ตอนที่แล้วตอนที่ 219 หมาป่าเงาลวงสายฟ้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 221 อันตราย

ตอนที่ 220 ใครคือนกขมิ้น


ตอนที่ 220 ใครคือนกขมิ้น

หยางไค่ต่อสู้กับหมาป่าเงาลวงสายฟ้าทั้ง 2 ตัวด้วยความยากลำบาก มันเต็มไปด้วยอันตรายที่มากมาย เขาใช้พลังแห่งเขตแดนผสานลมปราณเพียง 3 ส่วน โดยไม่กล้าที่จะใช้พลังทั้งหมดของเขา ในขณะที่กำลังต่อสู้มันทำให้หยางไค่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายซ้ำไปซ้ำมา แต่ทุกครั้งเขาจะสามารถหลีกหนีจากอันตรายนั้นได้ ราวกับว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตราย หากเขาประมาทเพียงน้อยนิดเขาจะถูกหมาป่าเงาลวงสายฟ้าทั้ง 2 ตนขย้ำจนกลายเป็นชิ้นๆ

หยางไค่ค่อยๆต่อสู้กับสัตว์อสูรทั้ง 2 ตัวจนพวกมันเริ่มหมดกำลังลง และทุกๆครั้งพวกมัน 2 ตนจะทำร้ายร่างกายของตนเองจนได้รับบาดแผลกลับ หลังจากที่สูญเสียเวลาไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง หยางไค่จึงสามารถฆ่าพวกมันทั้งสองด้วยมือเปล่าของเขาเอง

ร่างกายของหยางไค่ชโลมด้วยโลหิต มันปะปนไปด้วยโลหิตของหมาป่าเงาลวงสายฟ้าและโลหิตของตนเอง ร่างกายของเขามีบาดแผล 7-8 แห่ง มันล้วนเกิดจากการหมาป่าเงาลวงสายฟ้าทั้ง 2 ตน และยังมีบาดแผลอยู่แห่งหนึ่งที่เนื้อหนังของเขาถูกฉีกจนลอกออกมา มันทำให้เขาเจ็บปวดและน่าสังเวชในอย่างยิ่ง

บาดแผลเหล่านี้ไม่ใชบาดแผลที่สร้างขึ้นมา แต่มันเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นจริง สัตว์อสูรขั้นที่ 4 เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณซึ่งเปรียบเสมือนว่าหยางไค่ต้องเผชิญกับศัตรูถึง 2 คน เขาสามารถใช้วิธีการเช่นนี้ในการจัดการกับมัน เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจและน่าชื่นชมอย่างยิ่ง

แต่ว่าคนผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่อีกฝั่ง มีจิตใจที่อดทนอย่างยิ่ง ในขณะที่หยางไค่ต่อสู้กับหมาป่าเงาลวงสายฟ้า เขาไม่เปิดเผยตัว จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว

หยางไค่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เขากวาดสายตามองไปยังบริเวณนั้น ก่อนจะนั่งลงบนพื้น ค่อยๆแสดงท่าทางในการหมุนเวียนพลังลมปราณ และยังนั่งรอซากศพของหมาป่าเงาลวงทั้ง 2 ค่อยๆกลั่นตัวเป็นลูกแก้วชีพจรโลหิต

บางทีการแสดงของหยางไค่ค่อนข้างจะสมจริง เมื่อผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณสัมผัสได้ว่าไร้ซึ่งอันตราย ในที่สุดเขาเริ่มมีการเคลื่อนไหว

ซวา !!! เสียงฝีเท้าดังขึ้น โดยไม่มีการปกปิด

หยางไค่ลืมตาขึ้น ทันใดนั้นดวงตาของเขาประกายด้วยแสงแห่งเจตนาการฆ่า

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง หยางไค่มองเห็นเงาร่างขนาดใหญ่จำนวน 3 คนที่กำลังุมุ่งหน้ามายังทิศทางของเขา พวกเขาล้วนเป็นบุรุษทั้งหมด และยังสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้ม สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความดุดัน

บุรุษผู้นำหัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงใจ เสียงหัวเราะของเขาเล็กแหลมน่าหนวกหูอย่างยิ่ง เขากำลังจ้องมองหยางไค่ด้วยความสนใจ

หยางไค่แสดงสีหน้าออกมาด้วยความตื่นตกใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความไม่พอใจ เขาค่อยๆลุกขึ้น และจ้องมองพวกเขาทั้ง 3 ราวกับว่ากำลังส่งสัญญานแจ้งเตือนให้แก่พวกเขา

ชายทั้ง 3 จ้องตาซึ่งกันและกัน จากนั้นจึงล้อมรอบหยางไค่เอาไว้

ท่านทั้งสอง พวกท่านเช่นนี้เพื่อเหตุผลใด? หยางไค่เลียริมฝีปากของตนเองและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่ำทุ้ม การกระทำเช่นนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นความหวาดกลัวในจิตใจของเขา

คำกล่าวนี้ช่างน่าสนใจ !! บุรุษหนุ่มที่หัวเราะเมื่อสักครู่ได้จ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาและดูถูก : พวกเรากำลังจะทำอะไร เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือไง ?

หยางไค่ขมวดคิ้ว : ลูกแก้วชีพโลหิตทั้ง 2 ลูก หากว่าพวกท่านต้องการ พวกท่านนำมันไปได้เลย ทำไมต้องทำไมต้องบีบบังคับให้ข้าต้องอึดอัดใจเช่นนี้

บรุษผู้นั้นหัวเราะอย่างเยือกเย็น : ลูกแก้วชีพจรโลหิตเป็นเรื่องที่ไร้สาระ เจ้าไม่รู้เลยหรือไงว่าผู้ฝึกยุทธุ์ที่ตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้พลังลมปราณโลหิตของเขาทั้งหมดสามารถกลั่นตัวเป็นลูกแก้วชีพโลหิต ระดับของมันสูงกว่าลูกแก้วชีพจรโลหิตของสัตว์อสูรอย่างยิ่ง ? ลูกแก้วชีพโลหิตแห่งสัตว์อสูรพวกเราต้องการ ชีวิตของเจ้า พวกเราต้องการเช่นเดียวกัน !!

สีหน้าของหยางไค่แสดงออกอย่างอึมครึม : สหายทั้งหลายอย่ารังแกข้าเลย ข้าเป็นศิษย์แห่งสำนักหลิงเซี่ยว หากท่านฆ่าข้า อาจารย์ผู้อาวุโสของสำนักหลิงเซี่ยวคงไม่ปล่อยพวกเจ้าไป !!

ฮ่าฮ่าอ๋า !! เมื่อบุรุษผู้นั้นได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ เขาหัวเราะออกมาอย่างต่อเนื่อง : หากเราอยู๋ด้านนอก ข้าคงต้องคิดคำนึงถึงงเหตุผลนี้ แต่เมื่ออยู่ในสถานที่แห่งนี้ เจ้าตายอยู่ในนี้ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราเป็นคนลงมือฆ่าเจ้า !!

สิ้นเสียงคำกล่าวนี้ สีหน้าที่ตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัวของหยางไค่แประเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นในทันที เจตนาแห่งการฆ่าพุ่งพล่านออกมาจากร่างกายอย่างรุนแรง เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นมือขวาของเขาดังใบมีดสีแดงก่ำ เขาพุ่งเป้าไปยังบุรุษที่อยู่ด้านหลังของเขา ยังมิทันที่บุรุษผู้นั้นจะลงมือ หยางไคได้พุ่งดรรชนีสุรุยันของเขากรีดไปยังลำคอของบุรุษนั้นทันที

แม้ว่าบุรุษทั้ง 3 จะลงมืออย่างระมัดระวัง แต่ในขณะที่พวกเขาเริ่มล้อมรอบหยางไค่พวกเขาไม่ได้ลงมือโจมตีในทันที เพรราะอย่างไรความแข็งแกร่งของพวกเขาไมได้แข็งแกร่งมาก ความแข็งแกร่งของพวกเขายังไม่บรรลุเขตแดนลมปราณแท้จริง แต่พวกเขาใช้วิธีการที่ให้บุรุษผู้หนึ่งพูดคุยกับหยางไค่เพื่อดึงดูดความสนใจ ส่วนอีกคนค่อยๆโจมตีอยู่ด้านหลังของเขา

แต่พวกเขาไม่ทราบว่าการกระทำของพวกเขา หยางไค่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น

เขารอจนกระทั่งผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ด้านหลังขยับเข้าใกล้ในระยะห่างที่เหมาะสม ก่อนจะจบลงด้วยการลงมือฆ่าอย่างฉับพลัน

การโจมตีอย่างฉับพลัน ทำให้สีหน้าของพวกเขาทั้ง 3 เปลี่ยนแปลงไป บุรุษที่อยู่ด้านหลังหยางไค่ยังไร้ซึ่งปฏิกิริยาในการตอบสนอง เมื่อใบมีดสีแดงตัดผ่าน เขารู้สึกว่าลำคอของเขาร้อนผ่าว หลังจากนั้นความร้อนแรงได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยมิอาจที่จะควบคุม

ความเร็วของหยางไค่ดุจสายลม เมื่อดรรชนีสุรุยันของเขาพุ่งตัดไปยังลำคอของบุรุษผู้นั้น เขาเริ่มเร่งฝีเท้า เปิดใช้ท่าร่างแห่งการเคลื่อนไหว ราวกับเสือดาวที่ว่องไง ที่พุ่งไปยังด้านหน้าของบุรุษคนที่ 2 ในทันที

บุรุษผู้นี้โต้กลับอย่างฉับพลัน หมัดของเขามีเสียงเคลื่อนไหวที่ดังสนั่น ทันใดนั้นหมัดเต็มไปด้วยพละกำลังอันมหาศาลและยังแปรเปลี่ยนสีทองอร่ามอีกด้วย

หยางไค่ใช้หยดน้ำพลังลมปราณหยางที่แปรเปลี่ยนเป็นดรรชนีสุรุยันพุ่งออกไป มันได้พุ่งตัดไปยังกลางหมัดของบุรุษผู้นั้นโดยตรง

อ๊าก !! เสียงโหยหวนดังขึ้น เมื่อใบมีดแห่งดรรชนีสุริยันพุ่งผ่านไป โลหิตสีแดงสดไหลออกมา ในขณะที่เขากำลังร้องโหยหวน หยางไค่ลดตัวต่ำลง ก่อนจะพุ่งหมัดไปยังหน้าท้องของเขา

การโจมตีที่ราวกับมีพลังลมปราณถึง 3 ระลอกแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ใบหน้าของบุรุษผู้นี้แปรเปลี่ยนเป็นความซีดขาว ปัง ปัง ปัง !! เมื่อเสียงระเบิดนี้ดังขึ้น ปากของเขาได้พ่นโลหิตสีแดงสดออกมา ก่อนจะค่อยๆถอยร่นออกไป

สีหน้าของหยางไค่ราวกับวิญญาณที่สง่างาม มันพลิ้วไหวอย่างอ่อนโยน เขากระโดดไปที่ไหล่ของบุรุษหนุ่ม สองเท้าไขว้ไปที่ศีรษะของบุรุษหนุ่ม ทันใดนั้นร่างกายของหยางไค่ได้หมุนวนอย่างรุนแรง

ครึก !!! ลำคอของผู้ฝึกยุทธุ์คนที่ 2 สองถูดกบิดจนกระดูกหัก

การต่อสู้ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้บุกรุกทั้ง 3 คนถูกฆ่าไปแล้ว 2 เหลือเพียงบุรุษหนุ่มที่เป็นผู้นำซึ่งจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตะลึง จนกระทั่งหยางไค่กระโดดลอยลงมาจากกลางอากาศ เขาจึงตั้งสติได้

เจ้า................ สีหน้าของผู้ฝึกยุทธุ์ผู้นี้เต็มไปด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว การลงมือโจมตีที่โหดเหี้ยมและไร้ความปราณีของหยางไค่ทำให้จิตใจของเขาสั่นไหวอย่างยิ่ง

หยางไค่หัวเราะเสียงดังและกล่าว : สหาย ครั้งหน้าหากเจ้ากล่าวคำพูดใดเจ้าต้องรู้ถึงความสามารถของตนเอง มิเช่นนั้นมันจะกลายเป็นการภัยร้ายต่อเจ้า !!

บุรุษหนุ่มจ้องมองหยางไค่ที่ชโลมด้วยโลหิต เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาแห่งการฆ่าที่แพร่สะพัดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นสีหน้าของบุรุษหนุ่มผู้นี้แปรเปลี่ยนสีขาวซีดในทันที จนถึงตอนนี้เขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าในขณะที่หยางไค่ต่อสู้กับหมาป่าเงาลวงทั้ง 2 ตน เขามิได้แสดงพลังความแข็งแกร่งของเขาทั้งหมด หากเขาใช้พลังลมปราณที่พุ่งทะยานอย่างแข็งแกร่งเช่นนี้ การฆ่าสัตว์อสูรเพียง 2 ตนคงใช้เวลาไม่ถึง 1 ก้านธูป แต่เขากลับต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่ 4 ถึง 1 ชั่วยาม มันมองเห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังสร้างภาพว่าตนเองอ่อนแอให้แก่พวกเขาทั้ง 3

แท้จริงแล้ว เจ้ารู้ว่าพวกเราหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณแห่งนั้น !! ในเวลานี้สีหน้าของบุรุษหนุ่มเต็มไปด้วยความซับซ้อน เพราะสหายทั้ง 2 ของเขาถูกฆ่าตายในพริบตาเดียว แม้ว่าเขาจะตื่นตระหนก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็สามารถกระตุ้นความเกรี้ยวโกรธและเจตนาแห่งการฆ่าของเขา

ตั๊กแตนจ้องจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง............ฮึฮึ พวกเจ้าวางแผนจะฆ่าข้า คิดว่าข้าโง่เขลาเช่นนั้น ? หยางไค่หัวเราะเย้ยหยันอย่างเยือกเย็น

เจ้าสมควรตาย !! บุรุษผู้นี้คำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธ พลังลมปราณของเขาหมุนเวียนอย่างรุนแรง ทันใดนั้นตราประทับสีทองขนาดใหญ่ได้ปรากฏตรงหน้าของเขาอย่างฉับพลัน เขาน่าจะเปิดใช้เคล็ดวิชาการต่อสู้แขนงหนึ่ง นอกจากนั้นทักษะการต่อสู้นี้ยังอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำ

สีหน้าของหยางไค่ยังคงเยือกเย็น เขาไม่ปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงอีกต่อไป เขาเปิดใช้เคล็ดวิชาแห่งความไร้พ่าย ทันใดนั้นกระดูกทองคำได้ปลดปล่อยพลังความแข็งแกร่งออกมา พลังลมปราณที่บ้าคลั่งในตอนแรก เริ่มพุ่งทะยานความบ้าคลั่งและความดุดันที่มากขึ้น กลิ่นอายแห่งร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนในทันที มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งมารปีศาจที่ชั่วร้ายและความกระหายการฆ่าฟันที่ไม่สิ้นสุด

เขตแดนผสานลมปราณขั้นสูงสุด !!

เคล็ววิชาแห่งความไร้พ่ายเป็นไพ่ตายของหยางไค่ ในเวลาทั่วไปหากไม่ต้องเปิดใช้มันหยางไค่ก็จะไม่เปิดใช้มัน เพื่อไม่ให้ผู้อื่นค้นพบการดำรงอยู่ของไพ่ตายที่แข็งแกร่งของเขา แต่เมื่ออยู่ในสถานที่แห่งนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรู่ประเภทนี้ หยางไค่ไม่ต้องการที่จะปิดบังมันอีกต่อไป

เพียงแค่ฆ่าให้หมดสิ้น มันจะทำให้เขาไร้ซึ่งความกังวลใจ ดังนั้น เขาจะสามารถวางใจได้อย่างโล่งอกในการปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเอง

ศัตรูที่อยู่ตรงข้ามแสดงสีหน้าด้วยความตื่นตกใจอีกครั้ง พลังของหยางไค่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุด ในตอนนี้เขาไร้ซึ่งหนทางที่จะย้อนกลับไป เขายกมือที่ปรากฏตราประทับสีทองด้านหน้า ก่อนจะตะโกนคำรามและพุ่งโจมตีไปที่หยางไค่อย่างดุดัน

หยางไค่ยืนนิ่งโดยมิหวั่นเกรง มือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บที่แข็งแกร่ง กรงเล็บของเขาพุ่งตะครุบไปยังตราประทับสีทองในทันที

ร่างกายของหยางไค่โอนเอนเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรมันก็คือเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มันไม่ง่ายที่เขาจะต่อต้านมันได้ ฝ่ายตรงข้ามเผยให้เห็นรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมและถ่ายทอดพลังลมปราณไปยังตราประทับนั้นอย่างไม่หยุด

ทันใดนั้นพลังลมปราณหยางที่อยู่ภายในร่างกายของหยางไค่ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน พลังลมปราณหยางที่ร้อนระอุได้แทรกซึมไปยังตราประทับแห่งนั้น ฉึกๆ !!! หลังจากนั้นเสียงแห่งรอยร้าวของบางสิ่งบางอย่างได้ดังขึ้น

ตราประทับสีทองที่แข็งถูกเผาไม้จนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่

พลังลมปราณหยางของหยางไค่มีความบริสุทธุ์และเข้มข้นอย่างยิ่ง มันไม่แตกต่างจากพลังลมปราณแท้จริงของผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนลมปราณแท้จริง คู่ต่อสู้ของเขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 8 พลังลมปราณภายในร่างกายยังมิแปรเปลี่ยนเป็นพลังลมปราณแท้จริง เมื่อเขาปะทะกับหยางไค่เช่นนี้ เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของหยางไค่ได้อย่างไร ?

ฉึกๆๆๆ คึกกก คากกก !!! เสียงนั้นดังขึ้นอย่างไม่หยุด

สีหน้าของฝ่ายตรงข้ามีแปรเปลี่ยนสีขาวซีด เขากล่าวออกมาอยางกะทันหัน : สหายโปรดยั้งมือ ข้าเป็นศิษย์แห่งตำหนักทองคำ ก่อนหน้านี้ข้าผิดเองที่ล่วงเกินท่าน หวังว่าท่านไม่คิดแค้นข้า

หยางไค่หัวเราะด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น นัตย์ตาของเขาประกายด้วยความบ้าคลั่งและความกระหายเลือด : ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์แห่งตำหนักทองคำ

เพราะว่ารู้ หยางไค่จึงอดทนเล่นละครตบตาพวกเขา เพื่อล่อให้พวกเขาทั้ง 3 ปรากฏตัว หากไม่ใช่เพราะพวกเขาสวมใส่เสื้อคลุมสีแดง หยางไค่คงไม่กล้าตัดสินใจที่จะเดินทางเข้าสู่ความเสี่ยงที่มากมายเช่นนี้

ตำหนักสีทอง นิกายในระดับชั้น 3 มีศิษย์จากนิกายตำหนักสีทองทั้งหมด 3 คน การบ่มเพาะพลังความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในเขตแดนผสานลมปราณเท่านั้น !! ในจุดนี้ ในขณะที่อยู่ในริมทะเลสาบ หลิงไท่ซู่เคยกล่าวบอกแก่เขา

ปัง !!!! ท้องฟ้าประกายแสงสีทองที่อร่ามตา ตราประทับของศิษย์แห่งนิกายตำหนักสีทองได้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ในช่วงเวลานี้ เขาได้โจมตีอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นมีดที่แหลมคมเล่มหนึ่งได้พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของเขา ราวกับอสรพิษที่พุ่งออกมาจากถ้ำ มันได้พุงไปยังลำคอของหยางไค่อย่างรวดเร็ว

การขอร้องอ้อนวอนเมื่อสักครู๋ เป็นเพียงการแส้แสร้งเป็นคนอ่อนแอ เมื่อศิษย์ทั้ง 2 ถูกฆ่า ความแค้นของเขาระหว่างหยางไค่ไม่มีวันที่จะสลายไปได้

แต่มีดเล่มนี้ไม่สามารถทำร้ายหยางไค่ ในขณะที่ใบมีดกำลังพุ่งเข้ามา ร่างกายของเขาได้หยุดนิ่งลงในทันที เขาก้มหน้าลงมือยังหน้าอกของเขา พบเพียงแต่มือข้างหนึ่งของหยางไค่ที่พุ่งเข้าสู่หัวใจของเขา

หัวใจของเขาเต้นได้สักครู่ ก่อนที่มันจะหยุดลงในที่สุด

หยางไค่ดึงมือออกไป มันเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงสดที่น่าสะอิดสะเอียน แต่สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็นเช่นเดิม

1 ผู้ฝึกยุทธุ์ ฆ่า 3 ผู้ฝึกยุทธุ์ที่ล้วนอยู่ในเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 7-8 โดยไร้ซึ่งแรงกดดัน ! ความอ่อนแอชนะความแข็งแกร่ง ในตอนนี้หยางไค่เริ่มเข้าใจพลังที่แท้จริงของตนเองมากขึ้น

เขายังยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมสักระยะเวลาหนึ่ง แต่หลังจากนั้น พลังลมปราณและโลหิตของผู้ฝึกยุทธุ์แห่งนิกายตำหนักสีทองได้กลั่นตัวกลายเป็นลูกแก้วชีพโลหิต

หยางไค่เดินไปข้างหน้าและเก็บมันเอาไว้ โดยไม่แสดงสีหน้าที่ตื่นตระหนกต่อการพบเห็นในครั้งแรก ลูกแก้วชีพจรโลหิตทั้ง 3 ลูกนี้มีขนาดกว่าลูกแก้วชีพจรโลหิตจากสัตว์อสูรที่เขาได้รับ

มันมีขนาดเท่าหัวแม่มือ

เมื่อสัตว์อสูรขั้นที่ 4 ถูกฆ่า ลูกแก้วชีพจรโลหิตขอมันจะมีขนาดเท่าเมล็ดทั่ว แต่หลังจากที่ผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณตายไป ทำไมมันถึงมีขนาดใหญ่มากกว่าหลายเท่า

หยางไค่ไม่มีเวลาในการตรวจสอบ เขารีบเก็บรวบรวมลูกแก้วชีพจรโลหิตของหมาป่าเงาลวงสายฟ้า ก่อนจะค้นหาสิ่งมีค่าในซากศพที่แห้งเหือดของพวกเขาทั้ง 3 และเดินทางออกจากบริเวณแห่งนั้นโดยเร็ว

หลังจากเวลา 1 ก้านธูปผ่านไป สัตว์อสูรจำนวนมากได้พุ่งมายังบริเวณแห่งนี้ กลิ่นอายแห่งโลหิตที่ฟุ้งกระจายอยู่บนอากาศเป็นสิ่งที่ล่อให้พวกมันมายังบริเวณนี้

แต่ในตอนนี้ หยางไค่ได้เดินทางออกห่างจากบริเวณนั้นถึงหลาย 10 ลี้

หลายวันที่ผ่านมาหยางไค่ได้รับลูกแก้วชีพจรโลหิตเป็นจำนวนมาก หยางไค่ต้องการหาสถานที่ปลอดภัยในการดูดซับพลังของพวกมัน เขาต้องทำเช่นนี้ จึงจะทำให้การบ่มเพาะพลังของตนเองมีการเติบโตและก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง เขาจึงจะสามารถรับมือต่อกรกับสัตว์อสูที่แข็งแกร่งและศัตรูที่เหนือกว่า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด