ตอนที่แล้วปฐมบท
ทั้งหมดรายชื่อตอน

*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

————————————————————————————————–

 

เคาท์ เบเยอร์. (Count Bayer)

 

ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นตระกูลนักดาบที่โด่งดัง และผู้นำตระกูลคือ มาร์เกรฟแห่งปราการทางเหนือของอาณาจักร์ซาเล็น แต่นั่นมันก็แค่เรื่องในอดีต, ตอนนี้มันก็เป็นแค่แคลนตระกูลเก่าๆ. (Margrave of the Salen Kingdom)

 

แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็คือตระกูลเบเยอร์.

 

ต่อให้บิดาและบุตรชายจากไปกับตระกูลที่แย่ลงเรื่อยๆเป็นเวลา3ปีเป๊ะๆ แต่พวกเขาก็ยังคงตำแหน่งรั้งท้ายของ12ตระกูลทางเหนือไว้ได้.

 

ในแมนชั่นนั้นของเคาท์เบเยอร์….

 

มีชายคนหนึ่งกำลังลนลานอยู่ในห้องของบุตรชายคนที่สองที่ถูกกล่าวว่าเป็น ‘ความทุกข์ของเคาท์เบเยอร์’

 

“อึ่กกกะกะะก่าก..ก่ากก.อา่าก”

 

มีเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่งกำลังกุมหัวแล้วส่งเสียงคร่ำครวญแปลกๆออกมา.

 

เขามีผมสีน้ำเงินเข้ม, ใบหน้าเรียวขาวและนัยตาลึกลับสีเขียวหนึ่งคู่ ดูรวมๆแล้วมีสเน่ห์แต่ตอนนี้เขากำลังคิดถึงเรื่องสถานการณ์ของตัวเองอยู่ตอนนี้ ขณะที่มองกระจก.

 

เด็กคนนั้นชื่อว่า จู้ดเบเยอร์ (Jude Bayer) หรือรู้จักกันในนาม บุตรชายคนที่สองของเคาท์เบเยอร์. เด็กคนนี้กำลังคิดบางอย่างอยู่ขณะจ้องอย่าง งงงวยไปที่กระจกแขวนอยู่ตรงกำแพง.

 

‘นี่เรื่องจริงงั้นหรอ?’

 

ทุกอย่างที่เขาเห็นในกระจกคือเรื่องจริงหรอ?

 

มันคือความจริงที่ว่า จู้ด เบเยอร์ ได้กลายเป็น จู้ด เบเยอร์ไปแล้วตอนนี้.

 

ประโยคนี้เหมือนกับเล่นคำเลย แต่จู้ดจริงจังมาก. เขาก็น่าจะเหมือนกันเพราะพวกเขาคือทั้งจู้ดและคังจิน-โฮในเวลาเดียวกัน. (wtf ต้นฉบับแปลงงมาก)

 

‘ไม่ว่าชั้นดูยังไง นี่มันก็โลกของ Legend of Heroes2ชัดๆ’

2วันผ่านไปหลังจากที่จู้ด ‘ตื่นขึ้น’ ในความทรงจำของคังจิน-โฮ.

 

และเวลา2วันนั้นไม่ได้สั้นเลย.

 

ชื่อ‘จู้ด เบเยอร์’

 

สถานการณ์ของเคาท์เบเยอร์.

 

อาณาจักรซาเล็นและสถานการณ์โดยรอบ.

 

ทุกอย่างมันสอดคล้องกับ Legend of Heroes2 เลย. 

 

‘Pleiades’ (พลีดีส)

 

โลกที่เป็นแบ็คกราวของซีรี่ย์ทั้งหมดของ Legend of Heroes.

 

‘ยอมรับความจริงดีกว่า. โลกนี้คือพลีดีส และชั้นคือจู้ดเบเยอร์’

มันรู้สึกแปลกๆเล็กน้อยจากการเข้าเกมตามปกติ, ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปในนิยายไม่ก็การ์ตูน.

 

เพราะสถานการณ์นี้รู้สึกเหมือนกับเขาได้เกิดมาเป็นจู้ดเบเยอร์และจำ ‘ชีวิตในชาติก่อน’ ในฐานะคังจิน-โฮได้.

 

เพราะงั้นต่อให้เขากลายเป็นจู้ดไปแล้วมันก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร.

 

เพราะตั้งแต่เริ่มต้น เขาเป็นทั้งจู้ดเบเยอร์และคังจิน-โฮในเวลาเดียวกัน.

 

จู้ดเงยหัวขึ้นแล้วมองไปที่กระจกอีกรอบ.

 

เขาเห็นรูปเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลากำลังนั่งอยู่หน้ากระจก.

 

‘ชั้นหล่อล่ะ’

 

เขาไม่ใช่แค่หล่ออย่างเดียว…เขาหล่อเกินไปมากๆเลย.

 

จู้ดลุกขึ้นจากที่นั่งและมองไปรอบๆห้อง.

 

มันใหญ่และสะอาดมาก.

 

เหมือนว่ามันจะใหญ่กว่าวิลล่าที่เขาอาศัยอยู่ตอนที่ยังเป็นคังจิน-โฮและถึงพวกเฟอนิเจอร์จะเริ่มดูมีอายุ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเฟอร์นิเจอร์พวกนี้เป็นของหรูจริงๆ.

 

จู้ดเริ่มคำนวณสถานการณ์ตามสภาพ.

 

ความแตกต่างกับตอนที่เป็นคังจินโฮและตอนที่เป็นจู้ด.

 

เขากลับมาเด็กอีกครั้งหล่อขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และเขาได้กลายเป็นลูกคุณหนูที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด.

 

เป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คจริงๆ.

 

เป็นการอัพเกรดสู่จุดที่เขารู้สึกว่าทุกอย่างดีกว่าเดิม.

 

แต่จากนั้นจู้ดก็คิด.

 

‘ไม่ใช่ว่ามันจะมั่ว*ิบหายเลยหรอ?’

 

มันไม่ใช่เพราะจู้ด.

 

แม้ว่าจู้ดเบเยอร์จะเป็นตัวละครที่มีข้อบกพร่องอยู่เมื่อเทียบกับตัวละครจาก Legend opf Heroes 2แล้วก็ตาม, แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือความจริงที่ว่าที่นี่คือโลกของ Legend of Heroes 2 จริงๆ.

 

แบ็คกราวในโลกของ Legend of Heroes 2 นั้นไม่ใช่โลกแฟนตาซีที่สงบสุขนัก.

 

แต่มันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยปัญหามากมาย – ปีศาจจุติโลกมาจากโลกปีศาจ และพวกเทวดาก็ลงมาจากสวรรค์เพื่อต่อสู้กับพวกมัน – ทุกประเทศและเผ่าพันธุ์ในทวีปได้เข้าไปพัวพันและถูกฆ่าตายในสงคราม.

 

พูดสั้นๆ มันคือโลกที่มีชะตากรรมสูญสิ้นแต่แรกแล้ว.

 

‘ชั้นโชคดีจริงๆที่มันไม่ใช่ภาค3’

 

Legend of Heroes 3 นั้นเกี่ยวกับภายหลังสงครามระหว่างเทวดาและปีศาจ ซึ่งทุกประเทศของมนุษย์ได้ย่อยยับไปแล้ว.

 

ถ้าเขาเข้าโลก Legend of Heroes 3 จริงๆ เขาคงไม่ได้มานั่งดูกระจกแบบนี้แต่จะถูกกัดและฉีกเป็นชิ้นๆจากพวกมอนส์เตอร์แทน.

‘อย่างที่คิดไว้ เหลือแค่ทางเดียวสินะ’

 

เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น.

 

เพื่อที่เวลาปัญหาใหญ่นั้นมาถึง เขาจะรับมือกับมันได้.

 

และถ้าเป็นไปได้ เขาต้องแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองและคนรอบข้าง.

 

ในโลกจริงที่คังจินโฮมีชีวิตอยู่นั้น มีแต่ข้อจำกัดไม่ให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น แต่นี่คือพลีดีส โลกของ Legend of Heroes.

 

มันเป็นไปได้ที่ฮีโร่จะเก่งพอที่จะบดภูเขาหรือแม้แต่ทำให้ฟ้าสั่นสะเทือนได้.

 

‘ก็นะ….ถ้าจะทำให้มันเป็นจริงก็ยากอยู่ แต่เดินหน้าต่อดีกว่า…”

 

เขามองไปที่แขนเรียวๆนั่นพักหนึ่ง แล้วไม่นานก็ตัดสินใจพร้อมกำหมัดอีกรอบ.

 

‘ไปกันเลย’

 

เขาทำได้.

 

เขาต้องทำให้ได้.

 

จู้ดคือ Outerboxer009.

 

เขาคือเจ้าขี้เกมที่อยู่อันดับท้อปของเซอเวอร์แร๊งกิ้งมาตลอด23เดือนไม่ใช่รึไง!

 

ฉะนั้น จู้ดจึงพิจารณาสถานการณ์ของจู้ดเบเยอร์ก่อน.

 

จู้ด เบเยอร์.

 

บุตรชายคนที่สองของเคาท์เบเยอร์.

 

เขาคือคนในตระกูลเบเยอร์ ซึ่งผลิตนักรบคุณภาพออกมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่ตัวเขาเองนั้นยังไม่ได้บรรลุวิชาดาบพื้นฐานเลยซักอันเดียว.

 

แน่นอนว่าเขาก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ซะทีเดียว เพราะเขาสามารถเป็นตัวละครที่เลือกเล่นได้.

 

จู้ดมีพรสวรรค์อยู่แน่ๆ.

 

มันไม่ใช่แค่พรสวรรค์ธรรมดาแต่เป็นพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้อย่างแท้จริง.

 

Cheonmujiche (ชอนมูจิเช? ร่างกายนักสู้จากสวรรค์)

 

ก็ตามชื่อของมันเลย, มันเป็นพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้สำหรับวิชาการต่อสู้.

 

‘แต่มันก็มีข้อเสียอยู่’

 

จู้ดเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติในจุดหยินทั่วร่างกายของเขา, เรียกมันว่า Gueumjulmaek (กึมจูลแมค? 9จุดฆาตหยิน).

‘ชีวิตสั้น, อ่อนแอ, ไม่สามารถใช้มานาได้ แต่มีพลังหยินปริมาณมหาศาล’

 

นั่นคือเอ็ฟเฟ็คคร่าวๆของกึมจูลแมค.

 

เขาคึออัจฉริยะอับโชคที่เกิดมาในร่างกายที่มีทั้ง ชอนมูจิเชและกึมจูลแมค.

 

นั่นแหละคือเด็กชายที่ชื่อจู้ด เบเยอร์.

 

‘ให้ชั้นเป็น เลออนไม่ก็แม็กซิมิเลี่ยนไม่ได้รึไงนะ?’

 

ใน Legend of Heroes 2 ที่มีตัวละครหลากหลายให้เล่นนั้น แม็กซิมิเลี่ยนคือตัวละครเอกของเกมนี้.

 

ตัวละครขี้โกงที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์สุดยอดทั้งด้านดาบและเวทย์มนต์.

 

มันเป็นตัวละครลูกรักที่ทีมผู้สร้างเตรียมไว้เพื่อให้มือใหม่ผ่านไปถึงช่วงสุดท้ายของเกมได้.

 

‘งั้น แม็กซิมิเลี่ยนก็น่าจะอยู่นี่ด้วยเหมือนกัน สินะ?’

 

ไม่ใช่แค่แม็กซิมิเลี่ยนหรอก.

 

น่าจะมีโอกาสสูงเลยที่ตัวละครทั้งหมดใน Legend of Heroes 2 จะโผล่ที่นี่.

 

‘มันทำให้ชั้นตื่นเต้นแบบไม่มีเหตุผลเลยแหะ’

 

เขาเพิ่งจะคร่ำครวญเรื่องที่ตัวเองถูกลากเข้ามาในโลกนี้ แต่นี่คือ Legend of Heroes 2.

 

หัวใจของเขาเริ่มจะเต้นเมื่อคิดว่าเขาจะมีโอกาสได้พบกับตัวละครใน Legend of Heroes 2.

 

‘โอเค ถ้าเป็นงี้ ชั้นต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษากึมจูลแมคให้ได้’

 

แล้วร่างนักสู้จากสวรรค์ก็จะเริ่มเบ่งบาน.

 

แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะรักษากึมจูลแมค.

 

หลักฐานก็คือ เคาท์เบเยอร์ไม่เคยทำอะไรกับกึมจูลแมคของจู้ดได้เลยจนถึงบัดนี้เลย.

 

‘แต่มันมีทางอยู่’

 

ในฐานะเจ้าขี้เกมแห่ง Legend of Heroes 2 เขาเป็นผู้เล่นที่รู้การรักษาหลายแบบสำหรับกึมจูลแมค. แต่ทว่า ทำมันยากกว่าพูดนะ.

 

มันจะเป็นไปได้ไหมล่ะที่เขาจะรักษาโรคนั้นด้วยร่างกายที่อ่อนแอเพราะกึมจูลแมค?

 

ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้.

 

มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำคนเดียวไหว.

 

แต่มันจะไม่ใช่ปัญหาถ้าเขาให้คนอื่นช่วยแทน.

 

ทุกวิธีที่เขานึกออกมันค่อนข้างซับซ้อน แถมตระกูลเบเยอร์จะเชื่อคำพูดของเขารึป่าวล่ะ.

 

‘ชั้นต้องหาพวก’

 

ใครก็ได้ที่เชื่อและยอมฟังคำพูดของจู้ด.

 

ใครก็ได้ที่จะอยู่เคียงข้างจู้ดทุกเวลาและทุกที่.

 

แต่หลังจากนั้น..

 

“นายน้อยคะ, ดิชั้นขอเข้าไปได้ไหม?”

 

เสียงที่เข้าได้ยินจากด้านนอกห้องคือ มาจา (maja อะครับ ไม่รู้จะมายาหรือมาจา) เมดส่วนตัวของจู้ด.

 

‘เมดส่วนตัว’

 

แม้โลกนี้จะเป็นโลกที่ถูกทำนายเรื่องปัญหาครั้งใหญ่ไว้และเขาก็มีร่างกายที่มีโรคกึมจูลแมค, จู้ดก็คิดว่าชีวิตที่นี่ก็ดีกว่าตอนที่ยังเป็นคังจินโฮมาก.

 

หลังจากคิดอยู่แว่บหนึ่ง จู้ดก็รีบเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูด.

 

“อื้อ เข้ามาเลย”

 

มาจาเปิดประตูเข้ามาเงียบๆ.

 

เธอเป็นสตรีที่อยู่ในช่วงอายุ20ต้นๆ. มีผมสีน้ำเงินเกล้าไว้อย่างดี. สีหน้าเย็นชานั่นย้อนแย้งกับความสวยของเธอนัก.

 

ทันทีที่เธอเข้าห้องมา มาจารีบคำนับจู้ดแล้วพูดทันที.

 

“ท่านหญิงคอร์เดเลีย เชส, คู่หมั้นของท่านมาหาค่ะ”

 

“อา.

 

มาเยี่ยมคนป่วยหรอ.

 

จะว่าไป ไม่ใช่ว่าจู้ดก็เป็นคนป่วยงั้นเหรอ?

 

‘ชั้นควรทำไงดี…’

 

เขาจำเรื่องราวของคังจินโฮได้ แต่ความทรงจำของจู้ดก็ไม่ได้หายไป.

 

พูดอีกอย่างคือ การพบกับคอร์เดเลีย คู่หมั้นของเขา ไม่น่ามีปัญหาอะไร.

 

‘คอร์เดเลีย”

 

เธอเป็นผู้หญิงที่สวยไม่มีใครเทียบเทียม. มีผมสีแดงเกือบชมพู.

 

มาตรความสวยกับความหล่อของคนที่นี่มันสูงไปไหมเนี่ย? แต่จะว่าไป ตัวละครจริงๆก็ไม่ใช่ว่าเป็นแบบนั้นหมดเรอะ?

 

ไงก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องของคอร์เดเลีย เชสล่ะก็ คังจินโฮรู้เรื่องเธอค่อนข้างเยอะอยู่.

 

‘เชส ตระกูลโด่งดังเรื่องนักเวทย์มนต์’

 

หากว่าตระกูลเบเยอร์ของจู้ดโด่งดังเรื่องนักดาบแล้วล่ะก็ ตระกูลเชสก็โด่งดังเรื่องนักเวทย์มนต์.

 

แน่นอนว่า ทั้งสองตระกูลตอนนี้อ่อนแอมากถ้าเทียบกับในอดีต.

 

คอร์เดเลีย เชสเป็นตัวละครนักเวทย์ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์ที่สุดยอด.

 

นางไม่มีพรสวรรค์แต่เกิดเหมือนจู้ด แต่กลับกันเธอก็ไม่มีความอ่อนแอที่มาจากโรคกึมจูลแมค ซึ่งมันทำให้เธอเล่นง่ายกว่ามากในเกม.

 

‘ชั้นตื่นเต้นจัง’

 

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบกับคู่หมั้นของเขาซึ่งเป็นตัวละครจาก Legend of Heroes 2 ด้วย.

 

“นายน้อยคะ?”

 

“ห้ะ? อ๋อ, เออ, โอเค. ชั้นจะไปพบเธอเดี๋ยวนี้แหละ”

 

เมื่อจู้ดตอบไป มาจาก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่ช้าก็พยักหน้าแล้วถอยไป.

 

“นางกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ”

 

หลังมาจาพูดคำนั้นเสร็จ นางก็เริ่มนำเขาไปหาห้องนั้น.

‘ชั้นเป็นผู้ดีจริงๆสินะ’

 

มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเขา แต่พอเขาก้าวออกมาจากห้องโถง จู้ดก็รู้สึกว่านี่คือบ้านของตระกูลผู้ดี ที่ๆครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจมากล้น.

 

มันเป็นโถงที่เอาไว้ใช้มากกว่าเอาไว้สวย แต่มันก็ใหญ่มากรู้สึกราวกับเดินอยู่ในปราสาทใหญ่ๆมากกว่าแมนชั่นซะอีก.

 

“ท่านจู้ดเบเยอร์มาแล้วค่ะ”

 

มาจาพูดขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องรับแขกแล้วเปิดประตูออกด้วยท่าทีนอบน้อม.

 

มันไม่เหมือนกับโถงที่ให้ความอลัง, ห้องรับแขกนั้นดูจัดเรียบร้อยมาก. ด้านในนั้นมีผู้หญิงผมสีแดงเกือบชมพูและอัศวินหญิงยืนอยู่ข้างๆเธอ ทำหน้าที่เป็นผู้อารักษ์ขา.

 

‘คอร์เดเลีย เชส’

 

คู่หมั้นของจู้ดเบเยอร์.

 

จู้ดกลืนน้ำลายหนักมากขณะที่เดินเข้าไปในห้องรับแขก. เขาเผชิญหน้ากับคอร์เดเลียด้วยรอยยิ้มตามธรรมชาติ.

 

แต่หลังจากนั้น….

 

ทันทีที่เขาสบตากับคอร์เดเลีย…

 

จู้ดก็ถ่างตาออก เช่นเดียวกับคอร์เดเลีย.

 

ทั้งสองตะโกนออกมาแทบจะพร้อมกัน.

 

“” ทำไมนายมาอยู่ที่นี่?!””

จากผู้แปล: ตอนที่ 1 นี่ยาวมากครับ ผมเริ่มจะกลัวว่าจะลงทุกวันไม่ไหวแล้วแหะ. แล้วก็ตอนที่ผมไม่ได้แบ่งพาร์ทนะ ชื่อตอนเป็นงี้จริงๆ.
ผมสอบเสร็จแล้วนะครับ จะพยายามลงให้ได้ทุกวันนะ.

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...