ตอนที่แล้ว[ตอนฟรี] ตอนที่ 17 : ยังไงข้าก็ไม่ใช่ปิศาจร้าย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป[ตอนฟรี] ตอนที่ 19 : กดสูตรโกงต่อหน้าข้า?

[ตอนฟรี] ตอนที่ 18 : เซียวเฉินเจ็บปวด


เมื่อเห็นเซียวเฉินเริ่มไร้เหตุผลและแสดงออกแต่ความโกรธ ไป่ยวี่เอ๋อก็รู้สึกผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

คนแบบนี้ถ้าอยู่เฉยๆ ก็คงไม่เห็นความผิดปกติอะไร แต่ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นดู คงน่าตกใจไม่น้อย

กลายเป็นว่านางยังคงคิดว่าเซียวเฉินเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่ง

แต่ตอนนี้ หากนำเขาไปเปรียบเทียบกับจวินเซียวเหยาแล้ว เซียวเฉินก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนในโคลนตม

จะมองมุมไหนยังไงก็ปวดตา

“คนแบบนี้หรือที่จะมาเป็นคู่หมั้นของข้าจริงๆ …” ไป่ยวี่เอ๋อแอบส่ายหัว

นางกล่าว “ทั้งหมดนี่คือความเต็มใจของข้าเอง เซียวเฉิน เจ้าไปเถอะ”

คำพูดของไป่ยวี่เอ๋อราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงเข้ากลางหัวใจของเซียวเฉินอย่างจัง

เขาโกรธจนตัวสั่นและจ้องเขม็งไปที่จวินเซียวเหยาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและเอ่ย “เจ้าชื่อจวินเซียวเหยา ใช่ไหม? มันต้องเป็นเจ้า เจ้าใช้ยาพิษอะไรใส่ยวี่เอ๋อกันแน่?”

เซียวเฉินเป็นเหมือนแมวป่าที่บ้าคลั่ง

ในตอนนั้นเอง จวินเซียวเหยาที่มีสีหน้าเรียบเฉยกลับมีสายตาแปลกประหลาดจ้องไปที่เซียวเฉิน

หรือพูดให้ถูก เขากำลังจ้องไปที่แหวนผานหลงบนนิ้วของเซียวเฉิน

เพราะจวินเซียวเหยาบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิถีเทพเกลาวิญญาณ ดังนั้นการรับรู้ด้วยวิญญาณของเขาจึงเฉียบแหลมมากกว่าคนทั่วไป

บนแหวนผานหลง จวินเซียวเหยารับรู้ได้ถึงพลังปราณที่แปลกประหลาดและความผันผวนของวิญญาณ

“ไม่มีทาง มันกลายเป็นแบบนี้จริงดิ?” ดวงตาของจวินเซียวเหยาแสดงออกถึงความประหลาดใจ

แหวนปู่ที่สืบทอดมา แล้วก็โดนคนรักทรยศหักหลัง

ช่างเป็นสูตรสำเร็จที่คุ้นเคย แถมมีรสชาติดั้งเดิมอยู่ด้วย

เพียงแค่มันสลับบางบทเท่านั้นเอง

“น่าสนใจ เซียวเฉินอยากตบหน้าข้างั้นเหรอ?” จวินเซียวเหยาคิดในใจ

แต่ไป่ยวี่เอ๋อยังคงกล่าวต่อ “พอแค่นั้นแหละเซียวเฉิน ข้าตัดสินใจไปแล้วว่าข้าจะรับใช้บุตรพระเจ้าไปตลอดชีวิตในฐานะทาสและสาวใช้ ดังนั้นการหมั้นหมายระหว่างเจ้ากับข้าก็ขอให้มันจบสิ้นเพียงเท่านี้เถอะ”

ในใจของไป่ยวี่เอ๋อตอนนี้มีเพียงจวินเซียวเหยาผู้เดียว

และจวินเซียวเหยาก็จะเป็นนายของนางไปตลอดชีวิต

สำหรับเซียวเฉินนั้น มิตรภาพที่นางมีให้ในวัยเด็กย่อมเสื่อมโทรมลงไปจากความผิดหวังและการถูกโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เซียวเฉินสัญญาว่าจะมอบโอสถอมตะให้กับนาง แต่เขาก็ไม่เคยทำมันสำเร็จ

“ไม่… เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง ยวี่เอ๋อ…” เซียวเฉินตัวสั่นเล็กน้อย

ว่าที่ภรรยาของเขาถูกขโมยไปแล้ว

เซียวเฉินรู้สึกราวกับว่าหัวของเขากำลังมีเขางอกออกมา และกำลังคิดด้วยว่าไป่ยวี่เอ๋อได้ขายร่างกายของตัวเองให้กับจวินเซียวเหยาเพื่อแลกกับสิ่งของบางอย่างไปแล้ว

“ฮิฮิ เป็นแบบนี้นี่เอง นังสารเลว เจ้าขายร่างกายตัวเองเพื่อแลกกับโอสถอมตะใช่รึเปล่า?”

หัวใจของเซียวเฉินจมลงสู่ก้นบึ้งของหุบเหว เขาฉีกหน้าตัวเองและยิ้มเยาะด้วยความโกรธ

เขาย่อมทนไม่ได้ที่ถูกผู้หญิงของตัวเองหักหลัง

ไป่ยวี่เอ๋อถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ

นางไม่คาดคิดเลยว่าเซียวเฉินคนนี้ที่ใจเย็นและแน่วแน่มาโดยตลอด คนที่คอยห่วงใยนางทุกอย่างจะกล่าวออกมาเช่นนี้

จวินเซียวเหยาไม่ได้ประหลาดใจอะไร

สำหรับพระเอกแล้ว ผู้ใดติดตามข้าผู้นั้นเจริญรุ่งเรือง และผู้ใดต่อด้านข้าผู้นั้นจะต้องพินาศไป

แล้วคนที่ทรยศพระเอกจะมีจุดจบที่ดีได้อย่างไร?

จวินเซียวเหยาลองถามตัวเอง ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งของเซียวเฉิน เขาคงสังหารไป่ยวี่เอ๋อโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ความใจบุญหรอ? มันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก เขาจะแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดมากกว่าเซียวเฉินซะอีก

แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ไป่ยวี่เอ๋อคือหมากและทาสของเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปล่อยให้เซียวเฉินลงมือกับนาง

และตอนนี้ เขาสามารถใช้ช่องโอกาสนี้เพื่อทำให้ไป่ยวี่เอ๋อสิ้นหวังกับเซียวเฉินมากขึ้นด้วย

“เจ้าในฐานะที่ยังเป็นคู่หมั้นของไป่ยวี่เอ๋อ กลับใส่ร้ายความบริสุทธิ์ของนางเช่นนี้ ข้าในฐานะคนนอกแล้ว รู้สึกใจสลายแทนไป่ยวี่เอ๋อจริงๆ”

จวินเซียวเหยาก้าวออกมาและยืนอยู่ด้านหน้าไป่ยวี่เอ๋อ เขาส่ายหัวและถอนหายใจ

“ท่านใต้เท้า…” ไป่ยวี่เอ๋อตื้นตันใจและปรากฏหมอกจางภายในดวงตาสีแดงสดของนาง

นางไม่คาดคิดเลยว่าจวินเซียวเหยาจะยืนหยัดและพูดแทนนาง

ในตอนนี้ นอกจากความรู้สึกเคารพและชื่นชมที่มีต่อจวินเซียวเหยาแล้ว นางยังมีอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้อีกด้วย

ฉากนี้มันช่างซึ้งใจ

เซียวเฉินเห็นฉากนี้เต็มสองตา จึงสบถด้วยความโกรธ “บัดซบ นังสารเลว!” เซียวเฉินเดือดดาลมากราวกับว่าเครื่องในของเขากำลังถูกแผดเผาไปด้วยความโกรธ

ไป่ยวี่เอ๋อกับจวินเซียวเหยาจีบกันต่อหน้าเขาจริงๆ

นี่มันไม่ใช่แค่สวมเขาแล้ว แต่เป็นการป้อนหญ้าให้ข้ากินเลยชัดๆ

“จวินเซียวเหยา เจ้ากล้าสู้กับข้าแบบแฟร์ๆ รึเปล่า?” เซียวเฉินตะโกน

ทางออกเดียวในตอนนี้คือการบดขยี้จวินเซียวเหยาอย่างสมบูรณ์ต่อหน้าไป่ยวี่เอ๋อ และเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าของเขา

มีเพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยระบายความโกรธในใจของเซียวเฉินได้

เขาอยากจะเห็นภาพไป่ยวี่เอ๋อคุกเข่าต่อหน้าเขาและแสดงท่าทางสำนึกผิด

“ข้าอายุเพียงแค่แปดขวบ และเจ้าที่อายุสิบห้าหรือสิบหกปีแล้ว มันก็แฟร์ใช้ได้” จวินเซียวเหยายิ้มประชดเล็กน้อย

การแสดงออกของเซียวเฉินผิดแปลกไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพูดต่อไป "แล้วมันยังไง เจ้าคือบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินที่ได้รับทรัพยากรจำนวนนับไม่ถ้วน ดังนั้นมันก็ยุติธรรมแล้ว หรือบอกข้ามาตรงๆ ก็ได้ว่าเจ้าเป็นคนขี้ขลาดและไม่กล้าสู้?"

เซียวเฉินยังคงมีท่าทางยั่วยุ

ในช่วงที่ผ่านมา เขาได้ฝึกฝนทักษะลับที่สืบทอดมาจากแหวนผานหลงจนสำเร็จ

เขามีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ในหมู่คนรุ่นเดียวกันกับเขา มีน้อยคนที่สามารถประมือกับเขาได้

นั่นรวมไปถึงบุตรพระเจ้าแห่งตระกูลจวินด้วย

“งั้นย่อมได้ ไปเจอกันที่สนามประลอง” จวินเซียวเหยาก้าวไปข้างหน้าในขณะที่มือไพล่หลัง

ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นจะต้องต่อความยาวสาวความยืดแล้ว

พระเอกประเภทนี้กำลังฝันหวานกับตัวเองอยู่ มันต้องปลุกให้ตื่นด้วยการทุบตีสักหน่อย

ไป่ยวี่เอ๋อและจวินหลิงหลงก็ตามติดอย่างใกล้ชิด

จวินหลิงหลงมองไปที่เซียวเฉินด้วยสายตาของความเยาะเย้ยและสงสาร

ในยามที่อายุครบสามขวบ จวินเซียวเหยาก็เอาชนะลำดับสิบ จวินจ้างเจี้ยนลงได้

แม้แต่จวินหลิงหลงเองก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดไหน

เห็นจวินเซียวเหยาเดินมาพร้อมกับสาวสวยอีกสองคนด้านหลัง ความอิจฉาก็พลุ่งพล่านไปทั่วดวงตาของเซียวเฉิน

“ถ้าหากข้าเกิดในตระกูลโบราณบ้าง ความสำเร็จของข้าจะไม่น้อยไปกว่าจวินเซียวเหยาผู้นี้เป็นแน่ แต่เขาคงจินตนาการไม่ออกหรอกว่าข้ามีแหวนผานหลงวงนี้คอยช่วยเหลืออยู่” เซียวเฉินคิดในใจ

ในไม่ช้า จวินเซียวเหยาและเซียวเฉินก็มาถึงสนามประลอง

การมาถึงของทั้งสองได้ดึงดูดความสนใจจากศิษย์ตระกูลจวินเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

“นั่นใต้เท้าบุตรพระเจ้า เขากำลังจะทำอะไรที่สนามประลองกันนะ?”

“ข้าได้ยินมาว่ามีไอ้ทึ่มตาบอดคนหนึ่งท้าทายใต้เท้าบุตรพระเจ้า”

“นั่นไม่ใช่องค์ชายจากดินแดนชิงหลงโบราณหรือ ช่างโง่เง่าอะไรแบบนี้”

“เห็นด้วย มันเป็นเกียรติกับเขาอย่างมหาศาลแล้วที่ใต้เท้าบุตรพระเจ้ายอมลดตัวลงมาสู้กับเขา”

ระหว่างทางมา สมาชิกตระกูลจวินเกือบทั้งหมดต่างพากันเยาะเย้ยและดูถูกเซียวเฉิน

เซียวเฉินที่เห็นทุกอย่างได้แต่กำหมัดแน่น

พระเอกในนิยายเจ๋งๆ ต่างก็โดนหมิ่นแบบนี้ทั้งนั้น สุดท้ายพวกเขาก็ถูกพระเอกซัดหน้าหงายกลับไป

“ฝูงสุนัขเหล่านี้ต่างพากันดูถูกคนอื่น พวกเจ้าเกิดและโตในตระกูลโบราณแล้วมันยังไงกัน เดี๋ยวข้าจะสอนให้เจ้ารู้ถึงความหมายของคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าเอง!” เซียวเฉินยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิ

ตอนนี้จวินเซียวเหยาและเซียวเฉินได้ยืนอยู่บนลานประลองแล้ว

จวินหลิงหลง ไป่ยวี่เอ๋อ และสมาชิกตระกูลจวินหลายคนต่างพากันมารับชม

ในความมืด จวินจ้านเทียนและผู้อาวุโสตระกูลคนอื่นก็แอบสังเกตอย่างลับๆ เช่นกัน

พวกเขาไม่ได้ห่วงว่าจวินเซียวเหยาจะพ่ายแพ้

กลับกัน พวกเขาแค่อยากใช้การประลองนี้เพื่อดูความแข็งแกร่งที่แท้จริงของจวินเซียวเหยา

“เอาล่ะ เจ้าเริ่มลงมือก่อนเลย”

บนสนามประลอง จวินเซียวเหยายืนมือไพล่หลังด้วยท่าทางสบายๆ

“หึ ถ้าข้าลงมือก่อน เจ้าจะไม่มีโอกาสให้ตอบโต้เลย” เซียวเฉินเผยรอยยิ้มเย็นชาและเย่อหยิ่ง

เขาคืออัจฉริยะขอบเขตวิหารศักดิ์สิทธิ์

และเจ้าหนูจวินเซียวเหยาคนนี้อายุเพียงแค่แปดขวบ จะเก่งได้แค่ไหนกันเชียว?

“จริงรึ งั้นก็ได้” จวินเซียวเหยาหยักหน้าเบาๆ

เขาไม่ทำอะไรซับซ้อน เพียงแค่ตบออกไปด้วยมือข้างเดียว พลังปราณและโลหิตทองคำก็พวยพุ่งออกมาสู่ท้องฟ้าและสั่นสะเทือนไปทั่วความว่างเปล่า!

(หากมีคำแนะนำหรือข้อติเตียน สามารถคอมเมนท์เพื่อบอกกล่าวได้นะครับ ^ ^ ขอบพระคุณมากครับที่สละเวลาอ่านจนจบ)

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด