ตอนที่แล้วChapter 21 : สร้างหน้าไม้รูน – วิธีโจมตีสองรูปแบบ!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 23 : เปิดหีบสมบัติทั้งสอง – พบเจอผู้เล่นอื่น!

Chapter 22 : นัดเดียวจอด


ตกดึก

ไคลน์คลี่ถุงนอนออก

เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาต้องนอนบนพื้นแต่วันนี้ในที่สุดเขาก็มีถุงนอนสำหรับนอนซักที

ยิ่งไปกว่านั้นฐานรูนที่ผ่านการซ่อมแซมมาแล้วยังไม่หนาวเหมือนเมื่อคืนอีกด้วย

เครื่องกลั่นน้ำเองก็กำลังทำงานอยู่และมีถังไม้วางเอาตรงกลาง ถ้าตอนกลางคืนเกิดน้ำมันเต็มขึ้นมาน้ำที่ล้นออกมาจะได้ไหลลงไปยังถังไม้ไม่เสียเปล่า

ทั้งสองด้านของเครื่องกลั่นน้ำมีโครงสร้างคล้ายกับหูหม้อดังนั้นเขาจึงเอาไม้เสียบผ่านและใช้เครื่องมือยึดถังไม้เอาไว้ตรงกลาง

“นอนดีกว่า!”

ไคลน์หาวและแทรกตัวเข้าไปในถุงนอน

ในขณะที่เขากำลังปรับท่าปรับทางอยู่นั้นเงาสีขาวก็แทรกตัวเข้ามาในถุงนอนอย่างรวดเร็ว

จิ้งจอกน้อยซุกหัวเข้ามาอย่างน่ารัก

ท่าทีเช่นนี้ราวกับเธอกำลังบอกว่าเธอเองก็อยากจะนอนในนี้เหมือนกัน!

“มันอึดอัดนะ”

ไคลน์ใช้มือจับหลังคอของเธอแล้วยกเจ้าตัวน้อยออกไป

“หงิงๆๆ”

จิ้งจอกน้อยส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร

“ก็ได้ๆเข้าใจแล้ว ตอนกลางคืนเองก็หนาวไม่น้อยใช้เธอเป็นถุงอุ่นก็ไม่เลว”

ไคลน์ยิ้มอย่างอับจน

จิ้งจอกน้อยได้ยินดังนั้นก็มุดตัวเข้ามาในอ้อมแขนของไคลน์ในทันที

“อย่าขยับแล้วนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เรายังมีงานต้องทำ”

ไคลน์ลูบหัวจิ้งจอกน้อยเบาๆ

หลังจากนั้นจิ้งจอกน้อยก็เอนกายลงอย่างเงียบๆ

“อุ่นนิดๆจริงๆด้วย”

ไคลน์ปิดตาลงและค่อยๆจมลงสู่ห้วงนิทรา

...

เช้าวันถัดมา

ไคลน์ตื่นขึ้นมาตามปกติ

คืนที่สองในสุสานแห่งนี้สบายมากกว่าคืนแรกมากนัก

ด้วยถุงนอนที่เขามีทำให้ในฐานรูนแห่งนี้มีความอบอุ่นมากพอ

หลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาก็พูดขึ้น “จิ้งจอกน้อยเธอทับหน้าอกฉันอยู่นะลุกออกไปได้แล้ว ตลอดคืนนี่ฉันคิดว่าผีอำนะเนี่ย”

ไคลน์หาวและยกตัวจิ้งจอกน้อยออกไป

จิ้งจอกน้อยกรีดร้องออกมาอย่างไม่พอใจและหาวออกมาเช่นกัน หางนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของเธอส่ายไปส่ายมาและดวงตาเองก็ยังคงแสดงความง่วงงุนให้เห็น

“ล้างหน้าก่อน”

ไคลน์ลุกขึ้นไปตรวจสอบน้ำในถัง หลังจากรวบรวมมาตลอดคืนทำให้ตอนนี้ในถังน้ำมีน้ำอยู่เกือบหนึ่งในสี่แล้ว (3ลิตร)

ในเครื่องกลั่นน้ำเองก็เต็มแล้วเหมือนกัน

ไคลน์เล่นกับน้ำอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้เทมันใส่ถังไม้แต่อย่างใด

เขาวิดน้ำขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน

หลังจากทำความสะอาดเสร็จเตาปิ้งก็ถูกเตรียมพร้อมโดยมีหม้อถูกวางเอาไว้ด้านบนเพื่อต้มน้ำดื่ม

ตอนเช้าอันแสนผ่อนคลายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

แน่นอนว่าคงไม่มีผู้เล่นคนใดในโลกแห่งสุสานนี้ที่สามารถเพลิดเพลินกับชีวิตได้มากเท่ากับไคลน์อีกแล้ว

ตอนนี้ขอแค่ให้มีน้ำดื่มไม่ขาดก็คงเป็นเรื่องที่เกินจะคาดหวังสำหรับคนอื่นแล้วไม่ต้องพูดถึงการเอามาใช้ล้างหน้าแปรงฟันเลย ต่อให้เขาเล่าให้คนอื่นฟังก็คงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่

จิ้งจอกน้อยเองก็ทำเช่นเดียวกับไคลน์ เริ่มจากแปรงฟันก่อนจะใช้เล็บวิดน้ำขึ้นมาล้างหน้าและจบด้วยการแปรงขน

“ไปดูความคืบหน้าของฟาร์มเพาะเนื้อหน่อยดีกว่า”

ไคลน์เดินไปยังโซนที่เขาทำเป็นฟาร์มเพาะเนื้อเอาไว้

เมื่อวานเขาคอยรดน้ำของฟาร์มเพาะเนื้ออยู่ตลอดและหลังจากผ่านไปคืนหนึ่งมันก็โตจนพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว

ไคลน์คิดอยู่แปปนึงก่อนจะพึมพำออกมา “พระเจ้าช่วยด้วยอัตราการเติบโตขนาดนี้อย่างน้อยก็น่าจะเก็บเกี่ยวเนื้อได้สิบชิ้นต่อวันเลยมั้ง สงสัยจริงๆว่าถ้ารดน้ำเพิ่มจะโตได้มากกว่านี้รึเปล่า?”

“เช้านี้ลองเอามาทำอาหารดูดีกว่าว่ารสชาติมันเป็นยังไง”

ไคลน์หยิบมีดออกมาและเริ่มทำการตัดชิ้นเนื้อออก

ชิ้นเนื้อขนาดพอดีมือหล่นลงมาบนมือของเขา

ฟาร์มเพาะเนื้อสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่บริเวณที่ถูกตัดออกมาจะค่อยๆสมานเข้าหากัน

[แจ้งเตือนจากระบบ : เนื้อหมาป่าทรายเขาเดียวชั้นเยี่ยม +1]

[เนื้อหมาป่าทรายเขาเดียวชั้นเยี่ยม : ผ่านการปรับปรุงแบบพิเศษจนทำให้ตัวเนื้อทั้งนุ่ม มีรสชาติที่ดีและมีสารอาหารมากมาย ดัชนีความอิ่มอยู่ที่5ดาว – คะแนนรวม 70]

(ดัชนีความอิ่มหรือsatiety indexคืออะไรไปหาดูในgoogleนะครับ)

ไคลน์ผงะไปเล็กน้อย

หลังจากผ่านการปรับปรุงโดยพันธุศาสตร์คุณภาพของมันก็เพิ่มขึ้นมาถึงระดับนี้เชียว?

‘หลังจากผ่านมาหนึ่งคืนร่างกายของเราก็ยกระดับขึ้นมาอีกเล็กน้อย ดัชนีความอิ่มของเราตอนนี้เองก็อยู่ที่ห้าดาว’

ไคลน์ตัดเนื้อออกเป็นชิ้นๆเพื่อเตรียมทำซุปเนื้อ

ดัชนีความอิ่มของอาหารแต่ละอย่างจะเปลี่ยนไปโดยขึ้นอยู่กับร่างกายของคนนั้นๆ

ยกตัวอย่างเช่นเนื้อของปลาหมึกทรายเหลือง เมื่อวานเนื้อของปลาหมึกทรายเหลืองมีดัชนีความอิ่มอยู่ที่3ดาวแต่มาวันนี้กลับลดลงเหลือ2ดาวครึ่งแล้ว

งง

‘เมื่อวานฉันรดน้ำไป500มิลลิลิตรและวันนี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวเนื้อสดๆจากฟาร์มเพาะเนื้อได้สิบชิ้น วันนี้ฉันจะลองรดน้ำดูซัก1ลิตรแล้วกัน’

ไคลน์คำนวณอยู่ภายในใจ

เนื้อที่ว่านี้ผุดออกมาจากฟาร์มเพาะเนื้ออีกทีดังนั้นจึงไม่ส่งผลอะไรกับฟาร์มเพาะเนื้ออย่างแน่นอน

อาหารเช้าวันนี้ของเขาก็คือสตูเนื้อ

ในระหว่างที่กินข้าวไคลน์ก็ตั้งรายการขายไอเทมลงบนตลาดแลกเปลี่ยนไปด้วย

น้ำหลายร้อยมิลลิลิตรถูกใช้ไปกับการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบจำพวกสมุนไพรหลากหลายชนิด

จากนั้นเขาก็ตั้งขายเนื้อกิ้งก่าซึ่งรสชาติไม่ค่อยดีนักเพิ่มเติมอีกอย่าง เป้าหมายหลักในการแลกเปลี่ยนนี้ก็คือรูนทั้งหลายนั่นเอง

แทบจะทันทีที่น้ำวางขายพวกมันก็ถูกซื้อออกไปจนหมด

ไคลน์ได้รับวัตถุดิบมามากมายจนพอสร้างยาสลบได้อีกชุดแล้ว

ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสุสานถัดไปเขาก็ทำการฉาบยาสลบลงไปบนปลายลูกศรของลูกดอกเสียก่อนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จเขาก็นั่งย่อยอาหารอยู่อีกครึ่งชั่วโมง

และตอนนี้เขาก็พร้อมแล้ว

เขาทำการขุดเปิดหน้าดินทางด้านซ้ายในทันที

“จิ้งจอกน้อยพร้อมไหม” ไคลน์ถามยิ้มๆ

“งืม!”

จิ้งจอกน้อยโบกสะบัดกงเล็บไปมา

“เอาล่ะเธอควรไปดึงดูดความสนใจของมันไว้นะ”

ไคลน์กระชับมีดแมเชเทเอาไว้ในมือซ้ายและกำหน้าไม้เอาไว้ในมือขวาพร้อมกับเดินเข้าสู่หลุมดำ

หนึ่งบุรุษหนึ่งจิ้งจอกก้าวเข้ามายังสุสานแห่งที่สิบหก

หลังจากเข้ามาสิ่งแรกที่ไคลน์สัมผัสได้เลยก็คือกลิ่นคาวที่ลอยคลุ้ง

ไคลน์กวาดสายตามองและพบกล่องสองกล่องบริเวณมุมๆหนึ่งและทรัพยากรจำนวนมากมายหลายชนิดที่กระจายอยู่บนพื้น

ไม่นานนักเงาร่างยักษ์สองเงาก็กระโจนออกมา

ไคลน์และจิ้งจอกน้อยที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วดังนั้นจึงแยกออกจากกันแทบจะทันที

กงเล็บของจิ้งจอกน้อยไม่อาจสร้างบาดแผลหรือเรียกเลือดจากเจ้าของเงาขนาดยักษ์ได้เลย ทิ้งเอาไว้เพียงรอยข่วนขาวๆสี่รอยเท่านั้น

จระเข้เกราะหินปรายตามองหนึ่งบุรุษหนึ่งจิ้งจอกด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับเปิดปากใหญ่โตของมันขึ้นมา

จิ้งจอกน้อยพุ่งตัวหลบทันทีทำให้จระเข้เกราะหินกัดไม่โดน

นายท่านของเธอแค่บอกให้เธอล่อมันออกไปหนึ่งตัวเท่านั้น!

จิ้งจอกน้อยลดความเร็วลงเล็กน้อย

จระเข้เกราะหินติดกับตามคาด ทุกๆครั้งที่มันรู้สึกเหมือนจะไล่อีกฝ่ายทันแต่จู่ๆระยะห่างก็จะเพิ่มมากขึ้นทำให้มันส่งเสียงคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

ขณะเดียวกันที่อีกด้าน

ความเร็วของไคลน์เองก็รวดเร็วยิ่งกว่าจระเข้เกราะหินเช่นเดียวกันดังนั้นเขาจึงสามารถดึงระยะห่างไว้ที่เจ็ดถึงแปดเมตรได้ตลอด

ทันใดนั้นเองเขาก็หมุนตัวกลับมาและยกหน้าไม้รูนเล็งไปที่จระเข้เกราะหิน

ประกายแสงเย็นเยียบสว่างวาบขึ้นมา!

ฉึก!

หลุมเลือดปรากฏขึ้นบนศรีษะของจระเข้เกราะหิน

มันส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและล้มลงแน่นิ่งอยู่บนพื้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด