ตอนที่แล้วบทที่ 37 เป็นคู่ต่อสู้ที่ควรค่าต่อการฟัน!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 39 ปลดปล่อยแรงดันวิญญาณ!

บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!


บทที่ 38 โหมดอาภรณ์สายฟ้า!

‘คาเงะ’ เป็นชื่อของนินจาผู้ทรงพลังที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนินจาเท่านั้นจึงสามารถครอบครองได้

แม้ว่าไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดอะไรนัก แต่คาเงะทุกคนมีพลังการต่อสู้มากกว่าโจนินเสมอ และระดับคาเงะเองเป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินพลังต่อสู้ของโลกนินจามาโดยตลอด

เช่นเดียวกับสุดยอด ‘สี่กระบวนทัพตะวันเพลิง’ เป็นเทคนิคการสร้างข่ายพลังอันแข็งแกร่งที่สุด ในการร่ายคาถานี้ต้องใช้นินจาระดับโฮคาเงะสี่คนในการแสดง!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในโลกนินจา การต่อสู้ระดับคาเงะด้วยกันนั้นหายาก

ท้ายที่สุดแล้ว คาเงะเป็นผู้นำจองหมู่บ้าน มักอยู่ในหมู่บ้านเกือบตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ในการออกไปต่อสู้ด้วยตนเอง

การต่อสู้ระดับคาเงะครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้คือ คุโมะกับโคโนฮะ ระหว่างมินาโตะและไรคาเงะรุ่นที่สี่เอ กับคู่หูของเขาบี

แน่นอนว่าการต่อสู้ไม่ได้ชัดเจนนัก ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของมินาโตะอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะการผสมผสานของพี่น้อง ‘เอบี’ ได้จริงๆ แต่ด้วยเทคนิคเทพสายฟ้าเหินทำให้เขาอยู่ยงคงกระพัน…

นอกเหนือจากการต่อสู้ครั้งนั้นแล้ว การต่อสู้ระดับคาเงะอาจขยายขึ้นไปไกลอีกโดยมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปในสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ระดับคาเงะนั้นหาได้ยากเพียงใด และแม้แต่นินจาอาวุโสหลายคนอาจไม่เคยเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตของเขา

แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นมันแล้ว

และไม่ใช่เพียงหนึ่งแต่เป็นสี่คู่ แปดคน!

สนามรบสี่แห่งมีสไตล์การต่อสู้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างเช่นในเวลานี้ สนามรบระหว่างไรคาเงะรุ่นสี่และเคมปาจิถือเป็นการต่อสู้อันดุเดือดอย่างแท้จริง!

ไรคาเงะรุ่นสี่ได้ทำให้ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว คาถานินจาสายฟ้าของเขามาถึงระดับสูงสุด

ทุกๆ หมัดที่เขาโจมตีจะสร้างหลุมขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น และพลังอันพลุ่งพล่านนี้ยังทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนอีกด้วย

เมื่อเผชิญกับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของไรคาเงะ เคมปาจิไม่มีเจตนาล่าถอยเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเผชิญหน้าอีกฝ่ายโดยตรงพร้อมดาบฟันวิญญาณในมือ

เทคนิคการฟันของเขาไม่มีทักษะหรือการเคลื่อนไหวใดๆ เลยด้วยซ้ำ

ทุกครั้งที่ดาบกระทบกับเกราะข้อมือของไรคาเงะ พลังงานมหาศาลจะสั่นสะเทือนบาเรียที่อยู่รอบๆ

หากการต่อสู้ระหว่างไรคาเงะกับเคมปาจิ เป็นสุนทรียศาสตร์อันรุนแรงของการใช้กำลัง ในทางกลับกันการต่อสู้ระหว่างฮิรุเซ็นและเบียคุยะ ได้แสดงให้เห็นว่าทักษะคืออะไร

“คาถาดิน หอกหิน!”

“คาถาไฟ กระสุนมังกรไฟ!”

“คาถาน้ำ กำแพงวารี!”

พวกเขาเห็นฮิรุเซ็นใช้วิชานินจาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โจมตีอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นคาถาดิน, ไฟ, น้ำ หรือสายฟ้า พร้อมคาถานินจาอื่นๆ นินจาผู้ถูกเรียกว่า “ศาสตราจารย์” สมบูรณ์แบบเกือบทั้งหมด

การประสานงานทักษะคาถานินจาต่างๆ ของเขาแทบไม่มีที่ติ

ตรงข้ามเขา เบียคุยะแสดงให้เห็นพื้นฐานอันครอบคลุมที่สุดในฐานะกัปตัน

เมื่อเผชิญกับการโจมตีต่างๆ ของฮิรุเซ็น เขาใช้วิธีการต่างๆ เพื่อแก้ไขตามนั้น

การใช้ดาบอันละเอียดอ่อนแยกคาถานินจากับชูริเคนที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ และชุนโปอันว่องไวเข้าใกล้อีกฝ่าย โดยมีวิถีมารคอยสนับสนุน

การเผชิญหน้าของทั้งสองเพียงแค่มองก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจได้แล้ว

อีกด้านหนึ่งการต่อสู้ระหว่างสึจิคาเงะโอโนกิและครอกโคไดล์นั้นยิ่งใหญ่มาก

พวกเขาเห็นฝุ่นทรายจำนวนนับไม่ถ้วนบนพื้นผุดขึ้นมากลายเป็นแขนขนาดใหญ่ตบไปยังโอโนกิอย่างต่อเนื่อง และโอโนกิใช้วิชานินจาคาถาดินเพื่อสร้างกำแพงดินขนาดมหึมาในการป้องกัน

ระหว่างการโจมตีของทั้งสองฝ่าย แม้แต่ภูมิทัศน์ของสนามรบทั้งหมดยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับสนามรบสุดท้าย มินาโตะกับเอเนล นินจาเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้เลย

เหตุผลง่ายๆ ทั้งสองฝ่ายเร็วเกินไป!

พวกเขาเห็นเพียงประกายสายฟ้าและลำแสงสีทองในสนามรบกระพริบอย่างต่อเนื่อง จากนั้นหายไปในชั่วพริบตาราวกับสายฟ้าแลบ!

“นี่คือการต่อสู้ระดับคาเงะงั้นหรอ?!”

เมื่อดูสถานการณ์การต่อสู้ในสนามรบทั้งสี่ นินจาทั้งหมดต่างรู้สึกตกตะลึง

เพียงผลพวงจากการสู้รบมันเหมือนกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ต้องพูดถึงการปะทะของทั้งสองฝ่ายโดยตรง

พวกเขาอดไม่ได้ในการถามตัวเองในใจว่าหาพวกเขาอยู่ในสนามรบ พวกเขาจะอยู่ในสนามรบได้นานแค่ไหนกัน?

และคำตอบก็ชัดเจน

‘อย่างมาก โจมตีได้เพียงครั้งเดียวฉันจะตาย!’

เมื่อมองไปยังสนามรบที่มีการต่อสู้อันดุเดือด นินจาชั้นยอดทุกคนต่างกำหมัดแน่น

ตอนนี้เองที่พวกเขาเข้าใจในที่สุดว่าทำไมพวกเขาจึงต้องสร้างบาเรียพร้อมกันทั้งหมด

ไม่ใช่แค่เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถหลบหนีได้ แต่ยังเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเองด้วย

ดังที่ไรคาเงะเคยบอกดารุยผู้พิทักษ์ส่วนตัวของเขามาก่อน นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่พวกเขาสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้

หากพวกเขาเข้ามาแทรกแซงจริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าคนพวกนี้ ทั้งหมดคงตายโดยเปล่าประโยชน์!

ดังนั้นพวกเขาสามารถเฝ้ารู้จากระยะไกลได้ในขณะนี้ ทำได้เพียงรอผลการต่อสู้เท่านั้น

ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้รอนานเกินไป

เพราะในไม่ช้า สถานการณ์อันน่ากังวลในสนามรบก็พังทลายลง

และคนแรกที่ทำลายทางตันคือคนที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาคาเงะทั้งสาม ไรคาเงะรุ่นที่สี่!

“บูม!”

การปะทะกันแทบไม่สามารถทำให้เคมปาจิถอยหลังได้ หลังจากถอยไปสองสามก้าว ไรคาเงะกัดฟัน

เขารู้ถึงร่างกายของตัวเองดีที่สุด

เขาได้รับการกระตุ้นจากจักระสายฟ้าของพ่อตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาน่าเกรงขาม ความแข็งแกร่งน่าทึ่งมาก

เขามีความมั่นใจสูง และคงไม่มีนินจาในโลกที่สามารถแข่งขันกับเขาด้วยความเร็วกับความแข็งแกร่งในสถานการณ์แบบตัวต่อตัวได้

แต่ตอนนี้เขาได้พบกับข้อยกเว้นแล้ว!

ซาราคิ เคมปาจิไม่ได้ด้วยกว่าเขาในเรื่องพลังการต่อสู้

และที่สำคัญกว่านั้นคือเขาสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของอีกฝ่าย

มีสัตว์ร้ายซ่อนอยู่ในลมหายใจนั้น คำรามใส่ไรคาเงะอยู่ตลอดเวลา

“มาเถอะ มาดื่มเลือด!”

“มาฆ่ากัน!”

ในกรณีนี้ ไรคาเงะรู้สึกกดดันจากการต่อสู้มากขึ้น

‘ซาราคิ เคมปาจิ กัปตันหน่วยที่สิบเอ็ด…หมอนี่มันสัตว์ประหลาดจริงๆ!’

ไรคาเงะถูกเคมปาจิฟันถอยออกไปอีกครั้ง พึมพำกับตัวเอง จากนั้นไม่ลังเลเลย…

“ถ้าอย่างนั้น…”

ในเวลาเดียวกันกับที่คำพูดจบลง สายฟ้าปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา!

“บูม!”

จักระสีน้ำเงินปกคลุมร่างกายของเขาราวกับเสื้อเกราะ แรงระเบิดยังทำให้พื้นดินโดยรอบแตกร้าวในทันที

และนี่คือวิชาลับที่เหล่านินจาคุโมะต่างภาคภูมิใจ โหมดอาภรณ์สายฟ้า

“ใช้เคล็ดลับนี้เพื่อกำจัดแก!”

…………………….

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด