหลายเส้นจนท่วมสูงไหนจะไฟดับอีกก็ยิ่งทำให้ฉันย่ำแย่กว่าเดิมไปอีกมากขึ้นของเท่าตัว

“ช่วยด้วย…ใครก็ได้..ช่วยด้วย..อือ”

พยายามครวญครางร้องหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหรือรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา มีแต่เสียงฝนที่ตกซ่าๆ อยู่เรื่อยๆ จนหูอื้อไปหมด ไหนจะเสียงลมที่พัดโหมกระหน่ำจนได้ยินเสียงกิ่งไม้โคนเคนจะหักลงทับซากรถตอนไหนก็ไม่รู้ ฉันได้แต่สวดมนต์ในใจขอให้รอดพ้นจากสภาพตอนนี้ไวๆด้วยเถอะ

“ช่วยด้วย..อือ..”

“โฮก..ตุ๊บ..!! ”เสียงบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ใช่กิ่งไม้ที่ตกใส่หลังคารถฉัน ณ ตอนนี้ซะแล้วสิ

“เฮือก..อะไรน่ะ..กิ่งไม้ตกใส่หรอ??” รู้สึกตกใจกับเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ แล้วก็เสียงกระแทกที่ตกใส่คันรถของฉันดังตุ๊บจนรถโอนเอนไปมา ฉันพยายามแล้วที่จะงัดขาตัวเองให้ออกจากร่อง แต่ก็เอาไม่ออก จนตอนนี้ตัวเองเริ่มกังวลไปหมดทุกอย่าง เพราะยิ่งตกดึกก็ยิ่งอันตราย

“โฮกกก…แกร๊กๆ ..”เสียงที่ฟังแล้วเหมือนกับตัวอะไรสักอย่างกำลังข่วนรถฉันอยู่

“เฮือก…เสียงอะไรน่ะ..”

ได้ยินเสียงแบบนี้อีกแล้วรู้สึกใจคอไม่ดีเลย ตัวอะไรน่ะที่อยู่ข้างนอกขอให้เป็นแค่หมาแมวนะฉันไหว้ล่ะ

“โฮกกก..ฟุดฟิดๆ ..ฮึ่มมมม”เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆที่ดังอยู่ข้างตัวรถฉันในระยะประชิดตัวแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ฉันขวัญกระเจิงหนักกว่าเดิม ทำได้แค่ข่มใจให้สงบไปพลางๆ

‘เสียงอะไรน่ะ…’ หันตัวบิดไปมาอย่างตั้งอกตั้งใจเงี่ยหูฟังเสียงของตัวอะไรสักอย่างที่กำลังเดินป้วนเปี้ยนไปมารอบๆ รถของฉันอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่ง

“ปัง..!!”

“กริ๊ดดดด..!!” เสียงกระแทกจากข้างตัวรถของฉัน ดังสนั่นพร้อมกับรถของฉันที่สะบัดไปมาตามแรงสั่น เหมือนกับว่ามันจะคว่ำรถฉันให้ได้

“อย่านะ..อย่าพังรถฉัน..กริ๊ดดด..ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!”

“ปัง..ปัง..ปึง….” แล้วเสียงก็ค่อยๆ เงียบหายไป จนกระทั่งได้ยินเสียงเดินย่ำน้ำอีกรอบจากด้านนอก พร้อมกับเงาตะคุ่มๆ อะไรสักอย่างที่โบกสะบัดผ่านหน้าไปเมื่อกี้เป็นภาพลางๆที่เห็นได้จากเงาไฟรถที่ยังส่องสว่างปักคาต้นไม้อยู่

“อึก..ช่วยด้วยค่ะ..ใครก็ได้..”ฉันปรับโทนเสียงให้เบาลงจากที่ตะโกนโวกเวกโวยวายเหมือนคนสติหลุด หวังว่าไอ้ตัวเมื่อกี้จะไม่กินฉันนะ

‘ขอให้มันเป็นหมาแมวอย่างที่ฉันคิดนะ เจ้าประคุณช่วยลูกช้างด้วยนะเจ้าคะสาธุ’

“โฮกก..หาววว..ฟุดฟิดๆ” เสียงประหลาดๆ ยังคงมีมาเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงหายใจฟึดฟัดดังใกล้ๆ ตัว อยู่ริมหน้าต่างด้านซ้าย ฉันกลั้นหายใจท่องนโมกับตัวเองก่อนจะค่อยๆ หันหน้าไปดูแต่ก็ไม่เจออะไรนอกจากความมืดและเสียงฝนที่สาดลงมาเรื่อยๆ สนั่นหู

“นึกว่ามีอะไร..ซะอี–”

“ปึง!! ”

“กริ๊ดดดดดดดดดดด”

สัตว์ตัวใหญ่มหึมาตัวหนึ่งกำลังใช้อุ้งเท้าตะกุยกระจกหน้ารถของฉันจนเริ่มแตกร้าวเป็นวงกว้างจากที่รอยแตกเดิมก็ทวีคูณเป็นวงขนาดใหญ่ที่พร้อมจะทะลุเข้ามาข้างในได้ถ้าหากฉันยังไม่หนีออกจากตรงนี้ฉันอาจจะถูกเจ้าตัวประหลาดนี่เข้ามากินถึงข้างในอย่างแน่นอน

“กริ๊ดดดดดดดด..ช่วยด้วยใครก็ได้..ฮือๆ ๆ อย่ากินฉันเลยนะ..” บิดตัวหนีอย่างสุดชีวิตเพราะสิ่งที่ฉันเห็นคือร่างของเสือตัวขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่ารถเก๋งของฉันกำลังจะพังกระจกรถเข้ามาในไม่ช้า พยายามบิดข้อเท้าสุดชีวิตจนมันหลุดออกมาฉันก็ดันตัวเปิดประตูรถวิ่งหนีไปทันทีผ่าสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุดจนหนาทึบมองไม่เห็นทาง

“ฮือๆ ..ช่วยด้วย..” พยายามไม่หันกลับไปมองดูสัตว์ประหลาดนั่นที่กำลังจะพังรถฉัน ฉันกัดฟันสุดชีวิตวิ่งกะเผลกๆ หนีไปตามถนนลาดยางที่เปียกแฉะ แต่ไม่ทันที่จะได้วิ่งถึงเสาไฟฟ้า ฉันก็ต้องสะดุดล้มอีกครั้งเพราะแรงตะปบจากอุ้งเท้าข้างนึงตะปบกลางหลังของฉันเข้าอย่างจัง จนหน้าทิ่มกับถนน

“ตุ๊บ..พรืดดดดด”

“โฮกกก!!! ..”

“ซ่า..ซ่าๆ ๆ ..ฮือๆ ..อย่ากินฉันเลยนะ..อือ..” ตะเกียดตะกายพาร่างที่เจ็บปวดของตัวเองไปตามถนนที่เปียกแฉะ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ระหว่างที่คลานออกมาได้เล็กน้อย อุ้งเท้าหนาๆ นั่นตะปบลงกลางหลังของฉันอีกครั้ง จนตัวฉันกระเด้งตามแรงกระแทกเมื่อกี้ที่ฟาดลงมา

“ตุ๊บ!! ..ฟุดฟิดๆ ..”

“ฮือออ..อย่ากินฉันเลยนะ..ฮือๆ ..” ปลายจมูกเปียกแฉะแนบลงหลังต้นคอพร้อมลมหายใจที่ดังฟึดฟัดๆ สนั่นหู ไม่ช้าลิ้นร้อนๆ ก็ตวัดเลียชิมที่หลังต้นคอของฉันทันทีน้ำลายเปียกแฉะที่คละเคล้ากับฝนไปมั่วจนฉันขนลุกพรึ่บๆเมื่อรู้ว่ากำลังถูกชิมรสชาติพร้อมจะถูกเขมือบเข้าปาก

“กริ๊ดดด..ฮือๆ ..ปล่อยหนูไปเถอะค่ะ..หนูเป็นนก..จิ๊บๆ”

“โฮกก..ฟุดฟิดๆ” เจ้าเสือยักษ์พยายามไล่ดมกลิ่นพิสูจน์รสชาติฉันรึไงก็ไม่รู้ ก่อนที่อุ้งเท้าหนาจะยอมคลายออกจากแผ่นหลังของฉันพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ที่ดังก้องในหัว

*ทำไมเจ้า..ต้องกลัวข้าด้วยล่ะ*

“กริ๊ดดดดดดดดด..ผีหลอกกกกกกกก!!!!!!!!” ฉันแหกปากลั่นสุดเสียงเมื่อได้ยินเสียงเมื่อกี้

ก่อนจะคลานตัวหนีจากเสือยักษ์นี่ไปที่เสาไฟทันที นั่งพนมมือสวดมนต์กับหลอดไฟที่กระพริบติดๆ ดับๆ แต่ก็รู้ดีว่ายังไงตัวเองก็ต้องโดนแดกอยู่ดีไม่ช้าก็เร็ว

*หนีข้าทำไม..?? *

“ฮือๆ ..นะโมๆ ตัสสะ อย่าๆ กินลูกเลย..ลูกเป็นเบาหวาน เอดส์ ฮิสโทเรีย หนองใน อีสุกอีใส ฝี หิด ความดัน ใกล้ตายแล้วเจ้าค่ะ..ฮือๆ ๆ”

สวดมนต์พูดผิดพูดถูกแบบไม่ลืมหูลืมตา จนกระทั้งได้ยินเสียงเดินเจ๊าะแจ๊ะๆ เดินมาใกล้จนต้องลืมตาข้างนึงขึ้นมาดู สายฝนที่โหมกระหน่ำพัดจนตัวแทบปลิว และเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังกันแบบไม่เกรงใจ หลอดไฟที่กระพริบติดๆ ดับๆ ชวนให้อยากฆ่าหน่วยการไฟฟ้า ตอนนี้ฉันเจออะไรบางอย่างเงาตะคุ่มๆ ที่เดินผ่าฝนมาหาตัวฉันที่นั่งตัวสั่นหงึกๆ เพราะฝนที่หนาวเหน็บ เงาตะคุ่มนั่นเดินมาใกล้ๆ อย่างใจจดใจจ่อจนกระทั้งแสงไฟส่องลงมาเห็นเพียงเล็กน้อย ฉันถึงได้เห็นร่างของใครสักคนนึงที่เดินตัวเปลือยมาหาฉัน

“หนีข้าทำไม..”เสียงเรียบๆพูดขึ้นเบาๆท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาไม่หยุดหย่อนจนมืดฟ้ามัวดินของแท้เลยล่ะจะบอกให้

“คน?? ..เหรอ..ดีจังเลยรอดแล้วเรา”

ฉีกยิ้มดีใจกับตัวเองได้แค่เล็กน้อยแต่ก็แค่นั้น ก่อนที่ร่างของคนในเงาฝนจะเดินมาใกล้เรื่อยๆ ฉันถึงได้รู้สิ่งที่ผิดปกติที่สุดก็คือ ปลายหางที่โบกสะบัดไปมาในสายฝน

“สะ..เสือ..”

“เจ้ากลัวข้าเหรอ..”

“อย่าเข้ามานะ..อย่านะ”

“เจ้าหนีข้า..ทำไม..”

เสือตัวนั้นแน่นอน และตอนนี้มันกำลังจะกินฉันแล้ว ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย

ฉันที่ตอนนี้ตาเบิกโพลงตกใจสุดขีดกับภาพตรงหน้าที่สาวเท้าเข้ามาหาฉันเรื่อยๆจนถึงระยะที่ฉันมองเห็นได้ลางๆไม่ไกลมาก เป็นคนไม่สิเสือเป็นเสือ!!!ที่ยืนล่อนจ้อนกำลังนั่งคุกเข่ามองฉันอย่างสงสัยใคร่รู้

“ยะ..อย่าเข้ามานะ..ฮือออออ..”กลายเป็นว่าฉันเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุเหมือนจะเยี่ยวแตกไปด้วยแบบไม่รู้ตัวรู้แค่ว่าน้ำที่นั่งอยู่มันอุ่นๆดีเนาะ

“ฟุดฟิด..ฟุดฟิด..เจ้าฉี่เล็ด??”

“กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…”

“ฟึ่บ..เต๊าะแต๊ะ..เต๊าะแต๊ะ”เหมือนกับว่าเสือบ้านั่นจะไม่ยอมแพ้และตามราวีฉันจนมาถึงตัวฉันในพริบตา

“ฟู่..ข้าไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน..เจ้าช่างน่าสงสัย..แถมยังมีกลิ่นแปลกๆที่ข้าคุ้นเคย..”

“อ…อ๊ะ…คร่อก”พร้อมตัวฉันที่สลบเหมือดไปทั้งอย่างนั้น ยังไม่ทันที่จะได้ฟังประโยคจนจบก็วูบ