ตอนที่แล้วตอนที่ 299 ข้อเสนอจากราชา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 301 เสี่ยวไกระดับ 7

ตอนที่ 300 เสนอตัวฮู่เตียน (ฟรี)


(สุขสันต์วันปีใหม่ ช่วงหยุดยาวผมไป ตจว. เลยจะไม่ได้ลงจะกลับมาอีกครั้งก็วันที่ 3  ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดดครับ)

นัยน์ตาสีแดงกุหลาบของฮู่เตียนเริ่มตระหนักได้ถึงบางอย่าง เธอเริ่มคาดเดาอะไรได้ หางของเธอเริ่มส่ายไปส่ายมาและ ดูไม่สบายใจอย่างมาก

เอ้าเก๋อละสายตาจากฮู่เตียน

และมองไปที่มู่เหลียงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“เพื่อความเท่าเทียมกับอสูรจิตอัสนี เราขอมอบฮู่เตียนให้ท่าน”

สิ้นสุดคำพูดของราชาหมื่นอสูรทำให้ทั้งห้องจัดเลี้ยงเงียบสะงัด

ดวงตาของฮู่เตียนเบิกกว้าง และคิดว่าหูของเธอไม่ฝาดไปใช่ไหม

ก่อนที่ใบหน้าที่งดงามของเธอจะดูโกรธอย่างมาก หางทั้งเจ็ดของเธอตั้งชูชี้ฟ้า

ฮู่เตียนเรียกราชาหมื่นอสูรด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอย่างมาก

“เอ้าเก๋อ!! นี้หมายความว่าอะไร!”

“เธอมีอะไรจะแย้งงั้นหรอ? ฮู่เตียน”

เอ้าเก๋อโน้มตัวมาด้านหน้าและจ้องมองฮู่เตียนด้วยสีหน้าไร้เยื้อใย

“....”

ทั้งร่างของฮู่เตียนสั่นสะท้าน รัศมีพลังกดดันของราชาหมื่นอสูรกำลังกดทับบนร่างของเธอ

เฟิงชิงหลางที่มองอยู่ก็ได้แต่ปิดปากเงียบ แต่ในแววตาของเขากลับฉายออกถึงความดีใจ

เขารู้สึกโชคดีที่ไม่ถูกทำเหมือนกับสิ่งของ

หยางเซียงขดงวงช้าของตัวเอง และเงียบราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น เขาพยายามลบตัวตนการมีอยู่ของเขาออกไปจากห้องให้ได้มากที่สุด

แต่สายตาที่มองไปยังฮู่เตียนนั้นกลับเต็มไปด้วยความเวทนา

“ท่านเอ้าเก๋อ นี้ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหม?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นและกอดอก ราวกับกำลังดูการแสดงละคร

หยู่ฉินหลานเม้มปากของเธอ และมองดูฮู่เตียนอย่างสงสาร

เอ้าเก๋อพูดอย่างใจเย็น

“ฮู่เตียนเป็นถึงผู้กลายพันธ์ขั้น 7 นั้นก็เทียบได้กับอสูรจิตอัสนีขั้น 7 ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน”

ฮู่เตียนขบฟันแน่น แววตาของเธอที่มองราชาหมื่นอสูรดูรังเกียจมากขึ้นทุกวินาที

เธออยากจะปฏิเสธการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ แต่เมื่อคิดถึงครอบครัวที่อยู่ในเมืองจะถูกราชาหมื่นอสูรเล่นงาน ทำให้เธออับจนหนทาง

แต่เวลานี้นัยน์ตาของมู่เหลียงเป็นประกาย และพูดอย่างช้าๆ

“การแลกเปลี่ยนนี้เท่าเทียมกันก็จริง แต่ดูเหมือนว่าฮู่เตียนโฮวจะไม่ค่อยยินดีเท่าไร”

มู่เหลียงพูดจบเขาก็เม้มปากเล็กน้อย ข้อเสนอแลกเปลี่ยนครั้งนี้น่าสนใจมากๆ แต่ความจริงแล้วตอนนี้เขามีแผนการอื่นภายในใจ

หยู่ฉินหลานสังเกตเห็นถึงการแสดงออกของมู่เหลียง ก็รู้แล้วว่าเขากำลังกลายเป็นจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์

อีกไม่นานมู่เหลียงจะก่อเรื่องขึ้นแน่

“เธอจะชอบเอง”

ร่องรอยของความยินดีฉายออกมาจากในแววตาของเอ้าเก๋อ ราวกับเห็นความหวังอีกครั้ง

“ฮึ่ม!”

ฮู่เตียนพ่นลมหายใจที่เย็นชาออกมา พร้อมกับความคิดมากมายที่ตีกันในหัว

“ฮู่เตียน ไปเก็บข้าวของของเธอซะ”

เอ้าเก๋อออกคำสั่ง

“ถ้าใช้ฉันเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนแล้ว งั้นฉันขออะไรอย่าง”

ฮู่เตียนพูดอย่างเย็นชา

“ว่ามา”

เอ้าเก๋อพยักหน้า

“ฉันจะพาครอบครัวและคนของฉันติดตามไปด้วย”

ฮู่เตียนพูดอย่างไร้เยื้อใย

หากเธอต้องกลายเป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนจริงๆ ครอบครัวของเธอจะต้องไม่อยู่ในเมืองแห่งนี้ด้วย ไม่งั้นจะเกิดปัญหาที่ไม่รู้จบตามเธอมา

เอ้าเก๋อขมวดคิ้ว และคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ดูเหมือนเอ้าเก๋อเองก็ลังเลที่จะยกฮู่เตียนให้มู่เหลียงไป เพราะจะทำให้ขุมกำลังของเมืองหมื่นอสูรลดลง

แต่เมื่อเอ้าเก๋อคิดถึงร่างกายที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน และใกล้จะตายเข้าทุกขณะทำให้เขาตัดสินใจได้ในทันที

สิ่งที่ยั่วตายั่วใจเอ้าเก๋อมากที่สุดในตอนนี้คืออสูรจิตอัสนีขั้น 7

หากได้อสูรจิตอัสนีมาแล้ว เขาจะทำการย้ายวิญญาณอีกครั้ง และใช้เวลาอีกหนึ่งปีในการฟื้นคืนพลังกลับมาเช่นเดิม

เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็มีพลังพอที่จะรับมือกับคลื่นภูติจันทรุปราคา หรือคืนจันทร์สีเลือดได้

ถึงแม้ว่าจะเสียฮู่เตียนที่เป็นผู้มีพลังขั้น 7 ไป ก็ไม่ต่างจากเสียชาวเมืองไปสักคน

เอ้าเก๋อพูดอย่างช้าๆ

“ได้ แต่พวกเขาจะต้องเต็มใจที่จะไป”

ฮู่เตียนเบ้ปากแสดงออกถึงความไม่พอใจ ไม่คิดว่าเธอจะถูกราชาหมื่นอสูรกระทำไม่ต่างจากสินค้า

“ท่านมู่เหลียง คิดเห็นเช่นไร?”

เอ้าเก๋อถามด้วยแววตาที่ลุกวาว

มู่เหลียงเองก็สนใจไม่น้อย เพราะเมืองเต่าทมิฬเองก็กำลังขาดแคลนผู้มีพลังระดับสูงภายในเมือง

หยู่ฉินหลานแม้ว่าจะได้กินผลมะเฟืองของต้นชาเขียวประกายไป และพลังรุดคืบหน้าขึ้นมาก แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าจะเข้าสู่ขั้น 7 เต็มตัว

ถ้าได้ฮู่เตียนมาเข้าร่วมตอนนี้ จะยิ่งเสริมกำลังรบให้มู่เหลียงมากขึ้น

แต่เวลาเดียวกันมู่เเหลียงก็มีความคิดอื่นแทรกขึ้นมาด้วย

มุมปากของเขายกสูง และพูดอย่างใจเย็น

“ยินดีที่ได้ร่วมทำการค้าด้วย”

“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม”

เอ้าเก๋อพยายามระงับความตื่นเต้นของเขาเอาไว้

“ไหนเมื่อเราคุยเรื่องการค้าเสร็จแล้ว ทางนี้เองก็มีเรื่องที่อยากจะสอบถามเหมือนกัน”

มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ

เอ้าเก๋อถามต่อด้วยความประหลาดใจ

“ถ้าเช่นนั้นท่านมู่เหลียงเชิญถาม”

“เกี่ยวกับความลับของดินแดนแห่งนี้ พวกเรื่องคืนจันทร์โลหิต และความจริงที่ว่าทำไมต้นไม้และพืชผลถึงตายหมด”

มู่เหลียงถามด้วยแววตาที่นิ่งสงบ

เอ้าเก๋อถึงกับตกใจเมื่อได้ยินคำถาม และตอบด้วยน้ำเสียงแห้งๆ

“เราเองก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้มากนัก”

ก่อนที่เขาจะส่ายหัวและถอนหายใจ

“อันที่จริงตัวเราเองก็อยากจะทราบถึงความจริงของเรื่องคืนจันทร์สีเลือดและเหตุผลที่ต้นไม้เหี่ยวเฉาเหมือนกัน”

“ท่านเองก็ไม่รู้งั้นหรอ?”

“มีเพียงเรื่องคืนจันทร์สีเลือดที่รู้ว่าเมื่อใดที่พระจันทร์เป็นสีเลือด เหล่าศพและผีมายาจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาไล่ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้ามัน”

เอ้าเก๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งทื่อ

เขาเคยรับมือกับคืนจันทร์สีเลือดมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหากเขาเล่าเรื่องนี้ออกไป อาจจะเปิดเเผยความลับของพลังของเขาที่อยู่มานานหลายร้อยปีได้

มู่เหลียงนิ่งเงียบไปครุ่หนึ่ง เขาเองก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน

“แล้วงั้นเหตุผลที่ต้นไม้กับพืชเหี่ยวเฉาล่ะ”

มู่เหลียงถามต่อแต่ก็ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว

เอ้าเก๋อส่ายหัว และพูดอย่างใจเย็น

“เรื่องนี้ เราว่าท่านควรไปถามจากดินแดนเขียวขจีหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะดีกว่า”

“ดินแดนเขียวขจี….กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์

มู่เหลียงพูดขึ้นและพยักหน้า

ก่อนที่เขาจะยืนขึ้นและพูดอย่างช้าๆ

“คืนนี้สนุกมาก แต่พวกเราขอตัวกลับก่อน”

หยู่ฉินหลานลุกขึ้นยืนตาม และสาวใช้ก็เข้าไปเก็บจานอาหารใส่กล่องอย่างรวดเร็ว

ฮู่เตียนมองหน้ามู่เหลียงด้วยสายตาที่ดูซับซ้อน

มู่เหลียงสบตากับฮู่เตียนก่อนที่จะพูดอย่างสุขุม

“ฮู่เตียน อีกแปดวันให้เก็บสัมภาระและจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

มู่เหลียงพูดก่อนที่จะชะงักไปและพูดต่อ

“แล้วฉันจมารับเมื่อถึงเวลานั้น”

“ค่ะ”

ฮู่เตียนตอบด้วยแววตาที่เป็นประกาย

คำพูดของมู่เหลียงนั้น ทำให้เธอสามารถเตรียมตัวได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกราชาหมื่นอสูรเล่นงาน

มู่เหลียงสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินหันหลังกลับออกไป

เอ้าเก๋อดูด้วยสายตาที่เย็นชา

“ฉันจะไปส่งท่านมู่เหลียง”

ฮู่เตียนพูดขึ้นก่อนที่จะลุกตามไป

“ท่านราชา…”

หยางเซียงมองไปยังเอ้าเก๋อ

“ไม่ต้องสนใจ”

เอ้าเเก๋อเอนหลังติดกับเก้าอี้ ก่อนที่จะหลับตาเพื่อรักษาพลังงานเอาไว้ ชะลอการทรุดโทรมของร่างกายนี้

เฟิงชิงหลางเหลือบมองราชาและมองไปยังอาหารบนโต๊ะ แต่เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์มากินอีกแล้ว

เขาจึงลุกขึ้นพร้อมกับคำนับให้อย่างเงียบๆ และออกไปจากห้องจัดเลี้ยง

…..

ที่ด้านนอกวัง ฮู่เตียนวิ่งตามมู่เหลียงมาจนทัน

“ท่านมู่เหลียง”

เธอรีบตะโกนอย่างรีบร้อน

มู่เหลียงหยุดเท้าก่อนที่จะเดินขึ้นรถม้า และหันกลับมามองฮู่เตียน

“น้องสาวฮู่เตียนมีอะไรรึป่าว”

หยู่ฉินหลานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะ

“ให้ฉันไปส่งเถอะ”

ฮู่เตียนพูดพร้อมกับส่งสายตาที่จริงใจ

“งั้นก็ไปกันเถอะ”

มู่เหลียงยิ้มตอบ

เว่ยหยูหลันเปิดประตูรถโดยมีป๋าฟูยืนอยู่ด้านข้าง

มู่เหลียงก้าวขึ้นรถม้าไปก่อน

ตามด้วยหยู่ฉินหลาน ก่อนที่เธอจะยื่นมือออกมาเพื่อเรียกฮู่เตียน

“น้องสาวฮู่เตียนเชิญทางนี้”

“ขอบคุณพี่สาว”

ฮู่เตียนยิ้มอย่างร่าเริง ก่อนที่จะเดินขึ้นรถม้าไปด้วย

ป๋าฟูเมื่อเห็นฮู่เตียนขึ้นไปแล้วเลยปิดประตูรถม้า

“ย้ะ!”

หน่วยพิทักษ์เนินสูงพลิกตัวขึ้นขี่หมาป่าจันทรา และเคลื่อนขบวนออกไปจากวังทันที

ในรถม้า มู่เหลียงพิงเบาะผ้าไหมนุ่มๆ ที่ทำมาจากใยแมงมุม และมองดูฮู่เตียนอย่างไม่ใส่ใจนัก

ฮู่เตียนพยายามระงับมนต์เสน่ห์ของตัวเอง และถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ท่านมู่เหลียง ท่านต้องการทำข้อแลกเปลี่ยนนี้จริงๆ งั้นหรอ”

มู่เหลียงหัวเราะ และถามต่อ

“สัตว์อสูรจิตอัสนีขั้น 7 แลกกับผู้มีพลังขั้น 7 ทำไมจะไม่ล่ะ?”

“...”

ฮู่เตียนถึงกับพูดไม่ออก

เธอรู้สึกถอดใจก่อนจะพูดกึ่งจริงกึ่งเล่น

“ท่านไม่กลัวว่าฉันจะเป็นสายลับที่เอ้าเก๋อส่งมางั้นหรอ?”

“ฉันคิดว่าเธอคงไม่คิดสั้นขนาดที่จะทำแบบนั้นหรอก”

มู่เหลียงลูบคางตัวเอง และพูดด้วยน้ำเสียงไม่คิดอะไร

เมื่อฮู่เตียนได้ยิน ก็ได้แต่หัวเราะตัวเองภายในใจ มู่เหลียงเป็นถึงผู้มีพลังขั้น 8 ขุมอำนาจและพลังขนาดนี้ไม่มีอะไรให้ปิดซ่อนอยู่แล้ว

“น้องสาวฮู่เตียน ทำไมถึงไม่ปฏิเสธไปล่ะ”

หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“เรื่องนั้น ฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์”

ฮู่เตียนได้แต่ก้มหน้าและสมเพชตัวเอง

นี่คือโลกของผู้อ่อนแอและผู้แข็งแกร่ง ผู้อ่อนแอจะถูกผู้แข็งแกร่งกดขี่เสมอ

แล้วยิ่งเธอยังมีครอบครัวอยู่ในเมืองหมื่นอสูร ไม่มีทางเลยที่เธอจะปฏิเสธได้

“ทำไมอสูรจิตอัสนีถึงสำคัญกับเอ้าเก๋อขนาดนั้น?”

จู่ๆ มู่เหลียงก็ถามขึ้น

“มันอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังผู้ตื่นของเขา”

ฮู่เตียนลดเสียงลงก่อนที่จะพูด

“เอ้าเก๋อเป็นผู้ตื่นงั้นหรอ?”

มู่เหลียงเลิกคิ้ว นอกจากเป็นผู้กลายพันธ์แล้วยังมีพลังที่ตื่นขึ้นด้วยงั้นหรอ

“มันเป็นเพียงการคาดเดาของฉัน”

ฮู่เตียนตอบอย่างแผ่วเบา

เธอเคยถามจากผู้อาวุโสบางคนในเมือง และได้รู้มาว่าตั้งแต่เมืองหมื่นอสูรก่อตั้งขึ้น ราชาอสูรทุกคนมักจะเป็นผู้กลายพันธ์เสมอ  ไม่ใช่ว่าพึ่งจะเป็นที่สมัยนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่มีเปลี่ยนบัลลังค์ ราชาอสูรคนใหม่ ผู้ที่จะมานั่งแทนนั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และถูกบอกเล่าว่าเป็นผู้ที่ราชาองค์ก่อนๆ ชุบเลี้ยงเอาไว้ไม่ให้ใครรู้

“น่าสนใจ”

มู่เหลียงพยักหน้าและครุ่นคิด

“ท่านมู่เหลียง หากว่าครอบครัวและคนของฉันย้ายไปเมืองเต่าทมิฬแล้ว ท่านจะทำยังไงกับพวกเขา”

ฮู่เตียนถามขึ้น

-“เมืองเต่าทมิฬจะจัดหาที่อยู่อาศัยให้และ น้ำให้ใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะจัดหางานให้กับแต่ละคน เพื่อที่พวกเขาจะได้หาเงินทมิฬไว้เลี้ยงดูตัวเองได้”

หยู่ฉินหลานตอบแทนมู่เหลียง

“เงินทมิฬ? มันคืออะไรหรอพี่สาว”

ฮู่เตียนถามด้วยความสงสัย

ตอนนี้ฮู่เตียนเริ่มคิดถึงชีวิตที่ได้อาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬอย่างที่เธอเคยนึกฝันก่อนหน้านี้ และการจะได้กินอาหารอร่อยๆ มากมาย

“เงินทมิฬเป็นสกุลเงินในเมืองเต่าทมิฬ มันสามารถใช้ซื้อแลกเปลี่ยนได้เกือบทุกอย่างภายในเมือง”

หยู่ฉินหลานอธิบาย

“ฉันเข้าใจแล้วไ

ฮู่เตียนพยักหน้าช้าๆ และพอจะเข้าใจว่ามันก็คงคล้ายกับผลึกสัตว์อสูร

“เรากำลังจะออกจากเมืองแล้ว”

หยู่ฉินหลานพูดขึ้นขณะที่มองไปนอกหน้าต่าง

รถม้าได้วิ่งผ่านเมืองชั้นในออกมาอย่างรวดเร็ว

“ฉันคงต้องไปแล้ว”

ฮู่เตียนพูดขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้น

“แล้วเจอกันในอีกแปดวัน”

“อืม”

มู่เหลียงขานรับด้วยน้ำเสียงใจดี

“เมื่อถึงเวลานั้น ฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับท่าน”

ฮู่เตียนพูดพร้อมกับมุมปากที่ยกสูงขึ้น

ก่อนที่เธอจะผลักประตูรถม้าออกและกระโดดออกไปจากรถม้าอย่างนุ่มนวล เธอร่อนตัวลงที่ถนนสายหลักในเขตเมืองรอบนอก

แต่เธอไม่ได้สวมชุดคลุมดำอีกแล้ว ทำให้ฝูงชนที่มามุงนั้นต่างร้องด้วยความตกใจ

เธอหันมองและรู้สึกหงุดหงิดผู้คนที่อยู่ที่นี่ดูงี่เง่าเกินไป

ฮู่เตียนเหวี่ยงหางไปมา และมองดูขบวนหมาป่าจันทราและรถม้าวิ่งผ่านประตูเมืองออกไปจนลับสายตา

ของขวัญชิ้นใหญ่?

มู่เหลียงกำลังนั่งคิดเกี่ยวกับคำพูดทิ้งท้ายของฮู่เตียน

“มู่เหลียงนี้จะเป็นกับดักรึป่าว”

หยู่ฉินหลานพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าวิตกเล็กน้อย

“แล้วมู่เหลียงจะเอาเสี่ยวจื่อไปแลกกับฮู่เตียนจริงๆ งั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานถามด้วยแววตาที่สงสัย

มู่เหลียงหัวเราะแห้งๆ และพูดเบาๆ

“เธอคิดว่าไงล่ะ”

หยู่ฉินหลานกลอกตาไปมา และพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ฉันไม่อยากจะคิด”

“ฮะๆๆ”

มู่เหลียงหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด