ตอนที่แล้วตอนที่ 725 ปราสาทเขาสะท้อน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 727 แหกกฎความรู้ทั้งปวง

ตอนที่ 726 คลื่นสายรุ้ง


“ทุกคน!  รีบเร่งเข้า ในอีกสองชั่วโมง คลื่นสายรุ้งจะมาถึง”

หมิงจูพูดเสียงดัง ขณะนั้นนางไม่อาจทนทำตัวเป็นกุลธิดาชาติตระกูลสูงส่งได้อีกต่อไปนางถลกแขนเสื้อ หลั่งเหงื่อตั้งแต่ศีรษะถึงเท้า แม้แต่หน้าผากนางก็ยังมีเศษหญ้าติดอยู่

ทุกคนกระตือรือร้นขึ้นและรีบเร่งฝีเท้า  ถ้าพวกเขาไม่สามารถหลบในปราสาทหินได้  เมื่อคลื่นสายรุ้งปรากฏ  พวกเขาอาจถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ ถังเทียนและกลุ่มของเขาไม่รู้ว่าคลื่นสายรุ้งนั้นคืออะไร  แต่เมื่อเห็นอาการร้อนรนของทุกคนแล้ว  พวกเขารู้ว่านั่นคือสิ่งที่อันตราย

ปราสาทเขาสะท้อนมีหลายที่ซึ่งพังทลายและแทบจะเป็นสถานที่อันตราย โชคดีที่พวกเขามีอาโมรี่และอีกสองสามคนทำตัวเป็นปั้นจั่นแรงมนุษย์ หินก้อนมหึมาและหินศิลาทั้งหลายเหมือนกับไม่มีอะไรเมื่ออยู่ในมือของพวกเขาและภายใต้การแนะนำของช่างฝีมือของตระกูลเซวีย สถานที่ได้รับการซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว

เหล่าสตรีของตระกูลเซวียมองดูบุรุษผู้แข็งแรงทุกคนนัยน์ตาเป็นประกาย  เมื่อหมิงจูสังเกตเห็นหัวใจของนางตื่นเต้น  ตระกูลเซวียมีแต่จะตบแต่งบุรุษเข้าตระกูล  ไม่ว่านางมองดูยังไงก็ตามนักโทษหน่วยสุญญตาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อเห็นร่างกายกำยำแข็งแรงของพวกเขาทุกคนมีเลือดที่เปล่งปลั่งเหมือนเปลวไฟในแดนบาปที่มืดมิดและเงียบสงบ  พวกเขาเป็นกองกำลังที่ไร้ต่อต้านจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่าสตรีจะลอบให้ความสนใจพวกเขา

สมาชิกหน่วยสุญญตามีความกระตือรือร้นสูงกันทุกคนมีระเบียบวินัยเข้มงวด แม้ตอนทำงานใช้แรงงานพวกเขาก็ยังทำงานกันเงียบ ทุกคนทุ่มเททำงาน

หัวใจหมิงจูสั่นสะท้าน นางอดชำเลืองมองถังเทียนที่กำลังทำงานด้วยไม่ได้เช่นกัน  ‘เขาสร้างกลุ่มที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างนั้นได้ยังไง’  นางไม่รู้เรื่องทหารมากนัก  แต่ในใจนางหน่วยสุญญตาไม่ด้อยไปกว่าหน่วยพลธนูของฉินจื่อเจิน

หมิงจูเต็มไปด้วยความนับถือบุรุษหน้ากากผีเมื่อเห็นเขาทำงานร่วมกับทุกคนโดยไม่ถือตัวว่าเป็นระดับผู้บัญชาการ  ในแดนบาปพวกเขาเข้มงวดในเรื่องลำดับมากจากระดับบนถึงระดับล่างไม่สามารถท้าทายกันได้ ไม่มีประมุขที่จะทำงานเคียงข้างกับทุกคนเหมือนกับบุรุษหน้ากากผี  ‘มิน่าเล่าบริวารของเขาถึงได้ภักดีต่อเขานัก  ทัศนคติของบุรุษหน้ากากผีดีเกินคาด’

นางเก็บความคิดของนางและร่วมงานหนักทำความสะอาด ถ้าไม่ใช่เพราะบุรุษหน้ากากผีและสหายที่เหลือ  ด้วยกำลังสตรีของตระกูลเซวียคงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะฟื้นฟูปราสาทเขาสะท้อน

นี่จะเป็นบ้านของพวกเขาในระยะยาว

หมิงจูลอบถอนหายใจ ตระกูลนางหลบหนีการสู้รบ  พวกนางต้องเริ่มจากไม่มีอะไรอีกครั้งและความคิดขุ่นมัวที่ปกคลุมใจนางถูกกวาดหายไป ประกายแห่งความหวังเรืองรอง

ถังเทียนทำงานและศึกษาหินไปด้วย  หินเหล่านี้แตกต่างจากหินในเมืองจื่อจวน   มีสีแดงโกเมนเป็นมันละเอียดและดูเป็นชั้นเหมือนเมฆ

นายช่างเรียกว่าหินเมฆโกเมน และเป็นวัสดุก่อสร้างชั้นเยี่ยมมีประสิทธิภาพกันคลื่นสายรุ้งได้ดีเมื่อเทียบกับหินไม้เทา  แต่ระดับการผลิตเล็กน้อย  มีน้อยเกินไปสำหรับการต้องการในเมือง

หินเมฆโกเมนผลิตได้ยากมากเมื่อเทียบกับหินไม้เทาคุณภาพของมันจะแข็งมากกว่า สายใยกฎธรรมชาติไม่สามารถใช้ตัดได้ และต้องการพลังร่างกายล้วนๆส่วนหินไม้เทาจะมีคุณภาพอ่อนกว่ามาก ดังนั้นจึงผลิตได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ หินเมฆโกเมนมีข้อบกพร่องอีกประการหนึ่งคือเมื่อผ่านเวลาไปช่วงระยะหนึ่ง ลายเมฆจะค่อยๆ มัวและเวลานี้จะต้องขัดเกลากันอีกครั้ง จึงจะทำให้ลายเมฆปรากฏ ซึ่งหมายความว่าช่วงเวลานั้นจำเป็นต้องได้กำลังคน

ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีหินเมฆโกเมนเอามาใช้สร้างเมือง  แต่สร้างบ้านหรือสิ่งก่อสร้างอื่นก็มีบ้าง

แม้จะเป็นข้อบกพร่องเดียว แต่ก็ยังมีข้อได้เปรียบที่หินไม้เทาไม่มีก็คือมันมีประสิทธิภาพช่วยหันเหคลื่นสายรุ้งโดดเด่นมาก และมากกว่านั้นก็คือมันสามารถปล่อยละอองหมอกเฉพาะที่คล้ายเมฆเรืองแสงเหมือนเลือด กลายเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์

ทุกคนกำลังขัดเงาด้านนอกผนังปราสาทเขาสะท้อนอย่างดีที่สุด

การสึกกร่อนผ่านกาลเวลาค่อยๆ ได้รับการขัดเกลา  ลายเมฆงดงามเริ่มปรากฏที่ผิวช้าๆทั้งหมดเริ่มเหมือนสิ่งมีชีวิตมันฉายประกายแสงอบอุ่นและไม่มีอะไรสวยงามไปมากกว่านี้  ยอดเขาทะมึน ดำดูเหมือนจะเป็นประกายสว่างไสว  ความอบอุ่นเลือนรางฉายออกมากำจัดความหนาวเย็นของภูเขาทำให้ทุกคนรู้สึกสบายขึ้น

ปราสาทเขาสะท้อน ปราสาทที่สะท้อนความสง่างามของภูเขา

เมื่อเห็นปราสาทหินที่หมองพังทลายกลับมารุ่งเรืองมีชีวิตชีวาและดูสวยงามด้วยมือพวกเขา  ทุกคนเต็มไปด้วยอารมณ์ตื้นตัน

ขณะนั้นเนี่ยชิวรู้สึกได้ถึงบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้น  “มีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา!”

ท้องฟ้าด้านบนมืดครึ้มแสงสายรุ้งแพรวพราวเป็นสายกำลังพุ่งมาทางพวกเขา

“คลื่นสายรุ้ง” ใครบางคนอุทาน

หมิงจูมองดูท้องฟ้าและร้องเรียกทันที  “ทุกคน เข้าไปในปราสาทเดี๋ยวนี้!”

คนรับใช้ทุกคนที่กำลังกำจัดวัชพืชและเถาวัลย์ด้านนอกวิ่งเข้ามาข้างในทุกคน  ถังเทียนมีความสงสัย  แต่ก็ยังตะโกนเรียกเช่นกัน  “ทุกคน เข้ามาหลบข้างในก่อน”

ทุกคนวิ่งเข้ามาในปราสาทหินขณะที่ถังเทียนยืนอยู่ที่หน้าต่างด้วยความสงสัยและสังเกตดูคลื่นสายรุ้ง

หมิงจูรู้ว่าถังเทียนเป็นคนนอกจึงอธิบาย “ท้องฟ้าของแดนบาปเป็นพื้นที่ของกฎอวกาศเป็นที่ปั่นป่วนที่สุด  ทุกๆ สองสามวันกฎอวกาศที่ยุ่งเหยิงจะปะทะกันเองและสร้างแอ่งวังวนเฉพาะตัว เมื่อมันเพิ่มขยายขนาดขึ้นก็จะเป็นเหมือนหิมะถล่มที่ซึ่งกระแสของกฎธรรมชาติจะรวมกัน จึงเกิดเป็นคลื่นสายรุ้ง  คุณชายสามารถมองเห็นได้ว่าคลื่นสายรุ้งสวยงามเพียงไหนนั่นเป็นเพราะสายใยกฎปริมาณมหาศาล”

ก่อนที่เสียงของหมิงจูจะก้องหายไป คลื่นสายรุ้งก็มาถึง

ท้องฟ้าเริ่มปล่อยเสียงวุ่นวายกึกก้องที่เสียดหูเหมือนกับเสียงฟ้าร้องและมีเสียงหึ่งๆตามมาพร้อมกับเสียงแตกดังเยือกเย็นถึงกระดูก

แสงรัศมีแพรวพราวฉายไปทั่วตามแนวเทือกเขา

ทรายและหินปลิวฟุ้งไปทั่วและ กลายเป็นเหมือนวันสิ้นโลก

เมื่อแสงรุ้งกวาดผ่านปราสาทเขาสะท้อนหินเมฆโกเมนเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่น หมอกจางๆถูกปล่อยออกมาจากหินและในพริบตาทั่วทั้งปราสาทเขาสะท้อนก็ปกคลุมด้วยหมอกบาง

แสงที่ไม่สามารถทำอะไรกับหมอกได้ยังคงไม่หยุดและยังคงกวาดฉายไปทั่ว

เมื่อแสงกวาดผ่านปราสาทเขาสะท้อน  ถังเทียนเทียนรู้สึกเลือดในร่างของเขาปั่นป่วนและสีหน้าของเขาเปลี่ยน  เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนและอันตรายอย่างที่สุดภายในแสงสีรุ้ง

ทันใดนั้นมีเสียงครางดังออกมา  ถังเทียนหันไปดู หน้าของเนี่ยชิวซีดขาวว่างเปล่า  เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง  ถังเทียนเข้าใจเหตุผลทันที ประสาทรับรู้ของเนี่ยชิวเฉียบพลันมากดังนั้นอิทธิพลอันเนื่องมาจากความปั่นป่วนและอันตรายจากคลื่นสายรุ้งส่งผลต่อเขามาก

ถังเทียนตะโกน “อดทนไว้, นี่ดีสำหรับเจ้า!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เนี่ยชิวสะท้าน เขาฝืนตัวเองนั่งขัดสมาธิกับพื้น

หมิงจูมองดูเนี่ยชิวด้วยความประหลาดใจ  นางไม่เข้าใจด้วยหินเมฆโกเมนคอยป้องกันไม่ควรมีใครได้รับผลกระทบ  นางสังเกตเนี่ยชิวมาก่อนแล้ว  ในหน่วยสุญญตา เขาสะดุดตามาก เขาแตกต่างจากสมาชิกทุกคนที่ร่างกายกำยำแข็งแกร่ง  เขามีรูปร่างผอมบางยังมิอาจเทียบกับสตรีของตระกูลเซวียด้วยซ้ำ แต่จุดเด่นที่สุดของเขาก็คือดวงตาของเขาที่มองไม่เห็น

ในแดนบาปการอยู่รอดเป็นเรื่องโหดร้ายมากและคนผู้ไม่มีความสามารถมักจะมีอายุสั้น  สำหรับบางคนที่ตามองไม่เห็นทั้งสองข้าง  เขาจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในแดนบาป

แต่หมิงจูต้องตระหนักด้วยความตกใจว่าเนี่ยชิวมีตำแหน่งสูงในหน่วยสุญญตา แม้แต่บุรุษหน้ากากผีก็ยังแนะนำเขาอย่างให้เกียรติ หมิงจูเข้าใจว่าเนี่ยชิวยังมีความสามารถอย่างอื่น

ถังเทียนไม่ได้ตะโกนอย่างบุ่มบ่ามเนื่องจากเนี่ยชิวเป็นคนตาบอด การรับรู้ของเขาเฉียบคมโดยปกติ และเมื่อเขามีพลังเพิ่มขึ้นแก่กล้าขึ้น  แม้แต่ถังเทียนก็ยังด้อยกว่าเขา  หลังจากเข้าแดนบาปพลังงานของเนี่ยชิวหายไปทำให้เขาพิการโดยสิ้นเชิง แต่ความรู้สึกรับรู้ของเขาเพิ่มขึ้นในระดับใหม่

และนั่นคือเหตุผลที่แม้ว่าเนี่ยชิวแม้จะถูกปกป้องโดยหินเมฆโกเมน เขาก็ยังคงรู้สึกได้ถึงกระแสปั่นป่วนของกฎธรรมชาติและได้รับอิทธิพลจากมัน  เนี่ยชิวในตอนนี้ต้องทนทรมาน แต่ขณะเดียวกันการขัดเกลาทางใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกมาก

การขัดเกลาทางใจยังยากมากกว่าการฝึกกฎธรรมชาติ

‘บางทีเนี่ยชิวจะพบวิถีของการฝึกฝนก็ได้’

ถังเทียนรั้งสายตากลับ และมองออกไปข้างนอกปราสาท  ที่ใดก็ตามที่แสงกวาดผ่านไปสันเขาจะเกิดรอยแตกแยกนับไม่ถ้วน และต้นไม้ที่เจริญเติบโตแต่เดิมจะเหลือแต่ต้นเปล่าใบร่วงลงทั้งหมด  แม้แต่เถาองุ่นก็ถูกทำลาย

ถังเทียนขมวดคิ้วทันที “คลื่นสายรุ้งนี้มาบ่อยๆ แต่ทำไมต้นไม้ยังเจริญเติบโตงอกงามได้เรื่อยๆ?”

เขาจำได้ชัดเจนว่าเมื่อพวกเขาเพิ่งมาถึง  ยังมีต้นไม้บนสันเขาไม่มาก  แต่พวกมันก็เต็มไปด้วยใบไม้

“นายท่านไม่รู้เรื่องนี้แต่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่าที่เจริญเติบโตนี้มีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองครั้งนี้คนที่พูดคือเถี่ยเซีย เขาได้เที่ยวสำรวจแผ่นดินและมีประสบการณ์ในหลายๆ เรื่อง”ยกตัวอย่างต้นผลยุง นายท่านอาจจะเห็นว่าตอนนี้มันตาย แต่ระบบรากของมันมีการพัฒนาได้ดีขยายออกไปในรัศมีกว้าง ตราบใดที่รากของมันไม่ถูกถอน แกนชีวิตของมันจะไม่ถูกทำร้าย และในวันถัดไปพวกมันก็สามารถงอกได้และเพราะเถาลวดเหล็กเหล่านั้น พลังชีวิตของพวกมันก็แข็งแกร่งด้วย  ตราบใดที่คลื่นสายรุ้งจบลงพวกมันจะเริ่มงอกอีกครั้ง ต้นไม้ทั้งหมดนี้รู้วิธีใช้คลื่นสายรุ้ง ตัวอย่างเช่นต้นล้มลุก ที่มีชื่อเช่นนั้นก็เป็นเพราะตราบใดที่คลื่นสายรุ้งผ่านมันไปกิ่งของมันจะถูกตัด และกิ่งที่ถูกตัดจะปลิวไปจนกระทั่งร่วงลงพื้น และด้วยเหตุนั้น พวกมันสามารถงอกได้อีก  นั่นคือวิธีที่พวกมันแพร่พันธุ์”

ถังเทียนตะลึง และเพียงแต่รู้สึกว่ากว้างโลกใหญ่มาก  และมีสิ่งแปลกประหลาดทั้งนั้น

“ทุกสิ่งทุกอย่างข้างนอกอันตรายมาก”  เถี่ยเซียมีประสบการณ์มาก “สัตว์ร้ายแต่เดิมทั้งหมดจะรู้วิธีซ่อนตัวจากคลื่นสายรุ้งเพื่อให้รอดอยู่ได้ในแดนบาป  สิ่งมีชีวิตทั้งหมดมีวิธีเอาตัวรอดของพวกมัน  ตอนกลางคืน เราต้องให้คนมายืนยาม เพราะหลังจากคลื่นสายรุ้งผ่านไปแล้วสัตว์ป่าในภูเขาจะเคลื่อนไหวกันอย่างชุลมุน บางตัวก็มองหาต้นไม้ที่แตกหัก บ้างก็ล่าหาอาหาร ตอนนี้เราอยู่ห่างจากเมืองจื่อจวนสัตว์ป่าที่นี่ไม่ใช่จำนวนน้อยแน่นอน ข้าจะรับเฝ้ายามตอนกลางคืนให้ นายท่านจัดคนสองสามคนให้อยู่กับข้าคนที่สามารถทำตามได้ดี”

เถี่ยเซียขันอาสาก่อน ทัศนคติของเขามีความมั่นใจมาก

ประสิทธิภาพของหน่วยสุญญตาทำให้เขาสั่นสะท้านในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน  ถ้าหน่วยสุญญตาทั้งหมดเป็นอย่างนั้น เถี่ยเซียรู้สึกว่าคงไม่มีใครทำให้พวกเขาเชื่อฟังได้ เขาเข้าใจเหตุผลที่ตระกูลหลูยินยอมแลกเปลี่ยนนักโทษ 200คนกับตระกูลเซวีย  มีแนวโน้มว่าพวกเขาคงพบจุดตรงนี้แล้ว

ตอนแรกเขาติดตามบุรุษหน้ากากผีเป็นการตัดสินใจอย่างจนใจ แต่ตอนนี้เถี่ยเซียแอบคิดคาดหวัง

‘เมื่อหน่วยสุญญตาทั้งหมดรวมตัวกันได้  พวกเขาจะสามารถกวาดไปทั่วแดนบาป’

ถังเทียนพาหานปิงหนิงตามเถี่ยเซียไปเฝ้ายามตอนกลางคืน  ด้วยประสบการณ์เหลือเฟือของเถี่ยเซียทั้งคุ้นกับนิสัยของสัตว์ป่าในแดนบาปมากมาย พร้อมกับหานปิงหนิงที่ปัจจุบันนี้เป็นยอดฝีมือในกลุ่มสหายของถังเทียน

สำหรับคนอื่น ถังเทียนไม่ตั้งใจจะให้เสียเวลา  เขาต้องการให้พวกเขาเข้าใจวิธีต่อสู้ของแดนบาป

ต้องแข่งกับเวลาทุกวินาที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด