ตอนที่แล้วNH-ตอนที่ 35 ต้องการทิ้งร่องรอยเอาไว้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปNH-ตอนที่ 37 เอาชนะความกลัวของตนเอง (2)

NH-ตอนที่ 36 เอาชนะความกลัวของตนเอง (1)


“อัญเชิญนักรบโครงกระดูก!”

โครงกระดูกสีเทาที่สวมหมวกมีเขา พร้อมกับถือดาบกระดูกและโล่กระดูกได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า ลุกซ์

‘อืม ไม่เลว’ ลุกซ์ ครุ่นคิดในใจขณะที่เขาสังเกตุนักรบโครงกระดูกของเขา จากค่าสถานะของมันเพียงอย่างเดียว เขาสามารถอบกได้ว่ามันแข็งแกร่งกว่า เดียโบล ตอนที่อีกฝ่ายเพิ่งเริ่มเป็นสิ่งมีชีวิตมีชื่อในตอนแรก

_____

<นักรบโครงกระดูก>

พลังชีวิต : 30

พลังโจมตี : 5-15

_____

“นี่คือโครงกระดูกที่ต่อสู้เคียงข้างพวกเราในตอนนั้นงั้นเหรอ?” โคเล็ตต์ กล่าวถามขณะที่เธอมองไปที่นักรบโครงกระดูก “เขาดูแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อีก”

“ไม่เลย นี่ไม่ใช่เดียโบล” ลุกซ์ ตอบกลับ “ฉันแค่ต้องการจะดูว่าโครงกระดูกนี้จะมีผลกระทบอย่างไรบ้างในการต่อสู้”

“อ๋อ” โคเล็ตต์ พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถึงกระนั้น ฉันก็คิดว่ามันน่าจะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่ในโหมดปกติ ยกเว้นบอสดันเจี้ยน ที่ชื่อว่า ดาร์กดรักเกอร์”

ลุกซ์ รู้อยู่แล้วว่าภัยคุกคามที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวในโหมดปกติก็คือบอส ซึ่งมันถือเป็นมอนสเตอร์สูงสุดของระดับ 1 และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเรียกนักรบโครงกระดูกออกมาในตอนนี้ เพราะดันเจี้ยนแห่งนี้เหมาะสำหรับการทดสอบความสามารถในการต่อสู้

“เอาล่ะ ได้เวลาเปลี่ยนชุดแล้ว” ลุกซ์ คิดขณะที่เขาสลับไปเปลี่ยนเป็นชุดเกราะนักรบผู้ไม่ย่อท้อและดาบใหม่ของเขาและ ดาบใหม่ของเขาเอาท์เบรกเกอร์

_____

<เอาท์เบรกเกอร์ : ดาบแห่งความมืดนิรันดร์>

ระดับ : พิเศษ

(ดาบมือเดียว)

ข้อกำหนด : ค่าสถานะทั้งหมดรวม 100

- พลังโจมตี : 100-145 ความเสียหายธาตุมืด

- การสร้างความเสียหายทางกายภาพเพิ่มขึ้น 20%

- มีโอกาส 10% ที่จะสร้างความเสียหายสองเท่าในการโจมตีแต่ละครั้ง ซึ่งความสามารถนี้สามารถทำงานร่วมกับสกิลได้

_____

ชุดเกราะและดาบสีแดงของลุกซ์ได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนในปาร์ตี้ เพราะมันดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก แม้แต่ แมทตี้ที่ชอบจิกกัดเขาทุกอย่าง ก็ยังพูดไม่ออกในเวลานี้

“พี่ใหญ่ลุกซ์ พี่ดูเท่มาก!” โคเล็ตต์ ร้องอุทานออกมาหลังจากเธอมองไปที่ ลุกซ์ “พี่ได้ชุดเกราะและดาบนั่นมาจากไหน ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีพวกมันอยู่ในหมู่บ้านลีฟแห่งนี้”

“คุณย่าของฉันให้มาน่ะ หลังจากที่เธอได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการระบาดของมอนสเตอร์ เธอคิดว่าฉันจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง”

ก่อนหน้านี้ ลุกซ์ ได้สวมชุดเกราะหนังหมาป่า ที่ถือเป็นชุดเกราะสมัยใหม่

เนื่องจากเขามีช่องใส่อุปกรณ์ที่ถอดเปลี่ยนได้ 2 ช่อง ฮาล์ฟเอลฟ์หนุ่มจึงตัดสินใจใช้ชุดเกราะหนังหมาป่าเป็นชุดแฟชั่นเริ่มต้น เพื่อให้คนอื่นคิดว่านี่เป็นเพียงชุดเกราะชุดเดียวของเขา

“ดาบเล่มนี้ดูแข็งแกร่งมากเลย” แมทตี้ มองไปที่ อาวุธของลุกซ์ด้วยความสนใจ

เขามีคลาสอาชีพเป็นปรมาจารย์ช่างตีอาวุธ ซึ่งเป็นคลาสหายากเช่นเดียวกับ พาลาดิน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ แมทตี้ จะสนใจดาบเป็นอย่างมาก เพราะเขามักจะทำความคุ้นเคยกับดาบพวกนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงรู้สึกได้ว่าดาบของลุกซ์นั้นไม่ธรรมดา

“ชื่อของมันคือ เอาท์เบรกเกอร์” ลุกซ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“เป็นดาบที่ดี”

“ขอบคุณ”

หลังจากจบการสนทนาสั้น ๆ ทุกคนก็เริ่มดึงความสนใจกลับมาที่ภารกิจของตน

ลุกซ์ โคเล็ตต์ และ แมทตี้ เป็นแนวหน้า ในขณะที่นักเวทย์ แอนดี้ และ อาเซล อยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ในปาร์ตี้ของพวกเขายังมีนักบวชอยู่คนหนึ่งที่ชื่อว่า เฮเลน เธอจะรั้งอยู่ตรงกลางของปาร์ตี้และได้รับการปกป้องจากทุกคน

นักรบโครงกระดูก ถูกใช้เป็นหน่วยสอดแนมเพื่อตรวจจับว่ามีศัตรูอยู่ข้างหน้าหรือไม่

เพียงใช้เวลาไม่นานก่อนที่นักรบโครงกระดูกจะพบซอมบี้หนึ่งตัวด้านหน้า

การต่อสู้นี้กินเวลาไม่นาน โดยพื้นฐานแล้ว นักรบโครงกระดูกเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ลุกซ์ สังเกตุมอนสเตอร์อัย๙เิยของเขาและพบว่ามันไม่ได้ฉลาดเท่ากับ เดียโบล ในการต่อสู้จริง แม้ว่าการแสดงของมันจะพอใช้ได้ แต่เขาก็คุ้นเคยกับสไตล์ของเดียโบลนานแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนไหวและรูปแบบการโจมตีของนักรบโครงกระดูกจึงดูดอ่อนแอเกินไปสำหรับค่านิยมของเขา

‘บางที อาจจะมีอะไรเปลี่ยนไปหลังจากที่สกิลได้รับการอัปเกรด’ ลุกซ์คิดในใจขณะที่เขาเฝ้าติดตามนักรบโครงกระดูกจากทางด้านหลัง

ระหว่างทาง ปาร์ตี้ของพวกเขาได้พบเข้ากับโครงกระดูก 2 ตัว และ ซอมบี้ 1 ตัวระหว่างทางที่พวกเขาต้องการจะไป

โคเล็ตต์,แมทตี้ และ นักรบโครงกระดูก ใช้ระเวลาสั้น ๆ เพื่อจัดการพวกมัน เพราะพวกมันเป็นเพียงมันฝรั่งทอดขนาดเล็ก

หลังจากประสบเจอกับการระบาดของมอนสเตอร์ มอนสเตอร์ระดับต่ำเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับปาร์ตี้ของโคเล็ตต์อีกต่อไป เช่นเดียวกับลุกซ์ พ่อแม่ของพวกเขาได้มอบคอร์มอนสเตอร์จำนวนนึงเพื่อช่วยยกค่าสถานะของพวกเขา และทำให้ได้รับคลาสอาชีพแรกมา สิ่งนี้ส่งผลให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับตอนที่ปกป้องหมู่บ้านจากการระบาดของมอนสเตอร์

‘ผู้คนมักจะเติบโตผ่านความทุกข์ยาก’ ลุกซ์ คิดในขณะที่เขารักษาท่าทางของเขาเพื่อปกป้อง นักเวทย์ และ นักบวชจากการโจมตีกระทันหันที่อาจจะมาจากทางด้านหลังของพวกเขา

แม้ว่าความแข็งแกร่งของทุกคนจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มีใครวางใจมากเกินไประหว่างการสำรวจดันเจี้ยนครั้งแรกของพวกเขา

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป และ เป็นไปตามที่ ลุกซ์ คาดเอาไว้ ปาร์ตี้ของพวกเขาสามารถไปถึงห้องบอสได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรหลังจากเผชิญหน้ากับพวกอันเดด

“ต่อจากนี้คือของจริงล่ะ” โคเล็ตต์ จ้องมองไปที่ประตูด้วยความมุ่งมั่น “ทุกคน เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เพราะคู่ต่อสู้ของพวกเราคือมอนสเตอร์ที่อยู่ห่างจากการเป็นมอนสเตอร์ระดับ 2 เพียงก้าวเดียว มันทรงพลังมากกว่า ดรักเกอร์ธรรมดาที่พวกเราเผชิญหน้ากันตอนการระบาดของมอนสเตอร์อีก นอกจากนี้ เตรียมคริสตัลเทเลพอร์ตกันให้พร้อมด้วย”

ลุกซ์ แมท์ และ คนอื่น ๆ ในปาร์ตี้พยักหน้า หากพวกเขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้จริง พวกเขาจะใช้คริสตัลเทเลพอร์ตเพื่อหลบหนีออกจากการต่อสู้

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” โคเล็ตต์ พูดพร้อมกับผลักประตูเข้าไป

หลังจากที่ทุกคนเข้ามาภายในห้องแล้ว ประตูทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาก็ปิดลง และ ปิดผนึกเส้นทางหลบหนีของพวกเขาไว้

จากนั้นแสงสลัวที่มาจากคริสตัลเรืองแสงภายในห้องก็ทำให้พวกเขาเห็นร่างหนึ่งนั่งอยู่บนสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเนินเขาขนาดเล็ก ๆ ที่ทำมาจากกระดูก

แสงสีฟ้าได้ส่องเข้าไปที่เบ้าตาของมอนสเตอร์ตัวนี้ หลังจากนั้น ดาร์กดรักเกอร์ ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากตำแหน่งที่นั่ง

“มันกำลังจะโจมตีแล้ว” ลุกซ์ กล่าวพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “โคเล็ตต์ คำสั่งของเธอคืออะไร?”

ลุกซ์ กล่าวถาม โคเล็ตต์ แต่ทว่า โคเล็ตต์ที่อยู่ด้านหน้าของเขากลับไม่ตอบ

“โคเล็ตต์?เกิดอะไรขึ้น?” ลุกซ์ ต้องการตบไหล่ของเธอเพราะเห็นว่าเธอไม่ได้ตอบเขา อย่างไรก็ตาม ก่อนที่มือของเขาจะไปถึงตัวเธอ เด็กสาวตัวน้อยก็ทรุดตัวลงไปบนพื้นพร้อมกับหายใจอย่างหนักหน่วง

“โคเล็ตต์?!” ลุกซ์ย่อตัวลงทันทีเพื่อตรวจดูอาการของเด็กสาว แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือร่างกายของโคเล็ตต์สั่นสะท้านไปทั้งตัว

‘อย่าบอกนะว่าเธอมีบาดแผลทางใจหลังจากการระบาดของมอนสเตอร์?!’ ลุกซ์ หันเหความสนใจไปที่สมาชิกปาร์ตี้คนอื่น ๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดก็มีสีหน้าเดียวกันกับ โคเล็ตต์

จากนั้น ดาร์กดรักเกอร์ ก็ปล่อยเสียงคำรามออกมาและพุ่งเข้ามาหาพวกเขา โดยในมือแต่ละข้างของมันได้ถือดาบสีดำ

“นักรบโครงกระดูก! เข้าไปขวางไว้!” ลุกซ์ สั่งการ

ทันใดนั้น นักรบโครงกระดูก ก็พุ่งเข้าใส่ ดาร์กดรักเกอร์ และ พยายามหยุดการโจมตี แต่ทันทีที่ อันเดดประเภทนักรบทั้ง 2 ปะทะกัน นักรบโครงกระดูกก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ

สิ่งนี้ทำให้ ดาร์กดรักเกอร์ ยังคงมุ่งหน้าต่อไปและเล็งไปที่คนแคระเหล่านี้อย่างไร้ความปรานี

“เชี่*!” ลุกซ์สาปแช่งเสียงดัง ขณะที่เขาคว้าแขนของเธอและพาไปที่ประตูทองสัมฤทธิ์ จากนั้นเขาก็หันไปบอก สมาชิกในปาร์ตี้ ‘แมทตี้,แอนดี้,อาเซล,เฮเลน! รีบใช้ คริสตัลเทเลพอร์ตเดี๋ยวนี้!”

แมทตี้ หอบหายใจอย่างหนักหน่วงขณะที่เหงื่อไหลลงมาบนหน้าผากของเขา ร่างกายของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ขณะที่เขาบังคับให้ตัวเองเคลื่อนไหว แต่การปรากฏตัวอย่างน่าสะพรึงกลัวของดาร์กดรักเกอร์ ทำให้เขาหยุดอยู่กับที่

ทั้ง แอนดี้ อาเซล และ เฮเลน ก็เช่นเดียวกัน

ลุกซ์ ลืมไปว่าคนแคระเด็กเหล่านี้เป็นเพียง เด็กอายุ 12 ปี แม้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนคลาสอาชีพและแข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่ลึกลงไปในใจของพวกเขา การระบาดของมอนสเตอร์ก็ได้ทิ้งแผลทางใจเอาไว้

ดังนั้น ฮาล์ฟเอลฟ์ หนุ่มมีลางสังหรณ์ว่า เหตุผลที่ปาร์ตี้ของพวกเขาตัดสินใจท้าทายดันเจี้ยนเริ่มต้นนี้ ก็เพื่อเอาชนะความกลัวที่ฝังลึกในใจของพวกเขา

“มะ-แม่จ๋อ…” น้ำตาและน้ำมูกของแมทตี้ ได้ไหลออกมาจากตาและจมูกในขณะที่ ดาร์กดรักเกอร์ ได้ยกอาวุธขึ้นและเตรียมจะหั่นเขาเป็นชิ้นๆ

“แมทตี้!” โคเล็ตต์ ตะโกนขึ้นขณะที่เธอมองเพื่อนของเธอที่กำลังจะถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาอย่างช่วยไม่ได้

แต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ อัศวินสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นและใช้โล่ของมันทุบเข้าที่ด้านข้างลำตัวของ ดาร์กดรักเกอร์ จนส่งให้มันกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร

ดาร์กดรักเกอร์ ร้องออกมาอย่างโหยหวนในขณะที่มันลุกขึ้นยืนและเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้ามาขวางทาง

อัศวินดำ ได้ยืนอยู่ต่อหน้าของคนแคระ และ ถือดาบความเงียบสงบ และ โล่ดอว์น ไว้ในมือ โดยดวงตาสีทองคู่หนึ่งได้ส่องประกายภายในหมวกของอัศวินดำขณะที่มันจ้องมองไปที่คู่ต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว

“เดียโบล อย่าให้ไอ้ตัวนั้นเข้ามาใกล้พวกเด็กๆ!” ลุกซ์สั่งการทันที

อัศวินดำผงกศีรษะก่อนที่จะเรียกหมาป่าพงไพรออกมาต่อสู้เคียงข้างมัน

เดียโบล สิ่งมีชีวิตที่มีชื่อตัวแรกของ ลุกซ์ ที่เป็นคู่หูที่ไว้ใจได้ เขาได้ชี้ดาบไปที่ด้านหน้าของ ดาร์กดรักเกอร์ และ ขยับดาบในลักษณะเย้ยหยัน

หลังจากได้รับการอัปเกรดคลาสอาชีพแล้ว ค่าสติปัญญาของเดียโบลก็เพิ่มขึ้นสูงในระดับหนึ่ง เขารู้ว่าคู่ต่อสู้นี้แข็งแกร่งกว่าเขา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้หน้าที่เพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ การปกป้องทุกคนภายในห้องบอสและรับประกันว่าพวกเขาทั้งหมดจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างปลอดภัย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด