ตอนที่แล้วสุดยอดอัศวิน บทที่ 18 : เจตนาฆ่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปสุดยอดอัศวิน บทที่ 20 : คู่ซ้อม

สุดยอดอัศวิน บทที่ 19 : แธ็คเกอร์เรย์ อาร์โนลด์


สุดยอดอัศวิน บทที่ 19 : แธ็คเกอร์เรย์ อาร์โนลด์

ภายในวิลล่าขนาดเล็กที่หรูหรากว่าหอพักทั่วไป วอลเลซนอนอยู่บนเก้าอี้นวมด้วยท่าทีเกียจคร้าน มองเด็กวัยรุ่นสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างเย่อหยิ่ง

คนหนึ่งเป็นเด็กชายผมสีน้ำตาลมีกระบนใบหน้า เขาคือเบนสัน ส่วนอีกคนเป็นเด็กชายรูปร่างสมส่วนและมีผิวขาวซีด

จากสายตาของทั้งสองที่มองมายังวอลเลซ เขาเห็นแต่คำเยินยอที่อีกฝ่ายมอบให้ ซึ่งเขาสนุกกับการมองทั้งสองมาก ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพูดกับเด็กชายผิวขาว

“นายคือแธ็คเกอร์เรย์ อาร์โนลด์สินะ?”

“ใช่ครับท่านวอลเลซ ผมคือแธ็คเกอร์เรย์ อาร์โนลด์”

เมื่อได้ยินคำถามของวอลเลซ เด็กชายผิวขาวรีบตอบอย่างรวดเร็ว

เขาอยากเป็นเพื่อนกับเด็กชายผู้สูงศักดิ์คนนี้มานานแล้ว แต่ไม่เคยมีโอกาส ก่อนหน้านั้นเขาได้รับการแนะนำจากเบนสัน จึงตามเบนสันมาที่วิลล่านี้โดยไม่ลังเล

“ฉันได้ยินมาว่า นายคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 6 ปีที่ 3 ใช่ไหม?”

วอลเลซพูดเบา ๆ

“ผมไม่รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดจริงหรือเปล่า แต่การประเมินเมื่อกลางปีที่แล้ว พละกำลังและความเร็วของผมดีที่สุดในห้อง 6”

เสียงของแธ็คเกอร์เรย์ อาโนลด์เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับตรง ๆ ว่าตัวเองเป็นนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 6 แต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า : ตัวเองแข็งแกร่งที่สุดในห้อง 6 จริง ๆ

“อ้อ”

วอลเลซพยักหน้าด้วยความพอใจ เด็กชายที่อยู่ตรงหน้าเขาแข็งแกร่งกว่าเบนสันมากอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่คือสิ่งที่เขาต้องการ

“ในเมื่อนายอยากติดตามฉัน ก็แสดงให้เห็นว่านายมีค่าพอที่จะติดตามฉันหรือเปล่า พอดีฉันไม่ค่อยชอบขี้หน้าเจ้าฌอนเลย รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง?”

วอลเลซชำเลืองมองแธ็คเกอร์เรย์อย่างมีเลศนัย แล้วก็พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

แธ็คเกอร์เรย์ผงะไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็รีบตอบรับอย่างมั่นใจ

“สบายมากครับ”

เขาไม่ได้โง่เลยเข้าใจง่าย ๆ ว่าวอลเลซต้องการให้เขาจัดการกับฌอน

ถึงแธ็คเกอร์เรย์ไม่เคยมีความบาดหมางอะไรกับฌอนมาก่อน แต่เนื่องจากวอลเลซต้องการให้เขาจัดการกับฌอน จึงเต็มใจทำแต่โดยดี

ในตอนเช้า สนามฝึกกลางแจ้งสนามที่ 7 ที่นักเรียนห้อง 6 และฌอนใช้เรียนในวันนี้

“หลบไป!”

กลางสนามฝึก ฌอนเพิ่งจะเริ่มยืดเส้นยืดสายร่างกาย จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงตะคอกดังมาจากด้านหลัง

ฌอนขมวดคิ้วพร้อมหันกลับไปมองข้างหลัง และเห็นเด็กชายที่มีผิวขาวซีดยืนอยู่ ซึ่งเขาเป็นคนที่ตะคอกเสียงดังเมื่อกี้

แน่นอนว่าฌอนรู้จักเด็กชายคนนี้ แม้เขาจะไม่โด่งดังเท่าไททัส แต่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงในห้อง 6 ของชั้นปีที่ 3

“สนามฝึกออกจะกว้าง ไม่มีทางอื่นให้ไปแล้วเหรอ?”

ถ้าเป็นฌอนคนเก่า เวลานี้คงคิดว่าไม่อยากให้เกิดสิ่งแย่ ๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิตแน่ จากนั้นเขาก็จะยอมถอยทางให้ทันที แต่ฌอนคนปัจจุบันไม่ใช่ฌอนคนเก่าอีกต่อไป

แม้เขาจะไม่ชอบให้ตัวเองเด่น แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะปล่อยให้คนอื่นมารังแกตัวเองได้อีก

“หืม?”

เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของฌอน สีหน้าของแธ็คเกอร์เรย์ก็เปลี่ยนไปแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า

“ฉันคิดจริง ๆ ว่าถ้าฉันเป็นนายที่เอาชนะเบนสันมาได้ ฉันจะใช้เวลานี้ทำตัวกร่างให้เต็มที่โดยไม่เกรงใจใคร แต่ถ้าฉันไม่สอนว่าอะไรควรไม่ควร นายคงไม่รู้ว่าใครคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 6 ของชั้นปีที่ 3”

ฌอนมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา จากน้ำเสียงถากถางนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจงใจยั่วโมโห แต่ฌอนไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง เขาไม่เคยมีข้อคับข้องใจกับเด็กชายคนนี้มาก่อน แล้วอีกฝ่ายจะมาหาเรื่องเขาทำไม?

เมื่อเห็นว่าฌอนตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว แธ็คเกอร์เรย์ อาร์โนลด์ก็รู้สึกเย้ยหยันในใจ ยังไม่ทันก้าวต่อไปข้างหน้าก็ได้ยินเสียงคนตะโกน

“อาจารย์เชาเซอร์มาแล้ว!”

เขาหันหน้าไปและเห็นชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะหนังสีแดงที่มีความสง่าผ่าเผยเดินเข้ามาใกล้ เขาคือเชาเซอร์ หรืออาจารย์ประจำชั้นของพวกเขา

“นายโชคดีนะ!”

เมื่อมองไปยังฌอนอีกครั้ง แธ็คเกอร์เรย์ก็เดินผ่านหน้าฌอนไป การจัดการกับฌอนถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาอยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องไม่รีบร้อน

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”

มัวร์มองหน้าฌอนด้วยความสงสัย เขาเป็นคนที่บอกว่าอาจารย์มาแล้วเพื่อช่วยฌอน

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ฌอนส่ายหน้า แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมแธ็คเกอร์เรย์ถึงแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับเขาแบบนั้น

“รู้สึกว่าเขาพุ่งตรงมาที่ฉันโดยเจตนาเลยล่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ปกติฉันแทบไม่เคยคุยกับเขาเลยด้วยซ้ำ”

มัวร์ครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็นึกเหตุผลไม่ออก เขาเลยอดไม่ได้ที่จะเตือนเพื่อนคนนี้ว่า

“งั้นก็ระวังตัวด้วย”

“อืม”

ฌอนพยักหน้า แธ็คเกอร์เรย์ครองอันดับหนึ่งของห้องมานาน แสดงว่าเขาก็มีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง

“วิชาดาบอัศวินกับการหายใจ จะต้องนำมาใช้ให้ถูกจังหวะ ยิ่งผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน แล้วใช้ให้มันคงที่มากเท่าไหร่ พละกำลังของพวกเธอก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น…”

หลักสูตรได้ดำเนินการไปทีละขั้นตอน อาจารย์เชาเซอร์เดินไปท่ามกลางกลุ่มนักเรียนในห้อง 6 แล้วให้คำชี้แนะแก่พวกเขา ให้เห็นถึงทักษะการใช้ดาบร่วมกับจังหวะการหายใจของนักเรียนแต่ละคน เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในการฝึกฝนวิชาดาบอัศวิน

“ดีมาก!”

เมื่อเขาเดินผ่านฌอน ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและแสดงรอยยิ้ม

เดิมทีพรสวรรค์ด้านฝีมือดาบของฌอนไม่ด้อยไปกว่าใครเลย แต่เมื่อรวมการฝึกฝนอย่างหนักและคำชี้นำของเลดี้สการ์เล็ต เซร่า วิชาดาบอัศวินของฌอนก็แข็งแกร่งและน่าเกรงขามมากขึ้น ทุกครั้งที่เขากวัดแกว่งดาบ ก็เกิดประกายแสงสีเงินสวยงามราวกับหิมะที่โปรยลงมาจากฟ้า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรสวรรค์ด้านฝีมือดาบของฌอนในตอนนี้ เหนือกว่านักเรียนคนอื่น ๆ อย่างมาก

ห่างออกไปไม่ไกล แธ็คเกอร์เรย์บังเอิญเห็นฉากนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วจ้องมองฌอนด้วยความหมั่นไส้

ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ได้รับคำชมจากอาจารย์เชาเซอร์มาโดยตลอด แต่พอฌอนผ่านการประเมินช่วงปลายปี ฌอนก็ได้รับคำชมจากอาจารย์บ่อยที่สุด

แต่หลังจากนี้แธ็คเกอร์เรย์จะต้องทำในสิ่งที่วอลเลซต้องการให้สำเร็จ และเขาพร้อมที่จะโจมตีฌอนโดยไม่ลังเล ถึงอย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนึกไม่ถึงว่าในใจลึก ๆ ก็แอบรู้สึกรังเกียจฌอน เพราะคำชมจากอาจารย์เชาเซอร์ที่มีต่อฌอนนั้น ทำให้เขาเกิดความอิจฉาริษยา

“เอาล่ะ จับคู่ซ้อมได้!”

หลังจากนั้นนักเรียนก็แยกย้ายกันไปหาคู่ซ้อม เพื่อฝึกฝนวิชาดาบอัศวินเหมันต์สีเงินตามปกติ ส่วนอาจารย์เชาเซอร์ก็คอยให้คำแนะนำ

เมื่อได้ยินแบบนี้ ฌอนก็เดินตรงไปหามัวร์ เพราะมัวร์เป็นคู่ซ้อมของเขาเสมอในการฝึกซ้อมเป็นคู่

ก่อนหน้านี้ มีแค่มัวร์เท่านั้นที่เต็มใจเป็นคู่ซ้อมกับเขา แต่ตอนนี้กลายเป็นมัวร์ซะเองที่ร้องขอเป็นคู่ซ้อมทุกวัน เพราะมัวร์รู้สึกว่าวิชาดาบอัศวินของฌอนพัฒนาขึ้นมาก และเขามีโอกาสใกล้ชิดอีกฝ่ายมากที่สุด ซึ่งเขาจะละทิ้งโอกาสดี ๆ แบบนี้ได้ยังไง

ส่วนฌอนไม่ได้ขัดข้องอะไรอยู่แล้วว่าใครจะไม่มาเป็นคู่ซ้อมด้วย

แต่การได้มัวร์เป็นคู่ซ้อมก็ไม่เลว ฌอนเองก็มีความสุขดีที่ได้คู่กับมัวร์ เพราะมันก็คุ้มค่าที่มีมัวร์เป็นเพื่อน

“เราลองมาซ้อมด้วยกันไหม?”

เมื่อฌอนเดินไปได้ครึ่งทาง ก็ถูกหยุดโดยเด็กชายผิวขาวซีด

เด็กชายมองมายังฌอนด้วยรอยยิ้มและสายตาแปลก ๆ เขาคือแธ็คเกอร์เรย์

“ฝึกกับนายเหรอ?”

ฌอนมองไปที่แธ็คเกอร์เรย์ด้วยสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจงใจตรงเข้ามาหาเขา ถ้าเรื่องก่อนหน้านี้เป็นแค่อุบัติเหตุ การที่อีกฝ่ายเข้ามาหาแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“ขอโทษนะ แต่เขามีฉันเป็นคู่ซ้อมแล้ว”

มัวร์รีบเข้าไปช่วยฌอน

“มัวร์ ฉันขอลองฝึกกับฌอนได้ไหม?”

เมื่อได้ยินสิ่งที่มัวร์พูด แธ็คเกอร์เรย์ก็หันไปมองมัวร์ แม้จะใช้น้ำเสียงธรรมดาในการเจรจา แต่มันก็ทำให้คนฟังรู้สึกว่า ไม่สามารถปฏิเสธคำขอนี้ได้

“ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ พอดีฉันซ้อมกับฌอนจนชินแล้ว คงยากถ้าให้ฉันไปซ้อมกับคนอื่น”

มัวร์ส่ายหน้า แต่ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ เขาคงปล่อยให้ฌอนไป

แต่กับแธ็คเกอร์เรย์ เขาเป็นคนเดียวที่ยอมให้ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้มัวร์เห็นสายตามุ่งร้ายของอีกฝ่ายที่มีต่อฌอนอย่างชัดเจน ในเมื่อเป็นแบบนี้เขาจะปล่อยให้ฌอนเป็นคู่ซ้อมกับแธ็คเกอร์เรย์ได้ยังไง?

“ขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ?”

น้ำเสียงของแธ็คเกอร์เรย์เริ่มมีความโกรธผสมเข้ามาเล็กน้อย ในฐานะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 6 ของชั้นปีที่ 3 นักเรียนคนอื่น ๆ ในห้องควรทำตามที่เขาขอ แต่ไม่คิดเลยว่ามัวร์จะปฏิเสธคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังกล่าว ซึ่งทำให้เขาไม่ค่อยพอใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสังเกตเห็นว่ามีนักเรียนบางคนที่อยู่ข้าง ๆ มองมาทางนี้ แววตาของเขาก็ดูเย็นชาขึ้นมาทันที และน้ำเสียงก็หนักแน่นมากขึ้น

เดิมทีมัวร์แค่อยากจะปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ทันใดนั้นฌอนที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า

“มัวร์ ในเมื่อวันนี้แธ็คเกอร์เรย์อยากลองซ้อมกับฉัน ฉันก็จะเป็นคู่ซ้อมให้”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด