ตอนที่แล้วตอนที่ 2 : สร้างปราสาท
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 4 : ผู้รอดชีวิต (ตอนแรก)

ตอนที่ 3 : พลังแห่งจิตวิญญาณ


เขามองเห็นพลังได้ชัดเจน มันเหมือนฤดูใบไม้ผลิที่ดูสดใส ไหลรินเข้าสู่ร่างกายเขาอย่างต่อเนื่อง

มันคือพลังแห่งจิตวิญญาณที่หลั่งไหลออกมาจากความตายของเหล่าปิศาจ

การดูดซับและขัดเกลาพลังเหล่านี้ทำให้ผู้ที่ได้รับพลังแข็งแกร่งขึ้น

แต่มีเพียงผู้ปลุกพลังเท่านั้น ที่จะสามารถดูดซับพลังแห่งจิตวิญญาณนี้ มันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสักยภาพและก้าวไปสู่จุดสูงสุด

ถึงอย่างนั้น ถังหยูรับรู้ถึงสถานการณ์ของเขาดี เขาไม่มีคุณสมบัติมากพอ การดูดซับพลังเหล่านี้คงไม่ต้องพูดถึง เพราะแม้แต่เครื่องมือพิเศษของกองทักก็ไม่สามาถช่วยให้เขากลายเป็นผู้ปลุกพลังได้

แต่ในตอนนี้ เขารู้สึกได้ดีว่า พลังแห่งเหล่านี้กำลังไหลรินเข้าสู่ร่างกาย มันรวมตัวกันอยู่ในร่างกายของเขา

ถ้ามันไม่ใช่พลังแห่งจิตวิญญาณ แล้วมันคืออะไร?

ถังหยูตัดสินใจถามซิสเทม

“ติ๊ง.. แน่นอนที่คุณสมบัติของลอร์ดจะต่ำ และถูกจัดอยู่ใน ขั้น E แต่หลังจากที่ลอร์ดได้ผูกมัดเข้ากับซิสเทม ลอร์ดจึงได้รับความสามารถในการดูดซับและขัดเกลาพลังแห่งจิตวิญญาณ แม้ว่าจะไม่ได้รับการปลุกพลังก็ตาม”

“ยิ่งไปกว่านั้น หุ่นรบโบราณที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของลอร์ดและไม่สามารถดูดซับพลังได้ด้วยตัวเอง ตราบใดที่ลอร์ดอยู่ในระยะของการดูดซับพลัง พลังแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้จะถูกดูดโดยอัตโนมัติ”

“และอีกอย่างหนึ่ง เลเวลของอาณาเขตที่สูงขึ้น จะช่วยให้ลอร์ดสามารถดูดซับพลังได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการขัดเกลาอีกด้วย”

ถังหยูได้รู้ว่า ถ้าหากปิศาจที่ถูกผู้ปลุกพลังสังหารอยู่ไกลเกินไป เขาจะไม่สามารถดูดซับพลังได้

มีหลายคนที่เคยคิดใช้อาวุธที่มีสักยภาพสูงเพื่อกำจัดฝูงปิศาจแล้วมันจะคุ้มค่าต่อการดูดซับพลัง แต่ด้วยการลงทุนด้วยอาวุธเหล่านี้มีต้นทุนที่สูง ในการดูดซับพลังก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ปลุกพลังคนใดที่อยากจะใช้อาวุธเหล่านี้ นอกเสียจากจะมีความจำเป็นจริงๆ

ถังหยูนั่งลงขัดสมาธิ เขาหลับตาลงและดำลงไปในห้วงของจิตวิญญาณ เขาอยู่ในภวังค์ที่มืดมิดและตัดขาดจากโลกภายนอก มีแสงสว่างขนาดใหญ่ส่องแสงรำไรเพียงดวงเดียวอยู่ตรงกลาง

ที่คือแกนกลางของพลังแห่งจิตวิญญาณ

ถังหยูเข้าใจได้ทันทีว่าแสงสว่างเหล่านี้คือพลังแห่งจิตวิญญาณ มันเป็นการรวมตัวกันของแสงดวงเล็กๆจำนวนมหาศาล รวมกันเป็นขนาดใหญ่เป็นจุดรวมพลัง

มันเป็นครั้งแรกที่เขารับรู้ได้ถึงพลังแห่งจิตวิญญาณในตัวของเขา และครั้งแรกที่เขาเตรียมพร้อมเพื่อขัดเกลาพลังเหล่านี้

ไม่มีความกังวลใดๆในจิตใจของถังหยู มันเหมือนเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เขารวบรวมสติเพื่อควบคุมการหมุนเวียนของพลังมหาศาลเหล่านี้

มีเพียงเศษเสี้ยวของพลังที่แยกออกมาจากจุดศูนย์กลาง มันลอยไปสุดขอบของห้วงภวังค์ที่มืดมิด พลังขนาดมหาศาลค่อยๆหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างช้าๆก่อนจะวิ่งไปสู่อวัยวะภายในทั้งห้า เห็นได้ชัดว่าร่างกายของเขาดูแข็งแกร่งขึ้นทันที

ถังหยูหยุดความรู้สึกต่างๆและพยายามขัดเกลาพลังต่อไป เมื่อเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น ความรวดเร็วในการขัดเกลาพลังก็ยิ่งสูงขึ้น แสงสว่างดวงใหญ่ที่ก่อตัวจากพลังแห่งจิตวิญญาณค่อยๆเล็กลง กลายเป็นเพียงดวงเล็กๆและถูกดูดซับเข้าสู่ทุกๆเซลในร่างกายของถังหยู

เวลาผ่านไปชั่วครู่ ถังหยูลืมตาขึ้นพร้อมกับพลังที่เต็มเปี่ยม ดวงตาของเขาดูสว่างไสวและมีพลัง ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น เพียงหมัดเล็กๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ส่งมาจากภายในมาสู่ฝ่ามือ แม้แต่แผลที่เขามีก็ค่อยๆรักษาตัวเอง

ถังหยูรู้สึกตกใจ แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะเขาเองก็เคยได้ยินว่าใการขัดเกลาพลังในครั้งแรกจะให้ผลดีที่สุด และนี่คือผลลัพธ์ที่ดูจะเป็นจริงตามคำกล่าวอ้าง เขามั่นใจว่าถ้าได้เจอกับปิศาจ เขาสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย

หลังจากผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายมาได้ ถังหยูยังพอมีเวลาเข้าไปดูปราสาทที่เขาเพิ่งก่อตั้งเสร็จ

ดูจากภายนอกแล้ว มันไม่ได้ใหญ่มาก มันมีขนาดที่ใหญ่กว่าหมู่บ้านที่แล้วเพียงเล็กน้อยที่เรียกได้ว่าเป็นปราสาทขนาดเล็ก กำแพงชั้นนอกมีสีขาวเงิน หลังคาแหลมสีน้ำเงินเข้ม ทุกๆอย่างดูสวยหรูเหมือนออกมาจากโลกแฟนตาซี

ปราสาทมีสองชั้น ชั้นหนึ่งเป็นโถงกว้างๆ ส่วนชั้นสองเป็นที่พักอาศัยสำหรับลอร์ด มีห้องนอน ห้องอ่านหนังสือและห้องอาบน้ำ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีการตกแต่งใดๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าทุกอย่างมีคุณภาพสูง

ถังหยูแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำ ซึ่งมันค่อนข้างใหญ่กว่าที่เดิมที่เขาเคยอาศัย ในน้ำเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและมันทำให้เขารู้สึกสบายตัว

ตั้งแต่วันโลกาวินาศ เขาใช้เวลาแทบทั้งหมดที่มีนอนอยู่บนถนนและอาศัยอยู่ในบ้านไม้ธรรมดาๆหรือเต็นท์ที่สร้างขึ้นเองเท่านั้น เขาต้องทรมานกับสภาพอากาศ ทั้งลมและฝน

100 คริสตัลมันคุ้มค่ามาก

นอกเหนือจากนั้น ยังมีหุ่นคุ้มกันอีกสองตัวพร้อมกับลูกบอลคริสตัลที่ลอยอยู่บนอากาศ สิ่งเหล่านี้ทำให้การจ่าย 100 คริสตัลเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ถังหยูเรียกคริสตัลบอล มันมีขนาดประมาณเท่าลูกบาส ลอยอยู่เหนือหัวของเขา

มันเป็นเหมือนเรดาร์ที่คอยตรวจบริเวณโดยรอบและเตือนเขาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในอาณาเขต

ในตอนนี้ อาณาเขตยังเป็นเพียงแค่ขั้นแรกเท่านั้น ขอบเขตจึงมีขนาดเล็ก แต่มันก็เพียงพอที่จะคลอบคลุมทั้งฝั่งตะวันออกทั้งหมดและฝั่งตะวันตกอีกเกือบทั่วพื้นที่ของหมู่บ้านนี้ อย่างไรก็ตามหากมีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้นในบริเวณของอาณาเขต มันจะถูกแจ้งเตือนผ่านคริสตัลบอลทันที

จากการแสดงผลของคริสตัลบอล ถังหยูสามารถมองเห็นได้ว่ามีตำแหน่งที่แสดงเป็นจุดสีแดงอยู่หลายจุดในด้านทิศตะวันออก การที่เขาไม่ต้องพบเจอกับเหล่าปิศาจในการเดินทางทำให้เขาดูมีความสุขมาก เขาดีใจที่ไม่มีอุปสรรคระหว่างการเดินทาง ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกเหล่าปิศาจฉีกเป็นชิ้น

เมื่อเขาเปิดแผงควบคุมของซิสเทม นอกเหนือจากคริสตัลบอล เขายังเจอแผนที่ของอาณาเขตที่เขาสามารถเช็คจุดที่มีปิศาจได้อีกด้วย แต่คริสตัลบอลสามารถบอกได้ละเอียดกว่า มีทั้งภาพที่แสดงและภูมิประเทศภายในอาณาเขต

ถังหยูลุกขึ้นยืน รวบรวมอุปกรณ์ เขาได้ปล่อยหุ่นหมายเลขหนึ่ง เพื่อไปเก็บกวาดเหล่าปิศาจที่อยู่รอบๆ โดยที่หุ่นหมายเลขสองได้รับมอบหมายให้ดูแลป้องกันปราสาท

“สิ่งสุดท้ายคือนำหมายเลขหนึ่งไปด้านหลัง”

ด้านหน้าของเขาเป็นซากศพของปิศาจหมาป่า มันมีตาสีเขียว เนื้อตัวเปื่อยเน่า จากภาพที่เห็นมันสามารถทำให้ผู้คนที่ได้เห็นต้องกลัวจนตัวสั่น

แต่ถังหยูไม่สะท้าน เหล่าปิศาจที่เขาได้พบเจอในวันนี้ ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือแข็งแกร่งขนาดไหน เขาก็จัดการได้เพียงหมัดเดียว ความกลัวที่เขามีต่อปิศาจอย่างที่ผ่านมาได้หายไปหมดสิ้น

หลังจากที่เขาได้ขัดเกลาพลังแห่งจิตวิญญาณเพียงพอแล้ว ถังหยูได้รับความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเหล่าปิศาจ มันคือการต่อสู้อีกระดับ

ปิศาจหมาป่ากระโดดขึ้นสูงด้วยร่างที่ดูเน่าเปื่อย ปากของมันเปิดกว้างราวกับว่าโดนกระแสลมแรงซัดเข้าใส่ที่หน้า

ถังหยูหยิบมีดด้วยความใจเย็น จังหวะที่ปิศาจหมาป่าโผเข้ามาใกล้ เท้าขวาของเขายันเข้ากับพื้นด้วยความหนักแน่น ผลักตัวของเขาพุ่งไปด้านข้างพร้อมกับมีดที่ปักทะลุลึกเข้าไปในอวัยวะภายในของมัน

เขาหมุนตัวและกวัดแกว่งมีดอย่างต่อเนื่อง

ฉับ.. ฉับ !

เพียงไม่กี่ครั้ง ปิศาจหมาป่าที่ได้รับบาดแผลจนแทบจะขยับไม่ได้ก็ถูกกำจัดลง

พลังแห่งจิตวิญญาณถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเขา

“แฮ่ก.. แฮ่ก”

ถังหยูหายใจหอบ กระบวนการดูดซับเสร็จสิ้นด้วยเวลาไม่ถึงนาที การใช้พลังและการควบคุมแรงกายของเขาค่อนข้างดี

ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพภ์

ผู้ปลุกพลังทั่วไปจะได้รับการพัฒนาร่างกายตั้งแต่พวกเขาได้รับการปลุกพลัง เขาไม่ได้ผ่านกระบวนการเหล่านั้น แต่การดูดซับและการขัดเกลาพลังแห่งจิตวิญญาณ ร่างกายของเขาจึงค่อยๆพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้การกำจัดปิศาจหมาป่าด้วยมีดพกค่อยๆแสดงให้เห็นถึงการเข้าใกล้ระดับขั้นของผู้ปลุกพลังที่มีความสามารถทั่วไป

บางทีเขาอาจจะระดับสูงกว่านั้นเสียอีก

ถังหยูมองไปที่มีดของเขา มันมีความคมและรูปร่างโค้งงอ มีดพกเล่มนี้ค่อนข้างเล็กและไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้ต่อกรกับเหล่าปิศาจ ถ้าหากเขาต้องเจอกับปิศาจที่แข็งแกร่งกว่า เขากังวลว่ามันจะไม่สามารถตัดทะลุผ่านผิวของพวกมันได้ด้วยมีดเล่มนี้

เขาต้องการอาวุธที่มีอานุภาพมากกว่านี้

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เสียงร้องคำรามของเหล่าปิศาจดังขึ้นเหมือนเสียงของหมาป่าที่หอนต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ

พื้นที่ภายนอกอยู่นอกเหนือการตรวจจับของคริสตัลบอล ถังหยูจึงไม่ต้องการที่จะเก็บกวาดต่อไป วันนี้คงต้องหยุดเพียงเท่านี้ เนื่องจากความเหนื่อยล้าของถังหยู ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการพัฒนาศักยาภาพของตัวเขาเอง เขาคงนอนอยู่บนเตียง

ถังหยูกลับมาที่โถงใหญ่พร้อมกับสิ่งของมากมายที่ได้รับมาจากการต่อสู้ หุ่นหมายเลขสองยังคงปกป้องทางเข้าด้วยความยึดมั่น

มีสมบัติอยู่มากมาย โดยเฉพาะคราวนี้ เขาค้นหาของต่างๆอยากมุ่งมั่น หลายๆอย่างที่ถูกซ่อนไว้โดยผู้ปลุกพลัง เขาเอามาหมดเกลี้ยง

เหมือนกับปืนแม็กนั่มกระบอกนี้

มันมีพลังทำลายล้างสูงและเป็นปืนที่ได้รับความนิยมมาก แต่ในความเป็นจริงมันไม่เหมาะกับการใช้งานจริง

อย่างแรกคือมันมีน้ำหนักมาก อีกทั้งแรงถีบก็สูง มันอาจจะมีเอาไว้เก็บเป็นของสะสมของพวกระดับหัวหน้าก่อนวันโลกาวินาศ

แต่ตอนนี้มันแตกต่างกัน ถังหยูมีการพัฒนาด้านร่างกายเช่นเดียวกับเหล่าผู้ปลุกพลัง ปืนกระบอกนี้ที่ดูเหมือนจะใช้งานได้ยากสำหรับคนธรรมดาก่อนวันโลกาวินาศ แรงถีบของมันก็เป็นเหมือนปืนธรรมดาสำหรับเขา ด้วยพลังทำลายล้างที่สูง มันอาจทำให้เหล่าปิศาจถูกกำจัดด้วยการยิงเพียงไม่กี่นัด

เขายังเจออาหารอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ แต่โชคร้ายที่อาหารส่วนมากได้ถูกทำลายจากผลจากสงครามกับพวกปิศาจ เขารู้สึกช้ำใจเมื่อได้สำรวจ เขาทำได้เพียงหยิบขนมเข้าใส่ปาก

ถังหยูรู้สึกขอบคุณเหล่าปิศาจ ถ้าไม่มีเหล่าปิศาจ เขาจะหาคริสตัลต้นกำเนิดจำนวนมากขนาดนี้มาสร้างปราสาทจากที่ไหน เพียงแค่ที่กำบังเล็กๆเขายังหาแทบไม่ได้

ขณะนี้เป็นเวลากลางคืน ดวงดาวส่องแสงประกาย

ถังหยูรู้สึกว่าอากาศตอนนี้สดใสกว่าวันก่อนวันโลกาวินาศเสียอีก ในตอนกลางคืนเขาสามารถมองเห็นดาวที่มันยากที่จะมองเห็นได้

เขานึกย้อนกลับไปถึงครอบครัว คิดว่าพวกเขาในตอนนี้ยังปลอดภัยดีหรือไม่ เมื่อตอนที่วันโลกาวินาศได้เกิดขึ้น โทรศัพท์แทบจะใช้งานไม่ได้ ถังหยูได้พูดคุยกับพ่อแม่ที่อยู่ห่างไกลออกไปนับพันกิโล พวกเขาปลอดภัยดี พวกเขายังบอกอีกว่ากองทัพกำลังวางแผนสร้างฐานที่มั่นใกล้ๆที่ๆพวกเขาอาศัย

ถังหยูอยากจะไปหาพวกเขา เนื่องจากความกังวล เขาไม่รู้ว่าการฐานที่มั่นสำเร็จหรือไม่ ทุกๆอย่างจะปกติดีหรือเปล่า

เดิมทีเขาเป็นเพียงผู้รอดชีวิตธรรมดาๆคนหนึ่งที่ทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่สามารถคิดถึงการเดินทางนับพันกิโลในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ อย่างดีที่สุดเขาคงทำได้เพียงสวดภาวนาจากก้นบึ้งของหัวใจขอให้พ่อแม่ของเขาปลอดภัย

แต่ตอนนี้มันต่างกัน ด้วยซิสเทม ถังหยูรู้สึกถึงความหวัง อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ถ้าถึงตอนที่อาณาเขตของเขาพัฒนาและตัวเขาแข็งแกร่งขึ้น เขาเชื่อว่าในวันหนึ่งเขาจะสามารถเดินทางข้ามขอบฟ้าไปหาพวกเขาได้

วันนั้นมันไม่ไกลเกินเอื้อม

ถังหยูทิ้งตัวลงนอน เขาหลับได้อย่างสบายใจเพราะมีหุ่นรบทั้งสองตัว เขาไม่ต้องกังวลถึงเสียงกรีดร้องหรือตะโกนใดๆ ในตอนนี้เขาไม่ต้องระแวงตลอดเวลาและพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นกับชีวิตใหม่

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด