ตอนที่แล้วตอนที่ 38 รายงานตัว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 40 คู่หมั้น

ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จู่ๆฉินหยูก็หยุดเดินกะทันหันจนเย่เชียนชนเข้ากับเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนที่น่าอึดอัดใจที่สุดก็คือช่วงล่างของเย่เชียนดันไปชนเข้ากับบั้นท้ายของฉินหยู เย่เชียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อบอุ่นเขาจึงเผลอใจและยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ทันใดนั้นเย่เชียนก็เห็นใบหน้าของฉินหยูที่ขมวดคิ้วอย่างโกรธเคืองเขาจึงรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็วสองสามก้าวแล้วพูดว่า “คุณผู้หญิงฉิน ทำไมคุณถึงหยุดกระทันหันล่ะ?” เย่เชียนพยายามจะบอกฉินหยูว่าเธอไม่สามารถตำหนิเขาได้เนื่องจากมันเป็นความผิดของเธอที่เธอหยุดเดินอย่างกะทันหันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเลยและเขาเองก็ไมได้ตั้งใจไปชนกับเธอ

ใบหน้าที่ดูเย็นชาของฉินหยูนั้นน่ากลัวมาก สรีระส่วนนั้นของเธอไม่เคยถูกสัมผัสจากผู้ใดมาก่อนแต่ตอนนี้มันกลับถูกสัมผัสโดยอสูรร้ายตัวนี้

“หน้าด้านไร้ยางอาย!!” ฉินหยูดุด่าว่าเย่เชียนเพราะเมื่อไม่นานมานี้เธอรู้สึกถึงการแข็งตัวจากช่วงล่างของเย่เชียน และเธอคิดในใจว่า ทำไมถึงได้มีคนที่หน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้ในสถานที่แบบนี้ในเวลานี้ ในอาณาจักรแห่งอสูรร้ายเขาเปรียบได้กับราชาอสูรที่เหี้ยมโหด

เย่เชียนได้ยินคำด่าของฉินหยูและรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยเขาเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมมาโดยตลอดคำพูดของเธอไม่เท่ากับการใส่ร้ายหรอกหรือ เย่เชียนยอมรับว่าเขาอาจทำตัวแย่ในบางครั้งแต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้เธอผิดอย่างชัดเจนแต่เธอยังคงโทษเขาเมื่อเธอผิด เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้เย่เชียนก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คุณด่าใคร? ผมไปทำเรื่องไร้ยางอายกับคุณตอนไหน?”

“เธอ..เธอแค่” ฉินหยูพยายามอยากจะพูดว่าเย่เชียนเพิ่งใช้วัตถุอันเลวทรามของร่างกายของเขามาสัมผัสกับเธอ เธอจึงคิดว่าสิ่งนี้มันไม่ไร้อย่างอายได้อย่างไร? แต่อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้พูดออกมา เธอเป็นหญิงสาวที่ยังไร้เดียงสาไม่เหมือนพวกแม่บ้านที่กระหายน้ำและสิ่งเหล่านี้จะออกมาจากปากของเธอได้อย่างไร นอกจากนี้คำเหล่านั้นจะดูไม่งามอย่างยิ่งเมื่อพูดออกเสียง ในทางกลับกันมันอาจจะทำให้ผู้อื่นฟังดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่ทะเลาะกัน

เย่เชียนก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีไหวพริบที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรในเวลาใด เขารู้ว่าเมื่อใดที่ควรจะหยุดเนื่องจากฉินหยูไม่ได้พูดอะไรอีกเขาก็เลือกที่จะไม่โต้แย้งเช่นกัน เย่เชียนรู้สึกว่ามันแย่เกินไปที่เขาสร้างความประทับใจแรกกับเธออย่างพังไม่เป็นท่า ท้ายที่สุดแล้วเขารู้ก็สึกสนใจในตัวของผู้หญิงคนนี้อย่างมาก หากเขาสัมผัสกับแอปเปิ้ลสุกใหม่ที่ยังไม่ถูกหนอนแทะมันก็จะเป็นเฉกเช่นนี้

“ฟังฉันซะฉันเป็นอาจารย์ของเธอ ครั้งต่อไปเธอต้องเรียกฉันว่าอาจารย์ฉิน..เข้าใจมั้ย?” ฉินหยูพูดอย่างโกรธเคือง

“ไม่มีปัญหา..แต่ผมรู้สึกว่าการเรียกคุณว่าคุณผู้หญิงมันฟังดูดีมาก และทำไมคุณไม่เรียกผมว่าเย่เชียนล่ะ..ผมจะเรียกคุณว่าฉินหยูหรือไม่ก็หยูหยู่มันจะดีมากๆเลย” เย่เชียนตอบอย่างจริงจัง

หยูหยู่..เมื่อฉินหยูได้ยินชื่อนี้เธอจ้องมองเด็กไร้ยางอายต่อหน้าเธออย่างโกรธเคือง เขาต้องการที่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้? เธอจึงตอบโต้ด้วยการพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ให้ฉันบอกเธออย่างตรงไปตรงมามั้ย?..ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเจอเธอฉันก็เกลียดเธอทันที..ถ้าผู้อำนวยการหวางไม่ได้ใส่ชื่อเธอไว้ในคลาสเรียนของฉันล่ะก็ฉันจะไม่เอาขยะอย่างเธอมาทิ้งไว้ในห้องของฉันให้มันสกปรกหรอก!!”

เย่เชียนเพียงแค่ยักไหล่และดูเหมือนจะไม่แยแสกับคำดูถูกเหยียดหยามของฉินหยู ในความเป็นจริงสำหรับผู้ชายคำด่าทอของผู้หญิงนั้นมีความหมายสองอย่างดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะตีความหมายของมันไปในทิศทางไหนระหว่างรักกับเกลียด เย่เชียนมาไกลเกินกว่าที่จะถอนตัวเขาจึงต้องหน้าด้านหน้าทนเข้าไว้ โชคดีที่เย่เชียนมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่นนี้อยู่แล้ว..

“ถ้างั้นให้ผมบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณผมชอบคุณมาก! แต่ถ้าหากคุณปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามที่ผู้อำนวยการหวางบอกและไม่ให้ผมเข้าเรียนผมก็อาจจะต้องหาวิธีอื่นเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณให้ได้” เย่เชียนตอบอย่างเฉียบขาด

“นี่เธอ..” ฉินหยูโกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก เธอตะคอกและหันหลังให้เขาและพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ตามฉันมาฉันจะบอกเธอให้ว่าเธอไม่ควรทำผิดอีกถ้าเธอต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันจริงๆล่ะก็..เธอก็ควรทำตัวดีๆซ่ะ”

เย่เชียนยิ้มอย่างมีความสุขและพูดว่า “ไม่มีปัญหา..ผมเป็นเด็กดีจะทำผิดได้อย่างไร? คุณสบายใจได้เลยในขณะที่รอให้ผมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ!”

“หึ!” ฉินหยูถอนหายใจอย่างใจเย็นและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเป็นหญิงสาวที่สวยราวกับราชินีน้ำแข็งที่แสนจะเยือกเย็นแต่มีเสน่ห์และเธอก็ไม่อยากจะชวนเย่เชียนทะเลาะอีกแล้วดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปิดปากของเธออย่างชาญฉลาดมิเช่นนั้นหากเธอพูดอะไรบางอย่างก็อาจจะทำให้เย่เชียนได้ใจมากยิ่งขึ้น

วิชาเอกภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่วิชาที่เป็นที่นิยมในประเทศจีนนัก และแม้ว่ามหาวิทยาลัยนานาชาติจะมีหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ตาม แต่ว่าแต่ละคลาสเรียนนั้นมีนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และเมื่อพวกเขามาถึงประตูห้องเรียนหมายเลขสาม ฉินหยูหันไปเผชิญหน้าเย่เชียนอีกครั้งแล้วพูดว่า “เข้ามา!” จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปก่อน เย่เชียนก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “เชิญคุณผู้หญิง!” จากนั้นเขาก็ตามเธอเข้าไป

เมื่อเย่เชียนเหยียบลงบนแท่นโพเดี่ยมดวงตาของเขาก็กวาดไปทั่วทุกมุมห้องอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนทั้งหมดเต็มไปด้วยนักศึกษาและมันแน่นจนแถบไม่มีพื้นที่เหลือในคลาสเรียนนี้มีผู้หญิงเพียงสิบคนเท่านั้นส่วนที่เหลืออีกสี่สิบคนนั้นก็เป็นผู้ชาย เขาตกตะลึงไปชั่วครู่และคิดในใจว่าการเรียนภาษาฝรั่งเศษในปัจจุบันนี้มันเรียนง่ายจริงๆหรือ? เขาจะรู้ได้อย่างไรว่านักศึกษาในตอนนี้เป็นนักศึกษาเอกภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่ใช่ว่านักศึกษาชายเหล่านี้เลือกคลาสเรียนนี้โดยไม่มีเหตุผลอื่นๆจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าเลือกเพราะว่าคลาสเรียนห้องสามของภาษาฝรั่งเศสนี้มีสาวสวยอยู่มากมาย และยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความงามระดับเทพธิดาฉินหยูอยู่ในที่แห่งนี้จริงๆอย่างงั้นเหรอ?

หลังจากที่เย่เชียนสอดส่องไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบไดโนเสาร์ในหมู่นักศึกษาหญิงเลยสักคน เขาแปลกใจอย่างมากเมื่อเขาคิดกับตัวเองว่า “หือ? ที่นี่มันคลาสเรียนของจ้าวหยาไม่ใช่หรือ? เลขาหูเก๋อก็บอกอย่างชัดเจนว่านี่เป็นคลาสเรียนของเธอ..หรือว่าวันนี้เธอไม่ได้มาเข้าเรียนหรอกเหรอ?”

เย่เชียนมองนักศึกษาในห้องและนักศึกษาในห้องก็มองเขาเช่นกันโดยเฉพาะพวกผู้หญิง วินาทีที่พวกเธอเห็นเย่เชียนสายตาของพวกเธอก็จับจ้องดวงตาของพวกเธอเปล่งประกายด้วยความหลงใหลและตื่นเต้น พวกเธอเคยเห็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาหลายคนในสถาบันแห่งนี้ แต่พวกเธอไม่เคยเห็นใครเฉกเช่นเย่เชียนมาก่อนที่ดูมีความเป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริง จนพวกเธอคิดกับตัวเองในใจว่า “สุดหล่อคนนี้เป็นอาจารย์คนใหม่เหรอ?”

“นี่คือเย่เชียน..นักเรียนแลกเปลี่ยนที่เข้ามาใหม่” ฉินหยูแนะนำเย่เชียนแล้วก็ชี้ไปยังที่นั่งที่ว่างอยู่ตรงมุมห้องพร้อมพูดว่า “เธอไปนั่งตรงนั้นนะ”

เมื่อเหล่านักศึกษาหญิงได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาใหม่พวกเธอก็เผยสายตาและรอยยิ้มอย่างมีความสุขเพราะถึงแม้ว่าสังคมจะก้าวหน้าแล้วก็ตามแต่ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาก็ยังคงไม่เหมาะไม่ควรอยู่ดี แต่ถ้าหากว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาแล้วล่ะก็ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบตามความปรารถนาของเหล่านักศึกษาหญิง แต่เมื่อนักศึกษาชายเหล่านั้นได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาพวกเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขามองเย่เชียนด้วยความดูถูกเหยียดหยามและคิดในใจกันว่าเย่เชียนและพ่อของเขาทำไมถึงยังกล้าส่งลูกมาเรียนอยู่อีกเขาคงมาเรียนอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาคิดว่าเย่เชียนคงแก่เกินกว่าที่จะมามหาวิทยาลัยได้ และเขาต้องเป็นผู้ชายที่อนาคตไม่ค่อยดีนักถึงมาเรียนเอาป่านนี้พวกเขาไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเย่เชียนเลย

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด