ตอนที่แล้วบทที่ 47 วิญญาณหิมะปรภพ (3)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 49 อสูรกายเบเฮโมท (1)

บทที่ 48 วิญญาณหิมะปรภพ (4)


บทที่ 48 วิญญาณหิมะปรภพ (4)

 

        พร้อมกับเสียงพิณอันทุ้มลึกยาวนาน เสียงอันสง่างามและนุ่มลึกก็ดังขึ้นระหว่างที่ทั้งห้าคนบรรเลงร่วมกัน

 

“ชีวิต

ดั่งเดินทางในฝัน

ให้ลมหนาวเหล่านั้น ทิ้งร่องรอยต่างหน้า

โลกมนุษย์นี้

มีฝันดีเท่าไหร่หนา

เสาะหารักเพ้อฝันลวงตา

เฉกเช่นคนทั่วไป”

 

เพลงพิณ ครั้งที่แล้วบรรเลงประสานกับไห่หยาง ทว่าเพลงพิณในตอนนี้ เย่อินจู๋เพิ่งจะแสดงอานุภาพของมันออกมาเป็นครั้งแรก ความประทับใจที่เกิดขึ้นจากเสียงพิณรวมกับเสียงร้องซึมซาบเข้าสู่สมองของทุกคนแบบรอบทิศทาง ในบรรดานักเรียนเอกมนตร์ดำห้าคนที่เพิ่งร่ายคาถาจบอยู่อีกฝั่ง นอกจากพลังจิตอันล้ำเลิศของอีคลิปส์ที่ประคับประคองไว้ได้ชั่วคราว อีกสี่คนที่เหลือก็สูญเสียความเป็นตัวเองโดยสิ้งเชิงจากการโจมตีทางจิตวิญญาณของเสียงพิณ ถึงขนาดหลั่งน้ำตาด้วยความสะเทือนใจจากความหมายของบทเพลงจนสูญเสียพลังในการต่อสู้

 

สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือปฏิกิริยาของวิญญาณหิมะปรภพซึ่งอยู่ใกล้เย่อินจู๋ที่สุด

 

ร่างใสดุจคริสตัลของดาร์คสโนว์เกิดการเคลื่อนไหวดุจระลอกคลื่นจากการปะทะซึ่งหน้ากับเสียงพิณ เกล็ดหิมะสีฟ้าหม่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ดวงตากลมโตที่เปี่ยมด้วยความไร้ชีวิตชีวากลับฉายความรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้น ความโศกเศร้าจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยใสไร้ตำหนิของมัน ร่างเคลื่อนมาข้างหน้าขณะล่องลอยประหนึ่งถูกลมพัดส่งจนมาอยู่ตรงหน้าเย่อินจู๋

 

ขณะนี้แม้นักเรียนสี่คนของเอกมนตร์ดำนอกเหนือจากอีคลิปส์จะจมดิ่งอยู่ในห้วงเสียงพิณโดยสิ้นเชิงจนสูญเสียพลังในการต่อสู้ แต่คำสาปมนตร์ดำกลับเสร็จสมบูรณ์ระหว่างที่พวกเขาร่ายมนตร์ซ้อนแล้ว ดาวเวทมนตร์หกแฉกสีดำใหญ่มหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอีคลิปส์อย่างเงียบเชียบ จากนั้นเสียงกรีดร้องเสียดหูมากมายนับไม่ถ้วนก็ทะลักพรั่งพรูออกมาจากดาวเวทมนตร์หกแฉกทันที

 

เงาแสงสีเขียวคล้ำแต่ละสายราวกับตะเกียกตะกายออกมาจากนรก มุดออกมาจากดาวเวทมนตร์หกแฉกพร้อมกับเสียงกรีดร้องเสียดหู โผเข้ามาหาเอกเทวคีตทั้งห้าคนอย่างมืดฟ้ามัวดิน ดูจากสีของเวทมนตร์แล้วสูงถึงระดับเขียวขั้นกลาง อานุภาพของการร่ายมนตร์ซ้อนที่ประสานโดยนักเรียนระดับเหลืองสี่คนแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้ ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เย่อินจู๋กับเหล่าผองเพื่อนของเขาเปลี่ยนสีหน้าพร้อมกัน

 

“อินจู๋ ระวัง...” น้ำเสียงร้อนรนของชูร่าตะโกนดังลั่นด้วยการส่งเสริมจากพลังยุทธ์

 

เย่อินจู๋ไม่สนใจดาร์คสโนว์ที่บินมาอยู่ใกล้ตัวเองโดยไม่โจมตีอีก นัยน์ตาแจ่มใสเปี่ยมไปด้วยแววเด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าตัวเองถอยไม่ได้ ข้างหลังคือพวกไห่หยางที่เป็นผู้หญิงสี่คน ตอนนี้ ทำได้เพียงพึ่งกำลังตัวเองต้านทานการโจมตีสุดท้ายของเอกมนตร์ดำ ทันใดนั้น ดวงตาทั้งคู่ของเย่อินจู๋ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ลมปราณเวทมนตร์สีแดงมหาศาลโหมซัดออกมา พลังจิตเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา เพิ่มพลังป้องกันของเทพจันทราพิทักษ์จนถึงระดับแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาสามารถประคับประคองได้

 

พลังยุทธ์สั่งสมไว้ภายในไม่ปล่อยออก สองมือแปดนิ้วกลายเป็นสีเหลืองดั่งบุษราคัมใต้แขนเสื้อที่ปิดบังอยู่ เสียงบรรเลง ‘ภูตสาวแสนสวย’ หยุดชะงักลง ทั้งแปดนิ้วกั้นสายพิณเจ็ดสายบนแสงทะเลจันทราไว้พร้อมกันก่อนเก็บกลับไป ในสภาวะที่พลังเวทมนตร์และพลังยุทธ์ต่างเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด ความรู้สึกอ่อนเพลียเริ่มแล่นเข้าสู่สมองของเขาเป็นระยะ

 

เย่อินจู๋รู้ว่าตัวเองยังมีชีวาพิทักษ์บนข้อมือที่สามารถสร้างการป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ นั่นไม่ใช่สิ่งที่คำสาปมนตร์ดำสามารถตีแตกได้ แต่เขาผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีตั้งแต่เกิดไม่ยินดีจะใช้ชีวาพิทักษ์ เขารู้ว่าหากตัวเองพึ่งพาชีวาพิทักษ์มากเกินไป ถ้าอย่างนั้นก็จะเกิดอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการพัฒนาตัวเองในอนาคต ฉะนั้นหากไม่ถึงกับสุดวิสัย เขาไม่มีทางลงมือง่ายๆ

 

วิญญาณที่เกิดจากคำสาปมนตร์ดำอเวจีโหยหวนมีหลายสิบดวง แม้ด้วยความสามารถของพวกอีคลิปส์จะยังสำแดงอานุภาพของเวทมนตร์สายมนตร์ดำระดับสูงนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็น่าดูชมอย่างยิ่งทีเดียว ภายในสนามประลองหมายเลขสี่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและคลื่นพลังธาตุสายมนตร์ดำที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน แรงบีบคั้นอันแข็งแกร่งทำให้สามสาวข้างหลังเย่อินจู๋นอกเหนือจากไห่หยางต่างเปลี่ยนสีหน้าพร้อมกัน

 

ในขณะที่เย่อินจู๋รวบรวมพลังทั้งหมดเตรียมตัดสินแพ้ชนะกับคำสาปมนตร์ดำ ภาพแปลกประหลาดก็พลันปรากฏขึ้น ดาร์คสโนว์ที่ลอยมาอยู่ใกล้ๆ เย่อินจู๋ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดวงตากลมโตอันไร้ชีวิตชีวาของมันแสดงความรู้สึกแบบมนุษย์ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จู่ๆ ร่างของดาร์คสโนว์ก็บินฉวัดเฉวียนไปทั่ว บังอยู่ข้างหน้าเย่อินจู๋อย่างเงียบเชียบ ทำให้เย่อินจู๋ที่เตรียมจะลงมือโจมตีเต็มกำลังชะงักงันชั่วขณะ

 

ผมยาวสีฟ้าหม่นขยับเองโดยที่ไม่มีลม กระเพื่อมไหวขึ้นไปข้างหลังดาร์คสโนว์ ก่อตัวเป็นฉากกำบังรูปวงกลมใหญ่ยักษ์ กระแสอากาศสีดำมีร่างของมันเป็นศูนย์กลาง ก่อเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่มหึมา แรงดูดกลืนมหาศาลเต็มไปด้วยลมปราณเย็นเยียบ

 

เหล่าวิญญาณที่บินออกมาจากดาวเวทมนตร์หกแฉกสีดำส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัว รัศมีสีเขียวคล้ำกระเพื่อมขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเผชิญหน้ากระแสอากาศสีดำที่แผ่ออกมาจากตัวดาร์คสโนว์ วิญญาณที่คำสาปมนตร์ดำปลดปล่อยออกมากลับไม่มีพลังต่อต้านเลยแม้แต่นิดเดียว ถูกหลุมดำดูดกลืนเข้าไปอย่างบ้าคลั่งเร็วดั่งลูกศรสีเขียว

 

อีคลิปส์ยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่าเวทมนตร์โจมตีอันแข็งแกร่งที่สุดของเอกมนตร์ดำที่ตัวเองทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดปลดปล่อยออกมากลับถูกสัตว์เวทของตัวเองสกัดไว้ แม้เธอจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์จิตวิญญาณระหว่างดาร์คสโนว์กับตัวเองได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะนี้กลับสูญเสียการควบคุมดาร์คสโนว์ไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่แทบไม่มีทางเกิดขึ้นจากสัตว์เวทที่ทำพันธสัญญานายบ่าว

 

บัสเตินหัวหน้าเอกมนตร์ดำที่นิ่งเงียบอยู่บนอัฒจันทร์มาโดยตลอดนั่งไม่ติดที่ในที่สุด ก่อนจะลุกยืนขึ้นอย่างตกใจ บนใบหน้าแก่ชราเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก สัตว์เวทไม่อยู่ในความควบคุมของเจ้านาย นี่หมายความว่าอะไร? ครู่ต่อมาจะแว้งกัดอย่างนั้นหรือ? ชัยชนะอยู่ในกำมือที่คิดไว้ในตอนแรกกลับเกิดการพลิกผันเช่นนี้ในช่วงเวลาคับขัน เขาทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆ

 

สี่สาวข้างหลังเย่อินจู๋ก็ตะลึงงันเช่นกัน เพลง ‘ภูตสาวแสนสวย’ จบลงในเวลานี้เอง ไห่หยางที่อยู่ในนั้นเกิดความรู้สึกอันลึกซึ้งในใจ นักเรียนห้าคนของเอกเทวคีตที่เข้าร่วมประลอง การฝึกฝนพลังจิตของเธอเป็นรองเพียงเย่อินจู๋เท่านั้น เธอสัมผัสได้รางๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงของดาร์คสโนว์ เกรงว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับพวกตนทั้งห้าคนที่บรรเลงร่วมกัน

 

คำสาปมนตร์ดำเกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง แต่กลับถูกดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ช่วงลมหายใจ วิญญาณสีเขียวคล้ำก็อันตรธานหายไปอย่างสิ้นเชิง ดาวเวทมนตร์หกแฉกเบื้องหน้าอีคลิปส์ยุบรวมกันอย่างเงียบๆ เพราะสิ้นเปลืองพลังจิตมากเกินไปและจิตใจได้รับการกระทบกระเทือน ร่างของอีคลิปส์โซเซจนแทบล้มลงไปกับพื้น ทำได้เพียงพึ่งคทาในมือตัวเองฝืนพยุงตัวเองไม่ให้ทรุดลงไป

 

ดาร์คสโนว์ลอยมาอยู่ข้างๆ เย่อินจู๋ ดาร์คสโนว์ที่ดูดกลืนคำสาปมนตร์ดำร่างราวกับแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย ภายในช่วงเวลาสั้นๆ นี้เอง คล้ายกับว่ามันเติบโตขึ้น รูปร่างที่เดิมทีแลดูเหมือนอายุหกเจ็ดปีกลับกลายเป็นแปดเก้าปีไปแล้ว สิ่งที่ทำให้หัวใจอีคลิปส์หนาวยะเยือกคือเธอมองเห็นประกายครุ่นคิดในดวงตาของดาร์คสโนว์ ควรรู้ไว้ว่าดาร์คสโนว์ที่เป็นประเภทเติบโตเพิ่งจะเป็นแค่สัตว์เวทระหว่างระดับสี่ถึงระดับห้า แต่ความรู้สึกอย่างการครุ่นคิดนี้จะปรากฏกับสัตว์เวททรงภูมิปัญญาระดับเจ็ดขึ้นไปเท่านั้น

 

บนอัฒจันทร์ เฟอร์กูสันขมวดคิ้วไปพลางครุ่นคิดไปพลางก่อนเอ่ยว่า “วิญญาณหิมะปรภพดวงนี้ดูเหมือนจะวิวัฒนาการแล้ว”

 

……………………………………….

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด