ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่2 โม่หยุนหยุน

บทที่1 โลกแห่งจิตวิญญาณ


ณ เมืองชิงหลง ทวีปดารา

เมืองชิงหลงเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของทวีปดารา วันนี้เป็นวันปลุกจิตวิญญาณประจำปีทำให้ในเมืองต่างเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากและมีชีวิตชีวา

 บนโลกจิตวิญญาณแห่งนี้ทุกคนต่างมีจิตวิญญาณการต่อสู้เป็นของตัวเอง จิตวิญญาณการต่อสู้นั้นสามารถเป็นอะไรก็ได้เช่น พืช สัตว์ เครื่องมือ อาวุธ ฯลฯ หรือแม้แต่ส่วนหนึ่งของร่างกายก็ตาม

ในโลกนี้มีพลังวิญญาณอยู่ทั่วทุกที่ของโลกซึ่งเป็นพลังงานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต เมื่ออายุครบ6ปี เด็กแต่ละคนสามารถดูดซับพลังวิญญาณจากโลกเพิ่มมาหล่อหลอมและพัฒนาเส้นวิญญาณในร่างกาย เสริมสร้างพื้นฐานก่อนปลุกจิตวิญวิญญาณการต่อสู้เมื่ออายุครบ 10 ปี

ยิ่งพื้นฐานร่างกายดีเท่าไหร ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะได้รับจิตวิญญาณที่ทรงพลัง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาด้วย หากมีพื้นฐานร่างกายดีแต่ปลุกได้จิตวิญญาณระดับต่ำก็ไม่มีประโยชน์นอกจากจะสามารถพัฒนาจิตวิญญาณการต่อสู้ของตนได้ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นยากมาก เว้นแต่จะมีสมุนไพรหรือดูดซับจิตอสูรระดับสูง

ในทางกลับกันหากมีพื้นฐานร่างกายอ่อนแอ แต่สามารถปลุกจิตวิญญาณระดับสูงได้ บางครั้งก็อาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้เนื่องจากร่างกายไม่สามารถรองรับจิตวิญญาณที่ทรงพลัง ถึงแม้เรื่องนี้จะมีอยู่ไม่มากก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ครอบครัวที่ทรงอำนาจหรือร่ำรวยได้เปรียบคนธรรมดาอย่างมาก เพราะพวกเขาสามารถหาสมุนไพรหรือเม็ดยาเพื่อเสริมสร้างพื้นฐานให้แก่คนในครอบครัวได้

แต่หากคุณมีทั้งร่างกาย พลังวิญญาณ และ จิตวิญญาณระดับสูง คุณสามารถแสดงความยินดีได้เลย! เพราะคุณสามารถเข้าสู่เส้นทางปรมาจารย์วิญญาณที่ทรงพลังและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญของโลกใบนี้ได้

เป็นเวลานับหลายหมื่นปีแล้วที่ปรมาจารย์วิญญาณเป็นอาชีพที่มีเกียรติและทรงพลังที่สุดในโลกมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีวิญญาณที่ทันสมัยก้าวหน้าไปอย่างมาก แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าปรมาจารย์วิญญาณเป็นขุมพลังที่ทรงอำนาจและมีอิทธิพลที่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกแห่งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม! มันไม่ง่ายเลยที่จะกลายเป็นปรมาจารย์วิญญาณ เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่สามารถสัมผัสและดูดซับพลังวิญญาณได้

แต่ผู้ปกครองหลายคนในเมืองยังคงพาลูกๆของตัวเองมายังวิทยาลัยชิงหลงอย่างกระตือรือร้น โดยหวังว่าลูกหลานของตัวเองจะสามารถปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้และทำให้สามารถสัมผัสพลังวิญญาณที่อยู่บนโลกได้ซึ่งมีคนแบบนี้ไม่ใช่น้อย หลงเทียนเองก็เป็น1ในนั้น

“หลงเทียน นายคิดว่าเราจะปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้แบบไหน?”

บนถนนหน้าวิทยาลัยชิงหลง เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีใบหน้าน่ารักน่าชังดึงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่หล่อเหลาและงดงามมาข้างหน้าของเธอแล้วถามอย่างกระตือรือร้น

เธอมีผมหางม้าและดวงตากลมโตที่สดใสราวกับอัญมณีสีชมพู ใบหน้างดงามราวกับหยก ผิวสีขาวเหมือนหิมะราวกับตุ๊กตา สวมชุดเจ้าหญิงสีขาว มีรูปร่างที่นุ่มนวลและละเอียดอ่อนโดยมีเข็มขัดสีทองและหยกผูกรอบเอว ใต้น่องกลมๆ ไร้ที่ติของเธอมีเท้าหยกคู่เล็กๆ สวมรองเท้าบูทยาวสีขาว

ส่วนผู้ชายที่เธอดึงนั้นเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ผมสั้นสีดำ ใบหน้าที่งดงามราวกับตุ๊กตา สวมชุดสีดำ มีดวงตาสีดำคู่หนึ่งแวววาวและเผยให้เห็นถึงอารมณ์เย็นชาเล็กน้อยทำให้เพิ่มเสน่ห์ดูโดดเด่นในหมู่เด็กๆ

เมื่อได้ยินคำพูดของหลงชิงเหยา สีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อยก็ปรากฏบนใบหน้าของหลงเทียน

"พี่สาว! เธอถามฉันกี่ครั้งแล้ว? "

"เธอสามารถปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้อะไรได้อีกบ้างนอกเหนือจากมังกรหรือจิ้งจอก! ท่านพ่อมีจิตวิญญาณมังกรสายฟ้าปฐพี ส่วนท่านแม่มีจิตวิญญาณการต่อสู้จิ้งจอก5หางอัคคี"

"เธอไม่สามารถกลายพันธุ์เป็นลิงได้ใช่ไหม?"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลงชิงเหยาก็เบะปากแล้วพูดอย่างไม่พอใจ

"ฉันรู้อยู่แล้ว..น่าาาา"

หลงเทียนกลอกตา “แล้วทำไมเธอยังถามฉันอีก?”

“ก็ฉันอยากถามอีกไง!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงชิงเหยาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเขาด้วยความโกรธและพันขาของเธอไว้รอบเอวของหลงเทียนพร้อมเกี่ยวแขนของเธอไว้รอบคอของเขาและเหยียดมือออกไปใช้ทักษะเฉพาะตัว - จั๊กจี้!

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลงเทียนที่ไม่ได้สนใจอะไรอยู่ชั่วครู่เกือบจะล้มลง หลังถูกโจมตีด้วยการจั๊กจี้ของพี่สาวเขาและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ

เขาต้องการที่จะต่อสู้กลับ แต่เขาไม่สามารถสู้แรงที่รัดเหนียวเขาได้

ตั้งแต่หลงเทียนมายังโลกแห่งนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะปะทะกับพี่สาวเขาอยู่ตลอด แล้วจบด้วยความพ่ายแพ้อยู่เสมอ ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะมีพลังกายไม่สิ้นสุดตลอดทั้งวัน เธอกระตือรือร้นที่จะต่อสู้และรบกวนหลงเทียนอยู่เสมอ ทำให้เขาไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

เมื่อสามปีที่แล้ว เขาได้เดินทางผ่านมายังโลกจิตวิญญาณแห่งนี้ เขาไม่แน่ใจว่าเขาปลุกความทรงจำในอดีตขึ้นมาหรือสิงร่างของคนอื่น แต่มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะปลุกความทรงจำในอดีตขึ้นมาเพราะเขายังมีความทรงจำก่อนหน้านี้อยู่

หลังจากเขามายังโลกแห่งนี้เขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกและตัวตนของเขาอย่างรวดเร็ว โลกนี้ดูเหมือนนิยายแฟนตาซีหลายเรื่องที่เขาเคยอ่าน

เขาเกิดในครอบครัวปรมาจารย์วิญญาณที่มีฐานะพอสมควรถ้าเทียบกับคนในเมืองส่วนใหญ่ พ่อของเขาหลงหยวนเป็นรองผู้บังคับบัญชาการความปลอดภัยของเมืองชิงหลง จ้าววิญญาณระดับกลาง ส่วนแม่ของเขาหลงเยว่เป็นหนึ่งในนักวิจัยเครื่องมือวิญญาณของเมืองชิงหลง ปรมาจารย์หลอมวิญญาณระดับสูง

เนื่องจากความเร็วการฝึกฝนค่อนข้างต่ำและมีจิตวิญญาณระดับกลาง ทำให้ทั้งสองคนติดอยู่ระดับนี้มาเกือบ10ปีแล้ว เว้นแต่ทั้งสองจะได้รับเม็ดยาระดับ5หรือจิตอสูรระดับ5ซึ่งมีมูลค่าหลาย10ล้านเหรียญทองถึงจะทะลวงผ่านได้ แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะขายบ้านขายรถก็ไม่สามารถซื้อมันได้ ดังนั้นพวกเขาจึงหมดหวังสู่เส้นทางการเป็นปรมาจารย์วิญญาณและหันไปเตรียมเส้นทางให้แก่ลูกๆของพวกเขาแทน

การที่เด็กๆจะปลุกจิตวิญญาณได้อะไรนั้นมีความเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณกับพ่อแม่ เพราะลูกๆนั้นจะได้รับการสืบทอดจิตวิญญาณมาจากพ่อแม่ซะส่วนใหญ่ ยกเว้นแต่จะเกิดการกลายพันธุ์จิตวิญญาณการต่อสู้ขึ้น ดังนั้นหลงชิงเหยาจึงมีโอกาสปลุกได้จิตวิญญาณมังกรสายฟ้าปฐพีจากพ่อหรือไม่ก็จิ้งจอก5หางอัคคีจากแม่

ส่วนหลงเทียนนั้นเขาไม่รู้เหมือนกันว่าจะปลุกได้จิตวิญญาณการต่อสู้อะไร เนื่องจากเขาเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อและแม่รับเลี้ยงมาจากสถานสงเคราะห์เด็กของเมืองชิงหลง

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาสปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ดีเท่าไหรนัก เพราะเขาไม่สามารถสัมผัสและดูดซับพลังวิญญาณได้ ถึงแม้จะพยายามมาหลายปีแล้วก็ตาม ในทางกลับกันพี่สาวของเขาสามารถดูดซับพลังวิญญาณได้ตั้งแต่6ขวบ ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าเด็กทั่วไปมากซึ่งมีโอกาสปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสูงและนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาแพ้อยู่ตลอด

หลงเยว่มองไปที่เด็กสองคนที่กำลังเล่นอยู่ตรงหน้าเธอด้วยแววตาแห่งความรัก

เธอเป็นผู้หญิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีใบหน้าที่สวยงาม ดูเหมือนอายุ20กว่าๆแม้เธอจะมีอายุมากกว่านั้นมากก็ตาม เธอสวมชุดสูทธุรกิจสีน้ำเงิน มีผมยาวสีดำมัดเป็นพวงห้อยลงมาด้านหลังและมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน ดวงตาที่สดใสของเธอแวววาวเผยให้เห็นเสน่ห์โดยไม่รู้ตัวซึ่งดึงดูดผู้ชายรอบๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลงชิงเหยาได้ใบหน้าที่งดงามมาจากใคร

"ขอโทษด้วยค่ะ!"

เมื่อสังเกตุเห็นสายตาจากรอบๆ หลงเยว่ก็ยิ้มอย่างขอโทษ ก่อนจะคว้าไหล่ของเด็กทั้งสองคนด้วยมือแต่ละข้าง และแยกออกจากกันพร้อมพูดเบา ๆ

"ชิงเหยา หลงเทียน หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว พวกลูกเตรียมตัวให้พร้อมดีกว่าสำหรับการปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ที่กำลังจะถึง”

หลังจากได้ยินคำพูดของหลงเยว่ หลงชิงเหยาก็สงบลงและถามอย่างตื่นเต้นว่า

"ถึงตาฉันแล้วหรือยัง"

ก่อนที่เธอจะมองไปรอบ ๆ ที่กรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนและพบว่ามีคนอยู่ข้างหน้ามากมาย แล้วรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่เล็กน้อย

"ช้าจัง!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงเทียนก็เม้มริมฝีปากและอดไม่ได้ที่จะพูดว่า

"ใครบอกให้เธอนอนน้ำลายไหลจนตื่นสายล่ะ!"

ภายใต้สถานการณ์ปกติ หลงเทียนจะไม่ทะเลาะกับหลงชิงเหยาอีกต่อไป แต่เขาตัดสินใจแล้วว่า วันนี้เป็นวันแห่งโชคชะตาที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต ไม่ว่าอนาคตจะเป็นหมาหรือมังกร ต้องกล้าหาญไว้ก่อน

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงชิงเหยาก็หน้าแดงและจ้องมองไปที่หลงเทียนพร้อมกระทืบเท้าพูดด้วยเสียงกัดฟัน

"น้องชายที่รัก! นายมีอาการคันอีกแล้วเหรอ?"

จากนั้นทั้งสองก็ทะเลาะกันอีกครั้งทำให้หลงเยว่ที่เฝ้ามองอยู่เอือมระอา หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดก็เกือบที่จะถึงตาของทั้งสองแล้วซึ่งทำให้ทั้งคู่อดประหม่าไม่ได้

#เรื่องนี้ไม่ได้แบบจีนโบราณนะครับ เป็นยุคเทคโนโลยีสมัยเลยอาจไม่ได้ใช้ ข้าหรือเจ้า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด