ตอนที่แล้วตอนที่ 1380 ความเดือดดาล กับ การป้องกัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 1382 โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี!

ตอนที่ 1381 หัวหน้าเทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิงผู้ปกป้องเจตจำนงสวรรค์


ปากทางเข้าจัตุรัสเวลาเต็มไปด้วยเลือด

เลือดย้อมเต็มพื้นที่ทางเข้าทั้งหมด

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีที่ครั้งหนึ่งเคยกวาดล้างไปทั่วแดนสวรรค์มองข้ามสิ่งมีชีวิตทั้งหมดนางไม่เคยล้มในสนามรบ นางใช้ดาบคู่มือคอยพยุงร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสไม่ให้ล้มดวงตานางยังคงเยือกเย็น และเมื่อเทียนอี้มองนาง แววตาของเขามีแววเยาะเย้ยอย่างมิอาจปิดบังได้

ศัตรูของนางเงาร่างทั้งสาม คือสามผู้อาวุโสเก่าแก่ที่ถูกกักขังอยู่ในภูเขากวงหมิงอยู่ต่อหน้าเทียนอี้ในสภาพท่าทางต่างๆกัน

เพื่อป้องกันการเข่นฆ่าอย่างดุร้ายของนางพญาผู้พิชิต  พวกเขาต้องทุ่มเทคุณค่าราคาไปมาก

แต่พวกเขาก็ยังคงโค่นล้มนางได้

ครั้งแรก

นักรบจากแดนสวรรค์หลังจากนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเติบโตก้าวหน้าเป็นนางพญาผู้พิชิตนับเป็นครั้งแรกที่ทำให้นางล้มกับพื้นได้สำเร็จและเป็นครั้งแรกที่เทพสงครามหญิงผู้ทระนงไม่สามารถควงอาวุธเทพของนางได้อีก...

เงาร่างด้านขวาได้รับบาดเจ็บมากที่สุดเขากำลังจะตาย ร่างของเขาไม่ได้อ่อนแอเหมือนคนที่กำลังจะตาย  ตรงกันข้ามกลับมีแสงประหลาดกระพริบวาบราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้น รัศมีเทพของเขากำลังแผดเผาอย่างเต็มที่  สำหรับเทียนอี้ทั้งที่ยังโกรธแต่ใบหน้าของเขายังคงสงบไม่มีความเสียใจและความขุ่นเคืองใดๆ  ในทางตรงกันข้ามเขาส่ายหน้าเล็กน้อยมองไปทางท้องฟ้าและยิ้มเหมือนผู้ใหญ่ให้อภัยเด็กผู้กระทำผิด“สงครามเป็นเช่นนี้เสมอไม่ว่าท่านจะแพ้หรือชนะก็ต้องจ่ายคุณค่าออกไปอย่างมหาศาล  การเสียสละของเราถูกนำมาใช้อย่างถูกต้องและนี่คือจุดจบที่ข้าต้องการ หลายปีที่ผ่านมาข้านึกถึงแต่ความตาย ทว่าเป็นไปไม่ได้  ตอนนี้ข้าได้รับสิทธิ์นี้อย่างแท้จริงแล้ว  สำหรับข้านี่คือการกลับมาที่ดีที่สุดเป็นความโล่งใจที่รอคอยมาตลอดชีวิต”

“แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?”  ดวงตาเทียนอี้ไม่สามารถเก็บอารมณ์ได้อีก  “นี่คือคุณค่าที่ต้องยอมรับหรือ?”

“การเสียสละระดับนี้อาจจะแค่เริ่มต้น”เงาร่างทางขวาส่ายหน้า

“แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรเลยเขากลับมีคุณสมบัติขึ้นไปสู่จุดสูงสุดซึ่งนับว่าไม่ยุติธรรมเลย”  คนที่เทียนอี้พูดถึงหมายถึงเย่ว์หยาง  เย่ว์หยางไม่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของเขา อย่างน้อยเขาไม่ได้ใช้ความพยายามถึงหนึ่งในหมื่น

“เนื่องจากเป็นคู่ต่อสู้คนหนึ่งเป็นการประลองชะตา นั่นก็ต้องจ่ายอย่างเสมอภาคกัน”  เงาร่างทางขวาถอนหายใจเบาๆ“การจ่ายการทุ่มเทมีหลายรูปแบบคนผู้หนึ่งอาจสร้างตำหนักเวียงวังอลังการ์หลายแห่งทั้งบนและด้านล่างของภูเขาอย่างงดงามราวกับพระราชาก็ถือว่าเขาทุ่มเทจ่ายออกไป อีกคนหนึ่งสร้างป้อมรบอยู่บนภาคพื้นก็ถือว่าเป็นการจ่ายทุ่มเทออกไปเหมือนกัน ไม่มีใครบอกได้ว่าตำหนักเวียงวังอันดับหนึ่งจะเอาชนะหอรบได้”

“และที่พากเพียรทำงานมาอย่างหนักตลอดหลายปีเล่า?ไม่มีผลอะไรเลยหรือ?” เทียนอี้กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

“บนเส้นทางสู่ยอดเขาบางคนเดินรวดเดียวครั้งเดียวก็มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามที่สุดได้แล้วบางคนต้องเดินกันเป็นร้อยเที่ยวพันเที่ยวเพื่อพิจารณาว่าทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดคืออะไรผลลัพธ์ของทั้งสองนั้นเหมือนกัน คนที่เดินชมได้ร้อยเที่ยวไม่จำเป็นต้องอิจฉาคนที่เดินเพียงครั้งเดียวตราบเท่าที่ผลสุดท้ายถูกต้อง นั่นย่อมไม่มีปัญหา บางทีคนที่เดินชมเพียงรอบเดียว อาจจะอิจฉาคนที่เดินเป็นร้อยครั้งก็ได้เพียงแต่คนอื่นไม่รู้”เงาทางด้านขวาใช้คำพูดทำให้เขาสบายใจ

“.......”เทียนอี้เข้าใจหลักการนี้ แต่เขายังรู้สึกงง

เย่ว์ไตตันเป็นคู่ต่อสู้ที่บ้าดีเดือดไม่ว่าจะเป็นทักษะแฝงเร้น การรู้แจ้งหรือโชค เด็กคนนี้สามารถทำให้ทั้งโลกและสวรรค์กระอักเลือดได้

คนแข็งแกร่งอย่างเทียนอี้ก็ไม่ยกเว้น

ในฐานะเจ้าตำหนักสูงสุดแห่งเขากวงหมิงเทียนอี้ถามตนเอง เขาควบคุมและครอบครองสิ่งที่ดีที่สุดในโลกและเขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งและประณีตที่สุดในโลกไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจ ความตั้งใจ หรือการฝึกปรืออย่างหนักเขาเหนือกว่าคนอื่นหลายพันเท่า

แต่ถึงอย่างนั้น

เขาได้แต่เฝ้าดูเด็กหนุ่มคนนี้เติบโตก้าวหน้าด้วยอัตราความเร็วที่ไม่ธรรมดาและความมีโชคดีที่ผิดธรรมชาติเขามายืนอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมกับตัวเขาเองแต่อยู่ฝ่ายตรงข้ามที่ต้องมาประลองชะตากัน นี่เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ หากเป็นเมื่อหลายปีก่อนคงเป็นเรื่องตลกที่น่ารังเกียจแม้แต่ตัวเย่ว์ไตตันเองอาจนึกไม่ถึงว่า เขาจะมีเกียรติยศแบบนี้การประลองชะตานี้คือจุดเริ่มต้นอีกชีวิตหนึ่งของเขา

แต่โชคชะตาก็จัดการให้แบบนี้และโชคชะตาก็เลือกวิธีนี้

ไม่ยุติธรรมอย่างมาก!

ฝึกฝนอย่างหนักหลายพันปีหลายหมื่นปีคาดไม่ถึงกลับไม่เท่าคนอื่นฝึกฝนเพียงวันเดียว

เทียนอี้นึกไม่ออกจริงๆว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้? เหตุใดความพยายามของเขาจึงไม่ได้รับการยอมรับแต่คู่ต่อสู้ของเขากลับมีคุณสมบัติได้มาอย่างง่ายดาย

เขามีสติปัญญาและความสามารถไม่ด้อยไปกว่าใครและมียังมีมากกว่าคนอื่นๆ ด้วยการสนับสนุนที่เหนือกว่าใครควบคู่ไปกับการฝึกฝนอย่างหนักที่ไม่มีใครเทียบได้สภาพความพยายามเช่นนี้กลับไม่ได้ผลดีเท่ามนุษย์น้อยๆ จากดินแดนชั้นล่าง...

ทำไม?

เงาร่างที่อยู่ตรงกลางนั่งอยู่กับพื้นนั้นได้รับบาดเจ็บมากที่สุด ร่างของเขามีรูบาดแผลทะลุอวัยวะภายในถูกอาวุธนางพญาเฟ่ยเหวินหลีบดขยี้

แต่เขายังดีกว่าเงาร่างทางขวาอย่างน้อยก็ไม่ถึงอันตรายแก่ชีวิตชั่วคราว

ทัศนคติของเขาแตกต่างจากสหายมากทื่อๆ ตรงๆแม้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับเทียนอี้ผู้ที่อาจได้เป็นเทพจอมราชันย์ในอนาคต  “ยังคิดไม่ออกอีกหรือ? นี่เป็นเพียงเหตุผลของเจ้าเอง!  ตราบใดที่เจ้ายังมีเรื่องที่คิดไม่ออกแสดงว่าเจ้ายังมีข้อบกพร่อง!  เหตุใดศัตรูของเจ้าคู่แข่งของเจ้าจึงไม่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม? ศัตรูที่เขาต้องเผชิญคือเจ้าผู้เป็นเจ้าตำหนักสูงสุดแห่งเขากวงหมิงเป็นศัตรูที่มีพลังเหนือกว่าในทุกด้านทำไมเขาถึงไม่รู้สึกว่าอยุติธรรม?ทำไมเขาไม่บ่น? เหตุใดเขาจึงต้องฝึกฝนอย่างหนักในการต่อสู้ตัดสินเช่นนี้ทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์ก็คือความพ่ายแพ้? เจ้าด้อยกว่าเขาตรงไหน!  เจ้าแข็งแกร่งมากกว่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะไร้ข้อบกพร่องเพียงพอที่จะได้รับการเลื่อนชั้นไปเป็นระดับเทพจอมราชันย์โดยตรง...  ศัตรูที่ร้ายกาจของเจ้าก็คือตัวเจ้าเอง! คู่ต่อสู้ของเจ้าคือคนที่เอาชนะตัวเองได้ แต่เจ้าฝึกฝนมาถึงหมื่นปียังไม่ถึงระดับนี้ เจ้าควรละอายใจนี่คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างเจ้ากับเขา!”

“อย่างนั้นหรือ?”ในม่านตาของเทียนอี้ฉายแววแห่งปัญญาและความเข้าใจที่ชัดใจ “ปรากฏว่าศัตรูที่เลวร้ายที่สุดก็คือข้าเองมาโดยตลอดหรือ?”

“เจ้าเอาชนะตัวได้ก็จริงแต่เจ้ายังต้องข้ามผ่านตัวเจ้าเองด้วย” เทพชราผู้ลึกลับพยักหน้าเล็กน้อย

“ต้องเหนือขึ้นไปอีกหรือ?”  เทียนอี้รู้สึกว่าเขากำลังตกผลึกความรู้

“ทิ้งทุกอย่างที่อ้างเป็นของตนเองทั้งหมดสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการเลื่อนชั้นไปเป็นเทพจอมราชันย์” เงาที่อยู่ตรงกลางนั้นสง่างามหนักแน่นราวกับบรรพต  “ถ้าเจ้าสามารถวางตนเองให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับคู่ต่อสู้หรือแม้กระทั่งปฏิบัติต่อตัวเองในฐานะเขา และเอาชนะตัวเจ้าเอง เจ้าจะเป็นผู้ชนะสูงสุดในการประลองครั้งนี้  การประลองชะตาไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเรื่องสนุกเป็นการประลองที่จริงจังเข้มงวดและโหดอำมหิตที่สุดที่เจ้าต้องจ่ายทุ่มเทราคาทั้งหมดและเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะ มิฉะนั้นทำไมเจ้าถึงยืนยันมุ่งมั่นแต่ตำแหน่งเทพจอมราชันย์เบื้องบนเล่า?เหตุใดเจ้าถึงอยู่เหนือขอบเขตการกักขังของกฎสวรรค์ในพื้นที่แดนสวรรค์เล่าเหตุใดเจ้าถึงได้รับความยอมรับจากเจตจำนงโบราณและสิ่งมีชีวิตระดับสูงเบื้องบน เวลาไม่สำคัญ ความสำคัญที่แท้จริงก็คือการเปลี่ยนแปลงหัวใจก็คือการเปลี่ยนแปลงขอบเขตสถานะเช่นกัน  ขนาดของพลังเป็นเงื่อนไขที่กำหนดความเป็นเทพจอมราชันย์ไม่ใช่หรือ?ถ้าเป็นเช่นนั้น เราปีศาจเฒ่าเหล่านี้คงเป็นเทพจอมราชันย์ไปแล้ว!”

“ถูกแล้ว”คนที่นอนอยู่บนพื้นพูดอย่างเฉื่อยชา ไม่ยินดีจะลุกขึ้น เงาร่างทางด้านซ้ายนั่นเองร่างของเขาเปื้อนโลหิต แต่มีรอยแผลไม่มากนัก เขาเห็นด้วย “ถ้าเราไม่ทำลายความฝันของเจ้า เราแค่หวังว่าเจ้าจะออกมาได้ด้วยตัวเจ้าเองเราแก่แล้ว สามารถให้ทุกอย่างกับเจ้าได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะผลักดันเจ้าไปข้างหน้ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะผลักดันเจ้าไปสู่ระดับเทพจอมราชันย์สิ่งนี้เจ้าต้องเปลี่ยนแปลงไขว่คว้าด้วยตนเอง ที่ถูกต้องที่สุด เจ้าต้องประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง”

“เข้าใจแล้วข้าเริ่มเข้าใจแล้ว” ดวงตาของเทียนอี้ปรากฏประกายปัญญาวูบหนึ่ง และเขารู้สึกว่าเขาได้รับประโยชน์อย่างมากมายจากการรู้แจ้งจากผู้อาวุโสของเขา

“เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมต่อสู้ประลองชะตาครั้งสำคัญนี้เจ้าไม่ต้องท้อถอยหรือโกรธ เจ้าแค่ต้องเอาชนะในที่สุดให้ได้  ถ้าเจ้าเอาชนะตัวเองได้สำเร็จ เจ้าก็สามารถได้ชัยชนะได้”  เงาร่างทางด้านขวาปลอบโยนเบาๆ“พลังของเจ้าเพียงพอ ระดับพลังใจของเจ้าก็ใกล้จะสมบูรณ์แบบและตอนนี้เจ้าจงใช้มันเพื่อพิสูจน์จัดการปัญหาของเจ้า”

“ใช่แล้ว”เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ก้มหน้าสงบนิ่งเหมือนกับภูผาไม่มีสั่นคลอน

ไม่คำนึงถึงอารมณ์หรือพลังเทพ

กฎสวรรค์ทักษะแฝงเร้นและทุกอย่างในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้นในการรู้แจ้งคราวนี้

ความโกรธความขุ่นเคืองและความรู้สึกอยุติธรรมในใจของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยในทันทีเขารู้สึกว่าท้องฟ้าปลอดโปร่งและโลกทั้งหมดดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านอารมณ์ของเทียนอี้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง สงบดียิ่งกว่าสภาพจิตเหนือกว่าเจ้าตำหนักสูงสุดที่เป็นผู้เป็นใหญ่แห่งเขากวงหมิงสภาพจิตใจของเขาไม่มีใครเทียบได้

รัศมีเทพที่เปล่งออกมาจากร่างของเขาถูกยับยั้งและมีความมั่นคง

แรกเห็น

มองดูเหมือนปราชญ์มนุษย์ธรรมดาไม่มีราศีราชันย์เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

แม้ว่าจะไม่มีเวลาพอจะตรวจสอบแต่เทียนอี้รู้สึกว่าตอนนี้เขาสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง และเขาคู่ควรกับพรสวรรค์ที่โดดเด่นของเขาอย่างแท้จริง เพียงเท่านี้เขาก็สามารถทำตามคำสอนอันรอบคอบของบรรพบุรุษที่อยู่มานานนับหมื่นๆปีได้อย่างแท้จริง

เหมือนกับคนที่หลับสนิทและตื่นขึ้นมาในทันทีเทียนอี้ก้มหัวให้กับผู้อาวุโส

จากนั้นหันไปทางเทพชราที่นั่งอยู่คนเดียวที่มุมจัตุรัส

พยักหน้าแสดงความเคารพ

จากนั้นสาวเท้าเดินไปข้างหน้า

ไม่มีความฝันหรือความคิดที่ทำให้ไขว้เขวที่จะขัดขวางเขาอีกต่อไป จากนี้ไปเขาเหมือนกับภูเขากวงหมิงที่เป็นนิรันดรยืนตระหง่านอยู่บนพื้นพิภพและเขาเป็นคนเดียวที่สามารถครอบงำและควบคุมโชคชะตาของเขาได้...หลังจากนั้นไม่กี่ก้าวเขาหันกลับมาทันทีและให้เกียรตินางพญาเฟ่ยเหวินหลีอย่างจริงใจ  “แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ถือเป็นเกียรติสำหรับข้าเทียนอี้ ที่ได้รู้จักเจ้าไม่ว่าข้าจะอยู่ในสถานะใดข้ารู้สึกว่าชีวิตของข้ายอดเยี่ยมเพราะการปรากฏตัวของเจ้า เนื่องจากการมีอยู่ของคู่ต่อสู้อย่างเจ้าทำให้ข้าไม่เหงาและโดดเดี่ยว”

“ลาก่อน”นางพญาเฟ่ยเหวินหลีไม่มีอะไรพูดกับเขา เพื่อเป็นการให้เกียรติเสมอกันนางไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป

“ลาก่อน”เทียนอี้พยักหน้าและสาวเท้าเดินทันทีหายเข้าไปในส่วนลึกของระเบียงเวลา

รอจนเทียนอี้เดินไปไกลแล้วนางพญาเฟ่ยเหวินหลีที่ใช้ดาบยืดเอวตรงอีกครั้ง

รังสีฆ่าฟันเต็มพื้นที่สนามรบทั้งหมด

ไฟแห่งชีวิตที่เกือบจะมอดดับพลันลุกโพลงอีกครั้ง

เงาร่างทั้งสามมองหน้ากันและส่ายหัวฝืนยิ้มให้กันพวกเขาจะทำอย่างไรกับศัตรูแบบนี้ที่ไม่มีวันเอาชนะได้?

แม้ว่านี่จะเป็นตอนจบที่เขาเลือกแต่ชะตากรรมของการล้มตายแทบเท้าของนางพญาผู้พิชิตไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถจินตนาการได้ จนกระทั่งหลังจากการต่อสู้พวกเขาจึงเข้าใจว่าเมื่อออกจากภูเขากวงหมิงการประหารชีวิตไม่ใช่ผลกระทบจากกฎสวรรค์โบราณแต่เป็นการสังหารของนางพญาอสรพิษแห่งแดนปีศาจ หอทงเทียน

พลังสังหารของนางพญาผู้พิชิตมารวดเร็วกว่าการตัดสินจากกฎสวรรค์โบราณแต่ถูกตัดสินชะตาภายใต้คมดาบของนาง

เงาร่างทางขวาถอนหายใจเบาๆ“แม้ว่าข้าจะไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง แต่เราผู้ชราก็ไม่เสียใจหากช่วยให้เขาได้เป็นเทพจอมราชันย์ในอนาคต”

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีแค่นเสียง  “เจ้าพูดถึงเทียนอี้น่ะหรือ?  เขาจะไม่มีทางชนะ!”

เงาร่างทั้งสามมองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ

เทียนอี้เพิ่งเลื่อนระดับพลังเทพและประกายเทพสภาพจิตใจเปลี่ยนไปเป็นดีขึ้น นางรู้ได้อย่างไรถึงพูดเช่นนี้?

“ข้าจะบอกความจริงเจ้าเป็นครั้งที่สองก่อนพวกเจ้าตาย”นางพญาเฟ่ยเหวินหลีเงื้อดาบในมือและชี้มาทางพวกเขาต้องการต่อสู้อย่างไม่มีความหวั่นเกรง “ข้าขอบอกเลยว่าเส้นทางสู่หอทงเทียนของข้าปูอยู่บนกระดูกของพวกเจ้า  ถึงตอนนั้น ข้าเฟ่ยเหวินหลีมีคุณสมบัติช่วยให้เขาไปถึงตำแหน่งเทพจอมราชันย์ได้ยุคสมัยของปีศาจเฒ่าอย่างพวกเจ้าผ่านไปแล้ว สิ่งเดียวที่พวกเจ้าทำได้ก็คือหลับ และเป็นการหลับใหลตลอดกาล!”

******* ****

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด