ตอนที่แล้วบทที่ 43 เงินก้อนนี้ช่างได้มายากเย็นจริงๆ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 45 ใครกันแน่ที่ต้องไสหัวไป

บทที่ 44 กับดักมรณะ


“ฮ่า! ฮ่า!  ไม่ต้องรีบร้อน…คุณเหวิน  ดูของก่อนแล้วค่อยมาตกลงกันดีหรือเปล่า  เรื่องนี้คุณคงจะไม่มีปัญหาอะไรนะ”  ชายคนนั้นพูดอย่างช้าๆ อีกครั้ง

“ก็ได้...”  หลังเหวินตงพูดจบสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป  เธอพูดกับเย่โม่  “นายเปิดกระเป๋าให้คุณกงดูสิ”

เย่โม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเหวินตง  เขาก็รู้ทันทีว่าเธอสังเกตเห็นคนที่หลบซ่อนตัวแล้ว  ถึงเย่โม่จะไม่รู้ว่าเหวินตงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง...แต่ในเมื่อเธอรู้แล้ว  คงพูดได้ว่าเธอมีวิธีของตัวเอง  เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่เธอสังเกตเห็นจะเป็นพวกที่อยู่หลังประตูหรือด้านหลังฉากบังตากันแน่

ทว่าชายแซ่กงคนนั้นกลับนั่งลงแล้วมองเหวินตงด้วยสายตาเยาะเย้ย  “คุณผู้หญิง!  ผมรู้ว่าคุณมีฝีมือ แต่ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม  การที่จะเปิดกระเป๋าแล้วเอาปืนข้างในมาประกอบ...คิดว่าคงใช้เวลาสัก 10 วินาทีใช่ไหม  ภายในเวลานี้ผมก็ฆ่าคุณได้หลายครั้งแล้ว  เพราะอย่างนั้นผมถึงหวังว่าคุณจะไม่ใจร้อนหุนหันหรอกนะ”

เย่โม่ประหลาดใจเล็กน้อย  เขาไม่รู้ว่าเหวินตงเอาความกล้ามาจากไหนในการติดต่อค้าขายกับชายแซ่กงคนนี้  นี่ไม่ใช่ว่าเหมือนกับเนื้อวิ่งเข้าปากเสือหรือไง?

“นี่มันหมายความว่ายังไง?  แล้วการที่คุณกงให้ลูกน้องถือปืนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูนี่ล่ะหมายความว่ายังไง?  หรือว่าไม่อยากจะตกลงกันแบบยุติธรรมแล้ว?”  เหวินตงถามอย่างไม่สะทกสะท้าน  ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย

แปะ! แปะ!... ชายแซ่กงตบมือแล้วพูดว่า  “คุณเหวินตงก็ยังเก่งเหมือนแต่ก่อนไม่เปลี่ยน  แต่ตอนนี้ความยุติธรรมมันไร้ค่าไปแล้ว  เข้ามา!”

เมื่อได้ยินเสียงของคนแซ่กงแล้ว  ชาย 2 คนหน้าประตูก็เข้ามาพร้อมกับปืนในมือแล้วจ่อเล็งไปที่เย่โม่และเหวินตง  สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเย่โม่ก็คือ  ถึงแม้ชาย 4 คนที่ยืนประกบคนแซ่กงจะมีปืนอยู่ในมือ  แต่ก็ไม่ได้ยกขึ้นมาเล็งแต่อย่างใด

เย่โม่เข้าใจแล้วว่าเหวินตงสังเกตเห็นชาย 2 คนหน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว  แต่เธอไม่รับรู้ถึงคนที่อยู่หลังฉากบังตาทั้งซ้ายและขวา  จิตสัมผัสของเย่โม่ล็อคไปที่ชาย 2 คนที่เล็งปืนมายังพวกเขา  ขอแค่นิ้วของพวกมันขยับเย่โม่ก็จะรีบหลบทันที  เพียงแต่เย่โม่เองก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเขาตอนนี้จะหลบกระสุนได้หรือไม่  การที่พลังของเขายังไม่ถึงระดับ 3 นั้นถือว่าอันตรายมากจริงๆ

เหวินตงทำเหมือนกับว่าไม่เห็นปืนที่เล็งมาที่ตัวเอง  เธอดึงนาฬิกาจับเวลาจากกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วพูดอย่างช้าๆ  “ถ้าคุณกงคิดจะละเมิดข้อตกลงจริงๆ ล่ะก็  ฉันเหวินตงก็ไม่ว่าอะไรถ้าพวกเราจะตายไปด้วยกัน  ไม่ได้เข้าใจผิดหรอกที่ว่ากระเป๋าใบนี้มีปืนอยู่  แต่ข้างในก็มีระเบิดเวลาอยู่ด้วยเหมือนกัน  ถึงพลังทำลายจะไม่เยอะอะไรแต่ก็พอจะเป่าคฤหาสน์หลังนี้ของคุณกงให้ราบได้  ฉันเชื่อว่าคุณกงคงจะไม่สงสัยพลังทำลายของระเบิดลูกนี้หรอกนะ”

“ฮ่า! ฮ่า!  คุณเหวินตงเข้าใจล้อกันเล่นเสียจริง...เจียนเหยียน!  เอาของมาให้คุณเหวินตงดูสิ  ส่วนพวกนายก็ลดปืนลงซะ  ไม่รู้หรือไงว่าเธอเป็นแขกน่ะ?”  ชายแซ่กงพูดจบก็สั่งให้ชาย 2 คนหน้าประตูลดปืนลง   แน่นอนเขารู้ว่าเหวินตงกำลังทำอะไรอยู่  สำหรับเหวินตงแล้วการเล่นกับระเบิดก็เหมือนกับเล่นประทัดนั่นแหละ

เหวินตงทำเหมือนกับว่าไม่ใส่ใจเรื่องนี้  เธอเปิดกระเป๋าออก  ช่วงเวลาที่คนอื่นๆ ต่างจ้องมองของในกระเป๋านั้นเอง  พริบตานั้นเธอก็เซ็ตปืนขึ้นมาด้วยความรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

ถึงจะไม่ได้นับเวลากันจริงๆ จังๆ  แต่เย่โม่ก็แน่ใจว่าเธอใช้เวลาประกอบปืนขึ้นมาไม่เกิน 10 วินาทีแน่ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเพราะระเบิดที่เหวินตงพกมาหรือไม่ก็ของในกระเป๋านั้นที่ยังไม่ทันได้เห็น  แต่นั่นก็ทำให้ใบหน้าของชายแซ่กงก็เปลี่ยนสีไปหลายรอบ  สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สั่งให้ลูกน้องยิง

มีเพียงเย่โม่ที่รู้ว่าในกระเป๋าที่เหวินตงนำมาไม่มีระเบิดอยู่ในนั้น  นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้เข้าลองใช้จิตสัมผัสตรวจดูแล้วนั่นเอง

เหวินตงยกปืนไรเฟิลที่ประกอบแล้วขึ้นมาเล็ง  เธอลากเย่โม่มาข้างๆ  เย่โม่ยิ้มขื่นๆ ในใจ  ถึงแม้เธอทำแบบนี้จะเพื่อเลี่ยงไม่ให้เปิดช่องว่างตรงด้านหลังให้กับชาย 2 คนหน้าประตูก็ตาม  แต่นั่นก็เป็นการหันหลังให้กับคนที่อยู่ตรงฉากบังตาไม่ใช่หรือไง?

ชายแซ่กงเห็นแบบนั้นจึงยกยิ้มมุมปากบางๆ  ชายที่ถือกระเป๋าอยู่ข้างกายเขาพยักหน้า

ชายคนนั้นเปิดกระเป๋าออกแล้วเดินมาหาเหวินตง  เย่โม่เห็นได้ชัดเจนแล้ว  ข้างในกระเป๋าคือเงินดอลลาร์สหรัฐ  ดูแล้วคงประมาณ 1 ล้านกว่าๆ

เย่โม่ด่าความงกของเหวินตงในใจ  เธอทำได้หลายล้านดอลลาร์แต่ให้ค่าจ้างเขาแค่ไม่กี่หมื่นหยวน แถมยังเอาเขามาถูกปืนจ่อแบบนี้อีก  ถึงจะคิดแบบนี้แต่เย่โม่ก็ยังเปิดกระเป๋าหันไปทางชายแซ่กง  ขณะเดียวกันมือของเย่โม่ที่อยู่ข้างตัวก็หักด้านหลังเก้าอี้ออกมาเป็นเศษไม้ชิ้นหนึ่ง  จากนั้นก็ทำให้เศษไม้ 1 ชิ้นนั้นกลายเป็นชิ้นเล็กๆ 8 ชิ้น  เย่โม่ดีดเศษไม้ชิ้นหนึ่งไปด้านหลังของตัวเอง  มันพุ่งตรงไปยังรูเล็กตรงฉากบังตาอย่างแม่นยำ  เศษไม้ชิ้นนั้นพุ่งทะลุชายที่ซ่อนตัวอยู่ตรงฉากบังตา  ชายนั้นยังไม่ทันจะได้เปลี่ยนท่าก็ถูกฆ่าตายเสียแล้ว

ไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของเย่โม่  เศษไม้ในมือของเขานั้นอัดแน่นด้วยลมปราณ  พุ่งทะลุหว่างคิ้วของชายที่อยู่ด้านหลังเย่โม่ตรงๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียงร้อง  กับคนที่จ้องจะเอาชีวิตเขาแล้วเย่โม่จะไม่ปราณีแม้แต่น้อย

หลังจากดีดเศษไม้ฆ่าชายด้านหลังแล้ว  เย่โม่ก็จงใจเดินไปตรงกลางห้อง สาเหตุก็เพราะระยะห่างยังมากเกินกว่าที่จิตสัมผัสของเขาจะตรวจสอบอีกฝ่ายได้อย่างละเอียด  เมื่อเหวินตงเห็นเย่โม่เดินไปตรงกลางแบบนั้น ถึงแม้จะไม่อยากแต่เธอก็จำใจเดินตามหลังเย่โม่ไป

ชายที่ถือกระเป๋าเงินเดินมาตรงหน้าแล้วมองกระเป๋าในมือของเย่โม่  มือข้างหนึ่งของเหวินตงเองก็ยกปืนขึ้น  ส่วนอีกข้างก็หยิบเงินเหล่านั้นขึ้นมาตรวจสอบดู

ส่วนชายที่ถือกระเป๋าเงินอยู่นั้น  เมื่อเห็นของในกระเป๋าของเย่โม่เขาก็พยักหน้า

ชายแซ่กงหัวเราะออกมา  “ดี!  แบบนี้ก็แล้วกัน...” พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

ทันใดนั้นจิตสัมผัสของเย่โม่ก็แผ่กระจายออกไปทางชายที่นั่งอยู่ใต้ฉากบังตา  ขณะที่ชายคนนั้นกำลังจะเหนี่ยวไกนั่นเอง  เศษไม้ในมือของเย่โม่ทั้ง 7 ชิ้นก็พุ่งทะยานออกไปแล้ว  จากนั้นเขาก็ดึงเหวินตงไปทางด้านข้างหลายเมตร  เย่โม่ไม่เข้าใจว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้ไม่กลัวระเบิดแบบนี้  แต่ก็เป็นไปได้ว่าตอนที่เหวินตงเปิดกระเป๋าอีกฝ่ายอาจจะใช้อุปกรณ์บางอย่างตรวจสอบดูแล้วก็ได้  เหวินตงคนนี้ประมาทจริงๆ

ตอนที่ชายแซ่กงพูดว่า  ‘ดี!’  เหวินตงก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ  เธอรีบยกปืนในมือขึ้นมาเล็ง  แต่ทันใดนั้นเองเธอก็ถูงเย่โม่ดึงไปเสียแล้ว

ขณะที่เธอกำลังสงสัยอยู่นั่นเองว่าทำไมช่วงเวลาอันตรายแบบนี้เย่โม่ถึงได้ดึงตัวเธอออกมาอย่างนั้น   เสียงปืนก็ดังขึ้นมาหลายนัดอย่างชัดเจน  เธอได้สติขึ้นมาทันที  ‘ข้างหน้ามีคนซ่อนตัวอยู่’  เหวินตงจึงเตรียมจะยิงตอบโต้โดยทันที  แต่เธอก็พบว่านอกจากชายแซ่กงที่ยืนอยู่แล้ว  คนอื่นๆ ล้วนลงไปนอนกองกับพื้นทั้งสิ้น

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?  เธอมองเห็นว่านอกจากชาย 2 คนที่อยู่ตรงประตูแล้วยังมีอีก 4 คนที่อยู่ข้างกายชายแซ่กง  ทว่าหว่างคิ้วของพวกมันล้วนมีเลือดไหลออกมา  เหวินตงเข้าใจขึ้นมาแล้ว  คนพวกนี้ถูกเย่โม่ฆ่าตายทั้งสิ้น

หลังจากละสายตาจากภาพนี้  ความคิดแรกของเหวินตงก็คือ...เย่โม่ไม่ใช่คนธรรมดา  ในเวลาสั้นๆ แค่นี้เขากลับฆ่าคนไปไม่น้อยกว่า 7 คน  ทั้งยังช่วยดึงเธอหลบกระสุนปืนด้วย  ถ้าเย่โม่ไม่ช่วยเธอไว้ล่ะก็...เธอยังมั่นใจว่าจะฆ่าฝั่งตรงข้ามได้ก่อนสัก 6 คน  แต่ก็ไม่สามารถหลบกระสุนของชายที่อยู่ตรงฉากบังตาได้แน่

พระเจ้าช่วย!  ที่แท้เขาเป็นใครกันแน่เนี่ย?  ทำไมถึงได้เก่งขนาดนี้?  หลังจากที่เหวินตงรู้สึกว่าหายใจไม่ทั่วท้องอยู่นั้นเอง  เธอก็พบว่าฉากบังตาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นมีรอยเลือดไหลเป็นทางบริเวณใต้ฉาก  เสียงปืนเมื่อครู่ก็ดังมาจากฝั่งตรงข้ามของเธอเช่นกัน  นั่นทำให้เหวินตงเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าที่แท้ตรงฉากบังตานั้นมีคนอยู่  อีกทั้งคนๆ นี้ยังถูกเย่โม่ฆ่าเสียด้วย

คิดถึงตรงนี้เหวินตงก็รีบหันไปมอง  ด้านหลังของฉากบังตายังมีรอยเลือดอยู่  ทันใดนั้นแผ่นหลังของเหวินตงก็เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ  ถ้าไม่ใช่เพราะเย่โม่ล่ะก็  หลังตายไปเธอก็คงจะยังไม่รู้ว่าตายยังไง  มี 2 คนหลบซ่อนตัวอยู่ขณะที่เล็งปืนมาตัวเธอยังไม่รู้เลย  ถึงว่าหลังจากเธอเดินเข้ามาข้างในถึงได้รู้สึกตื่นกลัวอยู่บ้าง  ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง  ถ้าอย่างนั้นต่อให้เธอลากคนพวกนี้ลงนรกไปด้วยกันแล้วจะถือว่าน่าภูมิใจตรงไหนกัน?

มีเสียงฝีเท้าดังมาอีกครั้งซึ่งเย่โม่ได้ยินแล้ว  ขณะที่เขากำลังจะลงมือฆ่าต่อด้วยเศษไม้อยู่นั่นเอง  เหวินตงก็ยกปืนขึ้นมาแล้ว  เสียงปืนดังขึ้น 2 ครั้งเพื่อจบการต่อสู้ครั้งนี้

เย่โม่ลอบพยักหน้า  เหวินตงไม่สามารถได้ยินเสียงฝีเท้านั้นเหมือนเขาแน่  แต่เธอก็ยังรู้ได้ว่ามีคนใกล้เข้ามา  พูดได้ว่าเธอเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเลย

ชายแซ่กงจ้องมองเหวินตงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา  สีหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีด  เพราะเขารู้ว่าเหวินตงหยิ่งทะนงจึงได้จัดเตรียมกับดักที่กะเอาถึงตายแบบนี้  ไม่น่าเชื่อว่ากองกำลังของเขาจะถูกกำจัดลงแบบนี้  ถ้าก่อนหน้านี้รู้ว่าระเบิดเป็นเพียงการขู่กันล่ะก็เขาคงรีบฆ่าเธอไปแล้ว

“กงฮุ่ยซาน!  นายคงไม่ได้คิดจะฆ่าฉันเพราะเงินแค่ 1 ล้านหรอกนะ  หรือว่านายคิดจะฆ่าปิดปากฉันอย่างนั้นหรือ?”  สีหน้าของเหวินตงเปลี่ยนเป็นไม่น่าดู  เธอจ่อปืนไรเฟิลในมือไปทางชายแซ่กงคนนั้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด