ตอนที่แล้ว1041-1042
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป1045-1046

1043-1044


3/10

Ep.1043

“เจ้า ..!”

ใบหน้าของเว่ยหยางเริ่มแดงเรื่อด้วยความอับอาย มุมปากสั่นเทาด้วยความโกรธ

แม้คำพูดของซูเฉินจะไม่น่าฟัง แต่มันคือความจริงทั้งหมด!

ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำใดมาโต้แย้ง

“ซูเฉิน! ได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าได้เข้าสู่มิติท้ารบและสังหารชาวเผ่าเราไปหลายตน ครั้งก่อนก็สังหารระดับเทวะสองตนที่นี่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะข้างกายเว่ยหยาง หรี่ตามองซูเฉิน  เอ่ยถามเสียงเย็น

“เป็นฝีมือฉันเอง” ซูเฉินยอมรับอย่างใจกว้าง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมาเพื่อหาเรื่อง แต่แล้วไง? ด้วยกำลังรบในปัจจุบันของเขา มีเพียงสัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 6 ขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถกดดันเขาได้  และสัตว์ร้ายมิติตัวที่กำลังพูดนี้ พิจารณาจากกลิ่นอายแล้ว สมควรเป็น ระดับเทวะขั้น 5 เท่านั้น

หากจะบอกว่าซูเฉินสามารถใช้มือเดียวบดขยี้มันจนตาย ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

“ในเมื่อเจ้ายอมรับ เช่นนั้นก็ต้องจ่ายราคาในสิ่งที่ตนก่อ! จงบอกมา ว่าเจ้าอยากตายแบบไหน!”

สัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 5 ทำท่าทางเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อซูเฉิน เห็นได้ชัดเลย ว่ามันยังไม่ได้ทราบข่าวล่าสุด

แต่เนื่องจากซูเฉินไล่สังหารสัตว์ร้ายมิติไปทั่วทุกสารทิศในมิติภายนอก และไม่ปล่อยให้ตัวใดรอดชีวิตกลับมา จึงเป็นธรรมดาที่ข้อมูลส่วนใหญ่ยังไม่รั่วไหล ไม่อย่างนั้น อีกฝ่ายคงไม่กล้าพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้

ซูเฉินเบ้ปาก กล่าวเหยียดหยัน “มีคนตั้งเยอะที่คิดจะฆ่าฉัน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทำได้เลย ยิ่งเป็นขยะอย่างแก อย่าได้ฝังเฟื่อง!”

“วาจาใหญ่โต!”

เว่ยหยางตวาดโกรธเคือง ขึ้นเสียงใส่ซูเฉิน “ซูเฉิน อย่าได้ใจนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ที่เจ้ากำลังเผชิญอยู่คือตัวตนเช่นใด? เขาคือนายท่านหลินซวิน! เป็นการดำรงอยู่ระดับเทวะขั้น 5!”

ใบหน้าของหลินซวินปรากฏเค้าของความภาคภูมิใจ ตะโกนใส่ซูเฉินด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ซูเฉิน! จงคุกเข่าขอขมาและอ้อนวอนข้าเสีย แล้วข้าจะยอมทิ้งศพเจ้าไว้ในสภาพสมบูรณ์!”

“สมองของสัตว์ร้ายมิติพวกนี้มีแต่น้ำรึไง?”

ฉีมู่เฟิงและสองสาวมองหลินซวินราวกับกำลังมองคนโง่ ซูเฉินสามารถสังหารได้กระทั่งระดับเทวะขั้น 6 แล้วหลินซวินกล้าดียังไงถึมาให้ซูเฉินคุกเข่าขอขมา นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!

ซูเฉินยกนิ้วชี้ขึ้นถูจมูกเขา ค่อนๆก้าวไปหาหลินซวินอย่างช้าๆ

เนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่รู้เรื่อง คงได้แต่ต้องลงมือสังหารมันเท่านั้น

เห็นท่าทีมั่นใจของซูเฉิน หลินซวินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก กำหมัดใหญ่เกร็งแน่น ซัดกรีดอากาศทุบลงบนร่างซูเฉิน

ซูเฉินยังคงทำเป็นไม่สนใจ ขณะที่หมัดของอีกฝ่ายใกล้เข้ามา ทันใดนั้นพลังแห่งจิตวิญญาณของเขาก็ถูกปลดปล่อยทันที

แม้ระดับฐานฝึกตนของเขาจะอยู่ในระดับเทวะขั้น 4 แต่เนื่องจากได้กินผลแก่นแท้ไปแล้วถึงสองครั้ง ส่งผลให้พลังจิตได้ก้าวข้าม ระดับเทวะขั้น 5 ไปเรียบร้อยแล้ว สามารถพันธนาการหลินซวินไว้ได้อย่างง่ายดาย

“พลังจิตของเจ้ามัน ...”

หลินซวินรู้สึกราวกับอยู่ในโคลนตม ภายใต้อาการตกใจ  คู่ดวงตาของเขาแทบถลนออกมา

“ระดับเทวะขั้น 4!”

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันบ้าคลั่งรุนแรงที่ซูเฉินปลดปล่อยออกมา เว่ยหยางสั่นสะท้านไปทั้งตัว

จวบจนถึงบัดนี้ เขาค่อยเข้าใจ ว่าเหตุใดซูเฉินถึงไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาซักนิดเดียว ที่แท้ก็เพราะฐานฝึกตนเพิ่มขึ้นแล้วนั่นเอง

แต่ครั้งก่อนที่พบกัน เห็นได้ชัดว่าซูเฉินอยู่แค่ขั้น 2 ระดับเทวะเท่านั้น ทำไมภายในเวลาไม่กี่เดือน ถึงสามารถก้าวหน้าได้ถึงสองขั้น? นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

หลังจากพันธนาการอีกฝ่ายเอาไว้ ซูเฉินขยับเท้าวูบไหว ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าหลินซวินราวกับภูติผี

ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของหลินซวิน หนึ่งมือฉกคว้าลำคอเอาไว้

“อื้อ ... อื้อ ..!”

หลินซวินหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด ต้องการอ้อนวอนขอความเมตตาจากซูเฉิน อย่างไรก็ตาม ซูเฉินบีบแรงจนเขาไม่สามารถเอย่คำใดได้

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าแกน่ะเป็นได้แค่ขยะ ทำไมไม่เชื่อ!”

ซูเฉินแสยะยิ้มในลำคอ จากนั้นขยำมือแน่น

ได้ยินเพียงเสียงดังกริ๊ก

ลำคอของหลินซวินเอียงผิดรูป ศีรษะพับลงพื้น ไร้ซึ่งกลิ่นอายแห่งชีวิตอีกต่อไป ตายลงทั้งๆในสภาพแบบนั้น!

4/10

Ep.1044

ในคราเดียว ทั้งห้องเงียบกริบ สัตว์ร้ายมิติทั้งหมดตะลึงงันอ้าปากค้าง ดวงตาที่มองซูเฉิน เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ

พวกเขาไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลย ว่า ระดับเทวะขั้น 5 ฝ่ายตน ภายใต้เงื้อมมือซูเฉินไม่อาจแม้จะต่อต้าน ถูกฆ่าตายอย่างง่ายดาย

ความแข็งแกร่งของซูเฉิน ทำให้พวกเขาตื่นตกใจอย่างสมบูรณ์

“นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ...”

ใบหน้าของเว่ยหยางเต็มไปด้วยความขมขื่น พึมพำกับตัวเอง เขาคิดคำนวณในใจเป็นพันครั้ง แต่ก็คาดไม่ถึงเลยว่าซูเฉินจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ และด้วยการตายของหลินซวิน จุดจบขอบเขาคงสามารถจินตนาการได้ ด้วยอุปนิสัยของซูเฉิน ย่อมไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ๆ

คิดได้แบบนั้น เว่ยหยางทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ถ้าคิดได้แต่แรก แกคงไม่ต้องพบจุดจบแบบนี้” ซูเฉินส่ายหัว ค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้า

“ซูเฉิน ช่วยให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้ไหม? ข้ายินดีชดใช้ให้เจ้า ชดใช้ให้ด้วยทุกสิ่งที่มี!”

เว่ยหยางตัวสั่น ร้องอ้อนวอนขอความเมตตา แม้จะรู้ว่าแทบไม่มีโอกาสที่ซูเฉินจะยอมรามือ แต่เขาก็ต้องลองสู้ซักตั้ง

“ไม่มีวันซะล่ะ แกต้องไปอยู่เป็นเพื่อนหลินซวินในนรก!” ซูเฉินเบ้ปาก จากนั้นกระทืบเท้าข้างเดียว ได้ยินเสียงดังโผล๊ะ! ทั้งร่างของเว่ยหยางระเบิดเป็นละอองเลือด ศพหายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก

ซู๊ดดดดด!

ได้เป็นสักขีพยานของฉากนี้ บังเกิดเสียงสูดหายใจเย็นเยียบดังขึ้นรอบด้าน

สัตว์ร้ายมิติทั้งหมดเริ่มกระสับกระส่าย ความตื่นตระหนกครั้งใหญ่แพร่กระจายไปทุกห้องหัวใจของพวกมัน

มีข่าวลือว่าสิ่งที่ซูเฉินชอบกระทำคือล้างเมือง เมื่อหลายวันก่อนเมืองมู่กวงก็เพิ่งถูกทำลายไป

เช่นนั้นแล้ว เขาจะถือโอกาสนี้ขุดรากถอนโคนเมืองเฮยหยาใช่หรือไม่?

หากเปลี่ยนเป็นยามปกติ  ซูเฉินคงทำลายเมืองเฮยหยาอย่างไร้ปราณีไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังรีบไปยังนิกายซ่อนวิญญาณ  ไม่อาจเสียเวลาที่นี่

หลังจากเก็บชิ้นส่วน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนหยุดลงบนร่างของสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 1 เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “แกมาที่นี่ซิ”

ถูกซูเฉินเรียก สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 1 รู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้น มันลังเลเล็กน้อย สุดท้ายกัดฟันเดินเข้าหาซูเฉิน กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ผู้อาวุโส ไม่ทราบมีอะไรให้รับใช้?”

“ที่นี่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่นำไปสู้เมืองหยานเจิ้นใช่ไหม?”

ซูเฉินเหลือบมองอีกฝ่าย เอ่ยปากถาม

“มีขอรับ”

สัตว์ร้ายมิติรีบตอบกลับ

“พาฉันไปที่นั่น” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ

สิ้นเสียง เขาก็หันไปตะโกนใส่สัตว์ร้ายมิติที่อยู่รอบๆ “ไสหัวไปซะถ้ายังไม่อยากตาย!”

เนื่องจากต้องการความปลอดภัยเวลาใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย ดังนั้นจำเป็นต้องเก็บกวาดพื้นที่โดยรอบ

ในคราเดียว สัตว์ร้ายมิติทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง หายวับไปในชั่วพริบตา

เหลือเพียงสัตว์ร้ายมิติ ระดับเทวะขั้น 1 ที่รับหน้าที่นำซูเฉินและคนอื่นๆเข้าไปยังโถงเคลื่อนย้าย

เมื่อพวกเขามาถึงค่ายกลเคลื่อนย้าย สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 1 ก็กล่าวกับซูเฉินว่า “ผู้อาวุโส นี่คือค่ายกลที่จะนำไปสู่เมืองหยานเจิ้น”

“แกออกไปได้แล้ว” ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น

“ขอบพระคุณผู้อาวุโส!”

สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะราวกับได้รับนิรโทษกรรม กล่าวอย่างซาบซึ้ง และบินหนีไปจากที่นี่ทันที

รอจนมันลับสายตา ซูเฉินเรียกฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย

จากนั้นค่ายกลก็ถูกเปิดใช้งาน หลังเกิดอาการโลกหมุน  วิสัยทัศน์ของซูเฉินก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง และพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในห้องโถงใหญ่อีกหลังหนึ่งแล้ว

และในห้องโถงใหญ่นี้  มีสัตว์ร้ายมิติสามตัวกำลังมองพวกเขาด้วยความงุนงง

“พวกแกทั้งสามตัว บอกมา ว่าที่นี่คือเมืองหยานเจิ้นใช่ไหม?”

ซูเฉินผุดรอยยิ้มบาง จากนั้นค่อยๆก้าวออกจากฐานค่ายกลอย่างช้าๆ

“มนุษย์! เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?”

สัตว์ร้ายมิติตัวหนึ่งตวาด หลังจากได้สติ มันขึ้นเสียงใส่ซูเฉินทันที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด