ตอนที่แล้วทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 10
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 12

ทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 11


ตอนที่ 11

เสียงออดช่วงเวลาศึกษาอิสระในตอนเช้าดังขึ้น เฉินเพ่ยอี๋ที่เป็นคนตรงต่อเวลา นึกไม่ถึงว่าจะเข้าห้องเรียนสายไปสิบนาที ทำให้นักเรียนชั้นม.4/5 ที่ยังอยู่หลังห้องประหลาดใจ แล้วหล่อนยังมากับนักเรียนที่ทั้งสูงทั้งดำ

“ขอโทษนะ นักเรียนทุกคน เพราะว่าครูพานักเรียนคนใหม่ไปรู้จักกับสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียน เลยมาช้า พอถึงห้องเรียน เฉินเพ่ยอี๋พาไมค์ขึ้นไปที่โพเดียมทันที

“เขาเป็นนักเรียนใหม่เพิ่งย้ายมา ชื่อไมค์ ไมค์ แนะนำตัวเองคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ ฟังสิ”

พอได้ยินว่าให้แนะนำตัวเอง ไมค์ก้มหน้าลง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสายตาของทุกคน รูปร่างสูงใหญ่ของเขาที่หลบอยู่หลังเฉินเพ่ยอี๋ เป็นภาพที่ทำให้คนขบขัน

สังเกตได้ว่าไมค์ขี้อายจนผิดปกติ เฉินเพ่ยอี๋ก็จับมือที่สั่นเทาของเขาอย่างอ่อนโยน พูดให้กำลังใจ “ไมค์ ไม่ต้องกลัวนะ ค่อยๆแนะนำตัวกับเพื่อนๆ”

ไมค์มองที่พื้น เริ่มพูดอย่างกล้าๆกลัวๆ “สะ สวัสดีทุกคน ผะ ผมชื่อไมค์”

เพื่อนร่วมชั้นมองไมค์ เพราะเขาพูดเสียงเบาเกินไป จึงได้ยินไม่ชัดว่าเขาพูดอะไร

เฉินเพ่ยอี๋เดาว่า ไมค์อาจจะตื่นเต้นเพราะว่ายังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ก็เลยไม่บังคับให้เขาพูด “เพราะว่าไมค์รูปร่างสูงใหญ่ เลยต้องทำโต๊ะ เก้าอี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ หลี่กวงเย่า ฉิวเต๋อฉาย เฉินอวี้ถิง รบกวนพวกเธอช่วยไปยกเก้าอี้ที่หน้าประตูโรงเรียนให้ที”

พอได้ยิน ‘หลี่กวงเย่า’ สามคำนี้ ไมค์เงยหน้าขึ้นมาทันที สอดส่ายสายตาไปมาระหว่างสามคนนั้น อยากรู้ว่าใครคือหลี่กวงเย่า ใช่คนที่ค่อนข้างเตี้ย แต่ดูมีพละกำลังคนนั้นหรือเปล่า? หรือว่าเป็นคนที่ขอบตาคล้ำ หาวตลอดเวลา? หรือว่าเป็นคนที่นั่งอยู่หลังสุด บ่นพึมพำกับกระดาษคนเดียว?

พอพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน โต๊ะ เก้าอี้ที่เย่อวี้เฉิงสั่งทำให้ไมค์ ก็วางไว้ที่ด้านข้างป้อมยามเรียบร้อยแล้ว หลังจากสามคนช่วยกันย้ายโต๊ะ เก้าอี้ กลับไปที่ห้องเรียน เนื่องจากไมค์ตัวสูงจริงๆ บวกกับเขาไม่ได้สายตาสั้น เฉินเพ่ยอี๋เลยจัดที่นั่งของไมค์ไว้ด้านหลังของห้องเรียน แต่ดูท่าทางของไมค์แปลกๆ หล่อนจึงถามด้วยความเป็นห่วง “ไมค์ เป็นอะไรเหรอ นั่งตรงนี้ไกลเกินไปใช่ไหม?”

ไมค์ส่ายหัว ตั้งแต่เล็กจนโต เขาถูกจัดให้นั่งแถวหลังสุด ดังนั้นเขาชินแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นจัดให้เธอนั่งตรงนี้แล้วกันนะ?” เช้าวันนี้ตอนที่ผู้อำนวยการพาไมค์มาเจอหล่อน เฉินเพ่ยอี๋เริ่มเข้าใจความหมาย ประโยคนั้นแล้ว “เวลาเข้าหาไมค์ ต้องอดทนหน่อยนะ”

ไมค์พยักหน้า แต่เฉินเพ่ยอี๋ดูออกว่า จริงๆ แล้วไมค์มีเรื่องอยากจะพูด เพียงแต่ไม่กล้าพูดออกมา หล่อนลูบแขนเขา “ไม่เป็นไร มีปัญหาอะไรบอกครูได้เลย”

ไมค์มองสีหน้าที่ยิ้มแย้มของเฉินเพ่ยอี๋ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พูดอย่างกลัวๆ “ครูครับ ให้หลี่กวงเย่ามานั่งข้างผมได้ไหมครับ?”

เฉินเพ่ยอี๋ตะลึงไปสักพัก “เธอรู้จักหลี่กวงเย่า?”

ไมค์ส่ายหัว ทำให้เฉินเพ่ยอี๋งงเล็กน้อย แต่หล่อนก็นึกถึงคำพูดของผู้อำนวยการ “ไมค์เป็นเด็กพิเศษ คุณต้องใช้ความอดทนในการชี้แนะและให้อภัยแก่เขา หากเขาต้องการอะไร ในส่วนที่คุณพอรับได้ ก็ให้ความร่วมมือกับเขาเถอะนะ หากคุณเจอเรื่องที่รู้สึกว่ายุ่งยาก มาหาผมได้ทันที”

เฉินเพ่ยอี๋ครุ่นคิด แล้วพูดว่า “เธอรอครูสักครู่ ครูจะไปถามความเห็นของหลี่กวงเย่าก่อน”

ต่อหน้าหลี่กวงเย่า น้ำเสียงของเฉินเพ่ยอี๋กลับมาเป็นปกติทันที “หลี่กวงเย่า เธอรู้จักไมค์เหรอ?”

หลี่กวงเย่าที่จมอยู่กับการแก้ไขเทคนิค ถูกเฉินเพ่ยอี๋ถามแบบนี้ งงงวยนิดหน่อย “ไมค์? ไม่รู้จักครับ”

เฉินเพ่ยอี๋ยังถามต่อ “แล้วทำไมเขาถึงอยากนั่งข้างเธอล่ะ?”

หลี่กวงเย่าผายมือออก “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” แล้วก็นึกคิดได้ทันที “ผมรู้แล้ว เขาอาจจะเคยดูผมเล่นบาสเกตบอลครับ”

“เคยดูเธอเล่นบาสเกตบอลกับอยากจะนั่งข้างเธอมันเกี่ยวอะไรกัน?”

“เพราะว่าหลังจากดูผมเล่นบาสเกตบอลแล้ว เขาก็กลายเป็นแฟนบอลของผม ก็เลยอยากนั่งข้างผม”

เฉินเพ่ยอี๋ฟังแล้วแทบจะเป็นลม “ถ้าอย่างนั้นให้เธอนั่งข้างเขา ได้ไหม?” เฉินเพ่ยอี๋ไม่อยากจะถกปัญหานี้แล้ว “ได้ครับ ผมยังไงก็ได้” หลี่กวงเย่ายิ้มอย่างไม่ได้สนใจอะไร

“งั้น ขอให้ทุกคนช่วยกันย้ายโต๊ะ เก้าอี้ของไมค์มาไว้ด้านหลังสุด” เฉินเพ่ยอี๋เดินไปข้างไมค์ “ไมค์ ครูมีเรื่องสำคัญฝากให้เธอ” ไมค์ผงกหัว เฉินเพ่ยอี๋พูดอย่างจริงจัง “ก็คือ อย่าให้หลี่กวงเย่าพาเธอเสียคนล่ะ”

เพราะว่ามีเรื่องของไมค์แทรกขึ้นมา ทำให้ช่วงเวลาการศึกษาอิสระยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็หมดเวลาแล้ว เสียงออดดังขึ้น หลี่กวงเย่าหันเก้าอี้ นั่งค่อมหันมายิ้มให้ไมค์ “ไมค์ สวัสดี ฉันคือหลี่กวงเย่า” หลี่กวงเย่ายื่นมือขวาออกมา

มองหน้าหลี่กวงเย่า ไมค์ก็หวาดกลัวขึ้นมา ไม่กล้ายื่นมือออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเบาว่า “สวัสดี…”

ปฏิกิริยาของไมค์ทำให้หลี่กวงเย่าอดไม่ได้ หัวเราะออกมา “พระเจ้า ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเหรอ? แล้วนายทำไมถึงอยากมานั่งข้างฉันล่ะ?”

ไมค์ส่ายหัว ไม่รู้จะตอบอย่างไร

หลี่กวงเย่าก็ไม่ได้ใส่ใจ “นายเล่นบาสเป็นไหม?”

ไมค์ก็ส่ายหัวอีก แล้วใช้หางตามองหลี่กวงเย่า ตอนแรกเขาคิดว่าหลี่กวงเย่าเป็นเด็กผู้ชายที่ทั้งสูง ทั้งล่ำ ทั้งผิวดำ แต่คนนี้แตกต่างกับที่เขาจินตนาการไว้มาก รูปร่างก็ไม่ใหญ่ สีผิวเป็นขาวเหลือง ไม่ได้ดำคล้ำ

ไมค์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หากสีผิวของหลี่กวงเย่าดำกว่านี้ เขาค่อนข้างจะกล้าเป็นเพื่อนกับหลี่กวงเย่า แต่ก็ยังดีมีอย่างหนึ่งที่เขาคิดไว้ ก็คือหลี่กวงเย่าชอบบาสเกตบอลมาก ดูได้จาก ตั้งแต่ช่วงเวลาศึกษาอิสระ ทั้งห้องกำลังอ่านหนังสือ มีแต่หลี่กวงเย่าคนเดียวที่ถือกระดาษกับปากกาเขียนกลยุทธ์การเล่นบาสเกตบอลอยู่ตลอดเวลา

หลี่กวงเย่าถามอีก “นายชอบเล่นบาสไหม?” ครั้งนี้ไมค์ผงกหัว

“ดูบาสเกตบอลบ่อยไหม? เอ็นบีเอ?” หลี่กวงเย่าถามต่อไม่หยุด “มีนักบาสที่ชอบไหม?”

ไมค์ชูสามนิ้วขึ้นมา หลี่กวงเย่าสงสัย “สาม? เบอร์สามเหรอ? ล่าสุดเบอร์สามที่กำลังดังคือ…”

ไมค์ส่ายหัว หลี่กวงเย่าขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ล่าสุดเหรอ? อ้อ ใช่อัลเลน ไอเวอร์สันไหม?”

ไมค์พยักหน้า หลี่กวงเย่าพูด “ฉันว่าแล้ว เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ว่าเขาเลิกเล่นแล้ว งั้นนายไม่รู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจเหรอ?”

ไมค์พยักหน้าอีก หลี่กวงเย่าหัวเราะดังลั่น “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันว่าแล้ว! แล้วนอกจาก ไอเวอร์สันแล้ว ยังมีชอบนักบาสเกตบอลคนอื่นอีกไหม?”

ไมค์ชูนิ้วชี้ขึ้นมา หลี่กวงเย่าครุ่นคิด “เบอร์หนึ่ง? คงจะไม่ใช่นักบาสเกตบอลที่ตัวเตี้ยๆ สินะ ถ้าใช่ ฉันคิดว่าต้องเป็นเอ็มพีวีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (ผู้เล่นทรงคุณค่า) เดอร์ริค โรส[1] เบอร์หนึ่งของทีมชิคาโก บูลล์ส ถูกต้องไหม? แต่น่าเสียดาย เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าหลังจบฤดูกาลก็…”

หลี่กวงเย่าถามจบ ก็ถามอีกคำถาม แม้ว่าไมค์ไม่เอ่ยปากพูด เพียงแค่พยักหน้ากับส่ายหน้า หรือไม่ก็ใช้มือเป็นสัญญาญแทนการตอบคำถาม หลี่กวงเย่ากลับไม่รู้สึกเบื่อ ช่วงเวลาเลิกเรียนสิบนาที หมดลงอย่างรวดเร็ว หลี่กวงเย่าอาศัยเวลาช่วงที่ครูยังไม่เข้ามาห้องเรียน ถามหลายคำถามกับไมค์ต่อ

“อยากเล่นบาสเกตบอลไหม อยากเล่นใช่ไหม? วันนี้หลังจากโรงเรียนเลิก มีธุระไหม?”

ไมค์ส่ายหัว หลี่กวงเย่าพูดชวนอย่างตื่นเต้น “งั้นนายไปบ้านฉัน บ้านฉันมีสนามบาส พวกเราเล่นบาสด้วยกันดีไหม”

ไมค์แสดงสีหน้าลำบากใจ หลี่กวงเย่าตบที่ไหล่เขา “กลัวคนที่บ้านจะว่าเอาใช่ไหม? ไม่เป็นไร ฉันจะบอกพวกเขาเอง ตกลงกันตามนี้นะ!”

พูดจบ ไม่ได้สนใจว่าไมค์จะตื่นตระหนกมากแค่ไหน หลี่กวงเย่าก็ลากเก้าอี้กลับไปนั่งที่เดิม ไม่ได้ส่งเสียงอีกเลย

และในช่วงเวลาเลิกเรียนสิบนาทีสั้นๆ นี้ ในห้องผู้อำนวยการมีการสนทนาเรื่องที่สำคัญอยู่

 

----------------------------------------------------------------------------------

[1] Derrick Rose แปลเป็นภาษาจีนคือ เต๋อ รุ่ย หลัวซือ มีฉายาว่า เฮอรีเคน โรส การเข้าตัดที่ดุเดือดกับการดังก์ลูกที่หนักหน่วง ในฤดูกาล2010/11 เขาเป็นMPVที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของNBA ที่มีอายุเพียงยี่สิบสองปี แรงกระแทกอันดุเดือด ความเร็วที่น่าทึ่ง แต่ว่าในปี2012 หลังจากจบฤดูกาล โชคร้าย ทำให้เอ็นไขว้หน้าซ้ายฉีกขาด หลังจากนั้นทำให้ผลงานของเขาทำได้ไม่ค่อยดี อาชีพนักบาสของเขาเคยเล่นให้กับ ชิคาโกบลู นิวยอร์คนิก คาวาเรีย

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด