ตอนที่แล้วบทที่ 42 มันยังไม่จบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 44 เติมน้ำมันให้ทีสิ

บทที่ 43 เขตกักกันไม่ปลอดภัย


บทที่ 43

เขตกักกันไม่ปลอดภัย

ทหารของประชาชนนั้นให้ความสำคัญกับประชาชนเสมอ ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติอะไรเกิดขึ้น สิ่งสำคัญของพวกเขาคือประชาชนเสมอ

หลังจากเขตกักกันถูกโจมตี พวกเขาได้ทำการช่วยเหลือและส่งผู้บาดเจ็บทั้งหมดไปรักษาทันที

จากข้อมูลเดิมที่พวกเขาได้มาคือ หากใครถูกซอมบี้กัดจะเกิดการกลายพันธุ์ แต่ในกรณีนกกลายพันธุ์โจมตีนั้น พวกเขาไม่มีข้อมูลอะไรเลย

ถูกต้อง เพราะทุกคนคิดว่านี่เป็นเพียงฝูงนกธรรมดาเข้ามาโจมตี จึงไม่มีใครนึกถึงเชื้อซอมบี้ที่กำลังกลายพันธุ์

ขณะที่ทหารกำลังหามเปลส่งผู้บาดเจ็บไปรักษา ผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้าไปทักทายเพื่อน และพูดคุยกันขณะเดิน

“ถ้าไม่มีซอมบี้ออกอาละวาด ฉันคงไม่รู้ว่ามีคนที่มีความสามารถเหนือมนุษย์อยู่บนโลก ทั้งควบคุมไฟได้ และก็สั่งลมได้ ถ้าฉันบอกว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นายจะเชื่อไหม?”

เขายังคงพูดจาอย่างฉะฉาน ในขณะที่รูม่านตาของสหายร่วมรบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว แยกเขี้ยวอย่างดุร้าย แล้วหันไปกัดต้นคอของเขา

ซากศพต่างลุกขึ้นและวิ่งกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณเขตกักกัน ไม่ว่าจะบาดเจ็บเล็กน้อยหรือบาดเจ็บสาหัส หลังจากเปลี่ยนร่างไปทีละคน พวกมันก็เริ่มโจมตีคนรอบข้างทันที

วิกฤตที่สองได้เกิดขึ้นแล้ว เสียงปืนดังกึกก้อง เขตกักกันทั้งหมดตกอยู่ในความโกลาหล

“เกิดอะไรขึ้น?”

เจิ้งเหว่ยตกใจเมื่อได้ยินเสียงปืน

เมื่อเห็นทหารและผู้รอดชีวิต ต่างถูกเพื่อนของตัวเองกัดกินอย่างบ้าคลั่ง เกิดเป็นภาพแห่งหายนะที่สยดสยอง เจิ้งเหว่ยทำได้แค่เดินถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว

“มันเกิดขึ้นได้ยังไง!”

เขตกักกันไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ซอมบี้หลายตัวกำลังฉีกกระชากผู้รอดชีวิตทุกหย่อมหญ้า

ไม่ว่าจะเป็นทหารผู้กล้าหาญ หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในตอนนี้ พวกเขามีแค่สมญานามเดียวเท่านั้น ซอมบี้!

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”

ผู้รอดชีวิตที่ไม่ได้รับบาดเจ็บต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างลนลาน

ทหารเล็งปืนไปที่ฝูงศพอย่างยากลำบาก ทุกคนตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากเบ้าตา

“ปัง”

ทหารคนหนึ่งเปิดฉากสังหารอดีตสหายร่วมรบ มือข้างหนึ่งจับต้นคอที่เปื้อนเลือด ก่อนใช้มืออีกข้างหนึ่งเล็งปืนไปที่ขมับของตัวเอง

ขณะหันไปมองรอบ ๆ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

“วันสิ้นโลกเฮงซวย ฉันไม่ยอมเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนพวกแกหรอก!”

“ลาก่อนเพื่อนทุกคน ฉันไม่มีวันทำร้ายพวกนาย!”

“ปัง”

กระสุนปืนถูกยิงออกมา จบชีวิตของตัวเองลง

เมื่อเห็นฉากตรงหน้านี้ เจิ้งเหว่ยได้แต่กัดฟัน ฝืนตัดสินใจอย่างยากลำบาก

“ยิงเลย!”

“แต่พวกเขาทั้งหมด...”

“ฉันบอกให้ยิง!”

เจิ้งเหว่ยออกคำสั่ง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดแทงที่หัวใจ

ทหารที่เหลือต่างอดทนต่อความเจ็บช้ำ และเหนี่ยวไกอย่างไม่เต็มใจ

ผู้คนที่เหลือกลายเป็นซากศพมากขึ้น แต่ไม่นานพวกเขาก็ถูกกลืนหายไปในห่ากระสุน

ลัวหลงและลัวเฟิงก็เข้ามาสมทบด้วย พวกเขาช่วยกันกำจัดซอมบี้ที่เข้ามาโจมตี และคอยปกป้องผู้ที่ไม่ติดเชื้อ

...

ภายในรถบรรทุก

เฉินเทียนเซิงเงียบไป

ชาติที่แล้วเขาได้รับการช่วยเหลือในอีก 14 วันต่อมาหลังเกิดวันสิ้นโลก เขาถูกนำตัวไปยังฐานผู้รอดชีวิต ระหว่างทางที่เข้ามาในเขตปลอดภัย เขาเห็นเขตกักกันที่ถูกทิ้งร้าง และได้ฟังเรื่องเล่าจากทหารบนรถ

แม้เขตกักกันจะได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้น

แม้จะเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

หยางเซวี่ยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ลืมตาขึ้นและพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ และแล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากข้างนอก

“ข้างนอก... มันยังไม่จบ ฉัน ฉันยังสู้ไหวอยู่”

“เชื่อผมเถอะ คุณไม่อยากเห็นสภาพด้านในเขตกักกันหรอก อยู่ในรถและพักฟื้นไปก่อน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด”

“ฉันอยากช่วยเท่าที่ช่วยได้”

เฉินเทียนเซิงตอบกลับ “ผมช่วยชีวิตคุณ ผมมอบพลังเหนือมนุษย์ให้คุณ และผมขอให้คุณทำตามที่ผมบอก แค่ซื่อสัตย์ต่อผมก็ช่วยได้มากแล้ว ตอนนี้คุณออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”

น้ำเสียงของเฉินเทียนเซิงหนักแน่นมาก หยางเซวี่ยไม่ กล้าขัดคำสั่ง ทำได้แค่นั่งอยู่เฉย ๆ

ในเขตกักกัน เสียงปืนดังราวกับห่าฝน ซอมบี้ยังคงอาละวาดต่อไปเป็นเวลานาน

บางคนไม่กลัวตาย แต่บางคนก็ขี้ขลาด

ในเมื่อรอดจากฝูงนกมาได้ พวกเขาก็ไม่อยากกลายเป็นซอมบี้อีก ด้วยความขี้ขลาด ผู้รอดชีวิตที่เหลือต่างหลบซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ในเขตกักกันเพื่อเอาชีวิตรอด ถึงอย่างนั้น เหตุการณ์เชื้อซอมบี้ระบาดก็กินเวลานานหลายชั่วโมง

เจิ้งเหว่ยสั่งให้ทหารติดอาวุธครบมือ แล้วทำการตรวจสอบผู้รอดชีวิตที่เหลือทีละคน เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่มีบาดแผลจากการถูกซอมบี้โจมตี จากนั้นจึงสร้างจุดปลอดภัยใหม่

หลังจากทุกอย่างสงบลง ผู้คนในเขตกักกันต่างหวาดกลัว และหวาดระแวงเล็กน้อย เหตุการณ์เชื้อซอมบี้ระบาดทำให้ทุกคนอยู่ในสภาพตื่นตัวเต็มที่

ทหารนายหนึ่งรายงานความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อกี้ ตัวเลขจากรายงานทำให้พวกเขารู้สึกโศกเศร้าอย่างอธิบายไม่ได้ เพราะตอนนี้จำนวนผู้รอดชีวิตเหลือน้อยมาก ๆ

ทหารคนนั้นสุดจะทน รายงานจบก็หลั่งน้ำตาทันที

“ส่วนตัวเลขของผู้ติดเชื้อรวบรวมได้เท่านี้ครับ”

“ยังมีอีกหนึ่งคน”

ทหารอีกคนพูดขัดจังหวะขึ้นมา ทุกคนจึงหันไปมองด้วยความตกใจ

“ก็ผู้หญิงที่ฆ่านกยักษ์ไง เธอบาดเจ็บสาหัสเลยนะ เราจะไม่ไปดูเธอหน่อยเหรอ?”

เจิ้งเหว่ยฉุกคิดขึ้นได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นมีพลังเหนือมนุษย์ ถ้ากลายร่างเป็นซอมบี้ขึ้นมา เธออาจเป็นซอมบี้ที่พลังอันน่าสะพรึงกลัวและยากต่อการกำจัดแน่นอน

“แย่แล้ว ไปหาเฉินเทียนเซิงเร็วเข้า อย่าปล่อยให้คนขวางโลกทำพวกเราซวยกันหมด!”

ราวกับเจอศัตรูที่น่าเกรงขาม ทหารติดอาวุธครบมือรีบวิ่งไปที่ทางเข้าเขตกักกัน

เจิ้งเหว่ยบรรจุกระสุนปืนพกขณะวิ่งไปด้วย เวลานี้ หัวใจของเขาแข็งกร้าวราวกับหินผา ไม่ว่าใครจะแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะต้องตาย

สำหรับเขาแล้ว นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

ทหารจำนวนหนึ่งวิ่งออกมาจากเขตกักกัน ก่อนวิ่งตีวงล้อมรอบรถบรรทุกเอาไว้ แล้วยกปืนขึ้นเตรียมยิง

เฉินเทียนเซิงเปิดประตูและลงจากรถ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ อย่างไม่สบอารมณ์

“นี่มันหมายความว่ายังไง?”

เจิ้งเหว่ยเล็งปืนไปที่เฉินเทียนเซิง แล้วถามว่า “คุณซ่อนเธอไว้ที่ไหน?”

“เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว?”

เจิ้งเหว่ยสวนกลับทันที “อย่ามาทำเป็นไขสือ คุณรู้ว่าผมกำลังพูดถึงใคร ผู้บาดเจ็บทั้งหมดกลายร่างเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน คุณต้องส่งตัวเธอมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น อย่ามาหาว่าผมหยาบคายก็แล้วกัน”

“ฮึฮึ”

เฉินเทียนเซิงพูดอย่างเย็นชา “นี่คุณกำลังสอนเรื่องซอมบี้กับผมเหรอ?”

“หยุดไร้สาระ เธออยู่ที่ไหน?”

“ฉันอยู่นี่”

ผ่านกระจกรถ หยางเซวี่ยโผล่หัวออกมา

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวหรือเพราะประหม่าเกินไป ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น

“ปัง”

หลังเสียงปืนดังขึ้น

เฉินเทียนเซิงมองย้อนกลับมาอย่างเคร่งขรึม เห็นว่า หยางเซวี่ยยกมือขึ้นปิดหูด้วยความตกใจ ร่างกายมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

“ใครบอกให้นายยิง!”

เจิ้งเหว่ยตะคอกทันที ทหารที่ยิงปืนได้แต่ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถึงอย่างนั้นก็สายเกินไปแล้ว หยางเซวี่ยมองพวกเขาอย่างเย็นชา

ถ้าเธอตอบสนองไม่เร็วพอ หรือหลบช้าไปจังหวะหนึ่ง กระสุนเมื่อกี้คงจะระเบิดหัวของเธอตายตรงนั้นไปแล้ว

เจิ้งเหว่ยคว้าปืนของทหารคนนั้น แล้วตำหนิเขาว่า “ห้ามใครยิงทั้งนั้นถ้าผมยังไม่ได้ออกคำสั่ง!”

ทันทีที่พูดจบ เมื่อเขาหันกลับมา ก็ถูกเฉินเทียนเซิงพุ่งเข้ามาบีบคอ

“กล้ายิงคนของฉันเหรอ อยากตายนักใช่ไหม?”

เจิ้งเหว่ยสำลักอย่างรุนแรง ทำให้เสียงเล็ดลอดออกมาจากลำคอด้วยความยากลำบาก

“ผมไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นจริง ๆ ผมแค่อยากมาดูให้แน่ใจ ถ้าเธอกลายร่างเป็นซอมบี้ เธอจะเป็นภัยต่อพวกเราทุกคน!”

เฉินเทียนเซิงเหวี่ยงเขาลงกับพื้น เจิ้งเหว่ยกลิ้งไปมาหลายตลบและหายใจหอบ

“ฟังนะ มนุษย์ยุคใหม่หรือพวกเหนือมนุษย์ จะไม่กลายร่างเป็นซอมบี้ถ้าถูกซอมบี้ระดับต่ำกัด หยางเซวี่ยไม่เป็นไรหรอก พวกคุณรีบไสหัวออกไปได้แล้ว!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด