ตอนที่แล้วตอนที่ 39 รุ่งอรุณ(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 41 เก็บเลเวล

ตอนที่ 40 ตัวละครรอง “จอมเวทย์”(อ่านฟรี)


ตอนที่ 40 ตัวละครรอง “จอมเวทย์”

หลังจากร้านรุ่งอรุณเก็บกวาดแล้ว ลูอิสก็ให้พ่อบ้านเก็บของทุกอย่างและย้ายจากห้องพักมาที่ชั้นสองของร้านรุ่งอรุณซึ่งมีห้องว่างอยู่จำนวนมาก ส่วนอาร์มันโด้และเบลล่านั้นก็เลือกจะย้ายจากบ้านเก่า ๆ ขนาดหนึ่งห้องนอนของตัวเองมาที่ร้านรุ่งอรุณด้วยเช่นกัน เพราะในเมื่อต้องคอยดูแลร้านด้วย การย้ายมาที่นี่เลยก็จะสะดวกกว่า ส่วนบ้านหลังนั้นทั้งสองวางแผนจะขายมันถูก ๆ ให้กับผู้อพยพที่รู้จักอยู่แล้ว จึงถือโอกาสนี้ขายไปเลย

บนชั้นสองนั้นมีห้องมากพอให้พวกเขาแยกกันนอนได้อย่างไม่มีปัญหา แถมร้านด้านล่างก็ยังกว้างและมีครัวในตัว ทำให้ตอนนี้ทุกคนที่มารวมกันนั้นเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ไปแล้ว

หลังจากตกเย็นพวกเขาก็กินอาหารกันต่อและดื่มสังสรรค์กัน แน่นอนว่ามีแค่ผู้ใหญ่สามคนเท่านั้นที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนลูอิสและเจียน่านั่นทั้งสองได้ออกไปเดินเล่นและจัดการเก็บกวาดพวกสอดรู้สอดเห็นที่เหมือนจะตามพ่อบ้านเฟรดและพวกเขามา

การลงมือของลูอิสและแอนเดรียนั้นรวดเร็วพอที่จะทำให้พวกหนูเหล่านั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย

หลังดื่มเพื่อผ่อนคลายจากการทำความสะอาดร้านแล้ว เช้าวันต่อมาลูอิสและเจียน่าก็ไปที่สถานพยาบาลเพื่อเอายาให้กับหมอเทรย์เวอร์ ส่วนอาร์มันโด้และพ่อบ้านเฟรดก็ช่วยกันทำป้ายร้านรุ่งอรุณอยู่และแอนเดรียนั้นได้เข้าไปเตรียมอาหารให้ทุกคน

แน่นอนว่าเขายังสั่งห้ามให้อาร์มันโด้ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคืนนี้มีสิ่งที่ต้องทำ

เมื่อเจียน่าอุ้มลูอิสเดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงสถานพยาบาล สิ่งแรกที่เห็นคือมีคนบาดเจ็บเกือบสามสิบถูกส่งเข้ามานอนรักษาตัวอยู่ที่สถานพยาบาล ซึ่งนี่คือว่าเป็นเรื่องปกติมากในตอนเช้า เพราะถ้าเป็นตอนเย็นตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกเนื่องจากการกลับมาของพวกรถบรรทุกที่ขนนักล่ากลับมาจากด้านนอกเมือง

เจียน่าพาทารกลูอิสเดินเข้าไปที่ห้องเก็บยา ลูอิสกวาดสายตาไปทางด้านหลังสถานพยาบาลมีศพที่วางนอนตายมีผ้าปิดใบหน้าไว้อยู่ 5-6 ศพ ซึ่งมีคนงานสองคนกำลังช่วยกันยกศพพวกนั้นออกไปจากสถานพยาบาลอยู่

ศพเหล่านี้ทั้งหมดนั้นตายตั้งแต่ก่อนจะถึงสถานพยาบาลแล้ว เพราะถ้ายังรอดมาถึงหมอเทรย์เวอร์จะต้องใช้น้ำตาเทพรักษาอย่างแน่นอน นี่ยิ่งทำให้เห็นว่าด้านนอกนั้นมีอันเดดมากขึ้นและอันตรายมากขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน

ส่วนที่ว่าทำไมต้องเอาศพมาไว้ที่นี่เพราะจะให้แบกกลับไปก็เสียเวลาจึงเอามาไว้ที่นี่ก่อนและรวมไปจัดการทีเดียว โดยการขนออกไปด้านนอกและเผาทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันเดดขึ้นมา

ลูอิสเอาน้ำตาเทพให้กับหมอเทรย์เวอร์จากนั้นก็รอเก็บพลังงานศรัทธาก่อนจะกลับออกไปจากสถานพยาบาลในช่วงบ่ายของวันไปที่ร้านรุ่งอรุณที่จะเปิดในอีกวัน

เวลาครึ่งวันทั้งอาร์มันโด้และพ่อบ้านเฟรดทำป้ายร้านรุ่งอรุณเสร็จแล้ว โดยป้ายร้านจะเป็นตะวันขึ้นจากทะเลครึ่งดวง ลักษณะครึ่งวงกลมและขีดทำเป็นแสงของดวงอาทิตย์ ด้านล่างมีเส้นคลื่นสามเส้นของคลื่นทะเลและชื่อร้านที่พ่อบ้านเฟรดที่อ่านหนังสือออกได้เขียนขึ้นมาอยู่ด้านล่างอีกที

ป้ายร้านมีสองแผ่นหนึ่งถูกติดเหนือประตูทางเข้าร้าน ส่วนอีกอันติดที่หลังบาร์ โดยลูอิสยังเอาดาบสั่นระดับต่ำที่ไม่ได้ใช้มาประดับเพิ่มเพื่อความสวยงามด้วย

หลังกลับมาที่ร้านเบลล่าก็ยกอาหารมาให้ลูอิสในทันที ของที่เอามานั้นเป็นเนื้อตุ๋นนุ่ม ๆ ที่ลูอิสอยากกินมานาน แต่เพราะเขายังเด็กจึงยังไม่ได้กินสักที แต่ในตอนนี้เขาสามารถกินได้แล้ว เพราะร่างกายที่เหมือนจะเทียบเท่ากับเด็กอายุ 1 ปีแล้ว ซึ่งตอนที่ให้หมอเทรย์เวอร์ตรวจเขาก็อึ้ง ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ยืนยันว่าลูอิสนั้นโตเท่าเด็ก 1 ขวบแล้ว

ซึ่งจากการเติบโตลูอิสคิดว่าร่างกายของเขานั้นเจริญเติบโตตามระดับพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางทีพอเขาอายุระดับหนึ่งพอให้รองรับพลังได้ เขาก็คงจะกลับมาโตตามปกติเอง

ลูอิสใช้ช้อนตักเนื้อตุ๋นที่ลงทุนให้อาร์มันโด้ไปซื้อด้วยเงิน 30 เบลมา 1 กิโลกรัม มันแพงมาก เพราะขนาดค่าเข้าเมืองในตอนนั้นยังแค่ 4 เบล เบียร์ปกติ 1 แก้วยังแค่ 2 เบลเท่านั้น อาหารปกติจานละ 2-6 เบลเท่านั้น

แน่นอนว่าเนื้อตุ๋นราคา 30 เบลได้แบ่งให้ทุกคนกินกันถ้วนหน้า

‘หอมมาก’ ลูอิสสูดกลิ่นเนื้อตุ๋นที่แสนเย้ายวน ก่อนจะตักเข้าใส่ปากคำเล็ก ๆ และค่อย ๆ เคี้ยวและลิ้มรสอย่างช้า ๆ ลูอิสรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงสองเดือนที่กินแต่นม แต่ลองคิดดูถ้า 1 วันกินสามมื้อ 2 เดือนก็เท่ากับต้องกินถึง 180 มื้อที่มีแต่นม แน่นอนว่านี่คือมื้อคนปกติ แต่เขาต้องกินมากกว่า 3 มื้อในแต่ละวัน

‘ฉันรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเลย’ ลูอิสกินไปก็ยิ้มไป

เบลล่าที่เห็นลูอิสกินอย่างมีความสุขเธอก็มองดูเขาอย่างเอ็นดู ‘ถึงจะเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่ก็ยังเป็นเด็กอยู่จริง ๆ’ เบลล่ายื่นมือไปเช็ดปากที่เลอะให้ทารกน้อยลูอิส

หลังมีความสุขกับช่วงเวลาของอาหารกลางวัน ลูอิสก็ต้องกลับมาสนใจในการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอีกครั้ง เขาบอกทุกคนว่าจะไปนอนกลางวัน ซึ่งจริง ๆ เขานอนแค่วันละ 6-7 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

“ติ้ง!”

“เปิดฟังชั้นระบบ”

“ตัวละครหลัก พาราดิน (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ร้านค้าระบบ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“กระเป๋ามิติ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

‘ร้านค้าระบบ’ ลูอิสเปิดร้านค้าระบบขึ้นมา ก่อนจะทำการเลื่อนไปที่สายอาชีพ เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาทำตัวละครรองแล้ว

“อาชีพจอมเวทย์”

“ราคา 5000 พลังงานศรัทธา ผู้เล่นต้องการซื้อหรือไม่”

“ผู้เล่นทำการซื้อสายอาชีพ จอมเวทย์”

“+1 อาชีพจอมเวทย์”

“ไอเทมทั้งหมดถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของผู้เล่นอัตโนมัติ”

ระบบหักพลังงานศรัทธาจำนวน 5,000 แต้มไปในทันที ทำให้เขาเหลือพลังงานศรัทธาอยู่ 22,000 แต้ม ลูอิสเปิดเข้าไปดูช่องเก็บของอย่างสนใจ ทันทีที่ลูอิสแตะมันผ่านหน้าจอระบบก็แสดงขึ้นมาว่า

“ติ้ง! ผู้เล่นต้องการสร้างไอดีสำรองเลยหรือไม่” ระบบถามคำถามเดิมทุกครั้งที่เขาซื้อผลึกสายอาชีพ ทุกครั้งเขาจะตอบปฏิเสธ แต่ในครั้งนี้ลูอิสตอบตกลง

“ผู้เล่นสร้างตัวละครรอง”

“สร้างข้อมูลตัวละครใน 3 2 1 เสร็จสิ้น”

“ผู้เล่นสามารถเข้าตัวละครรอง จอมเวทย์ ได้แล้ว โดยการเปลี่ยนตัวละคร” ระบบแนะนำ ก่อนที่หน้าจอฟังชั้นระบบจะมีฟังก์ชันใหม่ขึ้นมา

“ติ้ง!”

“เปิดฟังชั้นระบบ”

“ตัวละครหลัก พาราดิน (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ตัวละครรอง จอมเวทย์ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“ร้านค้าระบบ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“กระเป๋ามิติ (กดเพื่อดูรายละเอียด)”

“เปลี่ยนเป็นจอมเวทย์” ลูอิสลองทำตามที่ระบบบอกในทันที

ในเสี้ยววินาทีที่สิ้นสุดคำสั่งของเขา สถานะของลูอิสก็เปลี่ยนจากพาราดินเป็นจอมเวทย์ในทันที แต่ผลที่ตามมาคือเขากลับรู้สึกอ่อนแอมาอย่างรวดเร็วราวกับกลับไปเป็นทารกอ่อนแออีกครั้ง

‘บ้าจริงเป็นแบบนี้จริง ๆ ด้วย’ ลูอิสรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะในเมื่อตัวละครทั้งสองอาชีพแยกกัน ดังนั้นค่าสถานะก็แยกกันด้วย

ลูอิสค่อย ๆ นั่งลง ก่อนจะเปิดหน้าจออินเตอร์เฟสข้อมูลของ จอมเวทย์ขึ้นมา

“ลูอิส แกริค”

“มนุษย์ (ทารก)”

“อาชีพรอง : จอมเวทย์”

“เลเวล : 0” (lv.1 ต้องการ 150 พลังงานศรัทธา)

“เกรด 0 ดาว”

“ค่าสถานะ : พละกำลัง 3 ,ความชำนาญ 1 ,ความทนทาน 2,สติปัญญา 10,โชค 1”

“พลังชีวิต : 3” (อ่อนแอมาก)

“พลังงาน : 0”

“แต้มสถานะ : 0”

“แต้มศักยภาพ : 0”

“พลังงานศรัทธา : 22,000”

“ทักษะสายอาชีพจอมเวทย์: ไม่มี”

...

‘ค่อยยังชั่วที่พลังงานศรัทธาไม่ได้แยกจากกันเหมือนกับค่าสถานะต่าง ๆ’ ทารกน้อยลูอิสถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มทำการอัพเลเวลในทันที

ลูอิสไม่รอช้า เขาใช้พลังงานศรัทธาที่มีอยู่อัพเลเวลตัวละครจอมเวทย์จาก lv.0 จนถึง lv.8 ทันที

“ติ้ง”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.1 ใช้ 150 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +2 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +1 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.2 ใช้ 300 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +3 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +2 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.3 ใช้ 500 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +4 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +4 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.4 ใช้ 1,000 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +6 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +5 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.5 ใช้ 1500 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +6 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +5 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.6 ใช้ 2,000 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +7 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +6 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.7 ใช้ 2,500 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +8 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +7 พลังชีวิต”

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.8 ใช้ 3,000 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +9 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +8 พลังชีวิต”

...

หลังจากอัพเลเวลจนถึง lv.8 ตัวละคร จอมเวทย์ ของเขาก็มีพลังชีวิต +36 หน่วย พลังงานอยู่ที่ +80 หน่วย แต้มสถานะ +44 แต้มศักยภาพ +24 และเหลือพลังงานศรัทธาอยู่ 11,050

สิ่งแรกที่ทำเลยคือลูอิสใส่ค่าสถานะลงไปที่ +10 พละกำลัง เพื่อให้มีพละกำลังเท่ากับชายหนุ่มโตเต็มวัยและ +5 ความชำนาญ เพราะยังไงการใช้ทักษะโจมตีของจอมเวทย์ก็ต้องอาศัยความเร็วการโจมตีของความชำนาญอยู่ ต่อมาคือ +5 ความทนทาน ลูอิสไม่ได้ต้องการให้จอมเวทย์ไปต่อสู้ระยะประชิดอยู่แล้ว แต่ที่เขาเพิ่มเพราะต้องการให้ตัวเองอึดขึ้นบ้างเนื่องจากเขายังเด็กมาก ค่าสถานะในส่วนนี้จึงน้อยมาและเหนื่อยง่าย

สุดท้ายแต้มสถานะที่เหลือ 24 ลูอิสใส่ลงไปที่ค่าสติปัญญาทั้งหมดเลย ซึ่งค่าสติปัญญานั้นสำคัญมากสำหรับจอมเวทย์ มันคือความสามารถในการเรียนรู้เรื่องของพลังธาตุและพลังงาน หรือก็คือถ้ามีค่านี้มากความความเสียในด้านพลังธาตุจะเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

ตอนนี้เขามีค่าสติปัญญาอยู่ที่ 34 หน่วย ดังนั้นมันจึงเพิ่มความเสียหายธาตุอยู่ที่ 3.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมองเหมือนจะน้อยและไอเทมของจอมเวทย์ในระดับต่ำยังมากกว่านี้ถึง 2 เท่า แต่นี่ไม่ใช่การเพิ่มเฉพาะธาตุ แต่เพิ่มทุก ๆ ธาตุหรือทักษะที่สร้างความเสียหายทางเวทมนตร์

แถมไอเทมยังมีการสวมใส่ที่จำกัด แต่การเพิ่มของค่าสติปัญญานั้นกลับไม่มีจำกัด เพียงแค่นี้ความสำคัญของค่าสติปัญญาของจอมเวทย์ก็มากพอที่เขาจะต้องสนใจเพิ่มมันเป็นค่าหลักในการอัพค่าสถานะแล้ว

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด