ตอนที่แล้วตอนที่ 1260 กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1262 เด็กสาวอัจฉริยะ

ตอนที่ 1261 มันไม่ได้มีความหมายแบบนั้น..


เนื่องจาก หลินฟาน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎของชนเผ่าหยุนจาก หยุน เสี่ยวชี เขาจึงได้รู้ความคิดของ หยุน ชิงเย้า และนั่นจึงทำให้เขาดูฟุ้งซ่านไปชั่วขณะ..

ชาวหยุนในด้านนี้ได้จุดกองไฟขึ้น ทันใดนั้น ทั้งชาย และหญิงต่างพากันก็ลุกขึ้น และรวมตัวกันที่กองไฟ

“พี่ใหญ่หลิน ได้เวลาเต้นรํารอบกองไฟแล้ว ท่านก็จะมาด้วยใช่ไหม?” หยุน เสี่ยวชี ได้กล่าวทัก หลินฟาน

หลินฟาน ได้กลับมารู้สึกตัว และเขาก็ได้เหงื่อตก รีบพูดไปว่า : “ผมเต้นรําไม่เป็น”

หยุน เสี่ยวชี ได้ยิ้ม และกล่าวว่า : “ง่ายมาก ท่านแค่เต้นไปพร้อมกับพวกเราก็พอ นั่นท่านเห็นไหมว่า ศิษย์พี่หญิงชิงเย้า ก็มาด้วย”

เมื่อ หลินฟาน มองตามไป จริงๆ แล้วเขาก็ได้เห็น หยุน ชิงเย้า ถูกดึงตัวขึ้นมาโดยกลุ่มสาวๆ ในเผ่า และเข้ามาร่วมเต้นรํา

ก่อนที่ หลินฟาน จะทันตอบสนอง ผู้หญิงหลายคนก็เดินตามมา และเข้าหา หลินฟาน อย่างกระตือรือร้น มีคนจับมือ บางคนดึงเสื้อ และก็พา หลินฟาน เข้าไปหา หยุน ชิงเย้า นี่.. เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจ

หลินฟาน ไม่สามารถปฏิเสธพวกเธอไปได้.. ยังไงพวกเธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีมุ่งร้ายออกมา เขาเองได้ฟัง หยุน เสี่ยวชี พูดว่า ..การเต้นรํารอบกองไฟเป็นการเต้นรําที่มีความสุข ทุกครั้งที่ชาวหยุนรวมตัวกัน พวกเขาก็จะมาร่วมเต้นรํานี้ไปด้วยกัน

ดูเหมือนว่าชนเผ่าหยุนจะย้ายมาจากที่ราบภาคกลางมายังตอนใต้ของยูนนาน มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว และที่ผ่านมาพวกเขาก็ได้รับอิทธิพลจากประเพณีของชนกลุ่มน้อยในท้องถิ่น

ไม่น่าแปลกใจที่ หยุนเหมิน เป็นสำนักนิกายซ่อนเร้น สมาชิกของที่นี่โดยส่วนใหญ่ก็ต่างใช้ชีวิตกันในแบบโบราณ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีกิจกรรมสันทนาการใดๆ เหล่าศิษย์สาวกต่างก็ยุ่งอยู่กับการฝึกศิลปะการต่อสู้ในวันธรรมดา หากไม่มีกิจกรรมอะไรเข้ามาให้ทำเช่นนั้น ..ชีวิตก็คงจะน่าเบื่อ พวกเขาได้เรียนรู้การเต้นรําเหล่านี้มาจากชนกลุ่มน้อย ซึ่งมันกลายมาเป็นความบันเทิงที่หาได้ยากของพวกเขา

ด้วยเหตุนี้ หลินฟาน จึงถูกล้อมรอบด้วยสาวๆ ที่กระตือรือร้น และเข้าร่วมกลุ่มเต้นรํารอบกองไฟ และยังถูกสาวๆ พาไปที่ หยุน ชิงเย้า ที่อยู่ข้างๆ ไปโดย ..เจตนา

หยุน ชิงเย้า เธอได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงต่อหน้า หลินฟาน ชาวเผ่าหยุนทั้งหมดก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการช่วยให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

หลินฟาน เวลานี้เขาได้ยืนอยู่ทางด้านขวาของ หยุน ชิงเย้า และหญิงสาวเหล่านั้นก็ต่างเรียงแถวกันอยู่ทางด้านขวาของ หลินฟาน จับมือกันและหญิงสาวที่อยู่ถัดจาก หลินฟาน ทางด้านขวาก็จับมือของ หลินฟาน อย่างแข็งขัน

หลินฟาน ที่ดูอยู่ เมื่อเห็นว่าทุกคนจับมือกัน การเต้นรํานี้เห็นได้ชัดว่าทุกคนจะจับมือกันเป็นวงกลม และเต้นรําไปรอบๆ กองไฟ

หลินฟาน มองไปที่ หยุน ชิงเย้า ที่อยู่ข้างๆ หยุน ชิงเย้า เองก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาพอดี และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที

แต่การเต้นรํากําลังจะเริ่มขึ้น หยุน ชิงเย้า ที่หน้าแดง ก็ยังคงเอื้อมมือไปจับมือของ หลินฟาน อย่างไรก็ตาม หลินฟาน ไม่ใช่คนของเผ่าหยุน  เขาคงไม่เข้าใจการเต้นรํานี้ ดังนั้น หยุน ชิงเย้า จึงต้องเป็นผู้ริเริ่มสักเล็กน้อยให้กับเขา

หลินฟาน ปล่อยให้เธอจับมือ แต่รู้สึกว่ามือเล็กๆ ของเธออ่อนโยน และเรียบเนียน ผิวที่บอบบางนั้นมันสามารถรู้สึกได้ด้วยการสัมผัส บวกกับรูปลักษณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้แล้วของ หยุน ชิงเย้า มือข้างนี้เอง ..ก็ไม่รู้ว่ามีผู้ชายกี่คนที่อยากจะจับ แต่ก็จับมันไม่ได้

แต่ หลินฟาน กลับถูก หยุน ชิงเย้า จับมืออย่างแข็งขัน

สิ่งนี้ทําให้ หลินฟาน เกิดระลอกคลื่นเล็กน้อยในใจ ..อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ผมไม่รู้วิธีเต้นรํา บอกตรงๆ ผมเต้นไม่เป็น” หลินฟาน ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย และพูดกับ หยุน ชิงเย้า

หยุน ชิงเย้า ไม่กล้าเงยหน้ามองไปที่ หลินฟาน เพราะทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมอง หลินฟาน ใบหน้าของเธอมันก็อดที่จะแดงไม่ได้ เธอกลัวว่า หลินฟาน จะเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ ..ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นบรรยากาศมันก็ดูออกจะน่าอายยิ่งขึ้น

“ม..ไม่เป็นไร ง่ายมาก คุณแค่ทําตามฉันก็พอ มันแค่การเคลื่อนไหวไม่กี่ครั้ง” หยุน ชิงเย้า พูดเสียงอ่อนโยนบางเบาออกมา

นับตั้งแต่ หลินฟาน รู้จัก หยุน ชิงเย้า นี่.. มันเป็นครั้งแรกที่ หลินฟาน ได้ยินเสียงเธอพูดอย่างอ่อนโยน ..ขนาดนี้ หยุน ชิงเย้า ในเวลานี้เธอดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย

“อ่า..” หลินฟาน ได้ร้องตอบรับออกไป

การเต้นรําเริ่มขึ้น ชาวหยุนทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ พวกเขาได้เริ่มเต้นรํากันแล้ว ท่าเต้นเองก็ไม่ได้ดูซับซ้อนจริงๆ และพวกเขาก็เดินหมุนวนรอบกองไฟ ในขณะที่จับมือกัน ท่าเต้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้มือ และเท้า และแกว่งมือเท้าไปตามจังหวะ มีชูมือ และเตะเท้าออกไป ..ก็มีเช่นกัน

หลินฟาน ไม่มีพรสวรรค์ในการเต้น ดังนั้นแรกๆ เขาก็ค่อนข้างสับสน โชคดีที่การเคลื่อนไหวมันดูไม่ซับซ้อน ไม่นาน หลินฟาน ก็เรียนแบบตาม หยุน ชิงเย้า และเขาก็เรียนรู้มันได้ ถึงจะดูน่าอายไปนิดหน่อย แต่เขาก็กระโดด และเต้นรำไปกับทุกคน

การเต้นรํากับทุกคนในชนเผ่าหยุน หลินฟาน สามารถรู้สึกถึงความสุขของทุกคนได้ สำนักนิกายซ่อนเร้นที่อยู่ในภูเขาลึกแห่งนี้ ความสุขของพวกเขากลับกลายเป็นแบบเรียบง่าย และดั้งเดิมมากๆ นี่ทําให้ หลินฟาน รู้สึกห่างไกลจากความเร่งรีบ และวุ่นวาย ..ภายในเมือง

จริงๆ แล้วชีวิตที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแบบนี้ มันเรียบง่าย และบริสุทธิ์มาก มันก็ดีหากถ้าได้อยู่ที่นี่ได้สักระยะหนึ่ง และมันก็อาจจะเป็นวิธีที่จะชำระล้างจิตใจ ..อย่างหนึ่งได้

ผู้ฝึกยุทธ์ แสวงหาเส้นทางการต่อสู้ วิถีชีวิตแบบนี้ เหมาะสําหรับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ ..อย่างไม่ต้องสงสัย

น่าเสียดายที่ หลินฟาน ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ ยุทธภพของเขากลับเป็นมหานครสมัยใหม่ที่สว่างไสว และในที่สุด.. อย่างไรเขาก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้

“คุณอย่าเข้าใจผิด”

จู่ๆ ทันใดนั้น หยุน ชิงเย้า ก็พูดขึ้นมา…

หลินฟาน ตกตะลึง จากนั้นเขาได้หันไปมอง หยุน ชิงเย้า : “คุณพูดว่าอะไร?”

หยุน ชิงเย้า กล่าวว่า : “คุณคงเข้าใจกฎของเผ่าเราแล้ว ใช่ไหม?”

หลินฟาน พูดว่า : “ใช่”

หยุน ชิงเย้า กล่าวว่า : “งั้น.. คุณก็อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโชว์หน้าให้คุณเห็น และมันก็ไม่ได้มีความหมายแบบนั้น ฉันแค่อยากขอบคุณคุณต่อหน้าคุณ เพราะคุณได้ช่วยพวกเราหยุนเหมินเอาไว้ ดังนั้นคุณจึงไม่จําเป็นต้องไปคิดอะไรให้มาก”

หลินฟาน : “......”

ในเวลานี้ ท่านยาย และหยุน จงเจิ้ง กําลังเดินออกจากห้องด้านหลัง และกลับไปที่สถานที่จัดงานเลี้ยง และก็ได้เห็นทุกคนกําลังเต้นรํารอบกองไฟ เมื่อนั้นใบหน้าของพวกเขาก็มีรอยยิ้มขึ้น

ดูเหมือนว่าการเต้นรํารอบกองไฟนี้ในชนเผ่าหยุนจะแสดงถึงความสุขของส่วนรวมอย่างแท้จริง

เมื่อพอเห็น หลินฟาน และหยุน ชิงเย้า ก็อยู่ด้วย พวกเขาจับมือกัน หยุน จงเจิ้ง ก็หันไปมองหน้ากับ ท่านยาย และทำเพียงพยักหน้าให้กันเท่านั้น

ดังนั้น ท่านยาย จึงได้เดินตรงไปข้างหลัง หลินฟาน : “ท่านหลิน ข้าขอคุยด้วยหน่อยพอจะได้ไหม?”

หลินฟาน หันไปมอง ท่านยาย และพยักหน้าให้ พอดีเขาเองก็มีอะไรจะพูดคุยกับ ท่านยาย ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น หลินฟาน จึงคลายมือของ หยุน ชิงเย้า และออกจากกลุ่มเต้นรำ เดินไปหา ท่านยาย และเดินตาม ท่านยาย ออกไปด้านข้าง

หยุน ชิงเย้า ยังคงอยู่ในกลุ่ม แต่สายตาของเธอกลับมองตาม หลินฟาน ออกไป ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรได้ เมื่อนั้นสีหน้าของเธอก็กลายเป็นซับซ้อนขึ้นมา

ท่านยาย ได้พา หลินฟาน ไปที่ห้องที่อยู่หลังห้องโถงใหญ่ แต่ หยุน จงเจิ้ง ไม่ได้ติดตามไป เมื่อพวกเขามาถึงห้องที่เงียบสงบ ท่านยาย ก็ได้เชิญ หลินฟาน นั่งลง

“หญิงชรา ต้องการคุยกับผมเรื่องอะไรครับ?” หลินฟาน ถามด้วยรอยยิ้มออกไป

ท่านยาย มอง หลินฟาน ด้วยสีหน้าอบอุ่น และได้พูดว่า : “ท่านหลิน.. นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าคุยกับ ท่านหลิน ตามลําพัง ในที่นี่ ข้าต้องการอยากจะขอบคุณ ท่านหลิน เป็นการส่วนตัวอีกครั้ง วันนี้เราได้ ท่านหลิน ช่วยเอาไว้มากมายเหลือเกิน และเพราะเช่นนี้ ชนเผ่าหยุนของข้า ..จึงสามารถอยู่เฉลิมฉลองต่อไปได้ที่นี่”

หลินฟาน กล่าวว่า : “ยินดีครับ หญิงชราเรียกผมเข้ามา คงไม่ใช่แค่เรื่องขอบคุณผม ถ้าคุณมีอะไรจะพูด ก็รบกวนคุณช่วยกรุณาพูดมันออกมาตรงๆ ได้เลยครับ”

ท่านยาย ยิ้ม และพูดว่า : “ข้าชื่นชมทัศนคติที่ตรงไปตรงมาของ ท่านหลิน มาก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชม ทั้งในหมู่คนหนุ่มสาวโดยส่วนใหญ่ก็สมควรมีมากที่สุด ..งั้นข้าจะขอไม่อ้อมค้อมแล้ว ท่านหลิน ท่านรู้ไหมว่า ชิงเย้า เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงต่อหน้าท่าน นั่นมันหมายถึงอะไร?”

หลินฟาน พยักหน้า : “ผมได้ยิน หยุน เสี่ยวชี พูดให้ฟังแล้วครับ”

ท่านยาย กล่าวว่า : “ข้านั้นไม่รู้ว่า ท่านหลิน มีความคิดอย่างไร ท่านหลิน ท่านยินดีที่จะแต่งงานกับ ชิงเย้า หรือไม่ ในฐานะลูกเขยของตระกูลหยุนของเรา”

หลินฟาน ได้ขอให้เธอพูดมันออกมาตรงๆ แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะตรงไปตรงมาขนาดนี้ หลินฟาน เหงื่อตก และเขาพูดไปว่า : “ก่อนครึ่งวัน(ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น) ชนเผ่าหยุนยังมองผมเป็นศัตรู ซึ่งพอเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน(อันนี้จะหมายถึงวัน) ตอนนี้คุณกลับถามผมว่าผมต้องการเป็นลูกเขยชนเผ่าหยุนหรือไม่? ผมอยากจะถามกลับไปที่ หญิงชรา ว่า.. ถ้าผมบอกว่า ‘เต็มใจ’ เผ่าหยุนของพวกคุณจะเห็นด้วยหรือไม่?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด