ตอนที่แล้วตอนที่ 17 โมโม่~
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 19 จิตวิญญาณ คืนปู่ของฉันมานะ!

ตอนที่ 18 ผู้เล่นสำรองคืออะไร? ผมวาดวงกลมสาปคุณแล้ว!


หลี่เหวินเดินออกมาจากข้างหลังผู้ชายที่น่าจะเป็นคุณครู ข้างหลังมีเด็กมัธยมอีกสี่คน

ถังโม่ปล่อยมือที่จับเด็กชายตัวอ้วนไว้ เขาเลยรีบวิ่งไปซ่อนหลังคุณครู

“ในที่สุดคุณก็มา หลังจากเกมโจมตีหอคอยผมลืมตามาอีกทีก็นอนอยู่ที่ถนนแถวจิงอันแล้วทั้งๆ ที่ตอนเข้าเกมโจมตีหอคอยเราอยู่ตรงแยกระหว่างผูถัวกับหนานจิง ผมเลยลองมาหาคุณที่ชีเปยก่อน”

ถังโม่เหลือบมองคุณครูและนักเรียน แล้วหันไปถามหลี่เหวิน “นายมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“สักทุ่มหนึ่งได้ นี่เป็นโรงเรียนเก่าผมน่ะ ก็เลยรู้ทางมา” หลี่เหวินเห็นว่าทั้งคุณครูทั้งนักเรียนยังเงียบกริบกันอยู่เลยรีบแนะนำ “คุณหลี่ นี่ถังโม่ที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ไง เขาไม่ใช่คนไม่ดี แล้วก็ไม่ใช่ผู้ลักลอบด้วย ไม่ต้องกลัวครับ”

ครูหลี่กันเด็กๆ ไว้หลังตัวเอง มองถังโม่อย่างระแวดระวัง “หลี่เหวินบอกว่าคุณมาตามหาคน คุณกำลังหาใครอยู่?”

ถังโม่ได้ยินหลี่เหวินจงใจบอกอีกฝ่ายว่าเขาไม่ใช่ผู้ลักลอบ แล้วเลิกคิ้วขึ้น

“ผมมาตามหาเฉินชานชาน เธอน่าจะอยู่เกรด1”

“อา ชานชาน?”

“คุณกำลังตามหาชานชาน?”

ถังโม่แอบตกใจที่เห็นเด็กหญิงผมสั้นสูงราวร้อยหกสิบเซนติเมตรเดินเข้ามา เธอมองถังโม่เย็นเยียบ “หนูชื่อเฉินชานชาน คุณมาตามหาหนูถึงนี่ต้องการอะไร?”

บังเอิญอะไรขนาดนี้!

หลี่เหวินเองก็ตกใจเหมือนกัน “ไม่คิดว่าคุณมาตามหาชานชาน ถ้าบอกชื่อมาก่อนหน้านี้ผมคงหาเธอเจอนานแล้ว”

ถังโม่มองเด็กหญิงอย่างใจเย็น “ผมเป็นเพื่อนกับพ่อของเธอ พ่อเธอชื่อเฉินฟางจือ ผมทำงานอยู่ที่ห้องสมุดซูโจวแล้วเขาก็มาอ่านหนังสือบ่อยๆ เขาขอให้ผมมาตามหาเธอที่เซี่ยงไฮ้ ให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี”

“นั่นชื่อคุณพ่อจริงๆ คุณมีหลักฐานอะไรไหมว่าคุณรู้จักเขา”

“ชานชาน?” หลี่เหวินกับครูหลี่ขมวดคิ้ว หลี่เหวินเชื่อถังโม่อยู่แล้วเลยไม่ติดใจอะไร ส่วนครูหลี่ฟังถังโม่พูดแล้วก็คิดว่าเขาน่าเชื่อถือ แต่เธอก็ยังสงสัยเขาน่ะนะ?

ถังโม่หลุดยิ้มใส่เด็กหญิง ก่อนจะปั้นหน้านิ่ง “พ่อเธอสูงราว175 เขาว่างงานมาเกือบปีแล้ว พ่อของเขา… คุณปู่ของเธอเป็นหมอ ที่สำคัญพ่อเธอคลั่งศาสนามาก แล้วก็ใส่กำไลสีแดงอาเกดที่ข้อมือ” ถังโม่หยุดยิ้ม “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่ใช้พิสูจน์ว่าผมรู้จักกับพ่อของเธอ แต่ก็คงไม่ได้พืสูจน์ว่าผมมาที่นี่ตามคำขอของเขาหรือว่ามีจุดประสงค์อื่น”

“นี่คำขอ…หรือคำสั่งเสีย?”

รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าถังโม่ “คำสั่งเสีย”

สีหน้าเด็กหญิงเปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ก่อนเธอจะหันหลัง เดินกลับไปหาเพื่อนนักเรียน “หนูเชื่อคุณ”

หลี่เหวินโล่งอก “ทำไมซับซ้อนแบบนี้ล่ะ? ผมก็บอกไปแล้วนี่ว่ามาจากซูโจวกำลังจะกลับเซี่ยงไฮ้แล้วก็เจอถังโม่บนทางด่วน ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีจริงๆ เขาจะเดินทางข้ามเมืองมาเพื่อทำร้ายเด็กมัธยมสักคนที่เขาไม่รู้จักทำไม แค่ก่อเรื่องที่ซูจโจวก็น่าจะพอแล้วนี่? เขาไม่ใช่ผู้ลักลอบจริงๆ นะ”

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?”

ครูหลี่แทรกขึ้นมา “ที่นี่ไม่เหมาะจะคุยหรอก จ้าวเซียงไปช่วยหลิวเฉินจัดการเรื่องกับดักที ส่วนเราเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ”

เด็กชายตัวอ้วนที่ชื่อจ้าวเซียงพยักหน้ากับเด็กชายตัวสูงอีกคน แล้วแยกตัวไปจัดการกู้หลุมกับดัก ถังโม่เดินตามครูหลี่เข้าไปในโรงเรียน

ครูหลี่อธิบายสถานการณ์ “ผมต้องขอโทษจริงๆ เรากลัวว่าคุณจะเป็นคนไม่ดีหรือผู้ลักลอบ เราไม่กล้าเสี่ยง ช่วงนี้อันตรายเกินไป ยากจะระบุตัวตนของคุณที่มาโรงเรียนในเวลาแบบนี้ เรายอมฆ่าคุณแล้วรู้ตัวว่าผิด ดีกว่าปล่อยให้เกิดอะไรเลวร้ายขึ้น”

ถังโม่พยักหน้า “ห้าทุ่มถึงตีสองคือเวลาหลับลึกของคน เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของวัน ถ้าใครสักคนอยากจะลอบโจมตีก็คงเลือกเวลานี้”

เด็กหญิงมัธยมต้นแทรก “คุณพูดเหมือนชานชานเลย”

ถังโม่มองเด็กหญิงผมสั้น

นอกจากเด็กชายสองคนที่อยู่ที่ทางเข้าและเฉินชานชานแล้ว ก็ยังมีเด็กหญิงชายอีกอย่างละหนึ่ง เฉินชานชานเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไร ขณะที่เด็กสองคนนั้นคอยปลอบเธอ ยังไงถังโม่ก็เพิ่งบอกว่าเฉินชานชานว่าพ่อเธอตานแล้วนะ เด็กหญิงไม่ได้ร้องไห้แต่เธอก็ยังเด็ก ไม่ได้เก็บความเสียใจไว้ได้มิดชิด

ครูหลี่ถอนหายใจ “คุณพูดถูก เรากลัวว่าจะมีคนแอบย่องเข้าโรงเรียนมาฆ่าเรา ที่นี่เคยมีครูกับนักเรียนเป็นพันคน แต่พอหอคอยดำประกาศเริ่มเกม คนส่วนใหญ่ก็หายไป เหลือแค่ครูสองคนกับนักเรียนอีกสิบหกคน”

“แล้วคนที่เหลือล่ะครับ?”

“พวกเขาอยู่ที่นี่ไง”

พวกเขาเดินมาหยุดที่โรงยิม ครูหลี่ผลักประตูเปิดให้ถังโม่เห็นข้างใน

ในโรงยิม ร่างหกร่างถูกวางเรียงกันโดยมีเสื้อโค้ทคลุมหน้าไว้ สามคนยังตัวเตี้ยอยู่ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กๆ ที่เหลืออีกสามคนตัวสูงเกิน170 พวกเขานอนนิ่งอยู่บนพื้นเย็นๆ ใต้แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา

ครูหลี่เสียงแหบ “เรามีนักเรียนมากเกินไป แต่มีครูอยู่แค่สองคน นักเรียน16คนบ้านอยู่กันคนละที่ แถมบ้านบางคนก็อยู่ไกลมากเลยส่งพวกเขากลับบ้านไม่ได้ หลังเกมเริ่มอย่างเป็นทางการ ผมกับครูหวังเลือกจะอยู่รอให้ผู้ปกครองมารับเด็กๆ ไป ถ้าพวกเขาไม่ได้หายไปก่อน ผมเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องมารับเด็กๆ กลับไปแน่ ถ้าปิดหูปิดตาส่งพวกเขากลับบ้านไป พวกเขาอาจจะหลงทางกับพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่เขาหายไปแล้ว พวกเราก็จะรวมกลุ่มกันไว้แล้วผ่านมันไปให้ได้ สุดท้ายก็มีผู้ปกครองห้าคนมารับเด็กไป เหลือเด็กอีกสิบเอ็ดคนอยู่ที่นี่”

ถังโม่มองร่างทั้งหกบนพื้น แล้วบีบมือตัวเอง เขาหันหน้าหนี “ทำไมพวกเขาถึงตายล่ะ?” ไม่ใช่การกำจัดของหอคอยแน่ๆ ร่างของเด็กคนหนึ่งมีรอยมีดแทงเป็นสิบๆ รอย พวกเขาถูกแทงจนตาย

ครูหลี่กรุ่นโกรธ “เพราะผู้ลักลอบพวกนั้นไง!”

หลี่เหวินอธิบายแทน “ถังโม่ วันนี้พวกเราถูกส่งไปที่หอคอยดำเพื่อเล่นเกมโจมตีหอคอยใช่ไหม ครูกับเด็กพวกนี้ก็เหมือนกัา พอเกมจบ มีเด็กแค่สองคนที่ไม่ได้กลับมา  เด็กๆ เก้าคนกับครูหวังรอดมาได้ สามในนั้นเข้าไปเล่นเกมเดียวกัน เกมนั้นมีผู้เล่นทั้งหมดหกคน อีกสามคนเป็นผู้ใหญ่ แถมสองในนั้นยังเป็นผู้ลักลอบ! เด็กๆ เป็นแค่ผู้เล่นสำรองธรรมดา พวกเขาเลยไม่คิดว่าเด็กๆ จะบังเอิญเคลียร์ภารกิจเสริมแล้วได้รางวัลเป็นไม้ขีดไฟอันใหญ่”

ถังโม่ผวา  “ไม้ขีดไฟอันใหญ่”

หลี่เหวินพยักหน้า “ใช่ หน้าตาเหมือนไม้ขีดไฟอันใหญ่ของคุณเลย”

ครูหลี่กวักมือเรียกเด็กๆ เด็กชายตัวสูงวิ่งไปที่ห้องอุปกรณ์ของโรงยิมแล้วหยิบไม้ขีดไฟอันใหญ่ออกมา มันมีหัวไม้ขีดขนาดใหญ่ กับส่วนไม้ที่คุ้นตา ถังโม่รับมันไปสำรวจ “มันคือแบบเดียวกับไม้ขีดไฟของผมเลย เด็กๆ เจอโมเสกเหรอ? พวกเขาทำภารกิจของโมเสกสำเร็จ?”

หลี่เหวินส่ายหน้า “ผมไม่รู้ เด็กพวกนั้นตายแล้ว เขานอนอยู่ตรงนั้นไง”

ถังโม่ได้พลัง ‘ผมมีมิติวิเศษที่ห่วยกว่าของตัวเอก’ ของเฉียนซานคุนมา แล้วก็เก็บวัตถุได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น พอเขาลองดู ก็รู้สึกว่าตัวเองสามารถเก็บมันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำ แล้วส่งไม้ขีดไฟคืนเด็กชาย

เด็กชายรับไม้ขีดคืนด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาเช็ดน้ำตา “ไม้ขีดอันนี้เป็นของหวังเชา นักเรียนสามคนนั้นถูกผู้ลักลอบฆ่า ก่อนตายหวังเชาบอกผมว่าตอนเขาได้ไม้ขีดไฟอันนี้มาผู้ลักลอบบังคับให้เขาส่งมันให้ พวกเขาคิดว่ามันคือสมบัติ จริงๆ แล้วหวังเชาก็อยากส่งมันให้ถ้าเขาทำได้ แต่หวังเชาขี้ขลาดเกินไป เราเคยล้อกันว่าเขาขี้อายกว่าผู้หญิงอีก แต่…แต่…”

เด็กชายเค้นเสียง “แต่ในเกมนั้นหวังเชาไม่มีเวลาแล้ว สัตว์ประหลาดบอกให้ตามหาผู้ลักลอบให้มันกิน ถ้าไม่ส่งผู้ลักลอบให้มันจะไล่กินไปทีละคน”

หลี่เหวินเสริม “พวกเขาก็เจอสถานการณ์เดียวกับเรา แต่สองในสามของผู้ใหญ่เป็นผู้ลักลอบ สองคนนั้นเลยตัดสินใจส่งเด็กๆ ออกไปก่อน ผู้ใหญ่อีกคนเองก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ปีศาจก็เลือกจะกินเด็กสามคนนั้นแล้ว เด็กที่ชื่อหวังเชากลัวมาก เลยบอกว่าหนึ่งในผู้ใหญ่พวกนั้นเป็นผู้ลักลอบ สัตว์ประหลาดเองก็คิดว่าผู้ใหญ่มีเนื้อมากกว่า แต่ผลออกมาว่าเขาเป็นผู้ลักลอบจริงๆ…”

“เขาแค่บังเอิญชี้ออกไปเหรอ?”

“ใช่ เด็กสามคนนั้นกลัวมากแล้วก็ไม่อยากถูกกิน ก็เลยชี้ออกไปคนหนึ่ง เพราะเขาเอาแต่พูดว่าจะส่งหวังเชาออกไปก่อน หวังเชาก็เลยชี้เขา ไม่คิดว่าจะถูก”

“สัตว์ประหลาดกินผู้ลักลอบเข้าไป?”

ครูหลี่กัดฟัน “ทำไมเขาจะไม่กินผู้ลักลอบล่ะ? หวังเชาบอกว่าสัตว์ประหลาดกินผู้ลักลอบไปได้แค่แขนเดียวก่อนที่เกมจะจบ พวกเขาไม่ตายแล้วก็ออกจากเกมกันทั้งหกคน เราคิดว่าเรื่องมันจบแล้วเลยจะฉลองให้ทุกคนที่รอดกลับมาได้ ไม่คิดว่าผู้ลักลอบจะจำชุดนักเรียนได้ แล้วตามมาโจมตีที่โรงเรียนตอนครึ่งชั่วโมงถัดมา แถมยังมากับผู้ลักลอบอีกสามคน ผู้ลักลอบห้าคนนั้นทำร้ายเด็กๆ พวกนี้!”

เด็กชายตาแดง “พวกนั้นบอกว่าอยากฆ่าหวังเชาแล้วก็ให้เราส่งไม้ขีดไฟอันนี้ให้ แต่เราไม่อยากส่งมันให้พวกนั้น นี่เป็นรางวัลที่หวังเชาได้มานะ ทำไมเราต้องยกให้ด้วยล่ะ? แต่ห้าคนนั้นก็มีพลังพิเศษแถมยังแข็งแกร่งมาก พวกนั้นฆ่าเราไปคนหนึ่งแล้วเราเลยจะยอมส่งไม้ขีดไฟให้ แต่พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ไม้ขีดไฟ ผู้ลักลอบที่เสียแขนไปบอกให้หวังเชาชดใช้! พวกเรายอมไม่ได้เลยต้องสู้กัน เราฆ่าผู้ลักลอบไปได้สองคน แต่หวังเชา … ครูหวัง… พวกเขาตายแล้ว”

ครูหลี่พาถังโม่ไปดูสองร่างที่นอนอยู่บนพื้น

นอกจากเฉินชานชาน นักเรียนสองคนที่เหลือก็รีบหันหน้าหนีทันทีที่เห็นใบหน้าพวกเขา

ครูหลี่พูด “เรื่องมันไม่ง่ายอย่างการยอมยกไม้ขีดไฟให้พวกเขา พวกนั้นสองคนตาย แต่ฝั่งเราก็เสียเด็กๆ กับครูหวังไปเหมือนกัน เราจะไม่ยอมหยุดจนกว่าเราจะฆ่าพวกเขาให้หมด”

“ฆ่าพวกเขา!”

“ฆ่าพวกเขา!”

คำพูดรุนแรงหลุดจากปากเด็กทั้งสอง

ถังโม่ไม่ได้อยากจะปลอบให้พวกเขาปล่อยวางความเกลียดชังนั้

โลกนี้ไม่สงบสุขอีกแล้ว ไม่มีใครปกป้องพวกเด็กๆ ได้ตลอดไป พวกเขาต้องปกป้องตัวเอง โลกนี้มันโหดร้ายเหลือเกิน เด็กอายุ15ยังเด็กเกินกว่าจะต้องโตเร็วแบบนี้

โลกนี้มีคนเลวอยู่มากมายและสงครามก็ไม่เคยสิ้นสุด จีนก่อนหน้านี้สงบสุขเพราะมีคนมากมายเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องทุกคน แต่ตอนนี้ความชั่วร้ายปล่อยลูกสมุนของมันออกมา สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำลายความชั่วร้ายนั้นแล้วปกป้องตัวเอง

ถังโม่รู้สึกถึงความโกรธที่หายไปนาน เขาสูดลมหายใจควบคุมอารมณ์ มองไปที่นาฬิกาบนผนัง “ตอนนี้ตีสามแล้ว มีผู้ลักลอบสามคน แล้วพวกคุณก็ฆ่าไปสอง อีกสามคนที่เหลือถ้าฉลาดพอคงไม่เข้ามาโจมตีโรงเรียนอีกในคืนนี้ แต่เพื่อความปลอดภัยน่าจะมีใครสักคนไปเฝ้าประตูไว้”

ครูหลี่แนะนำ “ในหกคนที่เหลือ มีเฉียวเฟยเฟยกับจ้าวเจียงเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ พวกเขามีพลังแล้วก็แข็งแรงกว่าเรา ตอนนี้จ้าวเจียงอยู่ที่ประตู”

ถังโม่ประหลาดใจ “พวกคุณรู้ว่าอะไรคือผู้เล่นอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นสำรองแล้วก็ผู้ลักลอบเหรอ?” เขาคิดว่าจะมีแค่เจ้าตุ่นที่พูดเสียอีก

เฉินชานชานที่เงียบไปนานพูดขึ้นมา “วันนี้เราสิบสามคนเข้าไปเล่นเกมหกเกม ทุกเกมต่างกันแต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน สัตว์ประหลาดของหอคอยทั้งหมดพูดถึงผู้เล่นสามแบบ พวกเขาพูดถึงแต่ไม่ยอมบอกเราว่ามันหมายถึงอะไร ต้องขอบคุณพี่หลี่เหวินเราถึงได้เข้าใจความหมายของทั้งสามตัวตนนี้ ถึงเราจะรู้จักผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้เล่นสำรองอยู่แล้วก็เถอะ”

“รู้ได้ยังไงน่ะ?” ถังโม่ประหลาดใจ

เด็กหญิงอีกคนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเดินมาข้างหน้า “เพราะหนู หนูเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ พลังของหนูไม่ค่อยมีประโยชน์เหมือนของจ้าวเจียง หนูทำได้แค่เห็นตัวตนของคนอื่น”

“เห็นตัวตนของคนอื่นเหรอ?”

เด็กหญิงพยักหน้า “ในสายตาของหนูทุกคนจะมีตัวอักษรลอยอยู่เหนือหัว หลังเกมเริ่มอย่างเป็นทางการ หนูเห็นคำว่า ‘ผู้เล่นอย่างป็นทางการ’ บนหัวจ้าวเจียง แล้วก็เห็น ‘ผู้เล่นสำรอง’ บนหัวครูหลี่กับชานชาน แต่ความสามารถนี้ใช้ได้แค่ห้าครั้งต่อวัน พออ่านตัวตนของคนครบห้าคน คำที่อยู่บนหัวผู้เล่นคนอื่นก็จะเบลอจนอ่านไม่ออก”

“เธออยู่ที่ประตูโรงเรียนเมื่อกี้ ไม่เห็นตัวตนของผมเหรอ?”

เด็กหญิงส่ายหน้า “มันแปลกมาก หนูยังไม่ได้ใช้ความสามารถเลย แต่หนูก็อ่านตัวตนของคุณไม่ได้ มันโดนเบลอไว้”

ถังโม่ครุ่นคิด “มีเงื่อนไขอะไรก่อนใช้หรือเปล่า?”

“ไม่ หนูก็แค่เห็นมัน”

“งั้นจับมือผมแล้วลองใช้พลังดู”

เด็กหญิงแตะมือถังโม่แล้วเงยหน้าขึ้น “อ๊ะ! หนูเห็นแล้ว! ผู้เล่นอย่างเป็นทางการ! ประหลาดจัง พอสัมผัสแล้วถึงเห็นเหรอ? ก่อนหน้านี้แค่มองจ้าวเจียงกับพวกผู้ลักลอบหนูก็มองเห็นได้เลยนะ”

ถังโม่เองก็ไม่มีคำอธิบายเหมือนกัน

เด็กชายที่ไปจัดการเรื่องกับดักกับเด็กชายร่างท้วมกลับมาแล้ว “ครูครับ เราวางกับดักไว้อีกรอบแล้ว จ้าวเจียงบอกว่าเขาจะเฝ้าประตูต่อ ให้ผมกลับมานอน”

“ผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้ลักลอบมีความสามารถ ชัดเจนว่าร่างกายเขาแข็งแรงกว่าผู้เล่นสำรอง” จู่ๆ เฉินชานชานก็พูดออกมา ทั้งกลุ่มหันไปมองเธอตอนที่เธอถามถังโม่ “บอกเราหน่อยได้ไหม…ความสามารถของคุณคืออะไร? เราเข้าใจได้ที่คุณจะไม่บอกมันตรงๆ แต่เราอยากรู้ว่าคุณจะอยู่ช่วยเราไหม เป็นพลังที่ใช้ต่อสู้ไม่ได้อย่างของเฉียวเฟยเฟย? หรือเป็นพลังที่ใช้โจมตีอย่างของจ้าวเจียง?”

ถังโม่จ้องเด็กหญิงอยู่นาน “ความสามารถของผมไม่ได้มีไว้โจมตี แต่ผมจะอยู่”

ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทางตะวันออกสว่างขึ้น แล้วแสงยามเช้าก็สาดส่อง

เมื่อฟ้าสว่าง ครูหลี่และเด็กๆ ก็คลายความกังวลลง

ครูหลี่ประกาศ “พวกเขาไม่น่ามาโจมตีตอนกลางวัน เราไปนอนพักกันสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวครูจะไปเรียกจ้าวเจียงกลับมา เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน ถึงเวลาต้องพักแล้ว”

ถังโม่มองร่างที่นอนนิ่งในโรงยิมทั้งหก จ้องมองทีละคนโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไป

“คุณเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการได้ยังไงเหรอ?”

ถังโม่เงยหน้า เห็นเฉินชานชานเดินออกมาแล้วยืนพิงกำแพง

ถังโม่เงียบไปครู่หนึ่ง “วันที่สามหลังโลกออนไลน์ ผมเล่นเกมของหอคอยแล้วก็ชนะมา เป็นเกม1v1 อีกคนที่เล่นคือพ่อของเธอ”

เฉินชานชานตัวเกร็งแล้วผ่อนคลายลง “คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ”

“ผมไม่ได้รู้สึกผิด”

เฉินชานชานมองเขา

ถังโม่อธิบาย “พ่อของเธอเป็นคนดึงผมเข้าไปในเกม ถ้าผมแพ้ผมคงหายไปแล้ว ตอนนี้ผมก็ทำตามคำขอของเขา และเห็นว่าเธอปลอดภัยดี กับเกมที่จะตัดสินว่าผมหรือเขาจะหายไปแบบนั้น พอได้เห็นเธอยังอยู่ดีผมก็ไม่รู้สึกผิดแล้ว พ่อของเธอเองก็คงไม่โทษผมเหมือนกัน”

เฉินชานชานมองเขาแล้งยิ้ม “คุณแปลกมากเลย”

เด็กหญิงตัวเตี้ยกว่าถังโม่ แต่ภายในกลับดูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ถังโม่พูดตามที่คิด “เธอเองก็ฉลาดมาก”

“เกรดหนูอยู่ที่ท็อป10เสมอ แถมหนูยังชนะการแข่งโอลิมปิคคอมพิวเตอร์ ไปแข่งวิชาการในนามของโรงเรียนอยู่บ่อยๆ” เฉินชานชานพูดต่อ “พอโลกออนไลน์ สภาพร่างกายของผู้เล่นสำรองเองก็ดีขึ้นเหมือนกัน หนูก็รู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้น อย่าง… คุณรู้ไหมว่าผู้เล่นสำรองเกิดจากอะไร?”

ถังโม่หรี่ตา “ผมไม่รู้”

ผู้เล่นอย่างเป็นทางการคือคนที่เข้าร่วมเกมของหอคอยในสามวันแห่งการกำจัดนั้น ขณะที่ผู้ลักลอบ คือคนที่ฆ่าคนอื่นในสามวันนั้น

แล้วผู้เล่นสำรองล่ะ?

“หลังเกมเริ่ม มีคนสิบแปดคนเหลืออยู่ในโรงเรียน มีแค่เฉียวเฟยเฟยกับจ้าวเจียงที่เป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ ส่วนสิบหกคนที่เหลือเป็นผู้เล่นสำรอง หนูถามรายละเอียดพวกเขาและเจอจุดที่ทุกคนมีร่วมกัน”

ถังโม่ไม่ได้เจอคนมากมาย แล้วก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะไปหาข้อมูลจากที่ไหน เฉินชานชานรู้จักผู้เล่นสำรองเยอะ เลยสามารถตามหาสาเหตุของเรื่องนี้ได้ แต่มันก็ยังสุดยอดมากๆ อยู่ดีที่แค่คิดจะค้นหาสิ่งนี้แล้วก็พบคำตอบจริงๆ

“ทั้งสิบหกคนนั้นรวมถึงหนู เราทุกคนเล่นเกมในสามวันนั้นแล้วชนะมาได้ ไม่ใช่เกมของหอคอย แต่เป็นเกมปกติอย่างเกมคอมพิวเตอร์ เกมโทรศัพท์หรือว่าเกมจริงๆ ครูหลี่พิเศษที่สุด เขาไม่ได้เล่นเกมอะไร แต่เขาชนะพนันในหมู่พวกครู แล้วก็รอดมาได้”

ถังโม่ขมวดคิ้ว “ไม่น่าจะง่ายแบบนั้นนะ ถ้าแค่เล่นเกมให้ชนะ ตลอดสามวันนั้นน่าจะมีคนมากกว่า400ล้านคนที่รอดมาได้”

เฉินชานชานพนักหน้า “ใช่ มันไม่มีทางง่ายขนาดนั้น อย่าง หนูชนะและแพ้เกมตลอดสามวัน แต่เพื่อนร่วมชั้นที่เอาชนะหนูได้กลับไม่รอดมา พอลองสังเกตดูถึงได้รู้ว่า คู่ต่อสู้ของนักเรียนที่รอดมาได้ทั้งหมด เป็นฝ่ายยอมรอบว่าตัวเอง ‘ถูกกำจัด’”

ถังโม่ประหลาดใจ “พวกเขายอมรับเองเลยเหรอว่าถูกกำจัด”

“ค่ะ พวกเขาบอกว่าตัวเองถูกกำจัด ตอนมีประกาศของหอคอยเมื่อวันที่ 15 ประกาศว่าโลกออนไลน์แล้วและให้เราเริ่มกำจัดผู้เล่นคนอื่น ไม่มีใครรู้ความหมายของการกำจัด แต่คนส่วนใหญ่ตั้งใจฟังคำนี้มาก จากปกติเวลาเล่นเกมพวกเขาก็ควรจะพูดว่าตัวเองแพ้แล้ว ไม่ใช่ถูกกำจัดแล้ว แต่เพราะหอคอยจงใจใช้คำว่า ‘กำจัด’ จนหลายคนให้ความสำคัญกับมัน บางคนอาจจะพูดเพื่อความขำขัน แต่บางคนก็อาจจะพูดเพื่อย้ำเตือนกัน”

ถังโม่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายแบบนี้

เฉินชานชานเอนหลังพิงกำแพง “แต่ก็อาจจะมีทางอื่นก็ได้ จากสิบหกคน มีนักเรียนสองคนที่ไม่ได้ยินคำว่า ‘ถูกกำจัด’ เลย แต่ก็ยังรอดมาได้ กลุ่มตัวอย่างเล็กเกินไป หนูวิเคราะห์ได้เท่านี้”

“แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว” ถังโม่แทบจะไม่เคยเอ่ยชมใครเลย

เฉินชานชานโค้งศีรษะ มองไปที่ร่างทั้งหกบนพื้น ทีทั้งคุณครูและเพื่อนร่วมชั้น บางทีต่อให้ไม่รู้จักกัน แต่เธอก็เห็นพวกเขาตายต่อหน้าอยู่ดี

“พวกเขาน่าจะเข้ามาคืนนี้”

ถังโม่พยักหน้า “ใช่ น่าจะเป็นคืนนั้”

“หนูจะฆ่าพวกเขา แล้วก็มีชีวิตอยู่ต่อไป’

เธอยากจะฆ่าพวกเขาก่อน แล้วก็มีชีวิตอยู่

ถังโม่มองเด็กหญองผมสั้นด้วยสายตาจริงจัง “ดี เราจะฆ่าพวกเขา และมีชีวิตอยู่ต่อไป”

เฉินชานชานถูกครูหลี่เรียกตัวไป แล้วหลี่เหวินก็เดินมาหาถังโม่ “เวลาที่อันตรายที่สุดคือก่อนที่คุณจะมา เฉินชานชานฉลาดมากนะ นอกจากจะบอกให้เราวางกับดักในห้องยามแล้ว ยังให้วางเส้นเชือกบางๆ ไว้หน้าประตูให้แน่ใจว่าคุณจะติดกับดักนั้น โชคดีมากที่คุณใช้วิธีเข้าไปไม่อย่างนั้นก็คงจะติดกับไปแล้ว ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่ามันมีกับดัก?”

“ผมเจอแผนที่ของเมืองเซี่ยงไฮ้จากแผงหนังสือพิมพ์ ดูจากตรงนั้นโรงเรียนค่อนข้างใหญ่”

หลี่เหวินไม่เข้าใจ “โรงเรียนเก่าผมเป็นหนึ่งในสี่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ แล้วก็มีเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มันทำไมล่ะ?”

ถังโม่มองเขา “โรงเรียนมัธยมไม่เหมือนโรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่จะมีโรงอหารในวิทยาเขต บางทีโรงเรียนใหญ่ๆ อย่างนี้มีร้านสะดวกซื้อเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ผ่านไปสองวันแล้วหลังจากเกมเริ่ม ต้องมีร้านสะดวกซื้ออยู่ในโรงเรียนแน่คนในโรงเรียนถึงได้ไม่ขาดน้ำหรืออาหาร ผมจงใจบอกเด็กผู้ชายคนนั้นว่าจะให้น้ำกับอหาร ปกติเขาไม่ควรจะรับมัน แต่เขาก็รับ’

จ้าวเจียงผู้ตัวเล็กแต่จ้ำม่ำเดินเกาหัวเข้ามาในโรงยิม “อา ผมพยายามดึงคุ้นเข้ามาในกับดัก กลายเป็นว่าคุณโกหกผมอีกชั้นเหรอเนี่ย”

ถังโม่เริ่มสอนเขา “เธอยังเด็ก เวลาหลอกใครเธอต้องคิดนำไปก่อนก้าวหนึ่งแล้วมองหาช่องว่างในคำพูดของตัวเอง”

เจ้าอ้วนพยักหน้าแบบมึนๆ

หลี่เหวินพูดหยอกๆ “คุณกำลังสอนเด็กมัธยมให้รู้จักวิธีการหลอกลวงคนอื่นนะ”

ถังโม่ยักไหล่ “จากที่เฉินชานชานบอก พลังของนายมีไว้โจมตีเหรอ บอกหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นแบบไหน? ใช่ตะปูที่ผมเจอระหว่างทางหรือเปล่า?”

จ้าวเจียงนั่งลง เริ่มพูดอย่างจริงใจ “ใช่ เฉียวเฟยเฟยกับผมเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ เฟยเฟยอาจจะตัวเล็กแล้วก็ผอม แต่เราแข็งแรงกว่าครูหลี่มาก เฉียวเฟยเฟยเป็นผู้หญิง ผมเลยอาสาไปนั่งเฝ้าห้องยามให้ตอนกลางคืน กันคนพวกนั้นย่องเข้ามา เฉินชานชานบอกว่าพวกคนร้ายจะชอบย่องมาตอนเที่ยงคืนถึงตีสอง แล้วคุณก็โผล่มาเวลานั้น ผมคิดว่าคุณเป็นคนไม่ดีเลยโจมตี” เขาลูบหัวตัวเอง “ผมขอโทษ ผมเกือบทำคุณต้องเจ็บตัว”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เจ็บตรงไหน” ถึงโม่กังวลกับอย่างอื่นมากกว่า “ไฟที่ถนนนั่นเธอเป็นคนพังเหรอ?”

เจ้าอ้วนพยักหน้า “ชานชานบอกให้ผมพังมัน เธอบอกว่าถ้ามีเศษแก้วบนพื้น ใครที่เข้ามาจะต้องสร้างเสียงดังแน่ๆ พอเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการแล้วหูผมก็ดีขึ้นมาก ถ้ามีคนเหยียบเศษแก้วผมก็จะได้ยินเสียง”

“ความสามารถของนายคืออะไรน่ะ’

“มันคล้ายๆ กับการเคลื่อนย้ายวัตถุในอากาศมั้ง? ผมไม่ค่อยแน่ใจ ผมสามารถขยับวัตถุอะไรก็ได้ที่อยู่ในรัศมีร้อยเมตร แต่ผมไม่ได้แข็งแกร่งพอจะยกของหนักๆ ได้ ถ้าลองขยับมีด ความเร็วจะลดลงไปมากๆ

ถังโม่เห็นมีดลอยขึ้นจากพื้น ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้าให้จับ

จ้าวเจียงหน้าแดง “มันก็เป็นแบบนี้ ความเร็วมันต่ำมากจนใช้โจมตีใครไม่ได้ แต่ถ้าเป็นตะปูหรือเข็มพวกมันเบาแล้วก็เล็ก...”

ฟุ่บ!

เข็มขนาดเกือบเท่านิ้วโป้งโผล่มาตรงหน้าถังโม่ เขาหลบคอแต่เข็มนั้นแค่หยุดอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ขยับเข้าใส่ สายตาถังโม่มองเห็นการเคลื่อนไหวของมัน แต่เป็นเพราะเขาเตรียมพร้อมรับมืออยุ่ ถ้าเขาไม่ได้เตรียมพร้อม บางทีอาจจะหลบเข็มนี้ไม่พ้นก็ได้

จ้าวเจียงมองการเคลื่อนไหวของถังโม่อย่างตกตะลึง “คุณตอบสนองเร็วจัง ไวกว่าผมกับเฉียวเฟยเฟยอีก”

ถังโม่เอ้อมมือไปคว้าเข็มไว้ “เธอใข้ตะปูกับเข็มโจมตีคนอื่นมาตลอดเลยเหรอ?”

จ้าวเจียงพยักหน้า

ถังโม่เข้าใจพลังของอีกฝ่ายแล้ว

เป็นความสามารถที่เหมาะกับการใช้โจมตีจริงๆ น่าเสียดายที่วัตถุที่ขยับได้เล็กไปหน่อย ความเร็วจัดว่าพอใช้ได้แต่ถังโม่ก็ยังหลบมันได้ ถ้าเด็กชายใช้มีดคมๆ ที่ความเร็วสูงขนาดนี้ บางที่ผู้ลักลอบอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

ถังโม่ถือเข็มนั้น แล้วมองเด็กชายตัวอ้วน “อย่าบอกใครเรื่องพลังของตัวเองล่ะ”

จ้าวเจียวสับสน “โอ้?”

“เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหรอก”

จ้าวเจียง “…”

ไม่ใช่ว่าถังโม่เป็นคนบอกให้เขาพูดเหรอ?

เด็กชายร่างท้วมรู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอกแล้วเดินจากไป

หลี่เหวินอดพูดไม่ได้ “ถังโม่ คุณแกล้งเด็กเหรอ?”

ถังโม่หน้านิ่ง “ผมแค่ช่วยให้เขาเติบโต”

หลี่เหวินจนใจ

ระหว่างวันถังโม่กับคนอื่นๆ ช่วยกันวางกับดักตามรั้วโรงเรียน และจุดต่างๆ ด้วยพลังของเด็กชายตัวอ้วน การวางกับดักก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แล้วเฉินชานชานก็เริ่มบอกลักษณะความสามารถของผู้ลักลอบสามคนที่เหลือ

“ข้ามผู้ลักลอบสองคนที่ตายไปแล้วไป ยังเหลือผู้ลักลอบอีกสามคน สองในนั้นมีพลังที่อันตรายมาก ในขณะที่อีกคนหนึ่งยังไม่รู้แน่ชัด เริ่มที่ความสามารถของคนที่เรายังไม่รู้ก่อน ความสามารถของคนๆ นั้น…คือดอกไม้ ครูหลี่เห็นดอกไม้บานตามทางที่เขาเดิน ม้นเป็นดอกกุหลาบปกติเลย ถึงเราจะโจมตีเขาไปสองครั้งเขาก็ยังไม่แสดงอะไรพิเศษออกมา แต่เขาเร็วมากแล้วก็น่าจะมีทักษะการต่อสู้ เขาคือผู้ลักลอบที่เสียแขนไปแล้วก็อยากได้ไม้ขีดไฟของหวังเชาในเกมของหอคอย

ถังโม่เห็นพลังประหลาดมามากมาย หนังสือของเขาเองก็แปลกไม่น้อย ความสามารถที่ทำให้ดอกไม้งอกขึ้นมาได้…เขาไม่รู้จะพูดอะไร แต่จะประมาทไม่ได้เด็ดชาด

เฉินชานชานพูดต่อ “อีกสองคนมีพลังที่ค่อนข้างอันตราย หนึ่งในนั้นพ่นไฟได้”

“พ่นไฟ?” เป็นครั้งแรกที่ถังโม่ได้ยินความสามารถที่ฟังดูปกติแบบนี้

ในรายการทีวีมักมีคนที่มีความสามารถในการพ่นไฟหรือน้ำได้ ถังโม่เองอ่านหนังสือนิยายมากมายตอนที่เขาเบื่อๆ พลังส่วนใหญ่ในหนังสือจะถูกแบ่งเป็นห้าธาตุ โลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และดิน แต่เหมือนจะมีคนไม่มากนักที่พลังแบบนี้จากหอคอยดำ

“ค่ะ เขาพ่นไฟได้ ไฟนั้นออกมาจากปากเขาเลย หนูลองสังเกตดูแล้วว่าเขาพ่นไฟได้ทุกสามนาที ไฟนั่นร้อนจนละลายหินอ่อนได้ แต่ยังละลายเหล็กไม่ได้ มันน่าจะมืดไป คุณเลยไม่เห็นว่าป้าย ‘โรงเรียนมัธยมชีเปย’ ที่หน้าโรงเรียนตัวอักษรละลายหมดแล้วเพราะไฟของเขา จุดหลอมเหลวของเหล็กคือ 1500°c ของหินอ่อนอยู่ที่ 800°c กะไว้คร่าวๆ ว่าไฟของเขาน่าจะต่ำกว่า 1000°c

เป็นความสามารถที่ค่อนข้างอันตรายทีเดียว

“อีกคนหนึ่งล่ะ?” ถังโม่จริงจัง

“คนสุดท้าย…เขามีปืน”

“ปืน?”

ปืนเป็นของต้องห้ามในประเทศจีนคนปกติไม่ได้รับอนุญาตให้มีปืนในครอบครอง แต่ก็มีข้อยกเว้นให้กับกีฬายิงปืนอยู่บ้าง หลายปีก่อนมีคดีฆาตกรต่อเนื่องที่ไล่ฆ่าคนอื่นด้วยปืนอยู่

คงไม่ต้องสงสัยว่าผู้ลักลอบน่าจะฆ่าใครไป แต่การฆ่าคนอื่นกับการยิงคนอื่นด้วยปืนมันต่างกัน ผู้ร้ายที่มีปืนนั้นอันตรายและชั่วร้ายกว่า พวกเขาไม่ใช่แค่ฆาตกรธรรมดา แต่เป็นฆาตกรที่มีปัญญาหาปืนมาใช้ได้

เฉินชานชานส่ายหน้า “ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอกค่ะ จ้าวเจียงชอบเล่นเกม คุ้นกับอาวุธปืน เขาบอกว่าปืนนั้นเป็นปืนของตำรวจ เลยเดาว่าผู้ลักลอบน่าจะไปเอามาจากสถานีตำรวจหลังเกมเริ่ม แต่ปืนนั้นไม่ใช่ที่น่ากลัวหรอก ที่น่ากลัวคือความสามารถเกี่ยวกับปืนของเขามากกว่า เขามีกระสุนใช้ไม่จำกัด”

ใจถังโม่บีบเข้าหากัน

“จ้าวเจียงบอกว่าปืนของตำรวจมีกระสุนแปดนัด แต่เมื่อวานผู้ลักลอบคนนั้นยิงไปอย่างน้อย30นัดโดยไม่ต้องเปลี่ยนเปืนหรือแม็กกาซีน หนูไม่รู้ว่าเขายิงกระสุนได้จริงๆเท่าไหร่ แต่คงต้องคิดกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือเขามีกระสุนใช้ไม่จำกัดไว้กาอน”

ถังโม่เลิกคิ้ว “ผู้เล่นอย่างเป็นทางการมีร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก มีดธรรมดาน่าจะทำให้เราเป็นแผลไม่ได้แล้ว แต่ตอนนี้เราน่าจะยังรับมือกับกระสุนไม่ได้ ผู้ลักลอบสามคนนั้นจะเสียประสิทธิภาพไปเยอะมากถ้าขาดปืน แล้วเขาก็ไม่น่าจะมีปืนกระบอกอื่นสำรองไว้แล้วด้วย”

“หนูรู้ค่ะ”

ถังโม่ไต่ตรองอยู่นาน “ผมขอใช้ไม้ขีดไฟอันนั้นได้ไหม?”

เขาเพิ่งพูดจบ เด็กชายตัวอ้วนก็รีบวิ่งเอาไม้ขีดไฟมายื่นให้ “รอคุณพูดอยู่เลย คุณแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้เล่นอย่างเป็นทางการทั้งสามคน ผมรู้ว่าคุณแข็งแรงกว่าผม เฉินชานชานก็บอกว่าจะดีกว่าถ้าคุณใช้มัน”

ถังโม่มองเฉินชานชานอย่างประหลาดใจ

เด็กหญิงผมสั้นเคร่งขรึมเหมือนผู้ใหญ่ “มันน่าจะแข็งแกร่งมาก”

ถังโม่ยิ้ม “และยิ่งกว่านั้นถ้าอยู่ในมือผม” พอพูดจบถังโม่ก็กดไม้ขีดไฟเข้าไปในข้อมือ แล้วไม้ขีดไฟก็หายไป แทนที่ด้วยรอยสักรูปไม้ขีดไฟ

เฉินชานชานกับเด็กชายตัวอ้วนเบิกตาโมองอย่างตกใจ

“ความสามารถของผมน่ะ’

เด็กชายตัวอ้วนเข้าใจทันที “อาวุธลับ! เจ๋งมาก!”

เวลาผ่านไป พระอาทิตย์คล้อยลงทางทิศตะวันตก ผู้คนที่ผ่อนคลายกันเมื่อตอนกลางวันค่อยๆ เกร็งกันขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลากลางคืนใกล้มาถึง

ถังโม่เดินไปหาเด็กหญิงที่ชื่อเฉียวเฟยเฟย เด็กหญิงที่ดูอ่อนแอถือมีดทำครัวอันใหญ่ที่หาเจอจากโรงอาหารต่อด้วยไม้แท่งยาว ถึงจะเป็นเด็กผู้หญิงแต่ก็เป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ เธอแข็งแกร่งกว่าครูหลี่เสียอีก

“เธอไม่ต้องใช้ไม้นั่นหรอก แค่มีดก็พอแล้ว เธอไม่ได้สูงพอจะใช้มัน ใช้อาวุธเบาน่าจะเหมาะกว่า ส่งไม้นั่นมาให้ผมสิ”

เฉียวเฟยเฟยมองแท่งไม้นั้นแล้วก็ยอมส่งมันให้ถังโม่ “โอเคค่ะ”

ถังโม่ถือไม้นั้นแล้วรู้สึกถึงร่องรอยของพลังประหลาด เขาเดินหลบไปที่หัวมุมแล้วดึงหนังสือความสามารถออกมา

[ความสามารถ: ลองหาเพื่อนดูสิ]

[เจ้าของ: เฉียวเฟยเฟย (ผู้เล่นอย่างเป็นทางการ) ]

[ประเภท: พิเศษ]

[ฟังก์ชัน: ระบุตัวตนของผู้เล่นคนอื่น]

[ระดับ: เลเวล 1]

[ข้อจำกัด: ใช้กับผู้เล่นได้แค่ห้าคนต่อวัน ถ้าเป้าหมายแข็งแกร่งกว่าจะไม่สามารถระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้]

[Note: ไก่เผ็ดที่ดี ฉันไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมแล้ว]

เฉียวเฟยเฟยบอกตัวตนของเขาไม่ได้จนได้สัมผัสกัน เป็นเพราะความสามารถของเขาแข็งแกร่งกว่าของเธอ?

ถังโม่ก้มมองอีกรอบ

[คู่มือการใช้งานเวอร์ชั่นถังโม่: ใช้ตรวจสอบตัวตนของผู้เล่นได้วันละครั้ง ความสามารถนี้มันไก่เผ็ดสุดๆ แต่ถังโม่ก็ยังไม่ยอมจ่ายเงิน ฉันล่ะหมดคำจะพูด]

ถังโม่จงใจเก็บความสามารถของเฉียวเฟยเฟยมา หลังจากได้ความสามารถของหลี่ปินมาเมื่อวานเขาก็รู้สึกว่าความสามารถทางกายเพิ่มขึ้น เขามองเห็นได้ไกลขึ้น แถมการตอบสนองกับความแข็งแรงก็ดีขึ้นใาก

ก่อนได้ความสามารถของหลี่ปินมาถังโม่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะหลบตะปูตัวแรกได้ไหม เขาอยากจะทำให้แน่ใจว่าเขาได้พลังกายเพิ่มจากการเก็บรวบรวมความสามารถของคนอื่น

ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่คิดไว้

ถังโม่กำไม้ในมือแล้วออกแแรงกดลงไป ทำให้เกิดรอยนิ้วห้ารอยลึกบนแท่งไม้

ถ้าการที่ได้ความสามารถของคนอื่นมาหมายถึงเพิ่มความสามารถในการต่อสู้แล้วล่ะก็…

ถังโม่เดินไปหาเด็กชายตัวอ้วน “ผมหิว ขอขนมปังก้อนนั้นได้ไหม?”

จ้าวเจียงกำลังยัดอาหารลงท้องเสริมพลังเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ เด็กชายงึมงำ “คุณไปหยิบเองสิ ตรงนู้นมีตั้งเยอะ”

ถังโม่หน้าด้านต่อไป “ผมชอบรสนั้น แล้วนั่นมันก็ชิ้นสุดท้ายแล้ว”

เด็กชายส่งขนมปังให้ถังโม่แบบเศร้าๆ

หลี่เหวินอุทาน “นี่ถึงขั้นแย่งของเด็กกินแล้วเหรอถังโม่?”

ถังโม่ไม่ได้ตอบแต่สีหน้าเขาย่ำแย่ไม่น้อย

เขาได้ขนมปังมาแล้วก็ไม่ได้จ่ายเงิน แต่ทำไมเขาถึงไม่ได้ความสามารถของเด็กคนนั้นมาล่ะ?

เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?

ถังโม่ไม่ได้ยอมแพ้ ความสามารถของเด็กผู้ชายคนนั้นรุนแรงมาก ถ้าถังโม่ได้มาน่าจะมีประโยชน์ไม่น้อย ถังโม่เอาแต่ขอบิสกิตกับนมจากเด็กชายโดยไม่ขอคนอื่น จนเด็กตัวอ้วนเริ่มทำหน้าอยากร้องไห้ “ทำไมถึงเอาแต่ขอผมล่ะ?”

ถังโม่เองก็หน้าเขียวไปหมด “…ขอคุกกี้อีกชิ้นสิ”

ถึงจะกินบิสกิตหมดไปสองกล่อง ขนมปังหนึ่งชิ้นแถมด้วยนมอีกขวดหนึ่ง เขาก็ยังไม่ได้ความสามารถของเด็กชายมา

คนอื่นมองพฤติกรรมนี้อย่างเพลิดเพลิน มีเสียงหัวเราะที่หาได้ยากเหลือเกินในช่วงเวลาดังขึ้น แต่เฉินชานชานมองถังโม่อย่างใคร่รู้ พอถังโม่ยอมแพ้แล้วเดินจากไป เธอก็ถือคุกกี้กล่องหนึ่งแล้ววิ่งไปหาเขา

เด็กหญิงผมสั้นสายตาดีเหลือเกิน เธอมองถังโม่ “คุณพยายามจะเอาของจากคนอื่น? เกี่ยวกับข้องกับความสามารถของคุณใช่ไหม? ถ้าหนูให้ของกับคุณคุณจะแข็งแกร่งขึ้นใช่หรือเปล่า?”

ถังโม่อึ้ง

ทำไมเธอถึงฉลาดขนาดนี้? หรือแค่เดาถูกกันแน่?

เฉินชานชานไม่มีความสามารถอะไร ต่อให้เอาบิสกิตกล่องนี้มาถังโม่ก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แต่เด็กหญิงมองเขาอย่างจริงจัง เธอกัดฟันแล้วประกาศ “หนูจะให้คุณ แต่คุณต้องฆ่าพวกมันให้หมด ไม่ว่าจะเป็นอะไรหนูก็จะให้ ขอแค่คุณฆ่าพวกนั้นซะ”

ถังโม่ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินแล้ว เขาก็ปิดปาก รับบิสกิตกล่องนั้นไป ถังโม่เบิกตากว้างตอนที่แตะมัน  ตอนที่หยิบหนังสือออกมาครั้งก่อนเขาแค่เก็บมันไว้ในกระเป๋าเฉยๆ เขาเลยหยิบมันออกมาเปิดดู

[ความสามารถ: ความคิดที่หลักแหลม]

[เจ้าของ: เฉินชานชาน (ผู้เล่นสำรอง) ]

[ประเภท: จีโนไทป์]

[ฟังก์ชัน: สมองที่ได้รับการพัฒนาถึงขีดสุด ทำให้มีความฉลาดและหลักแหลมสูงมาก]

[ระดับ: เลเวล 3]

[ข้อจำกัด: ความแม่นยำในการตัดสินอยู่ที่ 50% และการพัฒนาทางการอยู่ที่ 0%]

[Note: ทำไมฉันถึงเดาถูกตลอดเลย? ก็เพราะฉันฉลาดกว่านายไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า]

[คู่มือใช้งานเวอร์ชั่นถังโม่: ความแม่นยำอยู่ที่ 10% ถังโม่เจอสมบัตินี้โดยบังเอิญ แต่เขาไม่ได้เอาเงินมา!]

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เฉินชานชานถาม

ถังโม่ก้มหน้ามองเด็กหญิง

จากที่เจ้าตุ่นเคยพูด ผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้ลักลอบมีความสามารถแน่ๆ ผู้เล่นสำรองเองก็มีโอกาสที่จะมีความสามารถเหมือนกัน

เพราะแบบนี้เธอก็เลยฉลาดขนาดนั้น

“ผมจะฆ่ามันแน่ๆ”

เฉินชานชานพยักหน้า “ฆ่าพวกมันแล้วก็ล้างแค้นให้เรา!”

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางความมืด ถังโม่หันไปเห็นครูหลี่อยู่ข้างหลัง ในสายตาเขา กระสุนสีเงินพุ่งเข้าหาครูหลี่ช้าๆ แต่กระสุนนั้นยิงไม่ถูกอะไร เขาเลยหันไปมองทางที่มันถูกยิงมาแทน

ถังโม่ตะโกน “เจ้าอ้วน พังหลอดไฟในโรงยิมให้หมด”

“โอเค!”

ตะปูพุ่งเข้าไปทำลายหลอดไฟของโรงยิม

ทั้งห้องตกอยู่ใต้ความมืด

หลี่เหวินอุทานด้วยความแปลกใจ “คุณทำอะไรน่ะถังโม่?”

ถังโม่นั่งยองๆ วาดวงกลมเร็วๆ บนพื้น มันมืดเกินไป คนอื่นเลยเห็นแค่เขาย่อตัวลงแต่ไม่รู้ว่าทำอะไร ถังโม่ยืนขึ้นอีกครั้งแล้วพูดเบาๆ “ผมวาดวงกลมสาปเขาน่ะ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด