ตอนที่แล้วตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 10 แห้งเหือด

ตอนที่ 9 เจ้าไม่มีค่าพอจะอยู่ที่นี่

 

ถึงแม้องครักษ์เหล่านั้นจะมองไปที่เซียวอี้อย่างไม่พอใจ มันก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปทำร้ายเขา

 

ผู้ที่มีฐานะสูงกว่าย่อมสามารถทำลายผู้ที่ต่ำต้อยกว่า! เว้นแต่พวกเขาจะมีความกล้าหาญพอที่จะทรยศต่อตระกูลฟาง

 

“คนสวย เข้าไปกันเถอะ” เซียวอี้เก็บมีดไว้ที่เอวของฟางหลิงหยานก่อนจะเผยรอยยิ้ม

 

ฟางหลิงหยานกลืนน้ำลายเล็กน้อยขณะที่เผยใบหน้าซีดเผือด น้ำเสียงของนางเองยังสั่นกลัวเช่นกันต… ตกลง เข้าไปกันเถอะ

 

นางไม่คาดคิดว่าเซียวอี้จะกระทำการรุนแรงเช่นนี้ มันแทบไม่เหมือนกับเซียวอี้คนที่นางเคยหลอกล่อมาก่อน

 

พวกเขาเดินเข้าไปยังหอฉิงฟางเหลาโดยที่องครักษ์ไม่กล้ามาขวางอีก แน่นอนว่าแววตาของบรรดาองครักษ์นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

 

“มันคิดว่าตนเองสูงใหญ่มาจากไหน?”

 

“นั่นสิ หากมันแต่งกับลูกสาวคนอื่นยังพอจะเข้าใจ แต่นี้แต่งกับฟางหลิงหยาน นางแทบจะไม่ถูกมองว่าเป็นคุณหนูด้วยซ้ำ!?”

 

“ฮึ่ม ข้าจะต้องหาโอกาสคืนมีดนี้ให้มันแน่!” หยางเฉินกัดฟันอย่างโกรธเกรี้ยว

 

เขาเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นลึกซึ้ง และยังมีฝีมือที่สุดในบรรดาองครักษ์ ตอนนี้เขากลับถูกแทงโดยเซียวอี้ มันนับว่าเสียหน้าอย่างมาก มันน่าเศร้าตรงที่เขาไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้กลับ

 

สำหรับเซียวอี้ เมื่อตอนที่เขาลงมือ มันไม่ใช่แค่การแทงแบบปกติ

 

มีดเล่มนั้นได้ถูกเซียวอี้แอบโคจรพลังหมื่นพิษเข้าไปด้วย แต่แค่ยังไม่ได้สั่งให้พิษทำงานตอนนี้

 

หอฉิงฟางเหลาได้ปิดทำการเพราะการตายของฟางเฉินหลี่ในวันนี้

 

ขณะเดียวกัน ได้มีโต๊ะกลมชุดหนึ่งที่เต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศและเหล้าชั้นดีตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถง ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีฟ้ากำลังหยิบอาหารเข้าปากอย่างพิถีพิถัน

 

ตรงข้ามกับเขามีสตรีแต่งหน้าจัดนั่งอยู่ นางอายุราวสามสิบปี

 

ในดวงตาของสตรี นางกำลังมองไปที่ชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ

 

“แม่นางหลิน เจ้าทราบหรือไม่ถึงผลที่ปฏิเสธคำขอค่าชดเชยจากตระกูลฟาง?” ฟางเฉินกังเงยหน้าขึ้นมองขณะเอ่ยถามหลินฉิงเหว่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก

 

หลินฉิงเหว่ยยิ้มแห้งพร้อมกล่าวคุณชาย… เราไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ให้ แต่พวกเราไม่สามารถให้ได้ต่างหาก

 

“การที่คุณชายเฉินหลี่เกิดอุบัติเหตุในหอฉิงฟางเหลานั้นก็นับว่าเศร้าสลดพอแล้ว แต่คุณชายฟางยังต้องการให้พวกเราจ่ายค่าทำขวัญเป็นศิลาต้นกำเนิดสามร้อยก้อน อีกทั้งยังต้องมอบศิลาต้นกำเนิดยี่สิบก้อนให้ครอบครัวคุณชายหลี่ทุกปี เงื่อนไขดังกล่าวนั้นหนักหนาเกินไปจริง ๆ “

 

“หนัก?” ฟางเฉินกังกล่าวเย้ยหยัน “น้องชายผู้สง่าเฉินหลี่ของข้าตายในหอนางโลมของเจ้า เจ้ายังกล้าบอกว่าค่าเสียหายมันหนักเกินไปอีกหรือ? วันนี้หากเจ้าไม่จ่ายค่าชดเชยมา เช่นนั้นข้าจะยึดทุกอย่างให้หมด สำหรับชีวิตเจ้า ข้าจะฝังลงไปพร้อมกับน้องเฉินหลี่เสีย!”

 

ดวงตาหลินฉิงเหว่ยเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกเล็กน้อย อีกทั้งยังไร้ซึ่งความกลัวภายในนั้น

 

นางตะคอกกลับขึ้นทันใดในเมืองยวิ๋นโจว ท่านไม่สามารถจะทำอะไรตามใจได้!”

 

ฟางเฉินกังยิ้มเย้ยหยันหลินฉิงเหว่ย ข้าทราบว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเป่ย แต่ตระกูลเป่ยก็ช่วยเจ้าไม่ได้วันนี้ ข้าแนะนำให้เจ้าทำตามข้อเสนอ!

 

หลินฉิงเหว่ยยืนขึ้นพร้อมกล่าวชะตากรรมของข้า ฉิงเหว่ยขึ้นอยู่กับสวรรค์แล้ว หากคุณชายฟางยังยืนกรานจะทำเช่นนั้นก็เข้ามาได้เลย

 

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้างั้นหรือ?” ฟางเฉินยืนขึ้นพร้อมเผยแววตาเคร่งเครียด

 

แต่เดิมเขาคิดว่าการข่มขู่เช่นนั้นจะต้องทำให้นางยอมได้แน่ ใครจะคาดคิดว่าหลิงฉิงเหว่ยกลับมีทัศนคติเช่นนี้

 

ทันใดนั้นเซียวอี้และฟางหลิงหยานได้เดินเข้ามา

 

ใบหน้าฟางหลิงหยานเย็นเยือกอย่างมาก

 

นางทราบแล้วว่าเหตุใดฟางหรูฉีไม่ต้องการให้ตนมาที่นี่

 

พวกเขาคิดจะใช้การตายของพี่ใหญ่เพื่อผลประโยชน์! สิ่งที่สำคัญที่สุดคือศิลาต้นกำเนิดที่พวกเขาได้ มันไม่มีทางส่งมาถึงมือเราและท่านแม่แน่นอน

 

เมื่อฟางเฉินกังได้ยินเสียงฝีเท้า เขาขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันไปมอง

 

เมื่อเห็นฟางหลิงหยานและเซียวอี้ ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปทันทีใครให้เจ้าเข้ามา?”

 

เซียวอี้ตอบกลับอย่างเย้ยหยันทำไม? หอฉิงฟางเหลาเป็นของตระกูลฟางคนเดียวหรือไง? เจ้าสิเป็นนายใหญ่ของตระกูลฟาง แต่กลับมาข่มขู่อยู่ในเขตผู้อื่น!”

 

ฟางเฉินกังเปิดตากว้าง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์เซียวอี้ เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้าหรือ?”

 

เซียวอี้กลอกตามอง เขาส่ายหัวและเผยรอยยิ้มทั้งเจ้าและพ่อของเจ้านี้ไม่ต่างอะไรกันเลย ชอบพูดจายโสโอหัง อีกทั้งยังไรสติปัญญา ข้าสามารถออกมาจากคุกใต้ดิน และเดินผ่านพ่อของเจ้ามาที่นี่ได้ เจ้าคิดว่าข้ามีใครคอยหนุนหลังอยู่?”

 

ฟางเฉินกังขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมเผยท่าทีสงสัยเช่นนั้นข้าก็อยากจะทราบว่าเจ้าพึ่งพาใครอยู่?”

 

เซียวอี้หัวเราะอย่างสนุกสนานก่อนจะกล่าวมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นปู่ของเจ้า ใครในตระกูลฟางจะใหญ่ไปกว่าเขาอีก? เจ้าจะกลับไปถามเขาดูเองก็ได้หากไม่เชื่อ ฮ่า ฮ่า!”

 

“ท่านปู่งั้นหรือ? เป็นไปได้ยังไง ท่านปู่คิดยังไงถึงมาปกป้องเจ้า!” ฟางเฉินกังบ่นพึมพำอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เซียวอี้โค้งมุมปากก่อนจะกล่าวก็แล้วแต่เจ้าจะเชื่อหรือไม่ ตาเฒ่านั้นบอกให้พวกเรามาจัดการเรื่องที่นี่ เจ้ากลับไปได้แล้ว!

 

ท่าทีฟางเฉินกังเปลี่ยนไปทันทีก่อนจะกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวเป็นไปไม่ได้! ท่านปู่จะไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องของตระกูลแน่หากไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ท่านปู่อาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเฉินหลี่ตายแล้ว ดังนั้นจะมาบอกให้เจ้าจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง

 

“เจ้านี้ช่างโง่เง่าอย่างแท้จริง!” เซียวอี้กล่าวขบขัน “เมื่อพวกเราทราบกันหมดแล้ว เหตุใดตาเฒ่านั้นจะไม่ทราบเรื่อง เจ้ามีปัญหากับหูตาของตาเฒ่านั้นหรือ?”

 

หัวใจฟางหลิงหยานเต้นอย่างตื่นตระหนก เซียวอี้กล้าใช้ชื่อท่านปู่มาข่มขู่เขา อีกทั้งยังดูจะหนักขึ้นเรื่อย ๆหากฟางเฉินกังกลับไปถามท่านปู่จริง ความจะไม่แตกหรือ?

 

แต่ฟางหลิงหยานไม่คาดคิดว่าฟางเฉินกังเองก็จะตกตะลึงไปด้วย หลังจากเผยท่าทีมืดดำบนใบหน้า เขากัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นตกลง เช่นนั้นข้าขอดูหน่อยว่าเจ้าจะจัดการยังไง

 

“ไม่ ไม่ เจ้าไม่มีค่าพอจะอยู่ที่นี่” เซียวอี้กล่าวอย่างรังเกียจ

 

ผู้ที่ตายคือพี่เขยของเซียวอี้ ที่เขามาก็เพื่อจะหาสาเหตุและผลประโยชน์บางอย่าง ดังนั้นจึงไม่ต้องการจะแบ่งปันมันกับคนอื่นของตระกูลฟาง

 

“เจ้า!” ฟางเฉินกังไม่เคยถูกดูถูกเช่นนี้มาก่อน เขาชี้ไปที่หน้าของเซียวอี้ด้วยอารมณ์โกรธจัด วิญญาณต้นกำเนิดของเขาได้ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังอย่างเกรี้ยวกราด!

 

มันเป็นรูปร่างของอสรพิษสีดำ ดวงตาของมันส่องประกายรูปสามเหลี่ยม มันปรากฏเป็นเงาอยู่เหนือศีรษะฟางเฉินกัง

 

เซียวอี้มองไปยังอสรพิษทมิฬนั่นด้วยความประหลาดใจ

 

ฟางเฉินกังนึกว่าเขากลัวจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวเย้ยหยันเซียวอี้ แม้เจ้าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกท่านปู่ได้ เจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ตนเองเป็นเศษสวะได้หรอก!”

 

เซียวอี้กลอกตามองข้าก็แค่สงสัยว่าเหตุใดวิญญาณต้นกำเนิดของเจ้าถึงไม่ใช่แมวก็เท่านั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าไม่ได้เป็นลูกในไส้ของฟางหรูฉี?”

 

ฟางเฉินกังใบหน้ามืดดำเมื่อได้ยินพอได้แล้วเจ้าเศษสวะ เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิญญาณต้นกำเนิดนั้นไม่ต้องมาจากบิดาอย่างเดียว วิญญาณของข้าคือนาคาทมิฬ เป็นจิตวิญญาณต้นกำเนิดระดับสี่! มันยอดเยี่ยมกว่าใครในตระกูลฟาง! “

 

“โอ้ แล้วมันทำให้เจ้ากล้าตีข้าหรือไม่ล่ะ?” เซียวอี้ยังคงกล่าวเย้ยหยัน

 

ใบหน้าฟางเฉินกังบิดเบี้ยว เราควรจะลงมือดีหรือไม่? หากลงมือ เช่นนั้นเราจะต้องเผชิญกับอะไรในอนาคต หากเราตีมันตอนนี้ มันอาจจะเอาเรื่องไปบอกท่านปู่ และเป็นเราเองที่อาจจะโดนลงโทษ!

 

“หากเจ้าไม่กล้า เช่นนั้นก็รีบไสหัวไป ตาเฒ่านั้นกำลังรอพวกเรากลับไปรายงานอยู่!” เซียวอี้กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

 

ฟางเฉินกังโกรธจนกัดฟันแน่น แต่คำกล่าวของเซียวอี้ก็ทำให้เขารู้สึกกลัวจนหายใจไม่ออก

 

เขาหายใจเข้าออกอย่างหนักสองครั้งก่อนจะเก็บวิญญาณต้นกำเนิดเข้าร่าง จากนั้นได้เดินไปอยู่ตรงหน้าเซียวอี้เซียวอี้ จากนี้ไปเจ้าจะนอนหลับอย่างไม่สงบสุขแน่นอน เตรียมตัวไว้เถอะ!”

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...