ตอนที่แล้วตอนที่ 18 ผู้เล่นสำรองคืออะไร? ผมวาดวงกลมสาปคุณแล้ว!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 20 หัวใจคุณสกปรกเกินไป!!!

ตอนที่ 19 จิตวิญญาณ คืนปู่ของฉันมานะ!


นักเรียนทั้งหลายซ่อนตัวอยู่หลังประตูตามจุดของตัวเอง

ปัง!

กระสุนอีกนัดพุ่งทะลุอากาศยามค่ำคืนและหยุดที่พื้นคอนกรีต

“ระยะยิงของปืนตำรวจอยู่ที่ 50ถึง100 เมตร” เด็กชายตัวอ้วนรีบบอก

พวกเขาแบ่งเป็นสามกลุ่ม หลี่เหวินกับครูหลี่อยู่กับนักเรียนอีกสองคนที่ร่างกายไม่ได้แข็งแรงนัก น่าจะพอให้พวกเขาป้องกันตัวจากการลอบโจมตีได้ เฉินชานชานอยู่กับเฉียวเฟยเฟย ถังโม่รู้ว่าเธอมีความสามารถและแข็งแกรงกว่าผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ

ส่วนเด็กชายตัวอ้วนและถังโม่รับผิดชอบการโจมตีศัตรู

“ทำไมผู้ลักลอบถึงไม่ทำเสียงเลยตอนเหยียบบนแก้วน่ะ? กับดักที่ประตูก็ไม่ทำงาน”

ถังโม่พูดเสียงเบา “พวกเขาแอบย่องมาที่นี่สองครั้งแล้ว ตอนที่พวกเขาถูกเธอเจอครั้งที่สองก็คงระวังตัวกันมากขึ้น ไม่ทำพลาดซ้ำ น่าจะใช้ทางอื่นเข้าโรงเรียนมา”

ทั้งสองเดินเลียบกำแพงออกจากโรงยิม

ถังโม่หรี่ตาแล้วมองไปรอบๆ

ค่ำคืนเหมือนอสูรร้ายที่เงียบกริบ แต่จ้องมองทุกคนด้วยแววตากระหายเลือด ต้นไม้ในโรงเรียนถูกลมพัด เงาก็สะบัดตามไปด้วย

ถังโม่มองไปข้างๆ “ขอตะปูตัวหนึ่งสิ…”

ปัง!

ถังโม่หลบไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว แต่กระสุนก็ยังถากแขนขวาแล้วฝังที่กำแพงข้างหลังเขากับเด็กชาย ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วตัดสินใจแยกย้าย

ทุกอย่างเป็นแผนที่ถังโม่กับเด็กชายใช้ในการหาตำแหน่งของมือปืน ถ้าพวกเขาเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายเข้าก็จะแยกกัน ไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้ยิง ตอนนี้สถานการณ์น่าจะเข้าขั้นเลวร้ายที่ว่าแล้ว รอบข้างมืดสนิท และมือปืนก็หลบซ่อนอยู่ในความมืดนั้น

ปัง ปัง!

ถังโม่ถือท่อนไม้ในมือ แล้วพุ่งไปที่ตัวอาคารที่อยู่ใกล้โรงยิมที่สุด

กระสุนถูกยิงอย่ต่อเนื่อง หยุดลงที่พื้นที่เขาเพิ่งก้าวผ่านก่อนหน้านี้ ถังโม่เข้ามาหลบเพื่อพักชั่วคราวเท่านั้น กระสุนวิ่งตัดหน้าตอนที่เขาวิ่งไปหลบหลังกำแพง

เขาเข้ามาในอาคารเรียนแล้ว

แต่พอเข้ามาแล้วจู่ๆ ขนทั้งตัวก็ลุกชัน เขาเหวี่ยงไม้ในมือไปข้างหลังโดยอัตโนมัติ มีเสียงกระแทกดังๆ มีดอันใหญ่ชนเข้ากับท่อนไม้ในมือถังโม่อย่างแรงจนท่อนไม้ถูกหันครึ่ง ถังโม่ก้าวถอยไปสองก้าว เช่นเดียวกับคู่ต่อสู้ของเขา

“แข็งแรงใช้ได้เลยนี่…” อีกฝ่ายชมแบบเสียดสีเสียมากกว่า “แต่แกก็ต้องตายอยู่ดี!”

อีกฝ่ายโจมตีมาตรงๆ ถังโม่เลยยกไม้ส่วนที่ยังเหลือเพื่อป้องกัน

มีดกับท่อนไม้กระทบกันเสียงดัง มีดของอีกฝ่ายยาวกว่าไม้ของถังโม่ เขาเลยใช้มันทิ่มถังโม่จนได้เลือดที่ไหล่ เอว แล้วก็ข้อศอก บีบให้ถังโม่ต้องถอยอย่าต่อเนื่อง

พอผู้ชายคนนั้นเห็นว่าตัวเองได้เปรียบก็ยิ่งโจมตีหนักข้อ ถือมีดยาวขนาดนั้น มากพอจะข่มขวัญคนอื่นได้แม้จะแค่เหวี่ยงไปมา ยังไม่รวมกับที่อีกฝ่ายเป็นผู้ลักลอบและแข็งแรงสุดๆ  ทุกครั้งที่เขาสะบัดข้อมือ มีดก็จะตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียง

มีดนั้นไม่ได้ฟันลงมามั่วๆ และถังโม่ก็เริ่มหลบได้ช้าลงขึ้นทุกที

ศัตรูสะบัดมีดอย่างแรงใส่ทางด้านซ้ายของศีรษะ ถังโม่งอตัวหลบทำให้มีดเล่มนั้นเฉียดหัวเขาไป ใช้มือซ้ายทรงตัวแล้วย้ายท่อนไม้ไปมือขวาแล้วเล็งที่หัวเข่าอีกฝ่าย

ผู้ชายคนนั้นหลุดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงกระดูกหักดังชัดในความมืด

ชายคนนั้นซวนเซแล้วล้มลง พยายามใช้มีดในมือเพื่อทรงตัว

ถังโม่ปาดเหงื่อออกจากคาง เห็นศัตรูชัดๆ เป็นครั้งแรก อีกฝ่ายเป็นผู้ชายสูงอย่างน้อยก็ 188 เซนติเมตร ชั้นกล้ามเนื้อหนา มีรอยสักรูปเสือที่แขนขวา

ตึกนี้อยู่ใกล้โรงยิมที่สุด ผู้ลักลอบตั้งใจใช้ที่นี่เพื่อซุ่มโจมตีแล้วก็เกือบทำสำเร็จ ถังโม่ไม่กล้าประมาท ผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้ลักลอบเยียวยาตัวเองได้เร็วมาก แผลของถังโม่เริ่มคันแล้ว คงจะตกสะเก็ดเร็วๆ นี้

หัวเข่าอีกฝ่ายบาดเจ็บ ถังโม่ไม่ลังเลที่จะชูไม้ขึ้น แต่เขาก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นยืนขึ้นแล้วยกมีดขึ้นกันถังโม่ได้

สถานการณ์เปลี่ยน ถังโม่โจมตีอย่างต่อเนื่องส่วนอีกฝ่ายได้แต่ป้องกัน ยิ่งเวลาผ่านไปอีกฝ่ายก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจะใกล้หายสนิทแล้ว

เขาคำรามตอนถูกถังโม่เล็งไม้เข้าที่หัว

“เวร ยังจะซ่อนอยู่อีกเหรอ!” เขาทิ้งมีดลงกับพื้น วางมือลงที่เอวแล้วหันมาหาถังโม่ รวมพลังไว้ที่จุดตันเถียน นัยน์ตาเบิกกว้าง แล้วคำรามออกมา “เด็กเหลือขอ คืนปู่ของฉันมานะ!”

ถังโม่ไม่เข้าใจประโยคนั้น แต่เหมือนมีสัญญาณเตือนดังลั่นในหัว

ถังโม่รีบเปลี่ยนทิศเหวี่ยงไม้ เขาฟาดลงไปบนกำแพง แล้วใช้แรงดีดพุ่งไปที่อีกฝั่ง ตอนที่เขาเลิกโจมตีนั่นแหล่ะ ถึงได้เห็นมนุษย์กล้ามคนนั้นอ้าปากกว้าง แล้วพ่นไฟออกมา ย้อมทุกบริเวณด้วยทะเลเพลิงในวินาทีถัดมา

ผู้ชายคนนั้นวางมือไว้บนสะโพกแล้วพ่นไฟออกมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ ตอนที่เปลวไฟพวยพุ่งออกมา เขาก็หันมามองถังโม่

ถังโม่เริ่มวิ่งทันใด

แต่เปลวไฟของผู้ชายคนนั้นเร็วกว่าถังโม่ มันเกือบไหม้ผมเขา ดีที่ถังโม่ก้มหลบให้เปลวไฟพุ่งผ่านไปเผากำแพงสีขาวจนมันเริ่มลอก

ถังโม่ใช้มือเท้าปีนไปตามกำแพงเพื่อหลบเปลวไฟ อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงจนชวนให้นึกถึงมังกรไฟ ไฟเผาพื้นคอนกรีต ทิ้งรอยไหม้ไว้เป็นทาง ท่อนไม้ในมือถังโม่กลายเป็นถ่านไปแล้ว

พอไฟนั้นหยุดถังโม่ก็ลงไปนอนหมอบ หอบอยู่ที่พื้น

หัวเข่าของอีกฝ่ายหายดีแล้ว เขาหยิบมีดที่โยนทิ้งไว้ที่พื้นแล้วพุ่งเข้ามาหาถังโม่อีกรอบ หัวเราะดังลั่น ขณะที่ถังโม่ไร้อาวุธ ได้แต่หลบไปมา

อีกฝ่ายแกว่งมีดแบบไม่คิดสักเท่าไหร่ แต่ถังโม่ก็ไม่รู้ศิลปะป้องกันตัวเหมือนกัน ทั้งสองสู้กันแบบง่ายๆ ด้วยพลังกายที่แข็งแกร่งของผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้ลักลอบ

“ใครเห็นพลังของฉันแล้วมันต้องตาย!”

มีดพุ่งเข้าใส่ถังโม่ที่หมุนตัวหนี อีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงชัยชนะ ออกวิ่งตามมา

ปัง!

ถังโม่ที่วิ่งออกจากอาคารเรียนพร้อมเสียงกระสุนที่ยิงมาโดยเล็งที่ฝ่าเท้าเขา

เขาอาจจะเหงื่อแตกพลั่ก แต่สายตาสงบนิ่งและเฉียบแหลม จับจ้องไปยังตำแหน่งของมือปืน

มนุษย์กล้ามยังคงไล่ตามมาขณะที่กระสุนยิงมาที่เท้าถังโม่ไม่หยุด พอต้องรับมือกับทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน ถังโม่ก็แทบหลบกระสุนไม่ได้ พอกระสุนนัดที่เก้าถูกยิง ถังโม่กับมนุษย์กล้ามก็วิ่งมาถึงโรงยิม

พอทั้งสองวิ่งเข้าไปก็เห็นศพของคนหกคนในสายตา

มนุษย์กล้ามชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยิ้มแสยะ แล้วเหวี่ยงมีดใส่ถังโม่ เขาไม่ได้คิดว่าทันทีที่กดมีดลงไปผู้ชายที่เอาแต่หนีมาตลอดจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างฉับพลัน

“ไม่ใช่แล้ว!” สัญญาณอันตรายเข้าสู่หัวใจของ แต่ร่างกายเขาไปเร็วกว่าจิตใต้สำนึก ตอนที่มีดเขาเล็งไปที่ถังโม่ เด็กหนุ่มก็โบกมือขวา

แต่มันไม่มีอาวุธอยู่ในมือเขา!

มนุษย์กล้ามจ้องตาไม่กะพริบ วินาทีที่ไม้ขีดไฟอันใหญ่โผล่มาในมือถังโม่

มีดเหล็กปะทะกับไม้ขีดไฟยักษ์

แกร๊ง!

มีดหัก แล้วไม้ขีดไฟก็กระแทกเข้ากับศีรษะของผู้ชายคนนั้น มีเสียงแตกหักของกระดูกตอนที่ชายร่างใหญ่ทรุดลงไป เนื้อสมองสีขาวและหยดเลือดสีแดงไหลลงมา ร่างกายบิดเกร็งยังไม่ตายสนิท ตาเขาจ้องถังโม่กับไม้ขีดไฟในมือ เขาเปิดปากเหมือนอยากพูด แต่ไม่มีคำพูดได้หลุดออกมา

จากพลังกายของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางที่จะตายทันทีแม้จะใช้ไม้ขีดไฟของโมเสกก็ตาม

ถังโม่หอบหนัก แล้วก้มมองร่างบนพื้นน ชายคนนั้นไม่ได้พูด แต่ถังโม่รู้ว่าเขาอยากพูดอะไร

“ทำไมผมถึงทำเป็นแพ้และไม่ยอมใช้อาวุธนั่นจนถึงตอนนี้? เหตุผลแรกคือเพื่อหลอกดูพลังของคุณ เฉินชานชานบอกว่าพลังของคุณมีคูลดาวน์ที่สามนาที ตอนนี้สามนาทีสองวินาทีแล้วหลังจากคุณใช้พลัง อีกเหตุผลคือไม่ให้คุณระวังตัวมากเกินไป” ถังโม่เยือกเย็นเหลือเกินตอนพูดประโยคนี้ “เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือผมไม่ได้อยากจะฆ่าคุณ ผมอยากตามหาคนๆ นั้นต่างหาก”

ตาของเขาเปื้อนเลือด เปลือกตาสั่นไหวแต่ปิดไม่ได้ ทันทีที่ถังโม่พูดจบ ร่างเขาก็กระตุกอย่างแรง

ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดจากหอนาฬิกาที่อยู่ห่างจากโรงยิมไม่มากนัก “อา นี่แกรู้…”

ปัง!

มีเสียงปืนดังขึ้นครั้งหนึ่ง และหยุดลง

“ก่อนหน้านี้มือปืนโผล่หน้ามาให้เห็นแค่ครั้งเดียวแล้วก็เอาแต่ซ่อนตัว เขาน่าจะห่วยเรื่องการต่อสู้ระยะประชิด ถ้าเป็นแค่การลอบโจมตีธรรมดาเขาน่าจะระวังตัวและเปลี่ยนตำแหน่งยืนของตัวเองหลังจากยิงแต่ละนัด แต่เขาอยากสนับสนุนคุณตอนที่ไล่ผม เลยไม่มีเวลาเปลี่ยนตำแหน่ง”

ที่หอนาฬิกาเด็กชายตัวอ้วนพิงหน้าต่างและร้องอย่างตื่นเต้น “ตายแล้ว เขาตายแล้ว!”

ถังโม่พยักหน้ารับแล้วก้มมองมนุษย์กล้ามที่ร่วงอยู่ที่พื้น

ชายคนนั้นบิดตัวอีกครั้งแล้วเขาก็นิ่งไป แต่ในวินาทีสุดท้ายรอยยิ้มตื่นเต้นประหลาดก็ยังประดับอยู่บนใบหน้าเขา อีกฝ่ายยิ้มอยู่อย่างนั้นจนหมดลมหายใจ

ถังโม่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติตอนที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องสองเสียง

“ครูหลี่!”

“ครูหลี่!!!”

ถังโม่รีบวิ่งออกจากโรงยิม

บนลู่วิ่งที่ลานกว้าง ชายแขนเดียวดึงมีดออกมาแล้วสะบัดเลือดออก ตรงหน้าเขา ครูหลี่ล้มลงพร้อมแผลใหญ่ที่อก

เลือดซึมจากริมฝีปากและหัวใจครูหลี่ หลี่เหวินที่รับร่างเขาไว้ก็มีรอยแผลเจ็ดหรือแปดแห่ง เขากับนักเรียนสองคนพยายามห้ามเลือดจนมือชุ่มไปหมด

ผู้เล่นสำรองทั้งสองไม่ได้มีบาดแผลใด

บนลู่วิ่งมีดอกไม้มากมายโผล่ขึ้นมาทั้งที่ไม่มีหญ้า ดอกไม้ผุดขึ้นมาจากสนามหญ้าเทียมที่ถูกปูไว้ถึงจะยังไม่บานแต่ก็ดูเหมือนดอกไม้ธรรมดาไม่มีผิด

ชายแขนเดียวยืนอยู่หน้าดอกไม้เหล่านั้น เขาตัวเล็กและผอม แถมยังมีแผลเป็นบนใบหน้าลากตั้งแต่ตาซ้ายไปจนถึงมุมปาก แผลนั้นน่าเกลียดแถมยังน่าสยดสยอง เขาไม่มีแขนขวา และถือมีดอยู่ในมือซ้าย เลือดหยดจากปลายมีด เขามองถังโม่แล้วยิ้มเศร้า

“พวกนั้นตายหมดแล้ว?”

ถังโม่กำไม้ขีดไฟในมือแล้วมองไปที่อีกฝ่ายอย่าพิจารณา “พวกเขาตายหมดแล้ว เหลือแค่คุณคนเดียว”

“งั้นฉันก็จะเป็นคนเดียวที่รอดกลับไป” ชายผมสั้นยิ้มแล้วชี้ไปที่ครูหลี่ที่นอนจมกองเลือดอยู่ “เหมือนจะตายแล้วนะ”

หลี่เหวินอังนิ้วใต้จมูกเพื่อเช็คลมหายใจ แล้วพูดเสียงฝืด “เขาไม่หายใจแล้ว…”

นักเรียนทั้งสองยืนนิ่ง

มีร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากเงามืด “ฉันจะฆ่าแก!!!”

ชายแชนเดียวขยับมีด เฉียวเฟยเฟยที่กรุ่นโกรธยังไม่ทันตอบสนองก็ถูกถังโม่ที่พุ่งไปหา ดึงไปหลบข้างหลัง แล้วใช้ไม้ขีดไฟรับมีดนั้น

เกร๊ง!

ไม่ต้องสงสัยว่ามีดเองก็แตกเป็นสองส่วนเหมือนเคย

แสงวูบไหวในนัยน์ตาของชายแขนเดียว เขามองไม้ขีดไฟในมือถังโม่ “แข็งแกร่งจริงๆ ด้วย!”

เฉียวเฟยเฟยยังคงช็อคหลังจากโดนดึงมาหลบหลังถังโม่แล้ว เฉินชานชานถอนหายใจแล้ววิ่งมาดึงร่างเฉียวเฟยเฟยให้มาอยู่ฝั่งหลี่เหวิน

เจ้าอ้วนจ้าวเจียงวิ่งมาจากหอนาฬิกา ใบหน้ายังเปื้อนยิ้มอยู่ แต่ตอนที่มาถึงแล้วเห็นครูหลี่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น รอยยิ้มของเด็กชายเลือนหายไป

“ครูหลี่!”

ชายคนนั้นจากไปแล้ว

ถังโม่เดาได้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้จะต้องย่องเข้ามาโจมตี แต่เขาวางกับดักไว้ทุกหัวมุมโรงเรียนแล้ว อย่างที่ถังโม่บอกไปก่อนหน้านี้ ผู้ลักลอบไม่ได้เหยียบเศษแก้วเพราะพวกเขาเตรียมตัวรับมือกับมันไว้แล้ว ถังโม่เลยจงใจเหลือทางไว้

ระหว่างวันเขากับหลี่เหวินออกไปจัดเรียงเศษแก้วบนถนนใหม่ จงใจเหลือทางให้เดินเล็กน้อย

ถ้าผู้ลักลอบฉลาดพอจะไม่ทำเหยียบเศษกระจกนั้นแล้วทำเสียง พวกเขาก็จะเดินมาตามทางนั้นและเปิดเผยตำแหน่งของตัวเอง แต่ถ้าฉลาดกว่านั้น ก็จะรู้จุดประสงค์ของถังโม่และไม่ไปทางนั้น แต่พวกเขาก็ต้องยอมเหยียบเศษแก้วแทน

สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือพวกเขาไม่ได้เหยียบเศษแก้วหรือว่าเดินมาตามทางที่ถังโม่สร้างไว้เลย กลุ่มของเขาไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของผู้ลักลอบ โชคดีที่ถังโม่คุยเรื่องแผนการกับเด็กชายตัวอ้วนไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ตอนนี้อาจจะต่างออกไป

ถังโม่กำไม้ขีดไฟในมือแน่น “คุณเข้ามาได้ยังไง?”

ไม่ได้เหยียบเศษแก้ว แต่ก็ไม่เดินมาตามเส้นทางที่วางไว้ พวกเขาเข้าโรงเรียนมาโดยไม่ทำให้กับดักทำงานได้ยังไง?

ชายผมสั้นส่งเสียงหัวเราะ “เข้ามา? เราไม่เคยออกไปเลยต่างหาก!”

เด็กชายตัวอ้วนหวาดผวา “ม..ไม่มีทาง! คุณจะไม่เคยออกไปได้ยังไง? อยู่ในโรงเรียนมาโดยตลอดเนี่ยนะ?”

“โรงเรียนนี่ใหญ่จะตาย แกจะรู้ได้ยังไงว่าเราซ่อนอยู่ที่ไหน?” ผู้ชายคนนั้นกวาดตามองไปทั่ว แล้วหยุดที่เฉินชานชานนานเป็นพิเศษ “ตลอดสองวันที่ผ่านมาฉันมองพวกแกติดตั้งกับดักไร้ประโยชน์นั่น จริงๆ ฉันวางแผนจะโจมตีแกตั้งแต่เมื่อคืนด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดว่าไอ้หมอนี่จะโผล่หัวมา ฉันก็เลยปล่อยให้แกอยู่รอดไปได้อีกวันหนึ่ง”

ผู้ร้ายพวกนั้นอยู่กับพวกเขามาโดยตลอด นักเรียนทุกคนหวาดผวา

เฉินชานชานกัดฟันแล้วพูดด้วยความเสียใจ “ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย”

เฉียวเฟยเฟยส่ายหน้า “อย่าโทษตัวเองเลย ใครจะไปคิดว่าพวกนั้นจะซ่อนอยู่ในโรงเรียนของเรา มันเป็นความผิดของพวกนั้นต่างหาก!”

ชายแขนเดียวมองเฉินชานชานกับเฉียวเฟยเฟยด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายประหลาด

ถังโม่ขยับไปบังเด็กหญิงทั้งสอง “เพื่อนคุณตายหมดแล้ว ทำไมยังไม่หนีอีกล่ะ?”

“ทำไมฉันต้องหนี? ในเมื่อคนที่จะต้องตายก็คือแก” เขาชี้มีดมาที่ถังโม่ มีดนั้นหักครึ่งแล้ว แต่เขาก็มองถังโม่อย่างไม่เกรงกลัว

ถังโม่กำไม้ขีดไฟในมือแน่นตอนที่ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นเต็มหัวใจ เขาหันมองดอกไม้พวกนั้นแล้วตะโกน “ไปทำลายดอกไม้พวกนั้นเร็ว!”

ชายแขนเดียวเย้ยหยัน “ฝันไปเถอะ!” เขาขยับมีด หยุดนักเรียนที่พุ่งเข้าไปทำลายดอกไม้

ถังโม่เหวี่ยงไม้ขีดไฟขณะที่ชายคนนั้นตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยมีดแตกๆ พอมีดที่หักไปครึ่งหนึ่งโดนไม้ขีดไฟกระแทก รอยแตกเหมือนใยแมงมุมปรากฏบนใบมีด ก่อนที่มันจะแตกละเอียด

“ไปทำลายดอกไม้เร็ว!” ถังโม่ตะโกนอีกรอบ

นอกจากนักเรียนผู้เล่นสำรองสองคนที่ยังกอดร่างครูหลี่ไว้ คนที่เหลือก็พุ่งไปหาดอกไม้ เด็กชายพยายามดึงรากกุหลาบสุดแรงแล้วหันกลับมาตะโกน “ผมดึงไม่ได้! ไอ้นี่มันแข็งยิ่งกว่าเหล็กอีก!”

เจ้าอ้วนน่าจะแข็งแรงที่สุดในบรรดานักเรียนทุกคนแต่เขาก็ยังทำลายดอกไม้ไม่ได้ คนที่เหลือก็คงสิ้นหวังแล้ว

ถังโม่เข้าใจความกังวลของตัวเองทันที

ชายแขนเดียวแข็งแรงยิ่งกว่าถังโม่ เขาดูผอมแล้วก็ตัวเล็ก แต่ก็มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง กล้ามเนื้อเหล่านี้ไม่ได้ได้มาเพราะเขาเป็นผู้ลักลอบ ก่อนโลกจะออนไลน์ผู้ชายคงนี้คงแข็งแรงกว่าคนปกติอยู่มากโข การตอบสนองเขาไวพอๆ กับถังโม่แต่ทักษะการต่อสู้และความแข็งแรงเหนือกว่า เขาอาจจะไม่มีอาวุธแต่ก็หลบไม้ขีดไฟได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ใช้ความสามารถของนายทำลายดอกไม้นั่นซะ!”

เจ้าอ้วนเหงื่อออก ตอนที่เขาใช้พลังบังคับตะปู แล้วเล็งมันไปที่รากกุหลาบ ฟุ่บ! ตะปูวิ่งทะลุอากาศแล้วแทงทะลุราก ประกายอย่างโลหะลอยออกมาตอนที่ตะปูนั้นพุ่งทะลุรากไป

“ผมทำได้!”

เจ้าเด็กตัวอ้วนสูดลมหายใจแล้วเริ่มลงมือตัดรากกุหลาบด้วยตะปู ตะปูบางเกินไป ตัดรากออกมาได้ทีละนิด ต้องแทงอยู่เกือบยี่สิบครั้งถึงจะทำลายดอกไม้ได้จริงๆ

เด็กชายร้อง “ผมมีปืน รากนี่แข็งเหมือนเหล็กเลย ถ้าใช้ปืนอาจจะทำลายมันได้ก็ได้ มีกระสุนอยู่แปดนัด น่าจะทำลายได้สักดอกหนึ่ง”

เจ้าอ้วนส่งปืนให้ผู้เล่นอย่างเป็นทางการอีกคน เฉียวเฟยเฟยยืนอึ้ง “นี่คือ…นี่ปืน”

“ใช่ นี่คือปืน ตั้งสมาธิแล้วเล็งไปที่รากนี่สิ”

เฉียวเฟยเฟยรวบรวมความกล้าจะหยิบปืน แต่ตอนที่ลังเลปืนก็โดนดึงไปแล้ว เด็กหญิงผมสั้นเล็งปากกระบอกปืนไปที่รากเล็กๆ เฉินชานชานมือไม่สั้นเลยตอนที่ลั่นไก

ปัง!

กระสุนทะลุรากกุหลาบ ทิ้งรูใหญ่ไว้

แรงสะท้อนรุนแรงทำให้เด็กหญิงต้องก้าวถอยหลัง เธอไม่รอให้เด็กชายตัวอ้วนต้องพูดซ้ำ ยกปืนขึ้น แล้วยิงออกไปอีกสองนัด

เฉียวเฟยเฟยโล่งอก “มีประโยชน์จริงๆ”

นักเรียนผู้เล่นสำรองเองก็เข้ามาช่วย เด็กชายตัวอ้วนใช้พลังของตนฉีกรากดอกไม้ ขณะที่เฉินชานชานใช้ปืนยิงดอกไม้ไปสองดอกแล้ว นักเรียนอีกสามคนกับหลี่เหหวินพยายามตัดรากมันด้วยมีด พอฟันไปสิบครั้งพวกเขาก็ตัดมันได้

ถังโม่ใช้ไม้ขีดไฟสู้กับชายแขนเดียว

ทั้งสองปะทะกันหลายครั้งบนลู่วิ่ง หัวไหล่ขวาของชายแขนเดียวถูกถังโม่ใช้ไม้ขีดไฟตีจนกระดูกร้าว คนปกติคงยืนไม่ไหวแล้ว แต่เพราะเขาเป็นผู้ลักลอบ เลยยังยืนเผชิญหน้ากับถังโม่ได้แม้สีหน้าจะเริ่มหมองมัว

แต่สภาพถังโม่ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น ถึงอีกฝ่ายจะเหลือแขนเดียวแต่เขาก็ยังใช้มือเปล่ากระแทกกระดูกซี่โครงถังโม่ได้ เขาได้ยินเสียงดังกร๊อบตออนที่กระดูกซี่โครงแตก

นี่แหล่ะคือทักษะการต่อสู้ที่แท้จริง

ถ้าอีกฝ่ายยังมีแขนอีกข้างหรือถังโม่ไม่ได้มีไม้ขีดไฟอยู่ บางทีถังโม่อาจจะแพ้ก็ได้

แต่ผู้ชายคนนั้นก็เหลือแขนอยู่ข้างเดียว

ถังโม่ใช้ความได้เปรียบนั้น หาช่องว่าง แล้วเล็งไม้ขีดไฟที่หัวของอีกคน

ชายแขนเดียวหลบ เขารู้ว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ ถ้าไม้ขีดไฟนั้นกระแทกโดนหัว เลยไม่ลังเลที่จะยกแขนซ้ายขึ้นกัน

ปัง!

แขนซ้ายที่ยกขึ้นมาเบี่ยงทางไม้ขีดไฟของถังโม่ไม่ให้กระแทกหัวของเขา มีเงาดำลอยเป็นเส้นโค้งไปตกที่สนาม ชายคนนั้นมองถังโม่ด้วยสายตาที่น่าสยดสยอง เลือดไหลพรูจากข้อมือซ้ายที่ว่างเปล่า ส่วนที่เหลือกระเด็นไปอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก

“ฉันจะฆ่าแก!!!”

ถังโม่ไม่ได้พูดอะไรตอนที่ชูไม้ขีดไฟขึ้นสูง แต่อีกฝ่ายกลับเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วหัวเราะดังลั้น “แกตายแน่ พวกแกจะตายกันอยู่ที่นี่! และฉันจะเป็นคนเดียวที่รอดไปได้!”

ถังโม่มองตามสายตาเขา

ในท้องฟ้ากว้างใหญ่ แสงจันทร์มืดครึ้มและไร้แสงดาว เมฆดำก้อนใหญ่เคลื่อนจากไกลๆ บดบังแสงจันทร์ไว้ เหลือให้เห็นแค่เสี้ยวเดียวแล้วตอนนี้

“ความสามารถของฉันคืออะไรงั้นเหรอ? แกคิดว่ามันเป็นแค่ดอกไม้ธรรมดาเหรอ? ไม่ใช่เลย! ความสามารถของฉันแข็งแกร่งยิ่งกว่าการพ่นไฟหรือไอ้โง่ที่มีกระสุนร้อยนัดในปืนกระบอกหนึ่งเป็นร้อยเท่า! ดอกไม้ของฉันดูดซับแก่นแสงจันทร์แล้ว รอให้เมฆนี้ปิดแสงจันทร์ทั้งหมด แล้วดอกไม้ของฉันก็จะบาน!”

ถังโม่หันไปมองดอกไม้

เด็กชายตัวอ้วนทำลายดอกไม้ไปหกดอก เฉินชานชานทำลายไปสอง ที่เหลือรวมแรงกันทำลายได้ไปหนึ่ง

ยังเหลือดอกไม้อีกสามดอก

ยิ่งเมฆสีเข้มปิดบังดวงจันทร์มากเท่าไหร่ กลีบนอกของดอกก็เริ่มสั่น แล้วผลิบาน กลีบดอกไม้โยกไหวในสายลมยามค่ำ ยิ่งดอกไม้บานเท่าไหร่ เกสรสีม่วงก็ยิ่งเข้มขึ้นเท่านั้น

“พอดอกไม้บานพวกแกก็จะตายเพราะพิษของมัน! แก๊สพิษจะกระจายไปทั่ว และจะมีแต่ฉันที่รอดไปได้!” ชายแขนเดียวที่เพิ่งเสียมืออีกข้างไปเหมือนจะเป็นบ้าไปแล้ว เอาแต่พูดคำว่า ‘ตาย’ ขณะมองถังโม่และคนอื่นๆ ด้วยสายตาชั่วร้าย

ถังโม่เมินเขา แล้วพุ่งไปหาดอกไม้พร้อมเหวี่ยงไม้ขีดไฟ

แกร๊ง!

กุหลาบสั่นเบาๆ ถังโม่มองรากของมันที่เอียงไปสัก15องศา กระทั่งไม้ขีดไฟยังทำลายมันไม่ได้!

“พวกแกทุกคนต้องตาย ฮ่าฮ่าฮ่า…”

เมฆดำปิดดวงจันทร์หมดตอนที่ถังโม่เหวี่ยงไม้ขีดไฟ ทำลายได้ไปอีกดอกหนึ่ง

“พวกแกจะต้องตายกันหมด หมดนี่เลย!”

ตอนที่ถังโม่พุ่งไปหาดอกไม้อีกดอกมันก็แทบจะบานเต็มที่แล้ว เหลือแค่ชั้นกลีบบางๆ ที่ปิดเกสรไว้ ดอกไม้สีม่วงเข้มดึงดูดสายตา มันดูเป็นพิษมากจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ถังโม่ชูไม้ขีดไฟขึ้นยังไม่ทันจะทุบลงไป ใบหน้าของชายคนนั้นก็มีหมอกดำจางๆ หมุนวนคลุมศีรษะของเขาไว้

ตอนนั้นเองที่สายลมแรงพัดขึ้นจากพื้น ยังไม่ทันมีใครได้ทำอะไร แสงจันทร์ซีดๆ ก็ฉายลงที่พื้นโลกอีกครั้ง

ชายแขนเดียวยิ้มแข็งข้าง เขาเบิกตากว้างเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “ไม่! เป็นไปไม่ได้! มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย?”

พอถังโม่มองไปอีกหน หมอกดำรอบศีรษะของชายคนนั้นก็กระจายหายไปหมดแล้ว แต่สายลมก็พัดเมฆดำที่ปกคลุมพระจันทร์ออกไปแล้งเหมือนกัน พอแสงจันทร์ส่องลงมาอีกครั้ง กลีบดอกไม้ก็หยุด ถังโม่ใช้เวลาอีกสองนาทีในการทำลายดอกไม้พิษที่เหลือ

ชายแขนเดียวเห็นดังนั้นก็ออกวิ่ง แต่ตะปูดอกเล็กแทงทะลุศีรษะเขาจากด้านหลังก่อน

ชายแขนเดียวเบิกตากว้างแล้วล้มลง

เด็กชายตัวอ้วนถามเสียงสั่น “เขา…เขาตายแล้ว?”

ถังโม่คลายมือที่จับไม้ขีดไฟแน่น “ใช่ เขาตายแล้ว”

ไม่มีใครรู้ว่าเมฆดำที่ปิดดวงจันทร์ไว้หายไปได้ยังไง บางทีอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถังโม่รู้ดี เพราะคนที่เขาวาดวงกลมเพื่อสาปไม่ใช่คนที่พ่นไฟได้หรือมือปืน เขาสาปชายแขนเดียวต่างหาก

ศัตรูที่เราไม่รู้จักย่อมน่ากลัวว่าคนที่เรามองเห็นได้

ถังโม่เตรียมการ์ดนี้ไว้เผื่อฉุกเฉินเท่านั้น เขาไม่รู้ว่า ‘วาดวงกลมเพื่อสาปคุณ’ จะทำงานไหม แต่ผลลัพธ์ที่เห็นก็ดูใช้ได้

พอศัตรูทั้งหมดตายนักเรียนที่เหลือก็เริ่มผ่อนคลาย เฉินชานชานยังกำปืนในมือแน่นแม้จะทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้ว ถึงจะไม่มีกระสุนเหลือเธอก็ถือไว้เหมือนมันเป็นเครื่องช่วยชีวิต

นักเรียนทั้งหลายช่วยกันออกแรง ย้ายศพของผู้ลักลอบทุกคนมากองรวมกัน กระทืบหน้าห้าคนนั้นด้วยความเกลียดชังแล้วโยนพวกเขาทิ้งไว้ในห้องน้ำ

ศพครูหลี่ถูกย้ายมาไว้ที่โรงยิม กับเด็กๆ ที่ตายไป

ร่างทั้งหมดนอนนิ่งอยู่บนพื้นเย็นๆ ไม่รู้ว่าใครเป็นเริ่ม แต่ไม่นานเสียงร้องไห้ก็ดังสะท้อนในโรงยิม พอร้องไห้เสร็จ ความหวาดกลัวจากการฆ่าฟันก็เริ่มคืบคลานเข้ามา

เจ้าอ้วนน้อยจ้าวเจียงฆ่ามือปืนและชายแขนเดียวไปด้วยความแค้นที่สุมในอก ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองฆ่าใครไปเลย แต่ตอนนี้เด็กชายวิ่งออกจากโรงยิมไปยืนพิงเสา แล้วเริ่มอาเจียน

“บางทีนี่อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เธอต้องฆ่าใครสักคน”

เสียงสงบไม่เปลี่ยนดังขึ้นจากข้างหลังเจ้าอ้วนน้อย

เด็กชายยังอาเจียนอยู่จนได้ยินเสียงนั้น ถึงได้หันกลับไปดู

ถังโม่หยิบขวดน้ำออกมาโยนให้เด็กชายด้วยสีหน้านิ่งสนิท “โลกนี้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้าอยากมีชีวิตอยู่เธอจะต้องเติบโต พลังนั่นมีประโยชน์มาก เธอใช้มันปกป้องตัวเองและคนอื่นได้”

เด็กชายเช็ดริมฝีปาก นัยน์ตาวูบไหวและริมฝีปากก็สั่น ผ่านไปสักพักถึงได้กัดฟัน “ผมรู้ว่าถ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะฆ่าผม ผมรู้ มันก็แค่…ยากที่จะปรับตัว”

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเธอก็จะปรับตัวได้” ถังโม่ตอบ

“พี่ถังโม่ พี่กลัวไหมเวลาต้องฆ่าใคร?”

เด็กชายรู้ว่าถังโม่ฆ่าคนไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเขาเคยฆ่าผู้ลักลอบมาก่อน ถังโม่ตอบเสียงเบา “ครั้งแรกที่ฆ่าคนอื่นผมกลัวมาก แต่ผมกลัวว่าตัวเองจะต้องตายมากกว่า”

เด็กชายพยักหน้ามึนๆ

ถังโม่ไม่ได้พูดอะไรอีก

ถ้าต้องเลือกระหว่างตัวเองกับคนอื่น เขาไม่ลังเลที่จะเลือกความตายให้กับอีกฝ่าย

หลังปลอบเด็กชายเล็กน้อยเสร็จ ถังโม่ก็แยกตัวออกมาที่บ่อน้ำหน้าโรงยิม เขาดึงหนังสือออกมาจากกลางอากาศ แล้วเปิดดูที่หน้าล่าสุด

[ความสามารถ: วิญญาณร้าย คืนปู่ของฉันมานะ!]

[เจ้าของ: ซูเฉียง (ผู้ลักลอบ)]

[ประเภท: อะตอมมิค]

[ฟังก์ชัน: ปล่อยไฟร้อนอออกจากปากได้ 30 วินาทีที่อุณหภูมิ 961°c]

[ระดับ: เลเวล 2]

[ข้อจำกัด: ระยะคูลดาวน์คือสามนาที ก่อนใช้ ต้องวางมือที่สะโพก แล้วตะโกนว่า “คืนปู่ของฉันมานะ”]

[Note: ซูเฉียง(ที่รัก)บอกว่า คนที่เห็นพลังของฉันจะต้องตาย ยกเว้นถังโม่น่ะนะ]

[คู่มือการใช้งานเวอร์ชั่นถังโม่: ใช้ได้วันละครั้ง อุณหภูมิสูงสุดคือ 800°c ก่อนใช้งานต้องวางมือที่เอวแล้วตะโกนว่า “คืนปู่ของฉันมานะ” ฉันว่าความสามารถนี่เหมาะกับถังโม่มากเลยนะ เป็นพลังที่ถังโม่ควรจะมีเลย ไก่เผ็ดแบบนี้น่ะเหมาะที่สุด!]

ถังโม่ “…”

ทำไมมันถึงได้พูดจาล่อบาทาขนาดนี้?

ถังโม่กระแทกหนังสือปิด เขาจะไม่ใช้ความสามารถนี่เด็ดขาด ไม่มีวัน!

“อยากได้น้ำหน่อยไหมคะ?” เสียงผู้หญิงดังขึ้น

ถังโม่รีบเก็บหนังสือแล้วหันไปมองเด็กหญิง

เฉินชานชานถึงน้ำกับขนมปังเดินมาหา ถังโม่รับขนมปังไป “ผมดื่มน้ำไปแล้ว”

เฉินชานชานพยักหน้า

เด็กชายตัวอ้วนกลับไปพักที่โรงยิมแล้ว เหลือถังโม่กับเฉินชานชานที่ยังอยู่ข้างนอก

“พวกเขาหลับกันหมดแล้ว พี่หลี่เหวินเองก็เพิ่งจะกลับมา เขาบอกว่านอนไม่หลับเลยไปสำรวจโรงเรียนเก่ามาเมื่อกี้”

“งั้นเหรอ”

“ครั้งนี้ หนูอยากจะขอบคุณคุณจริงๆ”

ถังโม่มองเด็กหญิงผมสั้น

ตาของเฉินชานชานเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น “ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่ขอบคุณที่ทำตามคำขอของคุณพ่อแล้วมาตามหาหนู หนูอยากจะอยู่กับเพื่อนร่วมชั้นต่อ พวกเราจะออกจากโรงเรียน ไปดูโลกภายนอกแล้ว”

ถังโม่เลิกคิ้ว “รู้ด้วยเหรอว่าผมอยากจะพาเธอไปด้วย?”

“ค่ะ หนูเดาได้” เฉินชานชานไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เธอดูเหมือนผู้ใหญ่อายุสัก 44 มากกว่าวัยรุ่น “แต่พอครูหลี่จากไปแล้ว หนูก็ทิ้งพวกเขาไว้ไม่ได้”

ถังโม่มองเด็กหญิงที่มีท่าทีมุ่งมั่น เขายิ้ม และไม่ได้พูดอะไรอีก

ถังโม่ลบความคิดที่จะพาเด็กหญิงไปด้วยกัน ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกผิดกับคนตายหรือรู้สึกขอโทษเด็กหญิงเลยจะปกป้องเธอ เขาก็แค่คิดว่าเธอฉลาดเกินไป และความสามารถของเธอก็แข็งแกร่งเอามากๆ กระทั่งหนังสือความสามารถยังบอกว่าการได้ความสามารถของเฉินชานชานมาเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์มากๆ

เธอไม่ได้แข็งแรงอะไร แต่มีประโยชน์กว่าหลี่เหวินแน่ๆ

ในโลกที่แสนอันตรายนี้ ถังโม่อยากได้ร่วมทีมที่ฉลาดๆ

แต่หลังจากครูหลี่จากไป เฉินชานชานก็ดูตัดสินใจจะอยู่กับเพื่อนของเธอต่อ ถังโม่เสียดาย แต่ก็ไม่ได้ชักชวนเธออีก

“หนูขอเรียกคุณว่า…พี่ถังได้ไหม?”

ถังโม่พยักหน้า

เด็กหญิงหัวเราะ ถึงหน้าตาจะไม่ได้โดนเด่น แต่ก็มีลักยิ้มสวย “พี่จะไปพรุ่งนี้แล้วใช่ไหม? หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ พอถึงตอนนั้นหนูก็จะแข็งแกร่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะพี่ถัง”

ถังโม่อ้าปากจะตอบ ตอนที่เสียงทุ้มต่ำน่าฟังดังขึ้นในใจเขา

[…นี่ฉันกวนนายหรือเปล่า?]

ถังโม่ “…”

ถังโม่จำเสียงนี้ได้ทันที

เฉินชานชานยังคงหลักแหลมเหมือนเคย “พี่ถัง มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”

เด็กหญิงเรียกเขาแบบคุ้นเคย แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น ที่กวนใจเเขาคือประโยค ‘นี่ฉันกวนนายหรือเปล่า?’ ต่างหาก

คนๆ นั้นพูดอีกรอบ [ขอโทษที่รบกวน เดี๋ยวจะติดต่อมาใหม่ทีหลังนะ]

ถังโม่ร้อง “ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ!”

เฉินชานชานสับสน “…พี่ถัง?”

ถังโม่พยายามใจเย็น “เธอกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะไปดูรอบๆ สักหน่อย”

เฉินชานชานมองเขาอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรแล้ววิ่งกลับเข้าโรงยิมไป

ถังโม่หยิบไข่ไก่งวงออกมาจากกระเป่า ไข่ฟองนั้นฉายแสงจางๆ ออกมา

เขาขมวดคิ้ว “คุณ…ฟู่? เสียงคุณดังอยู่ในหัวผม แต่มันต่างไปจากคราวที่แล้วที่เราติดต่อกัน ข้ามเรื่องนั้นไปก่อน นี่คุณทำอะไรอยู่เนี่ย?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด