ตอนที่แล้วบทที่ 4: สูเว่าอิหยัง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6: วิธีเอาชนะการอ่านใจ!

บทที่ 5: คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?


ในเช้าวันรุ่งขึ้น  เจียงเหอตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงหมาเห่า

“ไอ้บ้านี่!  เห่าอะไรของเอ็งวะ?  เดี๋ยวปั๊ดจับหักขาซะหรอก!”

เมื่อลูกขึ้นเขาก็เห็นเจ้ามาหมามันมาร้องงี้ดงี้ดอยู่ข้างเตียง  แต่พอมันโดนดุมันก็ทำหน้าขุ่นเคืองออกมาอย่ากับเป็นคน

"มีอะไร?" เจียงเหอรู้สึกขบขัน

เอ้อเหลิงจื่อยังคงคร่ำครวญอะไรของมันต่อไป  แต่เมื่อรู้ว่าข้อความเสียงของมันสื่อไปไม่ถึง  มันก็ลุกขึ้นนั่งและชี้อุ้งเท้าออกไปนอกบ้าน

เจียงเหอหันมองตาม

เขาเห็นสวนผลไม้ของเขาผ่านทางหน้าต่าง  ซึ่งตอนนี้กลายเป็นทุ่งข้าวโพดสีเขียวหยก

“โอ้โฮ…”

เจียงเหออ้าปากค้าง  รีบกระโดดลงจากเตียงทันที  ใส่กางเกงและรองเท้าแตะก่อนจะออกไปข้างนอก

“ได้ผลจริง ๆ เว้ย!  ข้าวโพดที่พึ่งหว่านไปเมื่อคืนสูงขนาดนี้เลยเหรอ!”

เขาเดินไปที่ข้าวโพดและพบว่าต้นข้าวโพดแต่ละต้นสูงพอ ๆ กัน  ลำต้นแต่ละต้นมีความหนา  ใบของพวกมันมีสีเขียวสดและแสดงสัญญาณของการออกผล  เจียงเหอทำการนับและพบว่ามีต้นข้าวโพดอยู่เพียง 28 ต้น

“เดี๋ยวดิ  นี่ไม่ถูกต้อง!  เมื่อคืนตูหยิบข้าวโพดมาเป็นกำ  ก็ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่หรอกแต่มากกว่า 28 เม็ดแน่นอน”

ทันใดนั้นเจียงเหอก็นึกอะไรขึ้นมาได้  เขาทรุดตัวลงนั่งยองและขุดลงไปในดิน

ในไม่ช้าเขาก็ขุดเมล็ดข้าวโพดขึ้นมาหนึ่งเมล็ดจากพื้นดิน

จากนั้นเจียงเหอจึงเดินไปรอบ ๆ ต้นข้าวโพด 28 ต้น  พึมพำโดยตระหนักว่า “ข้าวโพดทั้ง 28 ต้นนี้ถูกปลูกไว้ตรงจุดที่มีขี้เถ้าของต้นแตงกวาโรยไว้  เพราะงั้นพวกมันถึงได้เติบโตอย่างรวดเร็ว”

จากนั้นเขาก็เอาเมล็ดข้าวโพดในมือมาดูใกล้ ๆ มันแตกหน่อแล้ว  และและมันจะโผล่พ้นดินถ้าไม่ขุดมันขั้นมาเสียก่อน

“ระยะเก็บเกี่ยวของข้าวโพดนั้นยาวมาก  ดังนั้นถ้าปลูกในเดือนเมษายนหรือมีนาคมเมื่อฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้น  ก็จะได้ผลผลิตประมาณเดือนตุลาคมเท่านั้น  ยิ่งกว่านั้นเมล็ดข้าวโพดมักจะใช้เวลางอกประมาณหนึ่งสัปดาห์  แต่เมล็ดนี้งอกในหนึ่งวัน!”

“หรือก็คือ… ระบบส่งผลกับพืชผลปกติเช่นกัน  และทำให้วงจรชีวิตของพืชสั้นลงอย่างมากถึงเจ็ดหรือแปดเท่า… แต่ยังบอกไม่ได้ว่ายังมีสเปเชียลเอฟเฟกต์อื่น ๆ อีกไหม”

เจียงเหอจึงหันไปดูระบบ

[ชื่อ : เจียงเหอ]

[การฝึกฝน : กึ่ง ๆ ผู้ฝึกยุทธ]

[ความสามารถ : ไม่มี]

[ที่ดินที่เป็นเจ้าของ : 888 ตารางเมตร]

[ระดับฟาร์ม : เลเวล 1 (EXP 1/50)]

[กระเป๋าเก็บของ : 3 ช่อง]

[ร้านระบบ : ปลดล็อค]

[ฟาร์มพอยท์ : 499]

“เอ๊ะ? ทำไมถึงมี EXP อยู่หลังระดับฟาร์ม?”

เมื่อคิดออกดวงตาของเจียงเหอก็เป็นประกาย “นี่แปลว่าสามารถอัพเลเวลฟาร์มได้ด้วยสินะ?”

“ถ้าเลเวล 1 ทำให้วงจรการเติบโตของพืชผลของสั้นลงได้ถึงแปดเท่า  แล้วเมื่อไปถึงเลเวล 2 ล่ะ?”

“นี่ยังไม่พอ  แค่ทำให้ระยะเก็บเกี่ยวสั้นลงมันยังไม่พอ  ยังต้องพิสูจน์สรรพคุณของพืชผลธรรมดาเหล่านี้ด้วยว่ามีสรรพคุณวิเศษเพิ่มเข้ามาไหม!”

เจียงเหอจึงศึกษาระบบ

'ที่ดินที่เป็นเจ้าของ' โดยทั่วไปหมายถึงพื้นที่สวนผลไม้ของเขา และพื้นที่ 888 ตารางเมตรนั้นคือพื้นที่ 1 หมู่

“เอาล่ะ  เราจะต้องสังเกตต้นข้าวโพดทั้ง 28 ต้นนี้  จะได้รู้ว่าพืชผลปกติทั่วไปจะมีเอฟเฟกต์อะไรหรือไม่”

เจียงเหอตัดสินใจก่อนที่จะเรียกเอ้อเหลิงจื่อและตะโกนว่า “ดูแลข้าวโพดให้ดี  ถ้าหายไปแม้แต่ต้นเดียวเอ็งคือผู้รับผิดชอบ!”

จากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องเพื่อล้างตัว  ก่อนจะทุบแตงกวาแล้วขบเคี้ยวเป็นอาหารเช้าก่อนจะออกจากบ้านอย่างสบาย ๆ

ข้างหลังเขา  เอ้อเหลิงจื่อยังคงคร่ำครวญ  ปากของมันก็อ้าออกและลิ้นของมันก็ยื่นออกมา  น้ำลายไหลไปทั่วพื้น

ฟ้าว!

แตงกวาชิ้นหนึ่งบินไปที่สนาม

เจียงเหอกินแตงกวาแค่ครึ่งลูก  และโยนที่เหลือให้เอ้อเหลิงจื่อ

***

เจียงเหอมุ่งหน้าไปทางตะวันออก  พอออกจากหมู่บ้านและไปเจอที่เงียบ ๆ ไม่มคนแล้ว  ทันใดนั้นเขาก็ออกตัววิ่งไป  และในไม่ช้าก็ไปถึงสหกรณ์ผู้เพาะพันธุ์ของหมารองหลี่

"โคตรเจ๋ง! จากหมู่บ้านถึงสหกรณ์ระยะทางสี่กิโลเมตร  ตูใช้เวลาเพียงสี่นาที…  ความเร็วประมาณสิบห้าเมตรต่อวินาที”

หัวใจของเจียงเหอเต้นแรงหลังจากได้คำนวณตัวเลขออกมา!

สิบห้าเมตรต่อวินาที!

เอาว่ะ!

บันทึกการวิ่ง 100 เมตรของ เฟยเหรินโป๋ คือ 9.58 วินาที  ประมาณเกือบ ๆ 10.5 เมตรต่อวินาที กล่าวอีกนัยหนึ่ง  เจียงเหอจะทำลายสถิติโลกได้อย่างง่ายดายถ้าเขาเข้าร่วมการแข่งขันกรีฑาตอนนี้!

“ประเดี๋ยวก่อน  นี้ยังไม่ได้อัดเต็มสูบเลยนา!”

“ถ้าตูอัดเต็มสูบล่ะก็รับรองว่าเร็วกว่านี้อีกหลายขุม!”

“เมื่อเป็นกึ่ง ๆ ผู้ฝึกยุทธแล้วสมรรถภาพทางกายก็พุ่งปรี๊ด  ไม่ใช่แค่ความเร็วที่เพิ่มขึ้น  แม้แต่กำลังกายก็เพิ่มขึ้นมากด้วย!”

และแล้วเขาก็เคาะประตูสำนักงานใหญ่ของสหกรณ์ผู้เพาะพันธุ์

ผู้หญิงแต่งตัวเพรียวบางและเป็นประกายเปิดประตูออกทา  เธอขยี้ตาที่แดงและบวมไปด้วย

“มาหาใครเหรอคะ?” เธอถาม

“คุณคือเมียของหมา… ภรรยาของหลี่เฟยเหรอครับ?” เจียงเหอยิ้ม “ผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาและมีธุระอยากคุยน่ะครับ  ไม่ทราบว่าเขาอยู่หรือเปล่าครับ?”

ทันใดนั้น  ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มร้องไห้เมื่อเอ่ยถึงชื่อหลี่เฟย

“มีไอ้พวกสารเลวกลุ่มหนึ่งโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้มาลักพาตัวเขาไป…”

???

“หลี่เฟยถูกลักพาตัว?” เจียงเหออุทานด้วยความตกใจ "ไม่มีทาง!"

สังคมทุกวันนี้สงบสุขจะตาย

มันก็จริงอยู่ที่หลี่เฟยเป็นคนร่ำรวย  แต่ก็มีคนที่ร่ำรวยกว่าอยู่อีกตั้งมากมาย  ใครมีเวลาไปยุ่งกับการลักพาตัวเขากัน?

ที่สำคัญกว่านั้น  เขาได้เปิดเผยพลังอันเหลือเชื่อในการไลฟ์สดเมื่อคืนนี้

ดังนั้นใครจะกล้าลักพาตัวคนที่สามารถชกชายร่างกำยำกระเด็นได้ด้วยหมัดเดียว?

“เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ เหรอครับ?  แล้วคุณโทรหาตำรวจหรือยัง?”

"โทรแล้ว…"

เมื่อมองดูภรรยาของหมารองหลี่ยังคงร้องไห้อยู่  เจียงเหอจึงพยายามปลอบเธอ  แต่เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ จึงได้เผลอพูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ต้องเศร้าไปหรอก  หมารองหลี่เป็นพวกโชคดี  เขาจะไม่ตายแน่…”

"ฮะ?"

ภรรยาของหมารองหลี่สะดุ้งก่อนที่จะร้องให้หนักขึ้น

เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองปากหมา  เจียงเหอก็รีบเปลี่ยนคำพูดอย่างเร็ว “เอ่อ  ผมไม่ได้หมาความแบบนั้น  แม้จะไม่มีหมารองหลี่  ก็ยังมีหมารองจาง  หมารองหม่า...”

“อะแฮ่ม!  ขอตัวก่อนครับ”

เจียงเหอหันหลังเดินกลับออกไป

“ตอนนี้เรื่องของหมารองหลี่เป็นเครื่องเตือนใจที่ดี”

“ประเทศกำลังปกปิดเรื่องการฟื้นคืนของพลังวิญญาณไว้เป็นความลับ  เราเองก็ต้องระวังตัวด้วย  ไม่เช่นนั้นคงจะถูกจับและกลายเป็นหนูทดลองของพวกมันแน่”

เจียงเหอใช้เวลาขณะเดินทางกลับบ้านไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ ว่าเขาควรจะพัฒนาฟาร์มอย่างไร

แต่เมื่อเขาถึงประตูบ้านและเงยหน้าขึ้นก็พบกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตู  เธอถามเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ “จะ-เจียงเหอ  คุณเห็นเอ้อเหลิงจื่อของฉันไหม?”

'นั่นมัน... ลูกสาวของเฒ่าหวาง?'

เจียงเหอรู้สึกว่าเธอดูคุ้นเคยแต่ก็นึกชื่อไม่ออก  จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณคือเสี่ยวหวางใช่ไหมครับ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด