ตอนที่แล้วบทที่ 48 กู้ภัย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 50 แบ่งพรรคพวกมาอยู่กับผม

บทที่ 49 ซอมบี้ระดับ 3


บทที่ 49

ซอมบี้ระดับ 3

“เขานี่เอง!”

ฝุ่นควันจางหาย คนที่เขานึกไม่ถูกชะตามายืนอยู่ตรงหน้าเขา

ไม่ว่าอย่างไรบรรดาเจ้าหน้าที่ทหารไม่คาดคิดว่าในยามคับขันที่สุด คนที่มาปกป้องตนจะเป็นเศษสวะเฉินเทียนเซิง

ตอนนี้ชายหนุ่มปรากฏตัวราวกับเทพเจ้าจากสรวงสวรรค์ สายฟ้าฟาดท่ามกลางลมกรรโชก ซอมบี้ฝูงใหญ่กระเด็นลอยไปไกลกว่า 10 เมตร

ก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยขึ้น

“ซอมบี้ระดับ 3 โผล่มาแล้ว!”

เขาหันไปออกคำสั่งเชิงเหยียดหยาม

“เร็วเข้า รับมือกับซอมบี้พวกนี้ไม่ได้หรอก พาผู้รอดชีวิตหนีไปเร็ว ถ้าไม่รีบไปตอนนี้ไม่รอดออกไปแน่!”

ทีมกู้ภัยคัดค้านไปโดยไม่รู้ตัว

“ทำไมเราต้องเชื่อฟังด้วย”

ทว่าทันทีที่สิ้นคำ เฉินเทียนเซิงก็ออกหมัดฆ่าบรรดา   ซอมบี้จอมตะกละตะกลามให้ได้รับชม

ซอมบี้ระดับ 3 ที่ถูกจู่โจมลอยกลางอากาศไปไกลร้องโหยหวนส่งเสียงลอยมา ทำเอาทุกคนเสียดหูและใจสั่นกลัวเย็นวาบไปหมด

เฉินเทียนเซิงกล่าวเสียงเรียบ

“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป อยู่ตายที่นี่เนี่ยแหละ”

พวกเขาหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว ขณะหันไปตะโกนบอก

“ทุกคนรีบอพยพให้เร็วที่สุด ลงมือได้!”

เสียงตะโกนนี้ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและผู้รอดชีวิตรีบกรูไปยังขบวนรถ รถบรรทุกติดเครื่องก่อนทุกคนจะขึ้นรถ เมื่อเริ่มเคลื่อนตัวออกไป นายทหารก็กระโดดขึ้นรถตามกันไป

ทว่าในเวลานี้ยังมีอาสาสมัครและผู้รอดชีวิตขึ้นรถไม่ทัน พวกเขารีบไล่ตามพลางตะโกนไปด้วย

“รอฉันด้วย ได้โปรดอย่าทิ้งฉัน ฉันยังไม่อยากตาย!”

นายทหารบนรถเอื้อมมือลงมาดึงอาสาสมัครขึ้นไปทีละคน

บรรดาผู้รอดชีวิตที่ขังตัวเองอยู่ในบ้านเห็นขบวนรถกู้ภัยขับออกไป พวกเขาเปิดประตูออกมาก่นด่า

“เดี๋ยวสิโว้ย อย่าทิ้งฉันนะ หนีเอาตัวรอดไปทั้งอย่างนั้นได้ยังไง เป็นเจ้าหน้าที่ภาษาอะไร อับอายขายขี้หน้าเขาหมด ไม่สมกับเป็นทหารเลย!”

ตะโกนสุดเสียงไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะขบวนรถของทีมกู้ภัยได้แล่นจากไปแล้ว

ชายคนหนึ่งหันหลังรีบวิ่งไปยังโรงจอดรถในสภาพเหงื่อตก กุญแจรถถูกบิดติดเครื่องก่อนเหยียบคันเร่งสุดแรง

ทว่ารถสุดที่รักสภาพเหมือนชายแก่ร่อแร่ มันส่งแค่เสียงแต่เครื่องยนต์ไร้วี่แววจะติด

“ได้โปรด ๆๆๆ ติดสักทีเถอะ!”

ในจังหวะที่เถ้าแก่คนนั้นภาวนาทั้งเหงื่อแตกพลั่ก

“ตู้ม”

ซอมบี้ตัวโตกระเด็นเข้ามาในโรงจอดรถ ร่างยักษ์ของมันหล่นทับหลังคา หัวขนาดใหญ่กระแทกกระจกหน้ารถ

รอยแตกร้าวปรากฏบนกระจก เลือดสีดำไหลเข้ามาในรถตามรอยร้าว กลิ่นเหม็นปะทะเข้าหน้าเขาอย่างจัง ชวนให้เย็นผวาจับจิต

เถ้าแก่วัยกลางคนจับพวงมาลัย เขาแข็งทื่อสั่นเทาไปทั้งตัว น้ำใสสายหนึ่งไหลมาเปียกเลอะกางเกง

ซอมบี้ระดับ 3 พยายามเงยหน้าขึ้น ก่อนแยกเขี้ยวและร้องคำรามเกรี้ยวกราด

“อ้าก หิว!”

ทันใดหลังจากนั้น

เฉินเทียนเซิงกระโดดขึ้นบนหลังคารถ ง้างหมัดขึ้นต่อยศีรษะและใบหน้าของมัน

“หิว หิวเหลือเกิน!”

การออกหมัดราวกับพายุที่เกิดขึ้นยังคงติดตา

รถหรูสั่นตามทุกจังหวะเหวี่ยงกำปั้น แรงสะท้อนกลับทำให้หลังคางอตัวลง กระจกหน้ารถหลุดออกมาเพราะแรงนั้น ช่วงหน้ารถผิดรูปไปแทบจะทั้งหมด

ระหว่างเฉินเทียนเซิงกำลังสนุก เขาบังเอิญเจอเถ้าแก่วัยกลางคนในรถ อีกฝ่ายมองมาด้วยความตกใจ

เจ้าตัวเห็นว่ายอดฝีมือผู้นี้สวมหน้ากากและปิดบังใบหน้าไว้มิดชิด ก่อนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มที่ดูไม่สบายตากว่าการร้องคร่ำครวญ

เฉินเทียนเซิงมองอีกฝ่ายแต่ไม่ได้หยุดออกหมัดต่อย ยังคงโจมตีด้วยกำปั้นอย่างต่อเนื่อง

ถึงอย่างไรมันก็เป็นซอมบี้ระดับ 3 พละกำลังและ         การป้องกันตัวย่อมแข็งแกร่ง ต่อให้ถูกต่อยเป็นร้อยรอบก็ยังพยายามต้านทานเอาไว้อย่างถึงที่สุด มันสบโอกาสเผลอตัวผลักมนุษย์ที่จู่โจมมันออก

“หิว!”

มันร้องคำรามโหยหวน ส่งเสียงดังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

เถ้าแก่ในรถหน้าซีดหวาดกลัวจนสะอึกออกมาโดยไม่รู้ตัว

ซอมบี้ระดับ 3 หันขวับมาหา ก่อนยื่นมือหมายจะมาคว้าตัวเขาไป

“หิว”

การเห็นอาหารอยู่ใกล้แค่เอื้อม สำหรับซอมบี้แล้ว มันคือของล่อตาล่อใจซึ่งไม่อาจต้านทานได้

เหยื่อของมันหวาดกลัวจนฟันกระทบกัน สั่นระริกไป      ทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง ทว่าไม่อาจทำสิ่งใดได้

ในจังหวะที่กรงเล็บมัจจุราชจวนจะมาถึงใบหน้าของเขา

เวลาเหมือนหยุดเดิน กรงเล็บที่ใกล้แค่เอื้อมชะงักค้างตรงหน้า

“เฮือก!”

เขาสะอึกอีกครั้ง อย่างกับมันเหมือนเป็นปุ่มเดินเวลา

ซอมบี้ระดับ 3 กลับมาขยับในสภาพงุนงง ร่างยักษ์ของมันถูกแรงมหาศาลดึงห่างออกไป

เฉินเทียนเซิงคว้าข้อเท้ามันลากมาขณะเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

“กล้าดียังไงมาผลักฉัน!”

ชายหนุ่มออกแรงดึงเหวี่ยงมันออกมาไปสุดกำลัง

ร่างโตของมันถูกโยนลอยไปกระแทกกำแพงด้านนอกของคฤหาสน์ ก่อนไปหล่นอยู่ตรงกันข้ามคฤหาสน์

ฝุ่นควันฟุ้งโขมงไปทั่วบริเวณ

เฉินเทียนเซิงหันไปมองเถ้าแก่วัยกลางคนในรถ

“เดี๋ยวผมกลับมาหาทีหลัง!”

สิ้นคำเขาก็รีบถลาไปข้างหน้า ก่อนจะหายลับไปกลางอากาศ

เถ้าแก่วัยกลางคนตัวสั่น ตกตะลึงไปกับเหตุระทึกขวัญเมื่อครู่

……

ซอมบี้ตัวกระแทกกับกำแพงลอยไปหล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์

ตอนนี้หญิงสาวผมยุ่งเหยิงถือมีดคมไว้ในมือ เธอนั่งตัวสั่นหลบมุมอยู่ภายในห้อง

หลังซอมบี้กระเด็นเข้ามา เธอกรีดร้องด้วยความหวาดผวา หลับตาลงพร้อมมีดในมือ ก่อนปัดป่ายมันตรงหน้าสะเปะสะปะ

“ฮือ อย่าเข้ามานะ ออกไปนะ ฮือ!”

ซอมบี้อยู่ไม่ห่างจากเธอ กลิ่นเหม็นน่าพะอืดพะอมลอยมาให้ได้กลิ่น

ทั้งกลัว

ทั้งตื่นตระหนก

หญิงสาวไม่กล้าเผชิญหน้ากับซอมบี้ นับประสาอะไรกับการทำใจกับชะตากรรมการถูกกิน

ทว่าในชั่วขณะที่คิดว่าตนเองจะตาย ชายหนุ่มคนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้น

“ส่งมีดคุณมาให้ผม!”

เธอเผลอลืมตาขึ้นทันที ก่อนได้เห็นฉากไม่คาดฝัน

ชายหนุ่มที่สวมหน้ากากกันแก๊สพิษกำลังเหยียบบนหัวซอมบี้ เขาพูดกับเธอ

“นี่ บอกให้ส่งมีดมาไงครับ”

เฉินเทียนเซิงว่าย้ำ

เธอยังไม่อยากจะเชื่อ สายตากวาดมองทุกอย่างตรงหน้าทั้งยังตัวสั่นระริก

เขาพูดไม่ออกเช่นกัน จึงเอื้อมไปคว้ามีดจากมือเธอมาเอง และหันกลับไปหาซอมบี้พร้อมบอก

“ปล่อยให้แกอวดดีมานานล่ะ มาจบเรื่องกันดีกว่า!”

“พรูด”

เขาเงื้อมีดแทงลงไป เลือดสีดำพุ่งพรั่งพรูออกมา

ซอมบี้ระดับ 3 ดีดดิ้นทว่าเปล่าประโยชน์ ร่างไร้ชีวิตของมันนอนแน่นิ่งตายอยู่บนพื้น

เฉินเทียนเซิงขุดเอาผลึกออกมาถือไว้ในมือและมองมัน

“ไม่เลวนี่ สมกับเป็นหัวของซอมบี้ระดับ 3 อีกไม่นานแกก็คงวิวัฒนาการเป็นระดับ 4 ได้แล้วเชียว น่าเสียดายที่มาถูกจับได้ซะก่อน”

เขากันไปมองหญิงสาวหลังเก็บผลึกเสร็จเรียบร้อย เธอกลัวสิ้นสติและกล่าวพึมพำกับตัวเอง

“อย่าเข้ามานะ ๆ”

ชาติก่อนเห็นเรื่องแบบนี้มาก็มากแล้ว แต่ก็ยังทำใจเคยชินไม่ได้เสียที มีหลายคนที่หวาดกลัวจนเสียสติ

เขาไม่สนใจอาการแตกตื่นของเธอ กลับหันไปตะโกนบอกเถ้าแก่วัยกลางคนในรถ

“คุณน่ะ รีบออกไปจากที่นี่ซะ!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด