ตอนที่แล้วบทที่ 185 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (2) [03-08-2019]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4) [08-08-2019]

บทที่ 186 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (3) [05-08-2019]


บทที่ 186 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (3)”

 

ยูอิลฮาน นายูนาและเลียร่าได้กอดกันในโลกที่ไม่มีใครรู้ชื่อนี้ด้วยความรู้สึกที่ว่าพวกเธอได้ทำสิ่งที่ไม่ควรสำเร็จ สำเร็จขึ้นมา

[นายทำได้ ฉันก็น่าจะรู้แต่แรกแล้วในเมื่อนายได้ฆ่ามังกรคลาส 4 ได้ก่อนจะคลาส 3 ซะอีก]

"ว้าว ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอิลฮานจะทำได้แล้วก็ในครั้งเดียวด้วย แต่ว่ามีหลายอย่างเกิดขึ้น..."

ยังไงก็ตามครั้งเดียวนั้นได้เต็มไปด้วยทุกๆอย่างของยูอิลฮาน พูดๆไปแล้วนี่คือการโจมตีที่้มีทุกอย่างในตัวเขาที่เขาได้ฝึกมาพันปี

"แต่ว่านะเลียร่า ทำไมถึงไม่มีจำนวนค่าประสบการณ์บอกล่ะ"

[สิ่งมีชีวิตชั้นสูงน่ะเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะตัวในตัวเองน่ะแล้วก็มีบันทึกจำนวนมหาศาลอยู่ภายในตัวด้วยทำให้บันทึกนภาไม่อาจจะคำนวนตัวเลขนี้ออกมาได้ ถ้าหากว่านายฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมากขึ้นอีกในอนาคต จำนวนของค่าประสบการณ์และบันทึกที่นายจะได้รับก็จะต่างออกไปตามความเชื่อมโยงกับบันทึกของพวกนั้นกับบันทึกที่นายมี]

บางทีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอาจจะอยู่ในระบบที่ต่างออกไปก็ได้ ยูอิลฮานได้รู้ตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันน่าทึ่งแค่ไหนกัน

แค่ฉายาที่เขาได้รับมา 'ไม่อาจเอื้อม' ก็ยังเป็นหลักฐานในเรื่องนี้ด้วย

ต่อให้เขาฆ่าสิ่งมีชีวิตขั้นต่ำยังไงเขาก็ไม่เคยได้รับฉายาแบบนี้เลย แต่ว่าแค่การฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาได้รับฉายาแล้ว เอาล่ะแน่นอนว่านี่มันจะได้ผลแค่การต่อสู้กับสิ่งที่มีขอบเขตสูงกว่ากว่าเขา หรือก็คือคนที่มีคลาสสูงกว่าเขานั่นแหละ แต่ว่านี่มันก็เป็นเรื่องดีมากแล้ว ในอนาคตเขาก็จะสามารถลดจำนวนของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

เทวดาตกสวรรค์ที่ล้มลงจากการพุ่งสุดกำลังของเขานี่น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สั่นสะเทือนโลกได้เลย เมื่อคิดได้แบบนี้แล้วยูอิลฮานยิ่งรู้สึกดีขึ้น

"ถ้าฉันดูดซับบันทึกทั้งหมดของเขามาใช้ได้ก็คงจะดีนะ"

[อ่า ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ยาวนานแค่ไหนกันนะที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงน่ะ? บางทีนายอาจจะ...]

เลียร่าได้ขบริมฝีปากออกมาราวกับว่าเธอจะพูดอะไรซักอย่าง แต่แล้วเธอก็ไม่ทำ

[...ไม่มีอะไรหรอก ในเมื่อนายฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้แล้ว นายก็น่าจะไปถึงจุดสูงสุดของคลาส 3 แล้วใช่ไหมล่ะ?]

"ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันเลเวล 199 แล้วก็มีรายชื่อคลาสมาให้เลือกแล้ว"

"ฮี้~ แล้วทีนี้ฉันจะไล่นายทันได้ยังไงกัน?"

"ทำไมเธอต้องไล่ตามฉันด้วยล่ะ?"

"...ชู่ว นายจะให้ฉันพูดอีกใช่ไหม?"

หน้านายูนาได้แดงเล็กน้อย แต่ว่าเธอก็ยังคงพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมาทั้งๆที่ขบริมฝีปากอยู่ ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้เอามือไปปิดปากเธอทันทีที่รู้สึกแปลกๆ

"พรืดดด"

"อย่าเลียนะ"

นับตั้งแต่ตอนแรกที่ยูอิลฮานระแวงผู้หญิงคนนี้ก็เพราะความน่ารักที่ไม่สิ้นสุดของเธอ ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเธอและไม่สนใจเธอ

ความน่ารักของเธออาจจะมีเป้าหมายอื่นได้ แต่เหตุผลที่จริงที่ยูอิลฮานเมินเธอคนนี้ก็ไม่ใช่เพราะเธอแย่หรืออะไรแบบนี้ แต่เป็นเพราะบุคลิกที่บิดเบี้ยวของเธอ

ยังไงก็ตามเรื่องในตอนนั้นก็ผ่านไปสักพักแล้ว ความน่ารักที่เธอมีให้เขามันเปลื่ยนไปแล้ว เธอได้เปลื่ยนไปครั้งหนึ่งในตอนที่เธอถูกลักพาตัวไปโลกที่ถูกทิ้งกับคังมิเรย์และยูมิล และการเปลื่ยนแปลงอีกครั้งก็คือในตอนที่เจอกับยูอิลฮานหลังจากที่เขาติดอยู่ในดันเจี้ยน 2 ปี

เธอยิ่งอันตรายยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงแบบนั้นความน่ารักของเธอก็เป็นความน่ารักที่ไว้ใจได้และสบายใจ เธอได้เปลื่ยนบทบาทตัวเองมาเป็นแบบนี้ แน่นอนว่ายูอิลฮานที่กำลังเรียนรู้การยอมรับความปรารถนาดีขอคนอื่นก็เป็นปัจจัยหลักเหมือนกัน

ยูอิลฮานปกป้องตัวเองจากเรื่องนี้โดยสัญชาตญาณของเขา เขาไม่ชินกับการได้รับความรักจากคนอื่น เขากลัวว่าเขาจะทำพลาดดังนั้นเขาก็เลยเลือกจะไม่เผชิญหน้ากับคนอื่นๆ เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ทีไรเขาก็จะเลือกวิ่งหนีจากมัน

[น่ารักจัง]

"เงียบน่า"

ยูอิลฮานได้ตอบเลียร่าที่ดูจะอ่านใจเขากลับไปและเขาได้เอามาออกมาจากปากนายูนา เธอได้จ้องมาที่เขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะรู้ตัวด้วยว่าเมื่อไหร่ควรถอย

[แล้วงั้นมีตัวกี่เลือกล่ะ?]

"สี่"

[ขนาดไปถึงเส้นทางคลาส 4 แล้วก็ยังมีตัวเลือกมาขนาดนี้... นายนี่น่าทึ่งจริงๆ]

ผู้เชี่ยวชาญหอก จ้างแห่งเพลิง ยักษ์จิ๋ว ผู้ชักนำนรก มีอยู่สองคลาสที่ชื่อมันอธิบายตัวเองไปในตัวแล้วและอีกสองคลาสที่ไม่มีแม้แต่เงื่อนงำใดๆเลย

"ผู้เชี่ยวชาญหอกก็น่าจะเกี่ยวกับเส้นทางวิถีแห่งหอก ส่วนยักษ์จิ๋วก็น่าจะเกี่ยวกับพลังเหนือมนุษย์แล้วก็กระโดด ทั้งสองคลาสนี่ดูๆแล้วน่าจะแข็งแกร่งมาก"

[ถึงสองคลาสนี้จะไม่ใช่คลาสที่หายากอะไร แต่ว่าฉายา 'ผู้เชี่ยวชาญ' น่ะไม่ใช่เล่นๆนะ นอกไปจากนี้คำว่า 'ยักษ์' ก็เป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับมนุษย์ มีความเป็นไปได้สูงที่คลาสนี้จะเกี่ยวข้องอย่างมากกับสกิลพลังเหนือมนุษย์ในขั้นที่สูงขึ้น ดังนั้นไม่ว่านายจะเลือกอะไรก็ดีทั้งนั้น แต่ยังไงก็เถอะนะ]

เลียร่าได้พูดออกมาดวยรอยยิ้ม

[นายก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะว่าจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเสมอหลังจากได้ผ่านเส้นทางที่ลำบากมาก]

"ใช่แล้ว ดังนั้นความลำบากนั่นจะกลับมาอีกครั้ง"

เมื่อคิดจากความลำบากที่เขาได้เจอจากระหว่างการเลื่อนคลาส 3 แล้วบางทีการถอยสักก้าวก็ไม่น่าจะเสียหาย แต่ว่าเมื่อคิดว่าการที่เขาได้คลาส 3 มาก็ทำให้เขาได้รัยสกิลที่พิเศษอย่างประกายเพลิงก็ทำให้เขารู้ดีถึงตัวเลือกที่ชัดเจน

"ช่วยไม่ได้แหะ"

ยูอิลฮานได้มองไปที่สองคลาสที่เหลืออยู่

อย่างแรกเลยจ้าวแห่งเพลิงนี่น่าจะเป็นคลาสที่น่าจะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการควบคุมเพลิงของยูอิลฮาน คลาสนี้ก็เป็นคลาสที่น่าสนใจมากซึ่งมันจะเสริมพลังให้กับเขาได้อย่างมาก ยังไงก็ตาม

"นี่มันไม่ใช่แนวของฉัน"

[ใช่แล้ว นี่มันไม่เหมาะกับนายเลย]

เพราะแบบนี้ก็เหลือแค่ตัวเลือกเดียวแล้ว นี่มันชัดเจนมาก คลาสหนึ่งเดียวนี้ดูเหมือนจะเป็นขั้นต่อความสำเร็จของคลาสประเภทยมทูต ผู้ชักนำนรก มันไม่ใช่จบแค่การพาศัตรูนรกแน่ แต่นี่น่าจะเป็นนำนรกมาสู่ศัตรู

"เงื่อนไขการได้รับคลาสนี่มันก็น่าจะ 'นรก' เหมือนกันใช่ป่ะ?"

[บางทีมันก็อาจจะทำให้นายจำเป็นต้องไปฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูง...]

"หืม? ฉันคิดว่านี่มันชัดอยู่แล้วนะ"

[นายแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วอิลฮาน...]

ในวินาทีที่เขาถูกทิ้งไว้บนโลกเป็นพันปียูอิลฮานก็ได้เลือกเดินเส้นทางแห่งขวากหนามแล้ว ยังไงก็ตามการเลือกของเขานั้นมั่นใจไร้ซึ่งการลังเลใดๆเลย เขาเป็นอย่างงี้มาตลอด เมื่อเขาได้ตัดสินใจเลือกทางนี้แล้วเขาก็จะเดินไปจนสุดทางต่อให้ระหว่างทางเขาจะต้องเจออะไรก็ตามที ยูอิลฮานจะไม่มีวันถอยกลับ

แต่ว่าข้อความที่ปรากฏขึ้นมาในวินาทีที่เขาได้เลือกผู้ชักนำนรกได้ทำให้เขาคิดว่าบางทีเส้นทางคราวนี้ที่เขาเลือกจะไม่ใช่แค่หนามเท่านั้น แต่เป็นเส้นทางเหล็กร้อนต่างหาก

[คุณได้ผสมผสานความสามารถของยมทูตกับการใช้พลังไฟได้อย่างดีเยี่ยม ในตอนนี้ความสามารถของคุณจะไม่เพียงแต่จะใช้เพลิงนรกได้เท่านั้นแต่คุณยังสามารถยืมนำนรกขึ้นมาบนดินได้ ยังไงก็ตามนี่มันไม่ใช่จุดจบ คุณจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เหมาะสมเสียก่อน]

[คุณจะต้องเติมเมเงื่อนไขต่อไปนี้เพื่อที่จะเลื่อนคลาสต่อไป]

[เชี่ยวชาญสกิลยมทูต 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลประกายเพลิง 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลเอนชานท์วิญญาณ 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลผู้สะสมความตาย 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลต้านทานพิษระดับสูง 0/1]

[เชี่ยวชาญสกิลต้านทานคำสาประดับสูง 0/1]

[ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง 0/1]

[ฆ่าคลาส 4 0/1000]

[ฆ่าคลาส 5 0/1]

[หินพลังเวทย์คลาส 4 19,443/100]

[หินพลังเวทย์คลาส 5 0/1]

"...เลียร่า"

รายงานทั้งหมดนี่มันทำให้เขาหายใจไม่ได้จนต้องมาถามเลียร่าเงียบๆ อย่างที่คิดเอาไว้ว่าภารกิจที่เขาจะได้จากคลาสผู้ชักนำนรกจะต้องดูเหมือนนรกแน่ๆ

"ในตอนเธอได้คลาส 4 เงื่อนไขที่เธอได้มันทุเรศแบบนี้ป่ะ?"

[อ่า... หืม... ไม่เลย! มันไม่มีเงื่อนไขบ้าๆแบบ 'ต้องได้รับพรจากเทพ' เลยด้วยซ้ำต่อให้เป็นในตอนเลื่อนเป็นสิงมีชีวิตขั้นสูงก็ตาม...]

ยูอิลฮานก็คิดแบบนีเหมือนกัน เขาคิดว่าบางทีนี้ก็มีแต่เขาเท่านั้น! มีแค่เขาที่ได้รับภารกิจแบบนี้!!

แต่ว่าเพราะแบบนี้เขาก็มั่นใจแล้ว พันปีที่ยูอิลฮานได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าได้ส่งผลจริงๆแล้วในคราวนี้ ส่งผลให้บันทึกนภาส่งมอบภารกิจที่โครตจะยากมากให้เขา!

"เฮ้! ถ้าเมื่อไหร่ฉันใกล้ตกนรกฉันจะเรียกหานายนะ"

"โอ้วว!"

นายูนาคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกและปรบมือออกมา แต่ว่ายูอิลฮานไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะล้อเล่นแล้ว เขาได้จ้องไปที่เธอจนเธอเงียบลง

"มันจะยากมากขนาดไหนกันที่จะทำให้ฉันเชี่ยวชาญสกิลพวกนี้ทั้งหมด? ฉันมองไม่เห็นความสอดคล้องกันของสกิลพวกนี้เลย"

[ในสกิลพวกนี้ไม่ได้มีสกิลที่ผ่านการผสมด้วยใช่ไหม? สกิลที่ผ่านการวิวัฒนาการแบบผสมมาจะมีความยากมากๆยิ่งกว่าสกิลที่จะต้องใช้ทักษะซะอีก ดังนั้นลองคิดๆดูแล้วนี่มันก็ค่อนข้างดี... ไม่สิ เสียใจด้วย]

เลียร่าที่คิดเรื่องสกิลผสมมากเกินไปได้ขอโทษออกมา ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาแล้วและเขาได้ค่อยๆทบทวนเงื่อนไขอีกครั้ง

บางทีความลำบากตลอดสองปีในดันเจี้ยนของยูอิลฮานจะแสดงผลออกมาแล้ว เขาคิดว่าเขาทำอะไรกับสกิลพวกนี้ได้ ปัญหาใหญ่ที่สุดเลยก็คงเป็นสกิลยมทูตกับประกายเพลิงที่เลเวลยังต่ำกว่า 90 อยู่เลย แต่ว่าถ้าเขาตั้งใจใช้มันบ่อยๆก้ไม่น่าจะใช้เวลามากนัก

คลาส 4 ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ เขาจะไปกลัวพวกคลาส 4 ดาษๆทำไมกันในเมื่อเขาเพิ่งจะฆ่าคลาส 5 ลงไปตะกี้ ถึงแม้ว่ากว่าจะฆ่าได้เขาต้องผ่านการเตรียมการมามากมายก็ตามเถอะนะ แต่ถึงแบบนั้นจำนวนก็ยังเป็นปัญหาอีกอยู่ดี ยังไงก็ตามเขาก็จะแก้ปัญหาได้หากเขาเปิดทางไปดันเจี้ยนนรกอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหาที่อยู่เหนือทุกๆอย่างเลยก็คือ

"ฆ่าคลาส 5 กับหินพลังเวทย์คลาส 5 เมื่อคิดจากความเป็นไปได้ที่จะมีหินพลังเวทย์โผล่ออกมาแล้วล่ะก็... เลียร่า ทูตสวรรค์ก็มีหินพลังเวทย์ใช่ป่ะ?"

แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับตัวเธอด้วยแต่เธอก็อธิบายออกมาด้วยเสียงสดใส

[ฉันบอกนายไปแล้วใช่ไหมว่ามนุษย์น่ะไม่มีหินพลังเวทย์? เผ่าพันธ์อื่นๆที่ 'ทรงสติปัญญา' ก็เป็นเหมือนๆกันยกตัวอย่างเช่นเอลฟ์ไง ยังไงก็ตามเมื่อไหร่ที่เกิดการกะเทาะเปลือกออกมาก็จะต่างออกไป อวัยวะเวทย์ก็คือเปลื่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้แหละ]

"หรือก็คือ?"

[ทูตสวรรค์โดยปกติแล้วจะมีหินพลังเวทย์อยู่ในสมองหรือไม่ก็หัวใจ สำหรับเทวดาตกสวรรค์ก็เหมือนๆกัน แน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่จะมีหินพลังเวทย์ก็ยังต่ำอยู่ดี]

"เยี่ยมมาก ยูนาเธอช่วยหลับตาหรือหันไปทางอื่นที"

"ได้เลย~"

เมื่อนายูนาหันหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ยูอิลฮานได้หยิบเอาร่างของเทวดาตกสวรรค์ออกมาจากช่องเก็บของและเปิดกระโหลกของเขาขึ้นมาด้วยหอกมังกรแปดหางอย่างไม่ลังเล

ยังไงก็ตามได้มีอัญมณีที่เปล่งแสงสีม่วงกึ่งโปร่งใสปรากฏออกมาอย่างน่าทึ่ง ในวินาทีนี้ยูอิลฮานต้องเสน่ห์อัญมณีนี้อย่างแปลกประหลาด แต่ว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูดปรากฏขึ้นมาที่ม่านตาเขา

[หินพลังเวทย์คลาส 5 1/1]

"ว้าว!"

ยูอิลฮานได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจ

"มันไม่มีทางที่ฉันจะโชคดีแบบนี้สิ!"

[หยุดเถอะนะ นี่มันทำให้ฉันรู้สึกเศร้าไปแล้ว]

เขาคิดว่าเขาจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้หินพลังเวทย์คลาส 5 ซะอีก แต่แล้วในตอนนี้ได้มีอยู่ก้อนหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา ความคิดหนึ่งของเขาได้ปรากฏขึ้นมาทันที

"อ๊าา ในเมื่อได้มาแล้วแบบนี้ฉันควรเอามันมทำอาวุธก่อนดีไหม? ฉันคิดว่าถ้าทำแบบนี้มันจะทำให้ฉันสู้กับสิ่งมีชีวิตขั้นสูงได้ง่ายมากขึ้น"

[ไม่มีอาวุธไหนที่จะมาแทนคลาสของนายได้ หินพลังเวทย์คลาส 5 มันไม่ใช่ก้อนกรวดที่หาได้ตามพื้นนะดังนั้นเก็บเอาไว้ดีกว่า อย่าใช้มันเลย]

"ได้ครับคุณผู้หญิง..."

เมื่อความกังวลหนึ่งอย่างหายไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลืออยู่อีกอย่างหนึ่งที่เขากังวลอยู่ - พรของเทพธิดาแห่งเพลิง คนอื่นๆอย่างน้อยก็พอจะมีแนวทางที่เขาจะต้องทำ แต่ว่านี่เขารู้ก็แต่ว่าเขาจะได้รับพรก็ต่อเมื่อเขาได้สร้างความสำเร็จสักอย่างหนึ่งขึ้นไป แต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่าความสำเร็จนั่นคืออะไร

ในตอนนั้นเขาก็ได้รับพรมาจากเทพแห่งช่างตีเหล็กโดยที่ไม่รู้ว่าเขาไปเติมเต็มเงื่อนไขอะไรไป ในคราวนี้ก็ไม่ได้ต่างกันมากเลย

"ถ้าแบบนี้มันก็คงเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน..."

"ฟู่ ฉันคิดว่าตอนนี้ฉันพอเขาใจในเส้นทางที่นายได้เดินมาจนถึงตอนนี้นิดหน่อยแล้ว~"

ในอีกด้านหนึ่งนายูนาที่ได้เป็นพยานที่ยูอิลฮานฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแล้วก็ยังได้ยินเงื่อนไขการเลื่อนคลาสของยูอิลฮานได้ทำให้เธอขรึมลงไป

มันดูเหมือนกับว่ายูอิลฮานไม่ได้เดินในเส้นทางที่เหมือนมนุษย์แบบเธอ แต่ว่าเขาเป็นเหมือนกับเทพเจ้าที่เธอต้องแหงนหน้ามองและรู้สึกหวาดกลัวอีกด้วย

ในก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกแบบนี้ในตอนที่เขาได้จัดการโอโรจิ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นายูนาได้รู้สึกถูกกระตุ้นขึ้นมา

เธออยากที่จะเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่ายูอิลฮาน ผู้ที่เธอรู้สึกว่าอยู่ห่างไกลเหลือเกินและเธอก็คิดที่จะกระชับให้ช่องว่างสั้นลงมา เธอรู้สึกยินดีกับปฏิกิริยาที่เขามีให้เธอมาตลอดจนถึงตอนนี้แล้วก็ก็ยังมีความสุขในมิตรภาพนี้ที่แตกต่างไปจากที่เธอมีกับคังมิเรย์หรือคังฮาจินด้วย

ยังไงก็ตามในวันนี้เขาได้ขยายช่องว่างนั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เธอไม่ได้รู้สึกดีกับเรื่องนี้เลยสักนิด

"อี้"

"หืม?"

ทันใดนั้นเองนายูนาได้เข้ามาเกาะแขนยูอิลฮาน สีหน้าที่ดูสิ้นหวังนี้ดูไม่เหมือนตัวเธอที่ค่อนข้างร่าเริงเลย

"มีอะไรหรอ?"

"อย่าไปไหนนะ"

[หืม ถึงเธอจะเกาะแขนอิลฮานไว้แบบนี้ แต่ว่าในอีกไม่นานเขาก็จะมาฝั่งนี้]

"ฉันยังไม่ถึงคลาส 4 เลยนะ แล้วเมื่อไหร่กันที่ฉันจะไปเป็นสิงมีชีวิตชั้นสูง?"

เขาได้ตอบกลับเลียร่าไปขำๆและพูดกับนายูนาที่แสดงสีหน้าเป็นกังวล

"ฟังฉันนะ ฉันได้สัญญากับมิลไว้แล้วว่าฉันจะไม่ไปไหน"

"นายอยากจะจูบฉันไหม?"

"มาช่วยฉันฆ่าเทวดาตกสวรรค์อีกคนหนึ่งก่อนที่ข่าวจะกระจายออกไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งกองทัพจรัสแสงหรือกองทัพปีศาจแห่งการทำลายก็ตาม ที่มันเป็นไปได้เพราะบัฟของเธอ

"..."

ท่าทางนายูนาได้ทื่อไปกับการพัฒนาที่คาดไม่ถึงนี้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่เคยสนใจอารมณ์ของคนอื่นอยู่แล้ว เขาได้ถามเธออีกครั้งหนึ่ง

"พวกเราจะหาพวกนั้นได้อีกหากว่าเขาไปจัดการวงเวทย์อื่นๆทั้งหมดในโลกอื่น ยูนาเธอแค่ต้องบัฟให้กับฉันก็พอ! พวกนั้นจะไม่มีวันสัมผัสเธอได้แน่ดังนั้นเธอไม่ต้องกลัวตายเลย กลับกันตอนนี้เราต้องรีบแล้ว"

"...โอเค"

นายูนาได้แต่จบด้วยการหยักหน้าออกมา มันไม่มีอะไรเปลื่ยนไปมากเลย พวกเขาก็แค่หากเทวดาตกสวรรค์ให้เจออีกคนเท่านั้นเอง แต่ถึงแม้แบบนั้นมันก็ยังน่ากลัว แต่ว่าเธอก็แค่หลบคอยบัฟเขาก็พอนี่นา

บางทีอาจจะไม่เจอสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอีกเลยก็ได้นี่! ไม่เป็นไรหรอก เธอได้คิดแบบนี้

"ขอบใจมาก"

"โอเค..."

เธอเคยคิดว่าผู้คนบนโลกนับไม่ถ้วนรวมไปถึงที่เบร์ย่าไม่อาจจะปฏิเสธคำพูดด้วยรอยยิ้มของเธอได้เลย แต่แล้วก็มีคนๆหนึ่ง แถมคนๆนั้นยังทำให้เธอไม่อาจจะปฏิเสธได้อีกด้วย

เธอได้หลบไปกระซิบขึ้นเบาๆ

[คนที่ตกหลุมรักก่อนก็แพ้อยู่เสมอนั่นแหละ]

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด