ตอนที่แล้วChapter 81: จุดอ่อนของเนียน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 83: ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยพลุไฟ

Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!


Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!

“อ๊า? นั่นคืออะไร?”เมื่อเห็นรูปร่างที่คุ้นเคยกับไอเทมที่หวังหยู่เอาออกมา คนที่เหลือก็ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“พลุไฟ! นายไม่เคยเห็นมันมาก่อนงั้นเหรอ?”

เมื่อเห็นความเสียหายที่ปืนคาบศิลาทำได้ต่อเนียนนั้นหวังหยู่ก็คิดถึงพลุไฟและประทัดไฟที่เขาเก็บมาก่อนหน้านี้ทันที บางทีของดรอปจากเนียนตัวอื่นนั้นหมายถึงว่าให้ผู้เล่นใช้มัน เมื่อสู้กับบอส!

“โอ้วววว! ไม่สงสัยเลยว่าทำไมมันดูคุ้นเคย! พวกเราก็มีมันด้วยเช่นกัน!”คนที่เหลือก็พยักหน้า ตั้งแต่ที่อีเวนต์นั้นเริ่มขึ้น สมาชิกทุกคนของนิกายซวนเฉินนั้นก็สังหารเนียนไปด้วยตัวพวกเขาเองบ้างแล้ว

“เอามันออกมาและระเบิดมันกันเถอะ!”หวังหยู่ตะโกน เมื่อเขาพุ่งไปด้านหน้า

ปืนคาบศิลานั้นเป็นอาวุธโจมตีกายภาพ ดังนั้นเขาจึงให้กับคนที่ทำความเสียหายมากที่สุดสามคนในทีม อาวุธรองนั้นจะเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานให้กับผู้เล่น ดังนั้นโบซอนและที่เหลือนั้นจะทำความเสียหายได้มากกว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลิ

การยิงของดาบน้ำแข็งนั้นทำให้เกิดความเสียหาย 1800 หน่วยต่อนัดด้วย!

พลังโจมตีที่สูงใส่เนียนนั้นจะทำให้แอคโกรไม่เสถียร ถ้ารัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นไม่ได้มีปืนคาบศิลาของเขาเองและใช้ [บิดเบือน] ในทันที บอสตัวนี้ก็คงฆ่าพวกเขาทั้งปาร์ตี้ทิ้งไปแล้ว

พลังชีวิตของเนียนที่ต่ำลง ก็ทำให้เกิดแรงกดดันที่สูงขึ้นกับรัศมีฤดูใบไม้ผลิและคนที่เหลือ เมื่อเนียนนั้นกำลังจะปลดปล่อยสกิลออกมาอีกครั้งและพวกเขาจะสูญเสียการควบคุม หวังหยู่ก็คำรามขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“หลีกทางไปซะ!”

ทั้งสี่คนก็รีบกระจายตัว เมื่อหวังหยู่พุ่งผ่านพวกเขาไป

“โฮกกกกก!!”

พร้อมกับเสียงคำรามอันดังกึกก้อง [เสียงคำรามของราชาสัตว์ป่า] นั้นดังก้องไปทั่วหุบเขา ในช่วงเวลาเดียวกัน กล้ามเนื้อของหวังหยู่ก็นูนขึ้นเมื่อเขานั้นขว้างพลุไฟใส่ปากของเนียนด้วยแรงของเขา

-17235

ตัวเลขสีเลือดจำนวนมหาศาลก็ลอยขึ้นมาบนหัวของเนียน

“โฮกกกก!!!”

พร้อมกับเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง เนียนก็แทงเข้าใส่หวังหยู่อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนที่เนียนจะถึงตัว หวังหยู่ก็รีบกลิ้งลงไปใต้ท้องของมันและก็แปะพลุไฟอีกอันหนึ่ง

“เพล้งง!!”

-10000

ในจุดนี้นี่เอง หวังหยู่ก็สังเกตว่าเนียนนั้นสั่นเล็กน้อยเหมือนกับว่ามันนั้นกำลังหวาดกลัว

หลังจากที่โดนพลุไฟไปสองครั้ง เนียนก็สูญเสียความต้องการในการสู้และก็หันหลังหนีทันที

เมื่อเห็นเนียนกำลังหนี คนที่เหลือก็สงสัยอย่างช่วยไม่ได้ “นี่คือสกิลอะไรกัน? มันจะลอบโจมตีพวกเราหรือเปล่า?”

“ลอบโจมตีแม่มึงสิ! ไอ้เหี้...ยนี่แม่งกำลังวิ่งหนีไปแล้ว!”ไร้ความกลัวตะโกน

“เหี้....! แม่งทำแบบนั้นได้ด้วยเรอะ?”พวกเขาร้องออกมาด้วยความตกตะลึง

ในเกมนี้ บอสรู้ว่าหนียังไงได้ด้วยงั้นเหรอ? ไม่ใช่นักออกแบบนั้นเหี้ยมโหดไปหน่อยเหรอ?

โดยปราศจากคำพูดที่สองตามมา สมาชิกทั้งหมดของนิกายซวนเฉินก็รีบวิ่งตามเนียนไป ถ้าพวกเขานั้นอนุญาตให้บอสอีเวนต์ตัวนี้วิ่งไปหนีไปภายใต้จมูกของพวกเขาแล้ว หลังจากนี้พวกเขาจะสามารถเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์ได้อย่างไร?

เมื่อใช้งาน [โกสต์] ความเร็วของหวังหยู่ก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเขาวิ่งเข้าหาเนียน เขาก็ร่าย [ระลอกคลื่น] บนพื้นดินและหวังหยู่ก็พุ่งตัวเองขึ้นกลางอากาศพร้อมกับคลื่นช็อคและหลังจากนั้นก็ดึงพลองยาวออกมาและยันเข้ากับกำแพงของหุบเขาเพื่อส่งตัวเองไปอยู่ด้านหน้าเนียน

เมื่อเห็นหวังหยู่ที่สูงมาปิดกั้นเส้นทางของมัน เนียนก็คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและเขี้ยวเปล่าๆของมันก็โผล่ออกมาเหมือนกับว่ามันพยายามที่จะพูดว่า “นายคิดว่านายจะหยุดฉันได้เพียงตัวคนเดียวงั้นเหรอ?”

พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเย็นชา หวังหยู่ก็หยิบเอาพลุไฟออกมาและขว้างใส่เนียน

“เพล้ง!”

-5000

หลังจากที่โดนการโจมตีแบบเดิมสองครั้ง เนียนก็รู้ว่าอะไรกำลังจะมาและมันก็พยายามที่จะหลบพลุไฟในทันที อย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงโดนแรงระเบิดและได้รับความเสียหาย

มันก็ตกอยู่ในความกลัว และเนียนก็หันหลังกลับและวิ่งเข้าสู่หุบเขาและเกือบที่จะเหยียบย่ำคนอื่นแทน

โชคดีที่รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นเอาพลุไฟออกมาได้ถูกช่วงเวลาและปามันลงบนพื้นดินและทำให้เนียนหันตัวกลับอีกครั้ง

บอสเนียนที่ทรงพลังและสูงส่งนั้นถูกลดจนแทบไม่ต่างจากหมาจรจัดที่ถูกไล่ในทุกๆที่ที่มันไป

เนื่องจากที่เนียนนั้นเปลี่ยนทิศทางโดยฉับพลัน ความทระนงตัวและคนอื่นก็ไม่สามารถที่จะหาตำแหน่งยืนได้และสุดท้ายก็ขว้างพลุไฟของพวกเขาพลาด

“พวกเราไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ตลอดไปได้! พลุไฟที่พวกนายเหลืออยู่กันเท่าไหร่ในตอนนี้?”เมื่อเห็นว่าพวกเขาขว้างพลาดไปสองครั้ง ไร้ความกลัวก็ขมวดคิ้วและถามขึ้น

“ผมยังคงเหลืออีกหก!”หวังหยู่ตอบกลับ

ทารกเนียนนั้นเกิดมากลุ่มละสามตัวและแต่ละตัวมันก็ดรอปพลุไฟอย่างละชิ้น หวังหยู่นั้นสังหารไปสี่กลุ่มก่อนที่จะมาถึงที่นี่และเขาก็ใช้พลุไฟไปหกอันแล้ว

“ฉันเหลือสอง!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตอบกลับ

“พวกเราจำเป็นที่จะต้องหาทางให้มันโดนขังไว้ในที่ที่หนึ่ง! มิฉะนั้นละก็ พลุไฟที่เหลือของเราก็จะไม่ทำให้มันมีประสิทธิภาพเพียงพอ!’ไร้ความกลัวตะโกน

“แล้วที่นั่นละ?”หวังหยู่ถามในขณะที่เขาชี้ไปที่ด้านข้างของเนินเขาและถามขึ้น

เมื่อมองไปยังทิศที่นิ้วหวังหยู่ชี้ไป ไร้ความกลัวก็สังเกตได้ว่าเนินเขานั้นไม่ได้สูงมากและก็ถูกล้อมรอบไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่สี่ก้อน และก้อนหินที่อยู่ใกล้พวกเขาสุดนั้นก็สูงเพียงแค่ครึ่งเมตรและมันก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการขังเนียนไว้ที่นั่น!

“มันเป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเราจะเอามันเข้าไปด้านในยังไงกัน? ยิ่งไปกว่านั้นหินก้อนใหญ่นั้นสูงเพียงครึ่งเมตร แล้วถ้ามันกระโดดออกมาละ?”ไร้ความกลัวถาม

ไม่สำคัญหรอกว่าเนียนมันจะเป็นมอนสเตอร์ที่คอมพิวเตอร์สรรสร้างขึ้นมา มันก็คงไม่เดินไปอย่างโง่ๆเข้าไปติดกับอย่างแน่นอน

“ถ้าพวกเราอยู่ใกล้พอ ผมสามารถที่จะขว้างมันเข้าไปด้านในได้ หลังจากนั้นพี่ชายฤดูใบไม้ผลิก็ใช้ [บิดเบือน] แล้วทุกอย่างก็จะโอเค!”หวังหยู่ตอบกลับอย่างมั่นใจ

[บิดเบือน] นั้นเป็นสกิลที่เปลี่ยนพื้นที่ที่ถูกร่าย แม้ว่าสกิลทำให้เกิดสถานะผิดปกตินั้นจะไม่ได้ผลกับเนียน การเปลี่ยนพื้นดินที่มันยืนอยู่ก็ยังคงมีผลกระทบแบบเดียวกัน

“ขว้....ขว้างมันเข้าไป?”เด็กสาวทั้งหลายอ้าปากด้วยความตกตะลึง

ถ้าใครบางคนที่ไม่เคยพบหวังหยู่มาก่อนได้ยินคำพูดพวกนี้ละก็ มันก็คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเชื่อ อย่างไรก็ตาม นิกายซวนเฉินที่เคยเคลียร์ดันเจี้ยนกับหวังหยู่มาก่อน และก็เห็นว่าเขานั้นขว้างแอนเดรียไปหาพวกเขาในร่างราชินีนรกมาแล้ว

เมื่อเหลือบมองไปที่หินก้อนใหญ่ รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็พูดอย่างลังเล “ฉันไม่คิดว่ามันจะดีซักเท่าไหร่….ความต้องการในการใช้ [บิดเบือน] นั้นค่อนข้างที่จะเข้มงวดมาก ฉันจำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่ามัน เมื่อฉันร่ายใส่มัน ถ้าไม่งั้นมันก็จะไม่ทำงาน ถ้านายต้องการที่จะให้ฉันร่ายเวทย์ใส่หินก้อนใหญ่นั่น ถ้างั้นฉันจำเป็นที่จะต้องลอยบนอากาศอย่างน้อยก็ครึ่งเมตร…”

“ถ้างั้นก็ให้ขุนนางครอทแบกนายขึ้นหลังละกัน!”หมิงตู่หัวเราะ

ต่อสู้ไปในขณะที่แบกใครขึ้นหลังไปด้วยงั้นเหรอ? นี่คือไอเดียที่เลวร้ายอะไรแบบนั้น? เพียงแค่จินตนาการถึงมันก็ทำให้คนอื่นนั้นมึนงง ความคิดแบบนี้นั้นแสดงให้เห็นถึงลักษณะนิสัยของหมิงตู่เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ในขณะที่ขี่หลังกันอยู่

“ไอ้เย็....แม่! กูรู้อยู่แล้วว่ามึงอะเป็นไอ้พวกปัญญาอ่อน!!!”ขุนนางครอทด่าเสียงดัง และมันก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะกลายเป็นสัตว์ขี่ของใครบางคน!

“พูดตามตรงแล้ว ถ้าฉันสูงกว่าครึ่งเมตรของหินนั่น ฉันก็จะโดนฆ่าโดยบอสอยู่ดี มันจะปลอดภัยกว่ามาก ถ้าฉันทำมันจากก้อนหินตรงทิศตะวันตกนั่น!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิแก้ไขคำพูด

เนียนนั้นสูงเกือบสองเมตรและระยะการโจมตีของมันนั้นก็คือสี่เมตร แม้ว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นจะเพิ่มไปที่พละกำลัง เขาก็ยังคงเป็นหมอผีอยู่ดี โดยปราศจากผีของเขาแล้ว เขาก็เป็นเพียงถุงเลือดอันบอบบาง

ก้อนหินด้านซ้ายนั้นสูงเกินห้าเมตรและมันก็อยู่ภายใต้ระยะการร่ายของรัศมีฤดูใบไม้ผลิพอดิบพอดี เมื่อยืนบนนั้น รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็หลบหลีกการโจมตีของเนียนทั้งหมดและก็สร้างจุดยืนให้กับเขา

“ไอ้เหี้....! พี่ชายฤใบไม้ผลินี่รู้วิธีเลือกตำแหน่งยืนจริงๆ แล้วพี่จะปีนขึ้นไปก้อนหินสูงขนาดนั้นได้ยังไง?”

“ผมปีนได้!”หวังหยู่ตอบกลับ

“ไอ้เหี้.... แล้วนายจะปีนขึ้นไปทำไม? นายสามารถที่จะใช้สกิลของหมอผีได้งั้นเหรอ?”คนที่เหลือร้องออกมาอย่างมืดมน มันมีประโยชน์อะไรสำหรับตัวละครต่อสู้ระยะประชิดแบบนักต่อสู้ที่กระโดดได้สูงแบบนั้นกัน?

“พี่ชายฤดูใบไม้ผลิลืมมันไปเถอะ ตามอายุของพี่แล้ว พี่ก็ไม่มีท่างที่จะปีนขึ้นไปบนก้อนหินนั่นได้นอกจากว่าพี่จะสามารถบินได้..”หมิงตู่เย้ย

“บิน?”หวังหยู่ก็จุดประกายความคิดขึ้นและก็หยิบเอาหนังสือสกิลออกมาจากกระเป๋าของเขาและพูด “พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ นี่จะช่วยได้ไหม?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด