ตอนที่แล้วEP2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEP4

EP3


โรงพยาบาลหยุนหัว

ในสถานที่ปฏิบัติงานอาคารชั้นล่างที่มีผนังทำจากกระจก ได้มีกลุ่มของนักศึกษาฝึกงานถูกเรียงตัวมารวมกันที่นี้ และยังมีอาจารย์แพทย์หลายคนที่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่ปักด้วยคำว่ามหาวิทยาลัยหยุนหัว มหาวิทยาลัยแพทย์หัวหยุนและวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนหยุนหัว พวกเขากำลังปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธุรการของโรงพยาบาลด้วยเสียงที่นุ่มนวล

สำหรับนักศึกษาแพทย์การฝึกงานเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นสู่การเป็นแพทย์

มันถือเป็นความตื่นเต้นในที่สุดก็จะได้เห็นผลของการเรียนตลอดหลายปีของพวกเขา

"ฉันไม่ได้พูดว่า ... ฉันเคยมาที่นี่ที่โรงพยาบาลหยุนหัวก่อนหน้านี้แล้ว แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่ฉันมีแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง" วังจองลูบผมด้วยถุงมือสีขาวสองครั้ง เขาหันไปทางโลโก้ของโรงพยาบาลด้วยรูปลักษณ์ของคนที่ตั้งตารออนาคตที่สดใส

"ครั้งสุดท้ายที่นายมาที่นี่นายบาดเจ็บมา แน่นอนว่าความรู้สึกนั้นต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว" เฉินหว่านที่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่รีดอย่างดี หูฟังสีแดงขนาดใหญ่ห้อยอยู่ที่คอของเขาพร้อมปากกาสองอันถูกเสียบไว้ที่กระเป๋าตรงหน้าอกอย่างเรียบร้อย เขาดูเหมือนจะสวมบทบาทเป็นหมอที่ได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยแล้วและการพูดของเขาก็คมชัดตรงประเด็นทันที

วังจวงเคยชินกับการพูดแบบนี้ของเฉิงหว่าง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไรและเขาพูดกลับว่า "นกตัวใหญ่ควรทำงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แบบนี้"

เขาพูดคำเหล่านี้ขณะที่มองไปยังเฉินหว่างด้วยความรังเกียจ

เฉินหว่านได้ฟังแบบนี้ก็แสดงความโกรธออกมา แต่เหมือนว่าวังจองจะไม่ปล่อยให้เฉิงหว่างพูดอะไร เขาได้พูดว่า"เฉิงหว่าน นายไม่จำเป็นต้องพูดทำร้ายน้ำใจคนอื่น"

"เราทุกคนเคยอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำสาธารณะมาตลอดหลายปี ใครจะไม่เคยเห็น d * ck ของเพื่อนบ้าง"

เฉินหว่านไม่สามารถระงับความโกรธของเขาได้อีกต่อไป จากนั้นเขาก็พูดว่า "อย่าพยายามรั้งฉันไว้ ... "

"ทุกคนเงียบ!" อาจารย์ที่นำทีมในครั้งนี้ได้ถือโทรโข่งในขณะที่เขาพูดว่า "เราจะเริ่มต้นด้วยการประชุมเล็ก ๆ ก่อน และเราจะฟังการบรรยายเกี่ยวกับบางเรื่องที่ต้องให้ความสนใจในระหว่างการฝึกงานของพวกคุณจากนั้นเราจะไปเที่ยวชมรอบๆโรงพยาบาล และเราจะทำการแบ่งกลุ่มไปที่แผนกต่างๆ ในการหมุนเวียนนั้นครูต้องขอให้พวกเธอทุกคนโฟกัสไปที่การทำงานของแผนกนั้นๆ เพราะทุกอย่างจะส่งผลต่อคะแนนการฝึกงานของพวกเธอ "

เพื่อนร่วมคลาสสองสามคนได้มองไปที่วังจองด้วยความกังวล ก่อนที่พวกเขาจะเห็นว่าเฉินหว่านได้เดินออกไปด้วยความโกรธ

เมื่อการบรรยายและการเยี่ยมชมสิ้นสุดลง นักศึกษาฝึกงานจะถูกส่งไปยังแผนกต่างๆที่หัวหน้าแผนกนั้นเห็นสมควร

จากนั้นอาจารย์ที่พาพวกเขามาวันนี้ได้กลับไปแล้ว และคนที่จะมารับหน้าที่ต่อคือผู้อำนวยการด้านการศึกษาด้านการแพทย์เลียฟูง

เลียฟูงนั้นเป็นคนที่ดูแลนักศึกษาฝึกงานที่มาทำงานที่โรงพยาบาลหยุนหัวทุกปี

เมื่อเขาเห็นใบหน้าเด็กใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์และตื่นเต้น เลียฟูงได้นำพวกเขาไปชมในสถานที่ของโรงพยาบาลทันที

เสียงของเขาดูเป็นคนที่เข้มงวดเมื่อเขาพูดว่า "พวกคุณส่วนใหญ่อาจจะไปทำงานในโรงพยาบาลเล็กๆในวันข้างหน้า! ในนั้นพวกคุณจะทำได้เพียงฉีดยาตามใบสั่งยาเท่านั้น หรือไม่ก็การฉีกยาป้องกันโรคต่างๆเท่านั้น”

"ซึ่งนั้นมันจะแตกต่างจากการทำงานที่โรงพยาบาลชั้นนำเช่นนี้ ถ้าพวกคุณทำได้เพียงแค่ฉีดยาตามใบสั่งหรือเดินไปเดินมาเท่านั้น โรงพยาบาลของเราต้องตกอยู่ในหายนะอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงต้องการนักศึกษาฝึกงานที่… "เลียฟูงได้ยกระดับเสียงของเขาและพูดต่อไปด้วยเสียงอึกทึกว่า" เราต้องการนักศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ! เราต้องการแพทย์ที่เก่งที่สุดเท่านั้น! "

เลียฟูงพูดต่ออีกว่า "แน่นอนว่าเราจะฝึกอบรมพวกคุณทุกคน เรามีหมอชื่อดังหลายคนที่ทำงานที่โรงพยาบาลหยุนหัวนี้ แต่พวกเธอต้องยอมรับด้วยว่าบางคนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่เหนือกว่าคนอื่น และคนที่มีพรสรรค์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่าที่เราจะให้การสนับสนุนมากที่สุด และนี้คือความจริงที่พวกเธอจะได้เจอไม่ว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลไหนก็ตาม”

"พวกเธอเป็นหมอ พวกเธอนั้นมีพรสวรรค์และความขยันใช้ไหม?" เลียฟูงที่ยืนอยู่บนแท่นในพื้นที่ฝึกจำลองสถานการณ์ในขณะที่เขามองภาพคนทุกคนจากมุมสูง จากนั้นเขาก็ค่อยๆพูดว่า "ดังนั้นในปีที่จะถึงนี้ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการทำงานของพวกคุณ"

นักศึกษาแพทย์ที่ตอนแรกนั้นมีความกระตือรือร้นก็เริ่มสลดใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเลียฟูง เพราะพวกเขาได้รู้มาตั้งนานแล้วว่าเสียงที่เขาพูดนั้นคือความจริง

หลิงรันไม่ได้ตกใจอะไร เพราะครอบครัวของเขามีคลินิกเป็นของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าการทำงานที่คลินิกเล็กๆหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กเป็นอย่างไร

ไม่ว่าจะมองแบบไหนการทำงานที่คลินิกหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กก็ทำเพียงรักษาอาการเจ็บป่วยขนาดเล็กและบรรเทาอาการปวดเท่านั้น เงินเดือนที่แพทย์ได้รับนั้นก็เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวเดียวได้เท่ากันๆ แต่กระนั้นมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แพทย์จะรู้สึกราวกับว่าเขาได้เงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลชั้นนำ

ดังนั้นนักศึกษาแพทย์ได้พยายามอย่างหนักในการศึกษาของพวกเขาตลอดทั้งปี พวกเขาไม่เต็มใจที่จะเป็นเพียงแพทย์ที่วัดความดันโลหิตและรักษาไข้หวัดทั่วไปเท่านั้น

หลิงรันก็ไม่เต็มใจที่จะเป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน

"โรงพยาบาลของเราก็มีข้อเสนอสำหรับการบันจุด้วยเช่นกัน" เลียฟูงได้สังเกตเห็นว่าคำพูดของเขาได้ข่มขู่พวกเด็กพอประมาณแล้ว จึงมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาจากนั้นเขาค่อยๆเปลี่ยนลุคที่ดูจริงจังก่อนหน้านี้ เป็นคนที่พูดนุมนวนขึ้นว่า "หากผลการฝึกงานของพวกเธอดีพอในขณะที่พวกเธอทำงานในแผนกนั้น เราจะนำผลงานของพวกเธอมาพิจารณาอย่างแน่นอน"

เมื่อเขาเห็นว่าตอนนี้ขวัญกำลังใจของนักศึกษาฝึกงานกลับมาดีพอแล้ว เขาพูดว่า "คุณจะทำการฝึกงานหนึ่งปีที่หยุนหัวของเรา เราจะทำการสังเกตและบันทึกผลงานที่พวกเธอทำตลอดทั้งปี สำหรับตัวของพวกเธอนั้นมีเพียงหน้าที่เดี่ยวเท่านั้น คือการตั้งใจทำหน้าทีของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น "

ลูฟูงได้ก้าวถอยหลังและแนะนำหมออายุน้อยอีกคนที่อยู่ข้างๆเขา “นี่คือหมอคัง เขาเป็นหัวหน้าศัลยแพทย์ที่รู้จักกันดีของหยุนหัวของเรา ต่อไปฉันจะให้เขาเป็นคนบรรยายให้พวกเธอฟังเกี่ยวกับเทคนิคการเย็บแผล”

ปัจจุบันคังจิ่วเหลียงมีอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เขายังถือว่าเป็นแพทย์อายุน้อยที่มีฝีมือมากที่สุดในบรรดาศัลยแพทย์

คังจิ่วเหลียงได้ขึ้นไปยังเวทีทันทีหลังจากเลียฟูงแนะนำตัวเขา เขาได้พูดขึ้นว่า“มีเทคนิคมากมายที่จะทำให้คุณเป็นศัลยแพทย์ การเย็บแผลถือเป็นเพียงพื้นฐานในบรรดาพื้นฐานเท่านั้น พวกคุณควรจะฝึกฝนมันในมหาลัยของพวกคุณแล้ว”

เมื่อคังจิ่วเหลียงพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาได้ออกมายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า "ในแผนกศัลยกรรมมือ ความต้องการพื้นฐานสำหรับแพทย์ใหม่ที่สามารถทำการผ่าตัดได้คือการทดสอบจากพื้นที่ฝึกจำลอง"

คังจิ่วเหลียงเหลือบไปที่เลียฟูงในขณะที่เขาพูดต่อไปว่า "มาตรฐานการทดสอบในพื้นที่ฝึกอบรมการจำลองสถานการณ์จริงถือเป็นเรื่องง่ายมาก พวกคุณแค่ต้องตัดหางหนูขาว”

ในขณะที่คังจิ่วเหลียงกำลังพูดเขาได้ดึงผ้าม่านที่คลุมผนังข้างแท่นออกมาเผยให้เห็น กล้องแก้วขนาดใหญ่ด้านหลัง

กล้องปฏิบัติขนาดหนึ่งตารางเมตร มีหนูขาวตัวหนึ่งตรึงอยู่ที่กลางโต๊ะทดลองในห้องปฏิบัติการ ประมาณยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตรเหนือมันเป็นกล้องจุลทรรศน์กล้องสองตา

หน้าจอการฉายลดลง - พร้อมเสียงลั่นดังเอี๊ยด - หลังแท่น เมื่อเปิดโปรเจ็กเตอร์ทุกคนจะเห็นหางของหนูขาวที่ถูกตัด

“เด็กฝึกงานและแพทย์ของแผนกศัลยกรรมมือของเราจะมาที่พื้นที่ฝึกจำลองเพื่อฝึกทุกครั้งที่พวกเขามีเวลา เราต้องแสดงความขอบคุณสำหรับการเสียสละของสัตว์ที่ใช้ในการทดลองพวกนี้ที่ทำให้ผู้ป่วยหลายคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง”

คังจิ่วเหลียงพูดต่อไปว่า "เส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นเลือดบางๆในนิ้วของมนุษย์จะอยู่ที่ประมาณ 0.3 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดเลือดในหางของหนูขาวควรจะอยู่ที่ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร นั่นควรจะเกือบเท่าความหนาเดียวกันของหลอดเลือดในนิ้วกลางของมนุษย์ปกติ ดังนั้นฉันจะพูดว่าถ้าพวกเธอสามารถทำการทดสอบนี้ผ่าน พวกเธอก็มีพื้นฐานที่ดีพอจะเริ่มเป็นแพทย์ได้”

"พวกเธอคงได้ยินประโยคที่คุณเลียฟูงที่ว่า เรามีข้อเสนอสำหรับการบันจุอยู่ ในตอนนี้พวกเธอสามารถรับข้อเสนอสำหรับการเป็นแพทย์ในแผนกศัลยกรรมมือของเราได้ เพียงแค่พวกเธอทำการผ่าตัดหางหนูนี้ให้ประสบความสำเร็จ ถ้าพวกเธอทำได้ฉันจะนำคนนั้นมาอยู่ในแผนกศัลยกรรมมือของฉัน "

หลังจากที่เขาพูดจบ คังจิ่วเหลียงยิ้มและพูดว่า "ฉันจะเลือกนักเรียนหนึ่งคนเพื่อมาเรียนรู้กับฉัน และคนที่เหลือนั้นสามารถลองด้วยตัวเองได้ในภายหลัง"

กลุ่มนักศึกษาแพทย์ยกมือขึ้น ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายอย่างสดใส

พวกเขาขาดความรู้ในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการผ่าตัดผู้คน แต่เทคนิคการเย็บเป็นสิ่งที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนได้เรียนรู้และฝึกฝนในช่วงเวลาที่พวกเขาเป็นนักศึกษา

หลักฐานคือจำนวนยอดการขายที่ดีของกล้วยและส้มโอภายในมหาลัย [1] บุคคลใดที่ต้องการเข้าสู่วงการแพทย์เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องฝึกฝนการเย็บทุกครั้งที่มีเวลาว่าง นักศึกษาหลายคนฝึกฝนมาจนถึงจุดที่มีความมั่นใจในทักษะนี้

"พวกเธอเอามือลง นี้ไม่ใช้ห้องเรียนในมหาลัยของพวกเธอ" คังจิ่วเหลียงหันศีรษะไปด้านข้างขณะที่มองไปยังนักศึกษา ทันทีที่เห็นหลิงรันผู้หล่อเหลาจนโดดเด่นในหมู่คนอื่นๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเลือกใครเขาพูดว่า "เธอ ใช้เธอนั้นแหละ”

“ฉันจะทำการสาธิตก่อน จากนั้นพวกเธอสามารถลองทำตาม”

หลังจากนั้นคังจิ่วเหลียงได้เดินไปผลักประตูด้านข้างเขาออก จากนั้นเขาได้ชวนให้หลิงรันไปเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัดทันที

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด