ตอนที่แล้วบทที่ 4
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6

บทที่ 5


บทที่ 5

สวี่ล่ายอ้าปากกว้าง ไม่คาดคิดเลยว่าการเรียนรู้ผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกลจะมีความยากลําบากขนาดนี้

ในความเป็นจริง มันไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสวี่ล่ายถึงรู้สึกอึ้ง เพราะศาสตร์อื่นๆในอาชีพรอง มันจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมแค่ 1 - 2 ทักษะย่อยเท่านั้น

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกล จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะย่อยทั้งหมดจึงจะได้รับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่!

ตัวอย่างเช่น สำหรับอาชีพรองอย่างผู้เชี่ยวชาญการกลั่นโอสถ ก่อนอื่นคุณต้องเรียนรู้ศาสตร์ด้านสมุนไพร ศาตร์การสกัด เมื่อเข้าใจถ่องแท้จึงค่อยไปฝึกการกลั่นโอสถซ้ำๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้

ในทำนองเดียวกัน เพื่อที่จะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญการหลอมอาวุธ ก่อนอื่นคุณต้องเรียนรู้ศาสตร์ด้านแร่ ศาสตร์การถลุง และศาสตร์การหลอม

ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านวิถีค่ายกล นอกเหนือจากการติดตั้งค่ายกลแล้ว ก็มีอะไรให้เรียนรู้เยอะขึ้นอีกเล็กน้อยเช่นทักษะการกลั่นวัตถุดิบ ทักษะการหลอม และศาสตร์ด้านแร่อีกเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกล นอกจากศาสตร์ด้านแร่ , ศาสตร์ด้านสมุนไพร และศาสตร์ด้านการกลั่นที่เป็นพื้นฐานแล้ว คุณยังต้องเข้าใจกฏเกณฑ์ต่างๆของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ใช้ในการหลอมอีกด้วย

และอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญที่สุด นั่นคือทักษะลับการสลักผนึก และนี่คือสิ่งที่ในโลกใบนี้เรียกกันว่า --การประสานค่ายกล

ดูจากพื้นฐานที่ซับซ้อนเหล่านี้เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ ว่าผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกลนั้นโดดเด่นและเป็นอะไรที่เรียนรู้ได้ยากมากในโลกใบนี้

“มีการเข้าใจผิดอะไรกันรึเปล่า? นี่คือสิ่งที่มนุษย์เรียนรู้ได้จริงๆน่ะหรือ?” แค่ทักษะพื้นฐานที่ต้องศึกษาเพียงอย่างเดียว ก็เกรงว่าจะทำให้ผู้คนมากมายที่อยากเรียนถอยหนีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่นานสวี่ล่ายก็ค้นพบว่าอาชีพผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกล มีข้อได้เปรียบชัดเจนอย่างยิ่งเมื่อใช้สู้กับศัตรู นั่นคือมันสามารถติดตั้งค่ายกลได้แทบจะในทันทีด้วย ‘ศิลาค่ายกล’

หากสามารถใช้สิ่งนี้สู้กับศัตรูได้ หากสามารถเปิดใช้งานค่ายกลป้องกัน โจมตี หรือกระทั่งสนับสนุน ประกอบกับพลังรบที่ใช้สู้ของตัวเอง เกรงว่าในระดับพลังเดียวกัน คงมีไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกลได้

“อันนี้ไม่เลวนะ ตกลง ฉันเลือกมัน!” สวี่ล่ายกระพริบตา รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยในใจ

[ติ๊ง!]

[อาชีพรอง : ผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกล]

หลังจากเสียงเตือนสิ้นสุดลง สวี่ล่ายตรวจสอบวิชายุทธทั้งสองในตัวเขา

จนถึงตอนนี้ สวี่ล่ายยังไม่ได้ฝึกฝนวิชายุทธดีๆเลย เขาเอาแต่พึ่งพา ‘สะบั้นกระหายเลือด’ ตลอดเวลา แม้นี่จะเป็นกระบวนท่าสังหารที่ดีและมีประโยชน์มาก แต่สุดท้ายก็ใช้ได้จำนวนจำกัด ทุกครั้งที่สำแดง มันเกือบสูบพลังปราณบริสุทธิ์ทั้งหมดในตัวไป

ในกรณีที่โจมตีด้วยทักษะนี้พลาด สิ่งที่สวี่ล่ายจะต้องพบเจอคือโศกนาฏกรรม

“กระบี่ทระนงสังหาร เพลงกระบี่ระดับอำพันขั้นกลาง ...” สวี่ล่ายขมุบขมิบปาก คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“อนิจจา! วิชายุทธในมือฉันยังน้อยเกินไปจริงๆ ช่างเถอะ มีอะไรก็ลองใช้อันนั้นไปก่อนแล้วกัน เอาไว้พอกลับไป ค่อยหาวิชายุทธสักสองสามวิชามามาฝึกเพิ่ม”

ได้ข้อสรุปแบบนี้ สวี่ล่ายจึงตัดสินใจใช้เวลาทั้งหมดต่อจากนี้ ฝึกฝนเพลงกระบี่ทระนงสังหารอย่างเต็มที่

“กระบี่ทระนงสังหาร! ย่า——!”

...

ลึกเข้าไปในป่าหมอก

“กระบี่ทระนงสังหาร! ท่อนที่ 5!”

พรึบ พรึบ พรึบ!

บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม~!

ปราณกระบี่ถาโถม  เศษหินกระจัดกระจาย ใบไม้ปลิวว่อน

“ฟู่ว ฟู่ว ฟู่ว ...” สวี่ล่ายปรับลมหายใจให้ช้าลง มองดูร่องรอยที่เกิดจากการใช้เพลงกระบี่ทระนงสังหารของตน

“อืม ไม่เลว อย่างน้อยที่ทุ่มเทไปอย่างยากลำบากกว่าสองเดือนก็ไม่สูญเปล่า”

ใบหน้าของสวี่ล่ายเผยรอยยิ้มของความปลื้มใจ ลูบแขนซ้ายของตัวเองอย่างลวกๆ

เห็นเพียงเหนือแขนซ้าย จากหัวไหล่จนถึงศอก ปรากฏรอยแผลเป็นสะดุดตาที่ยาวกว่าสองอิงฉื่อ

ตลอดเดือนที่ผ่านมา สวี่ล่ายทางหนึ่งล่าสัตว์ปีศาจ อีกทางหนึ่งศึกษาเรียนรู้เพลงกระบี่ทระนงสังหาร เป็นผลให้เมื่อเขาได้บังเอิญเจอกับเสือเขี้ยวดาบระดับต่ำขั้น 2 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงตั้งใจใช้มันเป็นวิชายุทธหลักในการต่อสู้ เพื่อกระตุ้นศักยภาพการฝึกฝนของตน

หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดจบลง แขนข้างหนึ่งของสวี่ล่ายเกือบจะถูกเสือเขี้ยวดาบกัดขาด

แน่นอน

เพื่อสร้างบาดแผลนี้แก่เขา ราคาที่เสือเขี้ยวดาบต้องแลกคือชีวิตของมันเช่นกัน!

สำหรับผลลัพธ์นี้ มันยิ่งทำให้สวี่ล่ายกระตือรือร้นที่จะพัฒนาวิชายุทธของเขาให้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น

“ใช้ได้ วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน ไว้พรุ่งนี้ค่อยมุ่งหน้าลึกเข้าไปอีก”

หลังจากตัดสินใจแล้ว สวี่ล่ายนั่งลงเพื่อพักผ่อน กินเนื้อเสือที่เหลืออยู่ไม่มากนัก  และไม่ลืมตรวจสอบลายแทงที่ซ่อนขุมทรัพย์

หากนับรวมเวลาทั้งหมดนับแต่เข้ามาที่ป่าหมอก นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่พบเงื่อนงำใดๆของมันแม้แต่น้อย

แน่นอน ทางหนึ่งเป็นเพราะละอองหมอกปกคลุมทั่วป่า ทำให้การล่าสมบัติได้รับความยากลำบากอย่างยิ่ง

“เฮ้อ~ ถ้าฉันยังหาที่ซ่อนขุมทรัพย์ไม่เจอก่อนกำหนดเวลาแล้วกลับไปมือเปล่า คงเสียดายแย่” สวี่ล่ายขมวดคิ้วเล็กน้อย

กรรร!

จี๊ จี๊——!

บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม ..!

เพียงแต่ในขณะนั้นเอง เกิดระลอกคลื่นทางพลังวิญญาณปั่นปวนลอยมาจากในระยะไกล

“หือ? หรือว่าจะมีสัตว์ปีศาจกำลังต่อสู้กันเอง?” สวี่ล่ายอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนรีบลุกขึ้นเพ่งมองอย่างถี่ถ้วน

ปัจจุบัน แม้อยู่ห่างไกลกันมาก แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจทรงพลังทั้งสองตัว และพบว่าต่างฝ่ายกำลังสู้กัน และคลื่นลมอัดอากาศก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~! ดูเหมือนสวรรค์จะประทานโชคมาให้ฉันแล้ว” สวี่ล่ายกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข เคลื่อนตัวไปยังพื้นที่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว

นี่คือโอกาสทองครั้งหนึ่งในชีวิต!

鹬蚌相争渔翁得利( อี้ว์ปั้งเซียงเจิง อี๋ว์เวิงเต๋อลี่ ) (นกปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน คนตกปลาได้ประโยชน์)

“ถ้าไม่คว้าโอกาสนี้ ฉันคงเป็นแค่คนโง่เขลา!” สวี่ล่ายแสดงสีหน้าตื่นเต้น

ทางหนึ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้พื้นที่ต่อสู้ ทางหนึ่งลดกลิ่นอายตัวเองให้ต่ำที่สุด

เขาไม่ต้องการถูกเจอตัว แล้วกลายเป็นถูกดึงเข้าการต่อสู้ที่ไม่จำเป็น

ไม่นาน สวี่ล่ายก็สามารถเข้าใกล้บริเวณที่มีการต่อสู้ ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจทั้งสองได้อย่างชัดเจน พวกมันกำลังทำร้ายเข่นฆ่ากัน

กรร กรร!

โครม โครม!

จี๊ จี๊!

บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม!

แสงวาบไหวดั่งภูติผี สัตว์ปีศาจสองตัวที่มีพลังรบอย่างน้อยขั้น 3 กำลังสู้กันแบบแลกชีวิต

“อื้อหือ นี่มัน ...”

สวี่ล่ายเฝ้ามองการต่อสู้อันดุเดือดนี้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง

เห็นเพียงเสือดาวรัตติกาลยาว 5 หมี่ กำลังต่อสู้กับตั๊กแตกยักษ์ทอคำที่สูงกว่า 3 หมี่

เสือดาวรัตติกาลเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว บางครั้งก็พ่นลำแสงสีดำออกจากปากเพื่อโจมตี ในบางครั้งก็กลายเป็นแสงกะพริบไหว เข้าประชิดตั๊กแตกยักษ์เคียวทองคำ แล้วใช้กรงเล็บแหลมคมตะปบ

เสือดาวรัตติกาลดูเหมือนจะมีทักษะลับในการเคลื่อนย้ายพริบตาบางอย่าง เพราะเมื่อตัวมันสว่างวาบ สัตว์ปีศาจสีดำทั้งตัวก็หายวับไปจากที่เดิม และปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในระยะประชิดศัตรู

ทางด้านตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำเองนั้นก็ทรงพลังและดุร้ายไม่แพ้กัน อย่ามองว่ามันตัวไม่ใหญ่เท่าเสือดาวรัตติกาล เพราะแขนทั้งสองข้างของมันมีเคียวใหญ่ที่ทอประกายสทอง แสงที่กระพริบจากมันชวนให้ผู้คนหนาวสั่น

รวมไปถึงปีกทั้งหกที่อยู่บนด้านหลังของตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำ เจ้าพวกนี้เปล่งแสงห้าสียามขยับไหว ช่วยเพิ่มความเร็วที่ไม่ด้อยไปกว่าเสือดาวรัตติกาลเลย

บรึ้ม บรึ้ม~!

กรรร กรร!

เสือดาวรัตติกาลพ่นกระสุนปีศาจสีดำขลับออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำนั้นเร็วมาก ร่างมันกระพริบไหวติดต่อกันหลายครั้ง หลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย

“หือ? ดูเหมือนว่าเสือดาวรัตติกาลจะด้อยกว่านิดหน่อย” สวี่ล่ายขมุบขมิบปาก ลอบคำนวณจุดเด่นจุดด้อยของทั้งสองฝ่าย

เสือดาวรัตติกาลมีสภาพน่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง ตามร่างกายของมันถูกเคียวฟันหลายแห่ง บางแผลลึกจนมองเห็นกระดูก เลือดทะลักออกมาราวกับน้ำพุ

ทางฝั่งตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำ ขาตรงกลางข้างหนึ่งของมันหายไป คาดว่าคงถูกเสือดาวรัตติกาลกัดขาด อีกทั้งยังมีรอยอุ้งเท้าประทับอยู่บนหน้าท้อง

และบนเนื้อแข็งๆสีทองของมัน ปรากฏบาดแผลถูกของมีคมลากยาวสามเส้น

อย่างไรก็ตาม ตัดสินจากกลิ่นอายของทั้งคู่ เป็นทางด้านตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย ในทางกลับกัน เป็นเสือดำรัตติกาลที่ยิ่งสู้ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ ผลแพ้ชนะจะปรากฏเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

“ไอ๊หย๋า! ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำแกร่งเกินไปจริงๆ แบบนี้พอเสือดาวรัตติกาลตายไป ถึงตามตัวตั๊กแตนจะได้รับบาดเจ็บ ฉันก็คงไม่มีโอกาสคว้าโชคหล่นทับนี้ได้”

สวี่ล่ายขมวดคิ้วเล็กน้อย ตัดสินจากสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าไม่มีเรื่องพลิกผันเกิดขึ้นกลางคัน เกรงว่าเขาคงล้มเหลวในการเป็นชาวประมง

“เอ๊ะ? ตรงนั้นมัน ... ?”

เพียงแต่ในขณะนั้นเอง เรื่องไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น

มี๊ มี๊~!

ไม่ไกลจากถ้ำของเสือดาวรัตติกาล สัตว์ที่คล้ายแมวขนดำปุกปุยตัวน้อยๆได้คลานโยกเยกออกมา

“ลูกของเสือดาวรัตติกาล?” สวี่ล่ายตกตะลึง ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เจ้าตัวเล็กกลับเดินออกมาอย่างไม่รู้จักอันตราย และมันย่อมตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของตั๊กแตนยักษ์เคียวทอง!

เป็นไปตามคาด

ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำละสายตาทันที มุ่งความสนใจไปยังลูกเสือดาวรัตติกาล

จี๊ จี๊!

ดวงตาของตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำเป็นประกาย ทันใดนั้นทั้งตนทั้งร่างของมันสว่างขึ้น กลายเป็นเส้นแสงห้าสีพรวดเข้าหาลูกเสือดาวรัตติกาล

กรรร——!

เมื่อเสือดาวรัตติกาลเห็นว่าลูกของมันกำลังตกอยู่ในอันตราย ก็ร้องคำรามเกรี้ยวโกรธทันใด ทั้งตนทั้งร่างสะท้อนประกายสีดำวาบ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าลูกของมัน

ในเวลานี้ มุมปากตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำขยับเล็กน้อย ราวกับว่ามันคาดเดาการเคลื่อนไหวของเสือดาวรัตติกาลได้ เคียวสีทองที่แขนขวาฟันเข้าใส่แม่เสือดาวรัตติกาลอย่างเกลียดชัง

ฟัฟฟฟฟ~!

เสือดาวรัตติกาลส่งเสียงร้องน่าสมเพช  เคียวทองจ้วงลึกเข้าไปในอกมัน

ในชั่วพริบตานี้ สวี่ล่ายคล้ายเห็นตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำเผยความยินดีในชัยชนะ

เพียงแต่ในขณะนั้นเอง หึ่ง หึ่ง~!

เสือดาวรัตติกาลอ้าปากอย่างดุเดือด แสงปีศาจสีดำทมิฬรวมกันอยู่ในปากของมัน

“จี๊?” ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำรู้สึกท่าไม่ดี มันกำลังจะชักเคียวเล่มใหญ่ที่แขนขวากลับ แต่ก็พบว่าเคียวเล่มนั้นถูกแม่เสือดาวรัตติกาลรั้งไว้แน่นอย่างเอาเป็นเอาตาย  ไม่สามารถดึงออกได้เลย

หวืออออ——!

เสาแสงสีดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งหมี่พ่นออกมา ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำหนีไม่ได้ มากสุดเพียงเอียงหัวไปทางขวา

บรึ้ม!

จี๊——!

ตาซ้ายของตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำหลบไม่พ้น ถูกเสาแสงเป่าหายไปออก

ณ ตอนนี้ สวี่ล่ายเริ่มเคลื่อนไหวบ้างแล้วเช่นกัน

“สะบั้นกระหายเลือด!”

เส้นแสงอาชาโลหิตเจาะเข้าแผ่นหลังตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำอย่างแรง

จี๊——!

เผชิญกับการโจมตีอย่างกะทันหัน ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำร้องออกมาด้วยความตกใจ มันบิดคอกลับหลังสุดแรง เพื่อมองสวี่ล่ายที่ลอบทำร้ายตน

“เหอ เหอ ไปที่ชอบที่ชอบเถอะนะ”

“จี๊——!”ตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำมุมปากกระตุก แต่สุดท้ายก็หลับตาลงแม้ไม่เต็มใจ

[ติ๊ง!]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณฆ่าตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำระดับกลางขั้น 3]

[ติ๊ง!]

[ได้รับค่าปราณสังหาร 3 แต้ม]

[ได้รับแก่นปีศาจโลหะระดับ 3]

[ได้รับวัตถุดิบระดับ 3 แก่นโลหิตตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำ , แก่นวิญญาณตั๊กแตนยักษ์เคียวทองคำระดับ 3 , เคียวคู่ตั๊กแตน , เกล็ดตั๊กแตน , ปีกวิญญาณตั๊กแตน .... ]

ระบบเริ่มแสดงรายละเอียดของวัสดุขั้น 3 จำนวนมาก

“ค่าปราณสังหาร 3 แต้ม? แก่นปีศาจขั้น 3? วะฮ่า ฮ่า~ นี่มันเจ๋งไปเลย!”

สวี่ล่ายเกือบกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

แก่นปีศาจ มันคือแกนผลึกที่แข็งตัวอยูในร่างของปีศาจ

สมบัตินี้เป็นวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับใช้ในการกลั่นโอสถ หลอมอุปกรณ์ และทำค่ายกล ล้ำค่าอย่างยิ่ง

ในสถานการณ์ปกติ เจ้าสิ่งนี้จะปรากฏขึ้นในศพของสัตว์ปีศาจระดับสองขึ้นไปเท่านั้น น้อยนักที่จะปรากฏในสัตซ์ปีศาจขั้น 1

สวี่ล่ายอยู่ในป่าหมอกมานาน ในมือเขาช่างน่าอดสูที่ได้มันมาเพียง 5 ก้อนเท่านั้น

4 ก้อนแรกเป็นของสัตว์ปีศาจขั้น 1 อีกก้อนเป็นสัตว์ปีศาจขั้น 2

“ครืด ... ครืด ...”

เสียงคร่ำครวญดังขึ้นข้างหลังเขา สวี่ล่ายหันกลับมา และพบว่าแม่เสือดาวรัตติกาลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสล้มลงกับพื้น แต่ยังคงพยายามปกป้องลูกของมันด้วยพลังทั้งหมดที่เหลือ สองตาริบหรี่ฉายแววระแวดระวัง จ้องมองสวี่ล่าย

“มี๊ ..”

ลุกของมันคล้ายรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ตาเริ่มพร่ามัว ใช้หัวถูไถแม่อย่างแรง

“อนิจจา ...”

เหม่อมองท่าทางน่าเวทนาของลูกเสือดาว สวี่ล่ายทนไม่ได้จริงๆที่จะต้องฆ่าทั้งแม่และลูก

สวี่ล่ายลดดาบกระหายเลือดในมือลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “สบายใจเถอะ ฉันจะไม่ทำร้ายมัน และจะรับดูแลมันต่อจากแกเอง”

5 2 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด