ตอนที่แล้วตอนที่  4-9  รอยร้าว (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่  4-11 พบเจอ

ตอนที่  4-10  รอยร้าว (2)


ท้องฟ้ามืดลง แต่ลินลี่ย์ก็ยังคงนั่งดื่มอย่างช้าๆแม้สายตาจะสอดส่องไปยังบ้านสองชั้นของอลิซอยู่ตลอด ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคนรักผู้คนในบาร์ค่อยๆบางตาลง ข้างๆเขาคือเจ้าบีบีที่กำลังสนุกสนานกับเหล้าปกติแล้วลินลี่ย์จะไม่ปล่อยให้ตัวเองดื่มมากขนาดนี้นับเป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มดื่มจนรู้สึกราวกับว่าเหล้านั้นสูบฉีดเลี้ยงหัวใจแทนเลือดไปเสียแล้ว

“ท่านขอรับ ร้านของเรากำลังจะปิดแล้ว” พนักงานกล่าวกับลินลี่ย์

“ปิดหรือ?” ลินลี่ย์ชำเลืองมอง

“โอ้ คิดเงินเท่าไหร่?” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน มีอาการเซเล็กน้อย

เขาเพิ่งดื่มไวน์ขวดที่ 6 หมดไปเมื่อสักครู่ ช่างโชคดีที่ลินลี่ย์ยังมีสติพอจะประคองแก้วไว้ได้หากเป็นคนอื่นคงล้มพับหมดสติไปนานแล้ว และด้านข้างของเขาก็มีหนูเงาบีบีที่ดื่มมากอย่างไม่น่าเชื่อไม่ไกลจากมันนักมีขวดเปล่าราวหนึ่งโหลกองอยู่

หลังจากชำระค่าเครื่องดื่มเสร็จ ลินลี่ย์ก็เดินออกจากบาร์ตอนนี้นับเป็นเวลาดึกมากแล้ว ถนนดรายโร้ดนั้นว่างเปล่าไร้ผู้คนโดยสิ้นเชิง

“นี่เป็นครั้งแรกที่อลิซผิดนัดของเรา” ลินลี่ย์ถอนหายใจยาว

เขาหันไปมองบ้านสองชั้นที่อยู่ท่ามกลางความมืดมิดอีกครั้งหนึ่งก่อนมุ่งหน้าสู่สวรรค์น้ำหยก

ณ สถานบันเทิงสวรรค์น้ำหยก

“น้องสามคงกำลังมีความสุขกับสาวงามอยู่เป็นแน่” เยล จอร์จและเรย์โนลด์กำลังพูดคุย หัวเราะ และเพลิดเพลินอยู่กับเครื่องดื่ม

“เฮ้ ลูกพี่เยล...เจ้าคิดว่าลินลี่ย์จะยังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่?” เรย์โนลด์ถามพลางหัวเราะร่วน

เยลลูบจมูกของเขา และกล่าวอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องพูดอะไรมากแค่เพียงมองเขาเจ้าก็บอกได้เลยว่าบริสุทธิ์แน่นอน 100% ....น้องสี่พวกเราไปพักผ่อนกันดีกว่า” ในขณะที่พูด เยลก็ใช้มือจับจูงหญิงงามออกจากห้องไป โดยมีเรย์โนลด์ที่กระทำเช่นเดียวกันตามไปไม่ห่าง

“แครก”

ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก

เยลกับเรย์โนลด์จ้องมองอย่างประหลาดใจ พวกเขาชะงักเล็กน้อย ก่อนเยลจะกล่าว“น้องสาม ทำไมเจ้าจึงกลับเร็วนัก?”

“ไม่มีเหตุผล มาเถอะพี่ใหญ่เยล น้องสี่ พี่รอง มาดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ”น้ำเสียงของลินลี่ย์ทั้งทุ้มต่ำและเรียบเฉย

เรย์โนลด์ จอร์จ และเยลหันมามองหน้ากัน เยลเป็นคนแรกที่หัวเราะลั่น“ยอดเยี่ยม! หายากที่น้องสามของเราจะพูดอะไรตรงไปตรงมาเช่นนี้ คืนนี้พวกเราพี่น้องจะดื่มเป็นเพื่อนเจ้าเอง”เยล เรย์โนลด์ และจอร์จนั่งลงและเริ่มดื่มกับลินลี่ย์

วันต่อมา ลินลี่ย์กลับมายังบ้านของอลิซอีกครั้ง แต่ก็ไม่เจอคนรักที่ตนเฝ้ารอ

…..

ภายในสถาบันเอินส์

“ครั้งนี้อลิซคงโกรธข้ามากจริงๆ” ลินลี่ย์กำลังเดินอยู่บนถนนหน้าสถาบันเอินส์และมีอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว

ระหว่างเดินลินลี่ย์ก็สังเกตเห็นร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่เพียงลำพัง ณใจกลางสถาบัน มีป้ายประกาศและโฆษณามากมายติดอยู่ด้านนอกร้าน สายตาของลินลี่ย์จับจ้องไปที่ป้ายโฆษณาของลูกบอลแก้วผลึกคำพูดหนึ่งของอลิซพลันผุดขึ้นมาในความคิดเขา “พี่ลินลี่ย์ พวกเราอยู่กันคนละที่บางคราที่ข้าเห็นคู่รักในสถาบัน มันทำให้ข้าคิดถึงท่านยิ่งแต่นับว่ายากนักที่เราจะมีโอกาสได้พบกันหากเราทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาก็คงจะดี”

หัวใจของลินลี่ย์สั่นไหว

เขาตรงไปยังเคาท์เตอร์ และกล่าวกับผู้ดูแลร้าน “ลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำนี้ราคาเท่าไหร่?”

“800 เหรียญทอง” ผู้ดูแลร้านเหลือบตาขึ้นมามองครั้งหนึ่ง ลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำนับเป็นสินค้าราคาแพง“ที่นี่เราขายลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำคุณภาพสูงเท่านั้น เป็นแก้วผลึกความทรงจำที่สร้างโดยจอมเวทธาตุน้ำระดับ8 ของสถาบัน”

ลินลี่ย์เข้าใจพื้นฐานการสร้างและหลักการทำงานของลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำนี้ดี

โดยจะใช้เวทธาตุน้ำ “วิชากระจกวารี” ในการแปรธาตุขึ้นเป็นทรงกลม เมื่อลูกบอลแก้วผลึกถูกกระตุ้นโดยพลังเวทปริมาณเล็กน้อยบทร่ายก็จะทำงานโดยอัตโนมัติและบันทึกช่วงเวลานั้นไว้ หลังจากการบันทึกเสร็จสิ้นเมื่อกระตุ้นด้วยพลังเวทที่ลูกบอลแก้วผลึกอีกครั้งหนึ่ง ลูกบอลแก้วผลึกก็จะเล่นช่วงเวลาที่บันทึกไว้

หลังจากต่อรองราคาอยู่ครู่หนึ่ง ลินลี่ย์ก็สามารถซื้อลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำ2 ลูกได้ในราคา 1,200 เหรียญทอง

“ข้าจะใช้ลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำลูกหนึ่งบันทึกสิ่งที่ข้าทำในสถาบันเมื่อข้าได้พบกับอลิซอีกครึ่ง ข้าจะมอบมันให้และให้นางทำแบบเดียวกันเผื่อเวลาที่ข้าไม่สามารถไปเจอนางได้ ข้าจะได้ดูความทรงจำของนางแทน”เมื่อได้มองลูกบอลแก้วผลึกสองลูกในมือ รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม

….

ระหว่างสลักหินในหอพัก การฝึกฝนบนภูเขา การเรียนในแต่ละชั้นเรียน...ลินลี่ย์บันทึกทุกสิ่งลงไปจนกระทั่งความทรงจำในลูกบอลแก้วผลึกเต็มแน่นจนไม่สามารถบันทึกลงไปได้อีกแล้วหลังจากนั้น ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ลินลี่ย์ก็นำลูกบอลแก้วผลึกความทรงจำทั้งสองลูกเดินทางไปยังเมืองเฟนไลพร้อมกับเขาเพื่อมอบให้อลิซ....แต่นางก็ยังไม่ปรากฏตัว

วันที่ 29 ตุลาคม

พี่น้องทั้งสี่พากันรวมกลุ่มมุ่งหน้าไปยังเมืองเฟนไล เมื่อถึงตัวเมือง ลินลี่ย์ก็บอกลาพี่น้องของเขา

เรย์โนลด์ เยล์ และจอร์จต่างจ้องมองแผ่นหลังของลินลี่ย์เมื่ออีกฝ่ายเดินจากไปบนใบหน้าของพวกเขาฉาบไปด้วยความกังวล

“ตลอด 7 ปีที่ข้าได้รู้จักน้องสามเขาเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้าทั้งในด้านเวทและการสลักหินแต่เห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและอลิซอย่างแท้จริงหากผลสุดท้ายเป็นต้องผิดหวัง ข้าเกรงว่าน้องสามจะเจ็บปวดเกินทนไหว”เยลกล่าวพลางขมวดคิ้วแน่น

เรย์โนลด์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ข้าก็รู้สึกแบบเดียวกัน อลิซไม่ได้มาตามนัดเขาครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่3 แล้ว เกรงว่าจะมีปัญหาบางอย่าง”

“กล่าวตามตรง การเลิกราก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด” เยลหัวเราะ“ในฐานะชายคนหนึ่ง หากไม่เคยเจ็บปวดกับความรักแล้วจะนับว่าเติบโตสมชายได้อย่างไร? ข้าคิดอยู่ตลอดว่าน้องสามให้ความสำคัญกับอลิซมากเกินไปหากเป็นข้าน่ะหรือ? ให้ตายสิ!ถ้าหญิงใดกล้าทำแบบนี้กับข้า ข้าจะทอดทิ้งนางอย่างไม่ลังเล”

จอร์จหัวเราะ “พี่ใหญ่เยล กล่าวตามตรงข้านับถือการกระทำของน้องสามอยู่หลายส่วน แต่มุมมองของเจ้ามันช่าง...”จอร์จส่ายหัว

“ตัวข้าเองก็คิดอย่างพี่ใหญ่เยลเช่นกัน” เรย์โนลด์ท้วง

“หยุดพูดคุยแค่นี้ก่อนเถิด แล้วค่อยไปคุยกันต่อที่สวรรค์น้ำหยก”

เยล เรย์โนลด์ และจอร์จก็มุ่งหน้าไปยังสวรรค์น้ำหยก แต่ระหว่างทางเรย์โนลด์ก็พลันสะกิดเยลกับจอร์จ“ลูกพี่เยล จอร์จ หยุดก่อน มองดูทางนั้นแล้วพวกเจ้าเห็นว่าเป็นใคร?”

เมื่อเยลและจอร์จหันหลังกลับไปมองยังทิศทางที่เรย์โนลด์ชี้ ทันใดนั้นสีหน้าของพวกเขาก็พลันเปลี่ยน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด