ตอนที่แล้ว943-944
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป947-948

945-946


7/8

Ep.945

“นี่เจ้าขู่ข้า?” ดวงตาของฟางฉีซานกลายเป็นมืดมน แรงกดดันมหาศาลและรังสีฆ่าฟันกระพือไปทั่วร่างเขา

แม้ยังมองซูเฉินไม่ทะลุปรุโปร่ง แต่ตัวเขาเองก็มีกำลังรบในระดับเทวะเช่นกัน หากซูเฉินยังไม่รู้ดีชั่ว คงต้องสั่งสอนกันบ้าง

“จะเอาอย่างนี้สินะ? งั้นได้เลย แต่ฉันขอแนะนำอย่างนึง อย่าริอาจคิดสู้กับฉัน” ซูเฉินกล่าวอย่างใจกว้าง ทั้งยังช่วยย้ำเตือน แม้น้ำเสียงฟังดูธรรมดา แต่ความหมายในประโยคกลับหยิ่งยโสอย่างไร้ผู้ใดเปรียบ!

ฟางฉีซานสูดหายใจลึก ระงับโทสะภายในใจ เอ่ยเสียงเย็น “ออกไปเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น อย่าตำหนิว่าเราผู้เฒ่าไม่เตือน!”

“ก็มาสิ ฉันรออยู่” ซูเฉินกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

เขารู้ดี ว่าหากไม่แสดงฝีมือเสียบ้าง ฟางฉีซานคงไม่ยอมคายคำอธิบายออกมา

“โอหัง!”

ฟางฉีซานไม่สามารถระงับความโกรธในใจเขาได้อีกต่อไป เหยียดมือคว้าตัวซูเฉิน

แม้ในใจเดือดดาลอย่างถึงที่สุด แต่ยามลงมือยังมีขอบเขต เขาเพียงต้องการจับตัวซูเฉินโยนออกไปเท่านั้น ไม่คิดฆ่าแกงถึงตาย

ซูเฉินทำเป็นเพิกเฉย ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ปล่อยให้อีกฝ่ายจับตัวเขา

‘นี่เขากลัวจนโง่งมไปแล้ว?’

เห็นภาพนี้ เฉินซั่วรู้สึกประหลาดใจอย่างอดไม่ได้ ซูเฉินไม่คิดปัดป้องหลบลี้  ไร้ซึ่งการตอบโต้ใดๆ นั่นเขากำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?

ฟางฉีซานเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก คว้าลงบนเสื้อตรงหน้าอกซูเฉิน

แต่ใครจะทันคิด  ว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสลงบนตัวซูเฉิน ทั้งแขนดันถูกกระแทกกลับ กระเด็นออกมาด้วยอำนาจลี้ลับ

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ฟางฉีซานยังไม่ทันตั้งตัว พลังมหาศาลที่มองไม่เห็นก็ถาโถมเข้ามา กดดันเขาจนกลายเป็นคนเชื่องช้าซบเซา

“พลังจิตอันแข็งแกร่ง!”

ฟางฉีซานตกใจหน้าซีดเผือด ขณะที่กำลังจะเตรียมใช้กลวิธีอื่นเพื่อสลัดให้หลุด ก็เห็นซูเฉินเอื้อมมือมา และตบลงบนไหล่เขา

ทันใดนั้นเอง  เจ้าตัวรู้สึกราวถูกทับด้วยขุนเขาใหญ่ โดนกดลงกับพื้นโดยไร้เรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ

ตูมมม!

ฟางฉีซานทรุดตัวลง พื้นดินรอบตัวเขาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ขยายไกลออกไปราวกับใยแมงมุม

ได้เห็นฉากอันน่าเหลือเชื่อนี้ สีหน้าของเฉินซั่วกลายเป็นแข็งทื่อ

ผู้แข็งแกร่งระดับเทวะขั้น 1 โดนโค่นได้ง่ายดายขนาดนี้เลยหรอ?

ชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ตรงหน้า ต้องแข็งแกร่งถึงขนาดไหนกัน?

เขาใช่อยู่ในขั้น 2 หรือขั้น 3 ของระดับเทวะหรือไม่?

หลังจากซูเฉินกดฟางฉีซาน เขาก็ไม่ได้ลงมือต่อ ทั้งยังถอนพลังจิตกลับมา

ความตั้งใจเดิมของเขาคือถามหาสาเหตุว่าทำไมถึงใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไม่ได้ ไม่มีเจตนาถึงขั้นฆ่าฟางฉีซาน

สัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นรอบตัวหายไป ฟางฉีซานรีบลุกขึ้น

ตัวเขาในเวลานี้ ใบหน้าแดงก่ำ แทบอยากจะมุดหายเข้าไปในรอยร้าวบนพื้น

ยามมองหน้าซูเฉิน เขาสูญเสียคำพูด ทำอะไรไม่ถูก

“เหล่าฟาง คุณจะอธิบายให้ฉันฟังได้รึยัง” ซูเฉินกล่าวเสียงเรียบ

“ผู้อาวุโส เมืองเทียนกวงถูกสัตว์ร้ายมิติปิดล้อม ค่ายกลเคลื่อนย้ายเลยถูกปิดเช่นกัน ดังนั้นไม่สามารถเปิดใช้งานได้” ฟางฉีซานตอบอย่างสุภาพ

หลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของซูเฉิน เขาก็ไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย

ถูกสัตว์ร้ายมิติปิดล้อม?

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดพักหนึ่ง ก่อนถามว่า “ที่คุณต้องการจะสื่อก็คือ ถ้าสัตว์ร้ายมิติไม่ยอมถอย ทางนั้นก็จะไม่สามารถเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ ถูกไหม?”

“ถูกต้อง” ฟางฉีซานพยักหน้า

“แล้วสงครามนี้จะมีต่อไปนานแค่ไหน?”  ซูเฉินถามต่อ

ถ้ามันใช้เวลานานเกินไป เขาคงต้องหาวิธีอื่นไปยังป้อมปราการมิติ

“ระบุแน่ชัดไม่ได้ บางครั้งก็หลายเดือน บางครั้งก็หลายปี” ฟางฉีซานครุ่นคิดแล้วตอบกลับ

8/8

Ep.946

อย่าว่าแต่หลายเดือนหรือหลายปีเลย แค่สามวันซูเฉินก็ไม่อยากรอแล้ว!

ขบคิดอยู่พักหนึ่ง ก็ถามต่อว่า “งั้นแถวนี้ยังมีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่นำไปสู่ป้อมปราการมิติอีกไหม?”

ฟางฉีซานส่ายหัว  แต่แล้วเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก ทว่ากลับมีท่าทีอึกอัก ลังเลที่จะเอ่ยปาก

“เหล่าฟาง มีอะไรก็พูดมาได้เลย”

ซูเฉินสังเกตเห็นการแสดงออกที่เปลี่ยนไปของฟางฉีซาน เลยบอกให้เฉลยออกมา

“มีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ในซากปรักหักพังลั่วหยาน ปลายทางของมันนำไปสู่เมืองเฮยหยา ซึ่งเมืองเฉยหยาอยู่ห่างจากป้อมปราการมิติเพียงสิบวันเท่านั้น” ฟางฉีซานตอบ

“ในเมื่อมีค่ายกลเคลื่อนย้าย แล้วทำไมคุณไม่บอกมาตั้งแต่แรก?” ซูเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

ฟางฉีซานยิ้มขม และกล่าว “เพราะซากปรักหักพังลั่วหยานและเมืองเฮยหยาอยู่ภายใต้การควบคุมของสัตว์ร้ายมิติ”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้”

ซูเฉินค่อยเข้าใจ จากนั้นถามว่า “แล้วผู้แข็งแกร่งที่สุดในซากปักหักพังลั่วหยานกับเมืองเฮยหยาอยู่ในขั้นไหน?”

การเดินทางไปยังป้อมปราการมิติเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่อาจเสียเวลาได้ หากสัตว์ร้ายมิติในซากปรักหักพังลั่วหยานมีระดับไม่สูงนัก เขาจะได้บุกเข้าไปฆ่ามันโดยตรง แล้วใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งตัวเองไปเมืองเฮยหยา

แน่นอน ว่าถ้าจะทำแบบนั้น ระดับของสัตว์ร้ายมิติในเมืองเฮยหยาจะต้องไม่สูงเกินไปเช่นกัน มิฉะนั้นจะกลายเป็นส่งแกะเข้าปากเสือแทน

“ในซากปรักหักพังลั่วหยาน มีสัตว์ร้ายมิติอยู่แค่ห้าตนเท่านั้น แต่ทุกตนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทวะ ทรงพลังที่สุดอยู่ในขั้น 2 ส่วนในเมืองเฮยหยา ตัวที่ทรงพลังที่สุดอยู่ในระดับเทวะขั้น 4” ฟางฉีซานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

ฟังจากน้ำเสียงของซูเฉิน คล้ายต้องการจะบุกเข้าไปยังไงยังงั้น  ตอนนี้เขาจึงเกิดความกังวลนิดหน่อย ว่าซูเฉินจะขอเขานำทางหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ จึงรีบอธิบายถึงความแข็งแกร่งของศัตรูในซากปรักหักพังลั่วหยาน และเมืองเฮยหยาให้มันชัดเจน  ซูเฉินจะได้ทิ้งความคิดนี้ไป

ซูเฉินครุ่นคิด ด้วยกำลังรบในปัจจุบันของเขา การสังหารสัตว์ร้ายมิติในซากปรักหักพังลั่วหยานไม่ใช่เรื่องยาก หลังเข้าไปในเมืองเฮยหยา ก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าจะบุกฝ่าออกจากข้างใน แต่ยังไงก็ตาม ทำแบบนั้นมันเอะอะเกินไป  ง่ายที่จะถูกเปิดเผยตัว

หลังจากนั้น นักพรตเทียนซ่านจะต้องส่งคนออกมาตามล่าเขาอย่างแน่นอน หมายความว่าคงต้องเจอปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไตร่ตรองอยู่นาน สุดท้ายซูเฉินยังคงยืนกรานจะไปยังซากปรักหักพังลั่วหยาน เพราะเวลาไม่เคยรอใคร

“เหล่าฟาง คุณมากับฉัน นำทางไปซากปรักหักพังลั่วหยาน” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ

เหตุผลที่ต้องพาอีกฝ่ายไปด้วย หนึ่งคือเป็นผู้นำทาง สองคือเพื่อป้องกันไม่ให้ฟางฉีซานเล่นตุกติกกับเขา

“หาาาา??”

ฟางฉีซานตะลึงงัน เขาไม่เข้าใจจริงๆ เมื่อครู่ก็พูดไปชัดตั้งขนาดนั้นแล้ว ทำไมซูเฉินยังยืนกรานจะไปอีก? นี่เขาไม่กลัวตายเลยหรือ?

เรื่องที่ซูเฉินแข็งแกร่งมันก็จริง ทั้งยังมีแนวโน้วว่าอาจอยู่ในระดับเทวะขั้น 2  แต่ในซากปรักหักพังลั่วหยานเองก็มีระดับเทวะขั้น 2 อยู่เช่นกัน ไหนจะระดับเทวขั้น 1 อีกสี่ แล้วแบบนี้ ซูเฉินจะสามารถรับมือได้หรือ?

ไม่ต้องกล่าวถึงในเมืองเฮยหยามีสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 4 ประจำการอยู่ หากเคลื่อนย้ายผ่านค่ายกลไป ไม่เท่ากับฆ่าตัวตายหรอ?

“เหล่าฟาง ถ้าคุณช่วยเรื่องนี้ ฉันไม่เพียงไม่ทำให้คุณต้องลำบากใจ แต่ยังมอบผลประโยชน์บางอย่างให้กับคุณด้วย”

“แต่ถ้าคุณไม่ตกลง เกรงว่าคงมีหลายคนในป่าหยานเย่ถูกฆ่า”

เห็นฟางฉีซานลังเล ดวงตาของซูเฉินทอประกายคมกริบ เอ่ยปากขู่

ฟางฉีซานสะดุ้งโหยง หากซูเฉินต้องการสังหารหมู่จริงๆ ในป่าหยานเย่ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้

ฟางฉีซานไม่ต้องการเห็นสถานที่ที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากถูกทำลาย  เลยทำได้เพียงกัดฟัน “ข้าตกลง”

“ผู้ล่วงรู้สถานการณคือวีรบุรุษ เหล่าฟาง คุณตัดสินใจถูกแล้ว”

ซูเฉินปรบมือชม จากนั้นเรียก [รถศึกอัจฉริยะ] ออกมา แล้วก้าวขึ้นไป

รอจนเข้าเดินผ่านประตูรถ เขาก็หันมาพูดว่า “เหล่าฟาง มัวทำอะไรอยู่ รีบขึ้นมาเร็ว”

ฟางฉีซานหันไปกำชับเฉินซั่วสองสามประโยค ก่อนหันหลังขึ้น [รถศึกอัจฉริยะ] ตามซูเฉินไป

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด