ตอนที่แล้วตอนที่ 8 เรียนรู้การแลกเปลี่ยนอีกครั้ง
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ตอนที่ 9 เรียนรู้การแลกเปลี่ยนอีกครั้ง (2)


“เจ้าทำได้อย่างไร?” เซเลียเอ่ยถามขึ้นขณะที่ยังคงรู้สึกประหลาดใจอยู่

“เวทมนตร์ไงล่ะ ข้าได้รับพรจากแสงสว่าง ท่านไม่เคยได้ยินข่าวเหรอ?” ลิธกล่าว

จากนั้นเซเลียก็เริ่มนึกดูจนกระทั่งเธอจำได้ในที่สุด

“อ้อ! ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคือเป็นเด็กเวทมนตร์ที่ทุกคนในลูเทียพูดถึงกันนี่เอง นั่นมันช่วยอธิบายอะไรไปได้หลายอย่างเลย รวมถึงทัศนคติแย่ ๆ ของเจ้าด้วย”

“ขอโทษนะ? ท่านได้เจอกับเด็กผอมแห้งมาขอความช่วยเหลืออยู่ที่หน้าประตู จากนั้นท่านก็บังคับให้เขายอมรับข้อตกลงที่เอารัดเอาเปรียบ และแม้กระทั่งหัวเราะให้กับความพยายามของเขา แล้วท่านจะมาบอกว่าข้าเป็นคนที่มีทัศนคติแย่?” ตอนนี้ลิธโกรธมากจนลืมเรื่องการแบ่งเหยื่ออะไรนั่นไปเลย

เซเลียหัวเราะออกมาเสียงดัง

“เด็กน้อย เจ้านี่มันตลกจริง ๆ ก่อนอื่นเลยเวลาที่เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า สิ่งที่เจ้าหวังได้มากที่สุดก็คือการถูกไล่ออกไปอย่างสุภาพ”

“ถ้าข้าต้องทำตามคำขอของคนบ้าทุกคนข้าคงจะล้มละลายไปนานแล้ว นอกจากนี้เจ้ายังกล้าที่จะกลับมาที่นี่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เจ้าพึ่งจะกระแทกประตูใส่หน้าของข้า นั่นเป็นทัศนคติที่แย่มาก”

เมื่อได้เห็นมุมมองฝั่งของเธอลิธก็ได้แต่เห็นด้วยกับมัน ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาเขาต้องอยู่อย่างเปล่าเปลี่ยวและมีปฏิสัมพันธ์กับแค่สมาชิกในครอบครัวของเขาเท่านั้น เขาคุ้นเคยกับการถูกตามใจมากเกินไปจนลืมกฎพื้นฐานของสังคม และลืมแม้กระทั่งสิ่งที่ควรมีอยู่ในสามัญสำนึกเสียด้วยซ้ำ

ซึ่งความหิวของเขาก็มีส่วนเช่นกัน มันทำให้เขาเป็นคนที่มองโลกแค่ในมุมมองของตัวเองและมีแนวโน้มที่จะโมโหได้ง่าย ลิธตระหนักว่าเซเลียพูดถูกและสิ่งที่เขาทำเมื่อเช้าก็เป็นเพียงอารมณ์ฉุนเฉียวของเขา

“ข้าต้องขอโทษจริงๆ” เขาพูดอย่างจริงจังขณะที่มองไปที่ดวงตาของเธอ “ข้าไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับพฤติกรรมของข้า ข้าเข้าใจถ้าท่านต้องการยกเลิกข้อตกลงของเรา”

เซเลียกลับหัวเราะหนักขึ้น

“ใจเย็นก่อนเด็กน้อย ข้าบอกว่าเจ้าบ้าและหยาบคายแต่ข้าก็ชอบแบบนั้น เจ้าทำให้ข้านึกถึงตัวเองเล็กน้อย สุนัขมันจะไม่กินสุนัขด้วยกันเองหรอกนะ เพราะฉะนั้นข้อตกลงของเราก็ยังคงใช้ได้”

เธอส่งมีดเล่มเล็ก ๆ ที่ด้ามจับทำมาจากไม้ให้เขา

“กฎขอที่หนึ่ง รีดเลือดออกมาจากเหยื่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าหากเลือดเริ่มแข็งตัวเมื่อไหร่เนื้อของมันก็จะเริ่มเน่าเสีย เจ้าสามารถทำได้โดยกรีดไปที่คอของมันลึก ๆ แล้วแขวนมันคว่ำลงไว้เพื่อให้เลือดไหลออกมา” เธอชี้เขาไปที่ราวตากผ้า

“หากเจ้าไม่ต้องการหนังของมัน ก็แค่ตัดหัวของมันออก นั่นจะทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น”

ลิธวางมีดลงและเสกน้ำออกมาในปริมาณที่มากพอที่จะห่อหุ้มทั้งมือของเขา จากนั้นเขาก็ทำให้มันแข็งตัวและเปลี่ยนมันเป็นใบมีดที่แหลมคมแล้วจึงตัดหัวของนก มีเพียงกระรอกเท่านั้นที่เขาใช้มีด

เซเลียผิวปากชื่นชม

“เทคนิคดีนี่ เจ้าไม่กลัวเลือดใช่ไหม?”

“อย่างที่ข้าเคยบอกไปก่อนหน้า ข้าหิว หิวมากจนไม่สนใจดวงตากลม ๆ หรือขนนุ่ม ๆ ของพวกมัน ข้าเห็นพวกมันเป็นอาหารเท่านั้น”

“นั่นแหละคือทัศนคติที่ถูกต้องของนักล่า!” เซเลียยกนิ้วให้เขา

เธอหยิบเหยื่อที่กำลังถูกระบายเลือดไปแขวนให้เขา เนื่องจากเธอคิดว่าราวตากผ้านั้นสูงเกินกว่าที่ลิธจะเอื้อมถึง และลิธเองก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขความเข้าใจผิดของเธอ

“เนื่องจากในเมื่อเรากำลังจะสร้างความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ด้วยกัน แล้วยังมีข้อตกลงนั่นอีกด้วย เจ้าช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหมว่าทำไมเจ้าถึงมาหาข้าแทนที่จะไปขอร้องพ่อแม่ของเจ้า”

“ข้าไม่ได้รู้จักกับครอบครัวของเจ้า แต่นี่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าต้องทำอย่างไร มันคงจะแพงเกินไปที่จะให้คนอื่นแล่เนื้อให้”

ลิธเริ่มคิดถึงคำตอบของคำถามนี้ จากนั้นเขาก็มองไปที่ดวงตาของเธอก่อนที่จะถามว่า

“เรื่องศิษย์อาจารย์และข้อตกลงนั่น มันจะเป็นความลับแค่ระหว่างเราใช่ไหม”

เซเลียพยักหน้า และรู้สึกประหลาดใจที่ได้รับคำตอบที่จริงจังกลับมา

“ตั้งแต่ข้าจำความได้ พี่ชายของข้าและข้านั้นไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย โดยเฉพาะกับพี่ชายคนโตของข้า”

ลิธตัดสินใจว่าเขาจำเป็นต้องระบายเรื่องหนักอกออกไปบ้าง การพูดคุยกับคนแปลกหน้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการระบายความเครียดและมันยังสามารถทำลายชื่อเสียงของออพัลได้อีกด้วย ดังนั้นการเล่าออกไปตรง ๆ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเวทมนตร์ของข้ารึเปล่าแต่ข้ามักจะกินเยอะเสมอ นั่นจะไม่เป็นเรื่องใหญ่เลยถ้าข้าไม่มีพี่น้องสี่คนซึ่งหนึ่งในนั้นยังมีภาวะผิดปกติมาแต่กำเนิด การรักษาของเธอมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะและนั่นก็ยังแทบจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอมีชีวิตอยู่”

“ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ข้าเป็นลูกคนเดียว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ชายคนโตของเจ้าล่ะ?” ลิธแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเธอที่เธอพูด

“นั่นหมายความว่า ไม่ว่าพ่อกับแม่ของข้าจะทำงานหนักแค่ไหน พวกเราก็ไม่มีทางมีอาหารบนโต๊ะได้เพียงพอ” ลิธชี้ไปที่แขนแห้ง ๆ ของเขาเพื่อทำให้เธอรู้สึกสงสาร “และพี่ชายของข้าก็เป็นเด็กผู้ชายที่กำลังเติบโตเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงมีความอยากอาหารมากกว่าอาหารที่เขาได้รับ”

“เมื่อเวลาผ่านไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว เขาจะฉุนเฉียวกว่าปกติและหาว่าข้าคือต้นเหตุของทุกความผิดพลาดในชีวิตของเขา และเขามักจะพูดว่า”

“จะมีลูกเยอะแยะไปทำไม ในเมื่อแค่เลี้ยงยังเลี้ยงให้ดีไม่ได้เลย? ทำไมลิธถึงได้รับอาหารเกือบเท่าข้า? เขาไม่ต้องทำอะไรเลยในขณะที่ข้าต้องไปทำงานในทุ่งตลอดทั้งปี!”

“เขาไม่ใช่น้องชายของข้า เขาเป็นแค่ปลิงที่ดูดชีวิตของข้าไป! ข้าขอสาปแช่งให้มันตาย ๆ ไปซะ!” ลิธเล่าสิ่งที่ออพัลทำให้เขาฝังใจมากที่สุดให้เธอฟัง

“เจ้ากำลังแต่งเรื่องเพื่อให้ข้ารู้สึกสงสารอยู่รึเปล่า? เพราะนั่นมันแย่มาก เซเลียกำลังขมวดคิ้วของเธอและสงสัยว่ามีพี่ชายที่ไหนพูดกับน้องชายแบบนี้บ้าง”

ลิธส่ายหัวและถอนหายใจ

“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเพียงแค่เรื่องแต่ง”

“แล้วพ่อของเจ้าได้ตีสั่งสอนเขาบ้างไหม? บางทีนั่นอาจช่วยให้เขาสำนึกขึ้นบ้าง”

ลิธส่ายหัวอีกครั้ง

“ไม่เลยซักนิด สิ่งนี้เริ่มต้นเมื่อตอนที่ข้ายังเด็กมากและแม้กระทั่งหลังจากที่ข้าได้เล่าไปแล้ว ท่านพ่อก็ได้ตีก้นเขาแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มันมีแต่ทำให้สิ่งต่าง ๆ เลวร้ายลงเท่านั้น จนถึงจุดที่ข้าถูกบังคับให้ต้องไปนอนในห้องของพี่สาว”

“มันเร็วเกินไปหน่อยนะ” เซเลียเม้มปากของเธอแน่นพยายามที่จะไม่ขำให้กับมุกตลกทางเพศของเธอ

“เร็วเกินไปสำหรับอะไร?”

“ไม่มีอะไร พูดต่อสิ”

“มันเป็นแบบนั้นมาจนถึงเมื่อปีที่แล้ว เมื่อข้าเริ่มฝึกเวทมนตร์ในไม่ช้าข้าก็มีทักษะมากพอที่จะทำงานบ้านเกือบทั้งหมดด้วยตัวเอง แล้วในบางครั้งข้าก็ไปช่วยเลี้ยงสัตว์ด้วย”

"ข้ายังสามารถประคองอาการป่วยของพี่สาวเอาไว้ได้" ลิธสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะพูดเสริมว่า “เป็นส่วนใหญ่”

“งั้นทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

“ไม่ใช่เลย ทั้งบ้าน ทั้งโรงนา และเครื่องมือต่าง ๆ ล้วนต้องการการดูแลรักษา อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์ แล้วค่อยเรียงลำดับความสำคัญเพื่อจัดการมันให้ดีขึ้น แต่มันใช้ไม่ได้กับพี่ชายของข้า สถานการณ์ระหว่างเราไม่ดีขึ้นเลย”

“แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถโทษข้าได้อีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงเอามันไปลงกับพี่สาวที่กำลังป่วยอยู่ของข้า แล้วก็พูดในสิ่งที่ข้าไม่มีทางพูดมันออกมา” ลิธถ่มน้ำลายลงบนพื้นเพื่อกำจัดความรู้สึกแย่ ๆเมื่อนึกถึงความทรงจำพวกนั้น

“เขาพูดว่ามันจะดีสำหรับเธอถ้า...” จากนั้นลิธก็ชี้ไปยังเหยื่อที่ถูกแขวนเอาไว้

“ถ้าจัดการเธอให้เหมือนกับสัตว์พวกนั้นน่ะหรอ? เด็กน้อยพวกเราอาจจะเป็นคนหุนหันแต่พี่ชายของเจ้านั่นมันวิกลจริต”

ลิธกัดฟันของเขา เขาจำทุก ๆ คำที่ออพัลพูดได้ดี

“มันจะดีกว่าสำหรับเธอและก็สำหรับพวกเราทุกคน! เธอวิ่งไม่ได้ เธอทำงานไม่ได้ ทิสต้าจะไม่มีวันมีเพื่อน มีความรัก หรือมีลูกของเธอเองได้เลย”

“เธอจะเป็นภาระให้กับครอบครัวตลอดไป และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาไม่อยู่อีกแล้ว? ใครจะดูแลเธอ? เรน่า? หรือว่าจะเป็นเจ้าปลิงตัวน้อย?”

ลิธยังคงจำภาพที่แม่ของเขาร้องไห้เพราะคำพูดที่โหดร้ายเหล่านั้นได้ดี เรน่าและทิสต้าวิ่งเข้าไปกอดเธอ ส่วนราซก็ตีออพัลเสียยกใหญ่จนเขาเดินไม่ได้ไปหลายวัน

เขากัดฟันตอบเซเลีย “และนั่นคือเหตุผลที่ข้ารังเกียจเขา และไม่ต้องการให้เขาได้แตะต้องหรือได้กินเหยื่อของข้าแม้แต่คำเดียว”

“ข้าเข้าใจแล้ว แม้ว่าข้าไม่รู้จักเขาข้ายังรู้สึกเกลียดเขาเลย”

“ไม่ ข้าไม่ได้เกลียดเขา” ลิธแก้คำพูดของเธอ “ความเกลียดชังก็เหมือนกับความรัก พวกมันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล ในขณะที่ความรังเกียจที่ข้ามีต่อเขามันฟังดูภูมิฐานมากกว่า”

“ว้าว! ช่างเป็นความคิดที่ลึกซึ้งสำหรับคนอายุแค่นี้ คู่ควรกับการเป็นนักล่ามาก!”

“ตอนนี้เราก็คุยเล่นกันมามากพอแล้ว ได้เวลาทำงานแล้วล่ะ”

เซเลียคว้ากระรอกลงมาให้ลิธ

“เราจะเริ่มจากเจ้าตัวน้อยนี่ก่อน มันตัวเล็กทำให้ง่ายต่อการฝึกมากกว่า แม้ว่าเจ้าจะทำพลาดแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะยังไงมันก็มีเนื้อไม่มากอยู่แล้ว”

เธอวางกระรอกไว้บนเขียง และยื่นกระรอกอีกตัวให้ลิธ

“สิ่งที่ข้าจะสอนตอนนี้เจ้าสามารถใช้มันกับสัตว์ฟันแทะส่วนใหญ่ได้ แต่ในกรณีที่เจ้าเจอกับกระต่ายขนสีขาวหิมะให้นำมันมาให้ข้า มันมีค่ามากกว่ากระต่ายขนสีน้ำตาลในฤดูใบไม้ผลิ ถ้ามีความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยบนขนของมัน นั่นสามารถทำให้มูลค่าของมันลดไปได้เยอะเลย”

“ถ้าอยากให้ข้าสอนเจ้าอย่างถูกต้องก็ทำตามข้าซะ ใช้มีดนี้ตามที่ข้าทำและก็คอยฟังคำแนะนำของข้า เซเลียส่งมีดสั้นให้เขาอีกครั้ง”

ลิธพยักหน้าตอบรับ

“พลิกด้านหลังของกระรอกขึ้นมา จากนั้นจับไปที่หนังของมันแล้วเฉือนไปตรงท้ายทอยอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ในตอนนี้ให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองมือของเจ้าขยายมันออกเพื่อสร้างช่องจากรูที่เฉือนไว้ จากนั้นใช้นิ้วเกี่ยวใต้ผิวหนังแล้วดึงมือข้างหนึ่งไปทางด้านหลังและอีกมือหนึ่งไปทางหัว...”

ในระหว่างที่ทำอยู่นั้นลิธสังเกตว่านอกเหนือจากความน่าขยะแขยงแล้วการถลกหนังกระรอกก็เหมือนการถอดถุงมือเปียกเหนียว ๆ

หลังจากนั้นเซเลียก็แสดงให้เขาเห็นว่าจะถลกหนังตรงหัว ขา และหางได้อย่างไร

“ข้ารู้ว่ามันน่าผิดหวัง แต่หางที่เป็นพวงนั้นไม่ใช่หนังดี ๆ อะไร มันก็เป็นแค่ขนเท่านั้น แต่เจ้าก็ยังสามารถใช้มันได้ มันอบอุ่นและนุ่มมาก เอาล่ะถึงขั้นตอนที่ยากแล้ว”

“เมื่อถึงตอนที่จะเอาเครื่องในออกให้ระวังตอนที่จะเฉือน หากเจ้าผ่าโดนกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ของมัน เนื้อสัตว์ก็จะถูกทำลายด้วยน้ำดีหรืออุจจาระ นี่เป็นกฎที่ใช้ได้กับสัตว์ทุกตัวดังนั้นระวังไว้ให้ดีล่ะเด็กน้อย”

การควักไส้กระรอกนั้นเต็มไปด้วยเลือดและน่าสยดสยอง แต่ลิธก็สามารถจินตนาการถึงกลิ่นของมันหลังจากที่เขาทำเสร็จแล้วได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกไม่สบายใจเลยแม้ซักนิด

เมื่อพวกเขาจัดการเสร็จ เซเลียก็นำกระรอกทั้งสองตัวมาเสียบไม้แล้วย่างในเตาผิง

“ในระหว่างที่รอของว่างตอนเช้าของเรา ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงวิธีลวกนกเพื่อถอนขนของมัน โดยน้ำที่ใช้ลวกจะต้องไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป”

“วิธีการก็คือถ้าเจ้าเอานิ้วจุ่มลงไปโดยที่ไม่ถูกลวก แต่ก็ต้องไม่สามารถจุ่มนิ้วค้างไว้ได้นานกว่าหนึ่งวินาทีได้ นั่นก็คืออุณหภูมิที่เหมาะสม”

เซเลียหยิบหม้อขนาดใหญ่วางลงบนกองไฟที่เธอเตรียมไว้ที่หลังบ้าน

“มันเป็นงานที่ค่อนข้างเลอะเทอะ ดังนั้นมันจะดีกว่าที่จะทำมันข้างนอก”

กลิ่นของเนื้อที่กำลังถูกปรุงอยู่ในบ้านทำให้ลิธน้ำลายไหล เขาไม่ยอมปล่อยให้พวกมันไหม้แน่

“Jorun!” ด้วยคำสั่งของเขา ในหม้อน้ำก็เต็มไปด้วยน้ำทันที

ลิธจุ่มมือของเขาลงไปในน้ำ “Infiro!” ทำให้มันปล่อยไอน้ำออกมา

เซเลียผิวปากอีกครั้งด้วยความชื่นชม

“ทั้งเร็วและมีประสิทธิภาพ ข้าเริ่มเสียใจกับความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์นี้น้อยลงเรื่อย ๆ แล้วสิ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่มดแก่นาเรียนั่นถึงได้จองตัวเจ้าเอาไว้ งั้นตอนนี้เราก็พร้อมจะทำขั้นตอนต่อไปแล้ว แต่ก่อนอื่น...”

เซเลียเข้าไปข้างในและกลับมาพร้อมกับกระรอกย่างสองตัว

ก่อนที่เธอจะทันได้ยื่นจานไปให้เขา ลิธก็ได้คว้าอาหารไปแล้ว เขาเขมือบมันลงไปเหมือนกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว เขาดูดและแทะจนมันเหลือเพียงแค่กระดูกเท่านั้น

หลังจากเลียนิ้วครบทุกนิ้วแล้ว เขาก็กลับมาอยู่ท่าทางที่สงบนิ่งและสงบเสงี่ยมเช่นเดิม

“พระเจ้า ช่างเป็นสุภาพบุรุษดีจริง ๆ” เสียงของเซเลียเต็มไปด้วยความเสียดสี “เจ้าต้องการอีกจานด้วยไหม? เพราะเจ้าทำให้รู้สึกข้าขนลุกมาก และข้าก็รู้ว่าแค่จานสองจานมัน…”

คำเยาะเย้ยของเธอเหมือนพูดให้คนหูหนวกฟัง ในสายตาของลิธเขามองเห็นเพียงกระรอกตัวที่สองที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเท่านั้น ทันทีที่เซเลียแกล้งทำเป็นแบ่งมันให้เขา มือของเขาก็ได้เคลื่อนไหวไปแล้ว

หลังจากกลืนกระรอกตัวสุดท้ายลงไป ลิธก็สังเกตเห็นว่าเซเลียกำลังยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม

เธออ้าปากค้าง แต่กลับไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมา จานที่เธอถือไว้ยังคงอยู่ใกล้กับใบหน้าของเขา

เขาค่อย ๆ วางกระดูกกลับเข้าไปในจาน

“ไม่จำเป็นต้องถือจานให้ข้าหรอก แต่ขอบคุณ ท่านเป็นคนที่ใจดีจริง ๆ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด