ตอนที่แล้วตอนที่ 1203 คุณ.. นี่คุณ คุณมันเป็นใครกันแน่?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1205 คุณนี่มันเดินไม่มองทางหรือไง!

ตอนที่ 1204 ...ทั้งหมดนี้ เธอกลับดูเหมือนจะคิดมากเกินไป


“ผมคือ หลินฟาน คุณเองก็น่าจะรู้ดีว่า.. ผมเป็นใคร?” หลินฟาน ได้ยิ้ม เขากำลังหมายความว่า ..เขารู้ว่า หยุน ชิงเย้า เคยตรวจสอบเขามาก่อน ทั้งนี้ตัวตนของเขาในเมืองหยุนเฉิง ก็ไม่ใช่ว่ามีความลับอะไร ทุกคนเองก็สามารถตรวจสอบได้ และสิ่งที่เธอพบ มันก็คือในสิ่งที่ทุกคนรู้…

หยุน ชิงเย้า ไม่ได้จะหมายความอย่างนั้น เธอแค่รู้สึกว่าตัวตนของ หลินฟาน มันเต็มไปด้วยความลึกลับ

หลังจากที่เธอรู้ว่าเงินหนึ่งพันล้านหยวนนั้นอยู่กับ หลินฟาน เธอเองก็ได้เริ่มตรวจสอบตัวตนของ หลินฟาน อย่างรอบคอบ และก็ได้รับข้อมูลมาว่า หลินฟาน เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหยุนเฉิง และเขาก็เป็นถึงมหาเศรษฐีแสนล้าน

แต่ในขณะเดียวกัน ประวัติความเป็นมาของ หลินฟาน นั่นก็ลึกลับมาก เพราะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลินฟาน เขาก็ยังคงเป็นเพียงแค่คนส่งอาหารเดลิเวอรี่ แต่ต่อมาเขาก็กลับกลายเป็นคนรวยที่มีทรัพย์สินหลายแสนล้าน และได้ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานของ หยงจิ่ว กรุ๊ป ซึ่งก็เป็นกลุ่มแสนล้าน…

จากการตรวจสอบของเธอ เธอพบว่า หลินฟาน มีชื่อเสียงในกลุ่มชาวเมืองหยุนเฉิง ทั้งทุกคนก็ได้พากันเรียกเขาว่า คุณหลิน มหาเศรษฐีผู้ลึกลับ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังชื่อเสียงนี้ของเขา ก็เป็นชายลึกลับคนหนึ่งที่มีนามว่า หลิน เป่ยซวน

ซึ่งสิ่งนี้ได้ถูก หลิน ฟาน เปิดเผยออกมาด้วยตัวเอง, หลินฟาน เคยตอบถึงประวัติความเป็นมาของตัวเขาเองว่า ทุนเดิมของเขามาจาก หลิน เป่ยซวน คนนี้ และหลิน เป่ยซวน คนนี้ ก็เป็นลุงคนหนึ่งของเขา

แต่ก็กลับไม่เคยมีใครเคยเห็น หลิน เป่ยซวน และหลิน เป่ยซวน ก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาก่อน ..นับตั้งแต่ต้นจนจบ พูดง่ายๆ ก็คือ ..เขาเหมือนกับว่า ‘ไร้ตัวตน’

หยุน ชิงเย้า ยังคงสืบต่อไปได้อีกว่า หลินฟาน เกิดในชนบท และสถานการณ์ของครอบครัวของเขาก็ดูธรรมดามาก พ่อแม่ของเขาเป็นคนชนบท ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่มีภูมิหลังใดๆ เป็นพิเศษ

ยกเว้น.. เสียแต่ หลิน เป่ยซวน ที่ไม่เคยปรากฏตัว!

ในเมืองหยุนเฉิง ก่อนหน้านี้ ..มีคํากล่าวที่ว่า หลินฟาน เป็นเพียงฉากหน้า ทั้งเขาก็เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดที่ถูกนำขึ้นมาแสดงเบื้องหน้าของฉากเท่านั้น และคนที่คอยชังใยอยู่เบื้องหลังของเขาจริงๆ ก็คือ หลิน เป่ยซวน ทั้งยังมีการกล่าวอีกว่า หลิน เป่ยซวน อาจมีเบื้องหลังเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ..ที่ไม่มีใครรู้จักอยู่อีก

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยการพัฒนาที่แข็งแกร่งของ หยงจิ่ว กรุ๊ป ความแข็งแกร่งของ หลินฟาน นั้นมันก็ได้ฉายชัดให้กับทุกคนได้เห็น และเขาก็สามารถเอาชนะทุกคนได้จริง ..เพียงเท่านั้นไม่นาน คําพูดเหล่านี้ก็ได้ค่อยๆ จางหายไป

และคําพูดที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางสําหรับชีวิตของ หลินฟาน ในตอนนี้ก็คือ หลินฟาน เดิมเป็นเด็กในชนบท ที่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินหลายหมื่นล้านจากลุงของเขา หลิน เป่ยซวน จากนั้น หลินฟาน ก็ได้ใช้ทรัพย์สินหลายหมื่นล้านที่ว่านี้ไปในการลงทุน และสร้าง หยงจิ่ว กรุ๊ป ที่มีมูลค่าตลาดกว่าสามแสนล้านด้วยความรู้ และความสามารถของตัวเอง

เพราะเช่นนั้นเอง หลินฟาน จึงได้กลายมาเป็นตํานานในเมืองหยุนเฉิง และเขายังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจํานวนมาก แน่นอนว่าหลายคนในที่นี่ไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาดโอกาส ดังนั้นหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในความคับข้องใจ ในความผิดหวัง ก็ได้เห็นความหวังในตัวของ หลินฟาน ขึ้นมา เมื่อนั้นพวกเขาจึงได้มีแรงจูงใจในการใช้ชีวิต นั่นก็เพราะพวกเขาได้มีความปรารถนามากขึ้น และได้ตั้งตารอว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้มีโอกาสเช่นเดียวกันกับ หลินฟาน ที่ได้มีโอกาสได้พลิกกลับ

และมันก็เช่นเดียวกันกับนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาหลายสิบล้านคน ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ พวกเขามีความคิดที่ดี บางคนยังมีเทคโนโลยีที่ดี แต่ยังขาดเงินทุนสนับสนุน ทำให้ความฝันของพวกเขาไม่เป็นจริง

ดังนั้น ผู้ประกอบการรายใหม่เหล่านี้ จึงได้ถือแผนธุรกิจหนาๆ ทุกวัน วิ่งไปรอบๆ บริษัทการลงทุน โดยหวังว่าจะได้รับเงินทุนจากนักลงทุนนางฟ้า (Angel Investment) เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขา ได้รับโอกาสในการเริ่มต้น

ในความสําเร็จของ หลินฟาน ทําให้พวกเขารู้สึกว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับ หลินฟาน นั้น มันก็คือเงินทุนเริ่มต้นก้อนนั้น

หลินฟาน ที่โชคดีที่ได้รับมรดกนับหมื่นล้านจาก ลุงหลิน เป่ยซวน ..และเงินทุนมากมายขนาดนี้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ หลินฟาน ได้ปล่อยมือ ปล่อยเท้า และสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังมีคนหยิบรื้อประวัติความสำเร็จของ หลินฟาน และพบว่าสิ่งแรกที่ หลินฟาน ทำหลังจากได้รับเงินหลายหมื่นล้านมาก็คือ การเข้าซื้ออย่างบ้าคลั่ง.. ซื้อหุ้น, ซื้อที่ดิน, ซื้ออสังหาริมทรัพย์, ซื้อบริษัท หรือแม้แต่กระทั่งซื้อเครื่องบิน และหลินฟาน ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะซื้อตามอำเภอใจ เพราะในทุกๆ ครั้งที่เขาใช้เงินก้อนโตออกไป เขาก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างมหาศาล ดังนั้นมันจึงเกิดเป็น หยงจิ่ว กรุ๊ป ขึ้นมาในภายหลัง

หรือไม่บางที… หลินฟาน อาจจะมีผู้เชี่ยวชาญที่ได้ให้คำแนะนำเขาอยู่เบื้องหลัง แต่ผู้คนต่างก็เต็มใจที่จะเชื่อว่า หลินฟาน เป็นอัจฉริยะทางธุรกิจ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการลงทุนจริงๆ และเพราะมันเป็นความสามารถในการลงทุนที่แสนจะยอดเยี่ยม และโดดเด่นของเขา ที่ได้ทําให้ หยงจิ่ว กรุ๊ป สามารถเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว และตัวเขาเองก็ได้กลายมาเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหยุนเฉิง

และแน่นอนว่า เงินทุนหลายหมื่นล้านที่ หลิน เป่ยซวน ได้จัดหาให้เขานั้น ..มันมีความสําคัญมาก แต่ความสามารถในการลงทุนโดยส่วนตัวของ หลินฟาน นั้นมันกลับน่าทึ่งยิ่งกว่า

ตัวอย่างก็เช่น ..เมื่อเร็วๆ นี้ หลินฟาน ได้เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลหยุนเฉิง ซึ่งเดิม.. มันควรจะเป็นทีมขยะในซูเปอร์ลีกของจีน ทั้งยังอยู่ในระดับล่างของลีก ทั้งสาธารณชนต่างก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่า.. ไม่ได้มองโลกในแง่ดี ซึ่งได้พากันคิดว่า ทีมชุดนี้ ..คงจะหลีกหนีไม่พ้นจากชะตากรรมที่จะตกชั้น

แต่หลังจากที่ หลินฟาน เข้ารับช่วงต่อ ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงความเสื่อมโทรมได้ราวกับว่าเขามีเวทมนตร์ขึ้นมาจริงๆ หลังจาก ทีมหยุนเฉิง ได้รับการจัดระเบียบใหม่ พวกเขาก็ได้รับใช้ชัยชนะในเกมอุ่นเครื่องทั้งสามเกม เพื่อลบล้างชื่อเสียงของทีมขยะออกไป และมูลค่าทางธุรกิจก็ได้พุ่งสูงขึ้น ..ภายในชั่วข้ามคืน

นับตั้งแต่ หลินฟาน กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหยุนเฉิง หลินฟาน ก็ได้กลายเป็นจุดสนใจ และมีเพียงน้อยคนนักที่จะพูดถึงการดํารงอยู่ที่ลึกลับของ หลิน เป่ยซวน

แต่.. หยุน ชิงเย้า กลับไม่ได้มองอย่างนั้น เธอกลับถูก หลิน เป่ยซวน ดึงดูดในทันที และเธอยังสังเกตเห็นคําพูดในก่อนหน้านี้ว่า หลิน เป่ยซวน อาจมีเบื้องหลังเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อยู่!

เมื่อประกอบรวมกับ หลินฟาน ที่มีพลังที่น่าทึ่งเช่นนี้แล้ว มันก็ได้ทำให้ หยุน ชิงเย้า ยากที่จะไม่คิดถึงเรื่องนี้ที่ว่า หลินฟาน แท้จริงแล้ว เขาก็ได้มาจาก สำนักนิกายที่ซ่อนเร้น ..เช่นเดียวกัน

ยิ่งควบคู่ไปกับช่วงเวลานี้ ที่เธอได้เห็นทักษะทางการแพทย์ที่น่าอัศจรรย์ของ หลินฟาน ที่สามารถควบคุมกักขังจุดตันเถียน และเธอก็ยิ่งเชื่อมากยิ่งขึ้นไปอีกว่าภูมิหลังของ หลินฟาน นั้น ไม่ง่ายเลย!

เท่าที่ หยุน ชิงเย้า รู้ สำนักนิกายที่ซ่อนเร้นอยู่ในโลกปัจจุบัน ..ล้วนสืบทอดกันมาหลายร้อยปี เช่นเดียวกับ หยุนเหมิน ของครอบครัวเธอเอง และเพื่อประคับประคองให้ครอบครัวเติบโตต่อไป เหล่าสำนักนิกายที่ซ่อนเร้น ต่างก็จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในโลก เพื่อจัดหาเงินทุนมาหล่อเลี้ยงครอบครัวอย่างต่อเนื่องมั่นคง

ดังนั้นมันแทบจะเกือบทุกสำนักนิกายที่ซ่อนเร้น จึงกลายเป็นเหล่าตระกูลที่ร่ำรวย และมีทรัพย์สินอยู่มากมาย

หากรวมตระกูลมหาเศรษฐีที่ซ่อนเร้นเหล่านี้ด้วยแล้ว เกรงว่ารายชื่อของบุคคลที่ร่ำรวยที่มีอยู่.. จะต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก ในความเป็นจริง มีคนรวยจํานวนมากที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ร่ำรวยเลยก็มี

หยุน ชิงเย้า อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึง สำนักนิกายที่ซ่อนเร้น ที่อยู่เบื้องหลังของ หลินฟาน ความแข็งแกร่งของ สำนักนิกายที่ซ่อนเร้นนี้อาจจะน่าทึ่งอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะร่ำรวยเพียงเท่านั้น แต่ยังอาจมีบริษัทยักษ์ใหญ่อยู่จริงๆ

และตัวตนของ หลินฟาน ก็อาจจะเป็นตัวแทนของ สำนักนิกายที่ซ่อนเร้นอยู่ในโลกปุถุชน!

นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ว่า หลินฟาน สามารถเป็นตัวแทนได้อยู่ นั่นก็เพราะว่าเขาเองไม่เพียงแต่จะมีทักษะที่แข็งแกร่ง ..เท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการลงทุนที่แข็งแกร่งอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า เขา.. เป็นอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ

หยุน ชิงเย้า ได้เดาว่าแม้แต่ในสำนักนิกายซ่อนเร้นที่ได้อยู่เบื้องหลังของ หลินฟาน หลินฟาน ก็ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนรุ่นใหม่ ..ในหมู่ของพวกเขา

ถ้าหากตอนนี้ หลินฟาน ได้รู้ความคิดในหัวของ หยุน ชิงเย้า กลัวว่าเขาคงจะได้หัวเราะออกมาเสียงดังในทันที

หยุน ชิงเย้า คงไม่เคยคิดฝันเลยว่า หลิน เป่ยซวน คนนี้เป็นใคร แต่ที่แน่ๆ เขาก็คือคนที่ หลินฟาน ได้แต่งเรื่องขึ้นมา ก็เพื่อรับมือกับคนในโลกภายนอกเท่านั้น บริษัทซุปเปอร์ยักษ์ใหญ่อะไรที่ว่านั้น หรือแม้แต่สำนักนิกายซ่อนเร้นที่มีความแข็งแกร่งสุดยอด ทั้งหมดนี้ เธอกลับดูเหมือนจะคิดมากเกินไป

สิ่งที่ทําให้ หลินฟาน สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้จริงๆ ก็คือ ระบบ..

และเป็นระบบที่ได้มอบโชคลาภ ความมั่งคั่ง นับแสนล้านนี้ให้กับ หลินฟาน ทั้งระบบยังได้มอบรางวัลเป็นพลังพิเศษต่างๆ ที่ว่าให้กับ หลินฟาน มากมาย

อย่างไรก็ตาม.. หยุน ชิงเย้า ได้เดาถูกสิ่งหนึ่ง ความสามารถในการทําสิ่งต่างๆ ของ หลินฟาน นั้น ..แข็งแกร่งมากจริงๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ระบบได้มอบให้กับเขา แต่เป็นความแข็งแกร่งของ หลินฟาน เอง รวมถึงลักษณะนิสัย และความคิดเหล่านี้ ล้วนเป็นของ หลินฟาน เองทั้งหมด

ระบบทำเพียงแค่เสริมความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ให้กับ หลินฟาน แต่ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของ หลินฟาน เขาก็เป็นผู้กำหนด และตัดสินใจด้วยตนเอง

ระบบอาจกล่าวได้ว่าเป็นเหมือนกับ ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’ ทั้ง ดาบศักดิ์สิทธิ์ เล่มนี้เมื่อได้ตกไปอยู่ในมือของเทพเทวดา เทพเทวดาที่ได้ถือมันก็สามารถปกป้องผู้คนที่อ่อนแอ และทําให้โลกนี้สวยงามน่าอยู่ขึ้นได้ แต่ถ้าหาก ‘ดาบศักดิ์สิทธิ์’ เล่มนี้.. ตกไปอยู่ในมือของมารปีศาจชั่วร้าย มันก็จะเป็นอันตรายต่อโลก และเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นดินแดนแห่งความชั่วร้าย

แล้ว.. กล่าวคือ หลินฟาน เป็นเทพเทวดา หรือมารปีศาจร้าย?

แน่นอน.. ทั้งหมดนี้ถูกกําหนดโดยลักษณะนิสัย และความคิดของ หลินฟาน เอง

ในเวลานี้ หลินฟาน ได้ก้มตัวลง และอุ้ม หยุน ชิงเย้า ขึ้นมา และในไม่ช้าพวกเขาก็ได้กลับไปที่รถ

แผนการหลบหนีครั้งแรกของ หยุน ชิงเย้า ก็ได้ถือว่า ..ล้มเหลว

“ผมรู้ว่าคุณยังคิดจะหนีอยู่.. คุณสามารถลองพยายามทำมันต่อไปได้ และมาลองดูกันว่า ..คุณจะมีความสามารถที่จะหลบหนีออกไปจากมือของผมได้ หรือไม่” หลินฟาน ได้พูดออกไปด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด