ตอนที่แล้วตอนที่ 48: ทุกฝ่ายประจันหน้า (5)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 50: แดนอสุรา (2)

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 49: แดนอสุรา (1)

 

ความเสียใจกระจายทั่วหัวใจของฉู่เทียนอีคล้ายคลื่น ในที่สุดเขารู้ว่าขณะฉือหยางอี้ทราบว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรกับเขาในตอนนี้ได้ แต่ฉือหยางอี้สามารถทำให้เขาหวาดกลัวจนหลั่งเหงื่อเย็นออกมาได้! นี่คือการสำแดงพละกำลังโดยเจตนาของฉือหยางอี้!

ใช่ ฉันไม่สามารถลงมือในตอนนี้ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่สามารถทำได้ในภายหลัง! ฉันอาจจะไม่สามารถชำระหนี้นี้ได้ในตอนนี้ แต่ไม่ช้าก็เร็ว จะต้องมีเวลาให้ฉันชำระอย่างแน่นอน!

ความสำนึกผิดในใจของเขาไม่มากเพราะยั่วยุฉือหยางอี้ แต่เป็นเพราะธุรกิจของหอตัวเป่าต่างหาก! อย่าว่าแต่ธุรกิจที่ยังไม่จบเลย หอตัวเป่าจะยังตัดขาดการติดต่อธุรกิจ! ครึ่งปี… ความสูญเสียทางการเงินจะมากกว่าหนึ่งร้อยล้านเป็นอย่างต่ำ!

หัวใจของเขาจะไม่เจ็บปวดได้อย่างไร? เขาจะไม่กระอักเลือดได้อย่างไร? เขาอาจจะต้องเดินหน้าพูดทุกสิ่งออกมา! อย่างน้อยที่สุด เขายังสามารถโต้แย้งได้ ความลังเลและความนิ่งเฉยแบบนี้ถึงกับสามารถฆ่าใครบางคนได้!

ยิ่งกว่านั้น ไม่จำเป็นต้องกล่าวเลย… แต่ถ้ามีสัตว์ประหลาดนักรบคลั่งเก่าแก่เข้าใจปัญหานี้ อย่าว่าแต่เขาเลย สมาชิกตระกูลของเขาจะอยู่อย่างไร?

ขณะฉู่เทียนอีครุ่นคิดเช่นนี้ เขาลอบเตรียมการ! ยังมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่ไม่หวาดกลัวการไล่ล่าของศาลฝึกฝน! เขากำมือแน่นยิ่งขึ้น เล็บจิกลึกไปถึงเนื้อ หัวใจปวดตุบด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกฝูงมดกัดซ้ำไปมา

“พวกเราผู้พิทักษ์อวี่หลินจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทันที! ยิ่งกว่านั้น พวกเราจะให้คำตอบกับสหายเต๋าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!” ฝูหรงประสานมือและกล่าวว่า “ในกรณีที่พบ ศูนย์บัญชาการจะหยุดตระเตรียมภารกิจให้กับผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ฝึกฝนผ่านการลงทะเบียน!”

“พวกเรา CSIB จะปฏิเสธคำขอของผู้กระทำผิดเป็นเวลาครึ่งปี!”

ลำคอของฉู่เทียนอีกำลังปวด เขารู้ว่าคนเหล่านี้คาดเดาไว้แล้วว่าเป็นใคร แต่ว่า… พวกเขาจะไปสนใจเรื่องเล็กน้อยของอีกฝ่ายทำไม?

ไม่มีใครเอ่ยชื่อ เขาเองก็ไม่สามารถโพล่งออกไปในทันทีได้ ตอนนี้ คนเหล่านี้กำลังเล่นละครด้วยการให้สัญญาต่างต่างนานา! ยิ่งกว่านั้น เขาไม่สงสัยเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะทำตามสัญญาอย่างเต็มที่!

บัดซบ… ให้ตายเถอะ!

“ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านที่คิดดีเช่นนี้ ผมจะให้คำตอบทุกท่านในวันพรุ่งนี้” ฉือหยางอี้กล่าวจบและไม่พูดอะไรอีก เขาใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อขับกระสุนในหน้าอกออก แต่กระสุนไม่ออกมาราวกับหยั่งรากลึกลงไป

ความรู้สึกไม่มีลมปราณในร่างกายมันหนักหนาเกินกว่าจะทนรับไหว

อย่างน้อย คำพูดของเขายุติการจ้างคนได้ชั่วคราว ไม่ว่าทุกคนจะเต็มใจหรือไม่ อีกฝ่ายก็ไม่สามารถหักหน้าเขาได้ นี่คือความเคารพอย่างหนึ่ง

พวกเขาไม่สามารถแสดงความหยาบคายต่อสินค้าชั้นดีได้ แน่นอน ทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้ว่าราคาในวันพรุ่งนี้จะต้องสูงกว่าของวันนี้อย่างแน่นอน!

“ประตูใหญ่ของการก่อรูปแกนกลาง…” ชายหนุ่มตระกูลหวังผู้ช่ำชองเครื่องรางมองท้องฟ้าและถอนหายใจขณะนั่งลงกับที่ เขาค่อนข้างเศร้าใจเพราะความผิดหวังอันมากล้น “ผู้ฝึกฝนหนึ่งล้านคนแทนที่กันไปมาเมื่อมีใครตกต่ำ ต่อมามีการดิ้นรนเพื่อเป็นยอดเต๋า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อฉกฉวยเศษเสี้ยวโอกาส…”

“ทางเข้านี้แง้มเปิดแล้ว… มันรอคอยอยู่ด้านหน้าฉัน แต่ยังไม่ใช่ของพวกเรา…”

“ฉือหยางอี้เพียงคนเดียวก็น่าเย้ายวนแล้ว ยังมีของล่อตาล่อใจอันยอดเยี่ยมจากยอดคนฝูยวินอีก ถึงอย่างนั้นฉันไม่คิดเลย… ว่าท้ายที่สุด เรื่องราวจะยังไม่ถึงจุดที่ตัดสินใจได้…” หัวหน้าตระกูลกล่าวอย่างเงียบงัน “พรุ่งนี้… ราคาที่ตระกูลอื่นยอมจ่ายจะเท่าไหร่กันนะ”

สีหน้าของผู้ไล่ตามจันทราซีดเผือดยิ่ง

คำพูดของฉือหยางอี้… สุดท้ายแล้ว มันคือยอดคนฝูยวินที่มอบเคล็ดการฝึกให้ แต่คาดไม่ถึงว่าฉือหยางอี้ไม่เลือกยอดคนฝูยวิน! เขาคืออาจารย์เต๋าระดับการก่อรูปแกนกลางเชียวนะ! เป็นบุคคลที่อยู่จุดสูงสุดของโลก!

ปัญหาอยู่ตรงไหนกัน? ผู้ไล่ตามจันทราสับสนกับเรื่องนี้หลายร้อยครั้งแต่ยังหาคำอธิบายไม่ได้ เขาหันหลังกลับก่อนถอนหายใจยาว ใบหน้าสงบ เขากล่าวกับผู้ช่วยว่า “คุณถามเทียนเต้าหรือยังว่าสหายหนุ่มฉือมีคำขออื่นตอนอยู่ในสถานศึกษาหรือไม่? มีความสนใจอย่างอื่นอีกหรือเปล่า?”

“นายท่าน…” ผู้ช่วยในชุดสูทที่ตัดอย่างดีมีทีท่าเขินอาย “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น… ฉันไม่สามารถติดต่อด้านบนในตอนนี้ได้ ดูท่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณ”

“เรื่องนี้อธิบายได้” เมฆอัคคีได้ยินบทสนทนาพวกเขาเข้าก่อนหัวเราะออกมา “ลานประลองเปิดทุกห้าปีเท่านั้น ดังนั้นมีปัญหามากมายกับการติดตั้งวงจรสื่อสารของใต้สวรรค์ไร้ใครเทียบ สาขาเมืองเฟิงยี่ไม่ใช่สาขาเซี่ยงไฮ้อยู่แล้ว เงินปรับปรุงทั้งหมดมาจะไปหาจากไหนกันล่ะ? อีกอย่าง…” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนส่ายไปมา “ผมไม่สามารถติดต่อด้านบนได้เช่นกัน จะกังวลไปทำไม?”

ผู้ไล่ตามจันทราพ่นลมออกจมูกแต่ไม่กล่าวอะไร

“คงไม่ได้มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ด้านบนหรอกใช่ไหม?” เงาสังหารขมวดคิ้วเล็กน้อย

เมฆอัคคีมองเงาสังหารราวกับเห็นคนบ้าก่อนพยักหน้าในท้ายที่สุด “น่าจะเป็นอย่างนั้น ยกตัวอย่างเกิดการระเบิดครั้งใหญ่หรืออะไรทำนองนั้น เหอะเหอะ…”

พวกเขาหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ อารมณ์ไม่ได้ตึงเครียดเกินเหตุ ยังไงซะ ในเวลาแบบนี้ พวกเขาหมดสภาพจะไปต่ออย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าเพียงแค่มองวัตถุที่ไม่สามารถได้รับมันมาด้วยความตื่นเต้นก็ดีเกินพอแล้ว

นอกจากคนจากสามใหญ่ในพื้นที่ VIP แล้ว ยังมีอีกสองคนที่ไม่เผยรอยยิ้มออกมา

ไม่มีร่องรอยของอารมณ์บนใบหน้าของฉู่เทียนอีจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังจากด้านข้าง “คุณฉู่ คุณพยายามเพื่อคนอื่นมามากแล้ว”

“ฉีหมิงหยาง…” ฉู่เทียนอีไม่มองรองหัวหน้าสาขาฉีที่อยู่ด้านข้างก่อนกล่าวอย่างสงบว่า “ถ้าผมคืนพิษอมตะให้คุณตอนนี้ ผลจะเป็นอย่างไร?”

“ผมไม่กล้ารับไว้หรอก” รองหัวหน้าสาขาฉีกล่าวอย่างกังวลใจ “ยังไงซะ นี่คือสาขาเทียนเต้า แน่นอน ผมไม่รู้ว่าคุณทำอะไร แต่เรื่องราวย่อมต่างออกไปหากผมยื่นมือรับไว้ แต่ว่า…”

“แทนที่จะเป็นห่วงผม ห่วงตัวเองกับตระกูลฉู่ก่อนไม่ดีกว่าหรือ?” เขาหัวเราะขรึมขณะวางถ้วยชาลง เขามองฉู่เทียนอีผู้มีใบหน้าแข็งทื่อที่ยังคงจ้องมองไปยังลานประลอง “พรสวรรค์ของเด็กคนนี้อยู่ในระดับที่โหดเหี้ยม ตอนนี้เขาได้รับการสนับสนุนจากเคล็ดการฝึกระดับการก่อรูปแกนกลางแล้ว… ในบรรดาผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐาน 20,000 คน ผมเกรงว่าชื่อของเขาจะอยู่ในนั้นเพียงไม่กี่สิบปี เหอะเหอะ… คุณฉู่ ผมไม่คิดว่าเขาเป็นคนประเภทที่จะปล่อยวางได้ง่าย ๆ ”

ฉู่เทียนอีเงียบอยู่นานก่อนกล่าวอย่างสงบว่า “หินวิญญาณระดับสูงสุดแท้จริงเพื่อทำให้เขาหายไป”

“ไม่มากพอ…” ฉีหมิงหยางกล่าวเสียงหนัก “ราคานี้ยังมีความเสี่ยง ไม่มากพอหรอก”

“บอกมาว่าต้องการอะไร” ฉู่เทียนอีถือถ้วยชาเอาไว้ขณะเม้มริมฝีปาก “ผมไม่อยากได้ยินชื่อของเขาอีกภายในสิบปี”

ไม่มีคำตอบ

“คุณกลัวว่าผมจะไม่สามารถจ่ายได้งั้นหรือ?” ฉู่เทียนอียิ้มหยันที่มุมปาก

ไม่มีคำตอบอีกเช่นเดิม

เขาหันหน้ามาอย่างหงุดหงิด แต่ตอนนี้เอง เขากระโดดตัวลอย!

ที่ด้านข้าง… ห่างออกไปหนึ่งก้าว รองหัวหน้าสาขาของเทียนเต้า ฉีหมิงหยาง คนที่ทำให้ฉือหยางอี้เลื่อนขั้นไม่สำเร็จ ผู้อาวุโสระดับการก่อตั้งรากฐานผู้กำจัดแปสรรคเพื่อฉู่เทียนอี ตอนนี้…

เขาหัวหลุดไปแล้ว!

รอยยิ้มสงบนิ่งยังหลงเหลือบนบใบหน้าของฉีหมิงหยาง ศีรษะของเขาถูกวางอยู่ในมือ มือนี้ถือศีรษะสูงในอากาศ ทำให้เลือดกระเซ็นไปทั่ว ด้ายของเหลวสีชาดไหลอาบปากละมุนงามงด น้ำเหลืองสีชาดไหลที่มุมปากไล่ลงไปจนอาบไปทั่วร่าง!

“แก… แก!” ฉู่เทียนอีหวาดกลัวจนสติหลุด แม้แต่เขาก็ไม่สามารถระงับเสียงกรีดร้องเอาไว้ได้ “คุณอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!”

เป็นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่ง โลลิต้าสาวผู้งามงดยิ่ง

เส้นผมยาวของเธอพาดถึงเอวคล้ายน้ำตกไหมสีดำ เธอมีดวงตาสีดอกท้อใสกระจ่าง คิ้วบางสมส่วน เธอสวมชุดกี่เพ้ายุคฉิงสีเหลืองสดใสที่ปักลายนกอมตะสีชาดที่อยากสยายปีกเพื่อถลาลมออกมา

ผิวของเธอขาวยิ่ง ขาวราวกับซากศพ ผิวที่เผยออกมาคล้ายกับหิมะโปร่งแสงระยิบระยับ เธอดูไม่ต่างจากเด็กอายุสิบสามหรือสิบสี่ปี แต่หน้าอกเต็มวัยทำให้หญิงสาวส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่เขินขวยด้วยความอับอาย ด้วยเอวสมส่วนที่สามารถโอบกอดไว้ได้เต็มมือกับขายาวคล้ายงูน้ำ ทั้งหมดนี้คือการสรุปความงดงามของเธอที่ชวนให้หลงใหล

แต่ตอนนี้ ฉู่เทียนอีไม่ได้มีกะจิตกะใจจะมาชื่นชมแม้แต่นิดเดียว กลับกัน ความเย็นเยือกทะลวงเข้าไปถึงข้างใน มันเย็นเยือกจนน่าหวาดกลัว!

เด็กสาวงดงามถึงขั้นหมุนศีรษะที่ยังยิ้มอยู่ของฉีหมิงหยางเอาไว้คล้ายตะเกียงของเล่น ความแตกต่างของผิวสีขาวราวหิมะกับเลือดสีแดงเข้มทำให้เกิดอาการสั่นสะท้านได้เพราะเป็นสัมผัสที่แปลกประหลาดยิ่ง!

ธารโลหิตไหลลงจากร่างกาย ถึงอย่างนั้นเธอคล้ายกับไม่ทราบเรื่องนี้ ยังคงมีสีหน้ามัวเมาอย่างสุขใจ ใบหน้าที่คล้ายกับจะกลายเป็นสาวงามยิ่งยวดในอนาคตเปิดเผยความมัวเมาอย่างยินดีออกมา นิ้วราวหยกทั้งสิบขยับศีรษะไปมาในมือ ภาพนี้ทำให้ฉู่เทียนอีสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ทิ่มแทงไปถึงกระดูก

เด็กสาวไม่ตอบ ฉู่เทียนอียืนขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำอย่างเงียบงัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากจีนคนนี้ผู้ไม่เคยแม้แต่จะสั่นสะท้านสักครั้ง แต่ตอนนี้กับเม้มริมฝีปากแน่นขณะบังคับให้ตัวเองก้าวถอยออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ศีรษะของเขาโชกไปด้วยเหงื่อเย็นขณะกำหมัดแน่น ส่วนผู้ฝึกฝนระดับการรวมลมปราณขั้นสูงสุดสองคนที่เขาพามาด้วยนั้น จิตวิญญาณเตลิดออกไปด้วยความหวาดกลัวแล้วในตอนนี้ พวกเขาหวาดกลัว ฟันกระทบเข้าหากันขณะสั่นสะท้าน พวกเขาอยากถอย ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าขาอยู่เหนือการควบคุมไปแล้ว!

นี่คือความหวาวดกลัวอย่างแท้จริง อาการสั่นสะท้านคล้ายกับร่างกายมาเยือนนรก

เทพแห่งความตายที่อยู่ห่างจากเขาไม่เกินสองเมตรเผยรอยยิ้มที่สามารถทำให้หัวใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรงได้

ตึกตัก… ศีรษะของฉีหมิงหยางถูกโยนไปอยู่ด้านข้างเด็กสาว ฉู่เทียนอีก้าวไม่ออกทันที ลำคอเจ็บปวด เจ็บปวดมาก เขาอยากตะโกนแต่กลับไม่สามารถตะโกนได้ราวกับพละกำลังมหาศาลกลายเป็นมือคว้าเข้าที่ลำคอของเขาอย่างแรง

“ช่างเป็นคำขอที่ชวนให้เบิกบานใจเสียจริง” เด็กสาวไม่สวมรองเท้า เท้าสีหยกหิมะก้าวเข้าหาฉู่เทียนอีอย่างแช่มช้า สีหน้าไม่มีทั้งความเศร้าโศกหรือยินดีราวกับใบไม้ยามสารทที่แห้งตายหรือหุบเหวของดวงตะวันยามเหมันต์ เธอไม่คล้ายกับเพิ่งฆ่าชายคนหนึ่งไป ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบมดหนึ่งตัวเท่านั้น

ต้องมีเหตุผลที่จะเหยียบมดให้ตายด้วยหรือ? ไม่จำเป็นเลย ถ้าต้องการคำอธิบายนักล่ะก็ เช่นนั้น…

เธอหิวยังไงล่ะ

“ตำหนักนี้เห็นเจ้าในโทรทัศน์” เด็กสาวนั่งตรงที่ที่ฉู่เทียนอีเคยนั่งอย่างสงบขณะถือถ้วยชาและจิบอย่างแผ่วเบา “ชาดี… ชาดาหงเป่ายอดเยี่ยมเพียงนี้เชียวหรือ? ใช่ที่มีต้นเดียวทั่วทั้งจีนหรือเปล่า?”

เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เส้นผมคล้ายกับปลิวไปตามสายลมอย่างเสรี ดวงตาเปี่ยมด้วยเศษเสี้ยวแห่งความเศร้าโศก “หลายปีผ่านมา… ข้าไม่เคยได้ลิ้มรสชาติแบบนี้มาก่อน…”

“มนุษย์ ถึงต่ำต้อยน่าเวทนา แต่กลับเปราะบางยิ่ง…” เธอลูบฝาถ้วยชาอย่างแผ่วเบา ราวกับไม่ได้สนทนากับมนุษย์มาเนิ่นนาน เธอพึมพำออกมาว่า “แต่สำหรับสังคมที่พัฒนาจนถึงทุกวันนี้… ผู้ฝึกฝนโบราณและสันโดษเหล่านั้นกลับแยกออกจากมนุษยชาติไม่ได้เช่นกัน…”

“เพราะความเบาบางของลมปราณ ความเร็วในการบินของผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานสามารถเทียบได้กับ… มันเรียกว่าอะไรนะ” เด็กสาวเชิดคางขึ้นจนโค้งได้รูป หลังจากเงียบหลายวินาที เธอพูดออกมา “ใช่ เครื่องบิน พวกเขาแค่นั่งบนเครื่องบิน ไม่จำเป็นต้องบินเอง… ยิ่งแมลงระดับการรวมลมปราณยิ่งไม่ต้องพูดถึง…”

“หลักสำคัญของโลกการฝึกฝนมีผู้ฝึกฝนระดับการรวมลมปราณหลายแสนคน พวกเขาพึ่งการใช้ชีวิตแบบมนุษยชาติ ผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานสามารถเหนือกว่าวัตถุภายนอกได้อย่างยากลำบาก… เหอะ… ฉันพูดอะไรออกมา?” ในที่สุดเธอก็ยิ้มออกมา ฉับพลันเหมือนกับสายลมวสันต์ยามราตรีที่มีดอกลูกแพรบานสะพรั่งในป่าใหญ่

“รัฐมนตรีช่วยว่าการฉู่ ไม่ได้คุยกันตั้งนาน ฉะนั้นเลยไม่รู้ว่าจะคุยอย่างไร คุณช่วยเริ่มบทสนทนาให้สักหน่อยได้หรือไม่?”

ทั่วทั้งร่างกายของฉู่เทียนอีโชกไปด้วยเหงื่อเย็น

แม้ว่าคนจำนวนนับไม่ถ้วนประกาศว่าจะสนับสนุนฉือหยางอี้เพื่อล้างแค้นก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่ได้หวาดกลัวเลย!

“อะไรกัน?” ความกังวลน้อยนิดปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาวขณะยืนขึ้นอย่างแช่มช้อย “คุณไม่เต็มใจหรือ? คุณคิดว่าฉันบ้าเหมือนกันอย่างนั้นหรือ?”

“โจมตี!!!!!!” ฉู่เทียนอียังไม่ทันตะโกน แต่ในที่สุดผู้ฝึกฝนระดับการรวมลมปราณสองคนไม่สามารถหักห้ามเสียงกรีดร้องแหบแห้งได้อีกต่อไป! “โจมตี!!! โจมตี!!! ปกป้องรัฐมนตรีช่วยว่าการฉู่! โจมตี! นี่ไม่ใช่การซ้อม!!!”

เสียงกรีดร้องเศร้าโศกตัดผ่านความเงียบสงัดของลานประลองใต้สวรรค์ไร้ใครเทียบ ทุกคนพลันกระโดดตัวลอย! การตอบสนองแรกของผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานคือเปลี่ยนเป็นร่างเลือนรางแปดร่างก่อนทะยานเข้าหาฉู่เทียนอีในพริบตา!

สายรุ้งสีขาวทิ่มแทงดวงตะวัน สายลมเย็นเยือกพัดหวีดหวิว!

ตอนนี้ ผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานปลดปล่อยพลังวิญญาณทั้งหมดออกมา!

ภายในกำแพงลมปราณ ดวงตาของฉือหยางอี้ลืมขึ้น เกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก?

หนึ่ง สอง สาม สี่… ลำแสงแปดสายจากลมปราณพลันพุ่งไปข้างหน้า! มันแตกต่างจากการสำแดงก่อนหน้านี้ ลำแสงลมปราณเหล่านี้เต็มไปด้วยจิตสังหารสะเทือนหัวใจ!

เกิดอะไรขึ้น?! ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานทุกคนลงมืออย่างนั้นหรือ?

ผู้ฝึกฝนระดับการรวมลมปราณอย่างฉือหยางอี้ไม่มีข้อสงสัย… เพราะท่ามกลางลำแสงเหล่านี้ แม้กระทั่งคนอ่อนแอที่สุดยังแข็งแกร่งกว่าเขา!

ในโลกภายนอก หวังปู้สือเปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงท่ามกลางร่างเลือนรางแปดร่าง!

ฟึ่บ… เมื่อใดไม่ทราบ บอลสีม่วงปรากฏขึ้นภายในมือของเขา รูปแบบดูโบราณขณะประกายสีม่วงแดงแผ่ออกมาจากข้างในอย่างเลือนราง เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารรุนแรงและรวดเร็ว ราวกับระฆังสั่นเร็วรี่ มันพุ่งเข้าหาเด็กสาว

ด้านหลังเขา ชายชราสามคนที่แก่จะลงโรงอยู่รอมร่อปลดปล่อยแรงกดดันวิญญาณจากร่างกายออกมาด้วยวิธีเดียวกัน…

พวกเขาคือผู้ฝึกฝนระดับการก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุด!

“แม้แต่สามสหายเฒ่าในเหมันต์ก็ลงมือ…” เด็กสาวอุทานอย่างแผ่วเบา “ได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยแล้วสิ…”

“ชีวิตช่างขมขื่นและสั้นนัก จงยินดีกับช่วงเวลานี้โดยไม่คิดถึงอนาคตเถอะ ทำไมพวกคุณต้องทิ้งชีวิตด้วย…”

เมฆอัคคี เงาสังหาร ผู้ไล่ตามจันทราและผู้ฝึกฝนคนอื่นอยู่ด้านหลังชายชรา

ด้วยพัดเพลิงโหมกระหน่ำ ลำแสงกระบี่เย็นเยือกสามสายพุ่งออกไปขณะทะลวงเด็กสาวด้วยความเร็วที่สามารถไล่ตามดวงดาวและฉกฉวยดวงจันทร์ได้!

เสียงคำรามเกรี้ยวกราดแปดเสียงผสานเข้าด้วยกันจนสั่นสะเทือนนภาในลานประลองใต้สวรรค์ไร้ใครเทียบอย่างรุนแรง!

“อสูรร้าย! เตรียมตัวตาย!”

คะแนน 3.3
กรุณารอสักครู่...