ตอนที่แล้ววางแผนอนาคต
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปได้รับความสนใจ

การตรวจสอบ


“ได้ฉันกำลังไป”หวังหยวนตอบกลับไปพลางคิดในใจว่ากองทัพจีนคงเรียกตัวเขาไปเพื่อทดสอบ

“มาแล้วเหรอเตรียมตัวซะฉันจะพาแกบินไปยังปักกิ่ง”หวังหลินกล่าวออกมานิ่งๆถึงในใจเขาจะตื่นเต้นมากแค่ไหนก็ตามที

“เออตกลงครับ”หวังหยวนพยักหน้าอย่างเหรอหราถ้าจะพูดแค่นี้จะเรียกเขามาทำไมทำไมไม่ฝากสาวใช้ไปบอกให้มันจบๆเลยละ?

“อะแฮ่มเอาน่าฉันตื่นเต้นไปหน่อย”หวิงหลินกล่าว

ไฟท์บินจากเซี่ยงไฮ้ได้เดินทางมาถังปักกิ่งเมื่อ1 14.00 นาฬิกาชายหนุ่มและชายวัยกลางคนที่หน้าตาคล้ายๆกันกำลังเดินออกมาทางเกตสนามบิน VVIP

“พันเอกจางไม่ได้เจอกันนาน”หวังหลินกล่าวทักทายชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหน้ารถจิ๊ปทหารรุ่นล่าสุดอยู่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังสวมชุดทหารดูมาดแมนและกล้าหาญถ้าไม่ติดตรงแว่นดำเพื่อใส่เอาเท่นั้นละก็นะหวังหยวนคิดในใจแต่สีหน้าที่เขาแสดงออกกลับเต็มไปด้วยริยยิ้มธรรมชาติและกล่าวทักทายตามพ่อเขาไป

“พยัคฆ์ไม่ออกลูกเป็นสุนัขจริงๆลูกนายนั้นสร้างมรสุมไปทั่วกองทัพของเราเลยรู้ไหม”จางจั่วกล่าวออกมาพลางเชื้อเชิญทั้งสองขึ้นรถ

หลังจากทั้งสองขึ้นรถแล้วจางจั่วก็ขับออกจากสนามบินเงียบๆซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเฉพาะของทางประเทศเมื่อต้อนรับการมาเยือนของบุคคลสำคัญต่าง ๆเพื่อกีดกันนักข่าวอะไรเทือกนั้นทั้งทางจึงเต็มไปด้วยแสงไฟสลัวและรถคันเดียวที่แล่นอยู่บนถนน

“พี่จางครั้งนี้ทางกองทัพนั้นเรียกเรามาทำไมกัน”หวังหลินต้องการรู้จุดแระสงค์ในการมาเยือนของพวกเขาสองพ่อลูก

“นายก็รู้ว่าฉันพูดไม่ได้”จางจั่วกล่าวออกมาพลางส่งซิกให้หวังหลิน

หวังหลินไหนเลยจะไม่เข้าใจเขาได้แต่แสดงสีหน้าเหนื่อยหนายออกมาเท่านั้นเพราะดูเหมือนรถจิ๊ปคันนี้จะถูกติดตั้งเครื่องดักฟังเอาไว้

“เอาเถอะในเมื่อพี่จางลำบากใจฉันก็ไม่ซักไซ้อะไรก็แล้วกัน”หวังหลินกล่าวออกมาพลางคิดว่านอกจากตรวจสอบ IQ แล้วเขาหวังว่าจะไม่มีเรื่องอื่นใดแทรกแซงอีก

ส่วนหวังหยวนไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะเขานั้นย่อมรู้ดีว่าเรื่องในครั้งนี้เขาพูดน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีมากเท่านั้น

[ติ๊งโฮสต์มีคนต้องการแลกเปลี่ยน S-10 ] เทียนเต๋ากล่าวออกมาเพราะหวังหยวนได้วางเจ้าSC-18ในการแลกเปลี่ยนและเนื่องจากระบบนั้นสามารถปรับเปลี่ยนความสามารถมันได้จากหุ่นยนต์ผู้ช่วยธรรมดาๆจึงกลายเป็นหุ่นยนต์รบสุดแกร่ง

“โฮ้เร็วขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”หวังหยวนคิดอย่างแปลกใจ

[เพราะหุ่นยนต์รบนั้นเป็นที่ต้องการของทุกจักรวาล] เทียนเต๋ากล่าวออกมาก่อนที่ภาพรอบตัวหวังหยวนจะแปลกใจซึ่งแลกเปลี่ยนมาสามครั้งเขาก็เริ่มชินกับมันแล้ว

พลางหันไปมองชายวัยกลางคนด้านหน้าตนเองอย่างสนใจเพราะชุดที่อีกฝ่านใส่นั้นคือชุดทหารแน่นอนแต่มันกับแปลกตาเขาอย่างมาก

เพราะมันดูเหมือนจะสร้างมาจากวัสดุที่พิเศษโดยเฉพาะสัญลักษณ์ที่กลางหัวใจนั้นเป็นรูปดาบไขว้กัน

“เฮ้เจ้าหนูแกมีหุ่นยนต์นี้กี่ตัว”เขากล่าวถามออกมาด้วยเสียงเข้มหวังว่าจะข่มขวัญแต่กลับตรงกันข้ามหวังหยวนกับแอบยิ้มมุมปากเยาะเย้ยด้วยซ้ำ

เฮ้นี้คิดว่าเขาไม่รู้รึไงว่าที่นี้มันโจมตีกันไม่ได้

“มีตัวเดียวหากไม่ต้องการคุณก็ใส่หัวไปเถอะ”หวังหยวนกล่าวออกมานิ่งๆในเมื่ออีกฝ่ายไม่เคารพเขาเขาจะเคารพอีกฝ่ายทำไม?

และอีกอย่างการที่การหุ่นยนต์รบแบบนี้ไม่ใช่การบอกกลายๆเหรอว่าสงครามที่อีกฝ่ายรบอยู่นั้นกำลังเสียเปรียบ

“นี้แก”ชายคนนั้นพยายามจะเดินเขามาหาหวังหยวนด้วยความโกรธแต่เขากับโดนสะท้อนด้วยบางอย่างและกระแทกถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่เขาจะยืนอย่างมั่นคง

“ไอ้ระบบบ้านี้!”เขากล่าวออกมาอย่างหัวเสีย

“ยาซุปเปอร์โซลเยอร์ที่สามารถพัฒนายีนมนุษย์ให้แข็งแกร่งขึ้นแกจะไม่แลก”เขากล่าวออกมาพลางพยายามข่มความโกรธในใจตนเองไว้

หวังหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวถามระบบ

"ยานี้ไม่มีปัญหาใช่ไหม"

[ไม่มีแถมยังเป็นเกรดดาวเคราะห์ด้วย] เทียนเต๋ากล่าว

หวังหยวนยิ้มออกมาทันทีถึงแม้ดาวโลกจะรองรับได้เพียงพลังระดับดวงดาว 9 ดวงเท่านั้นแต่นั้นไม่ใช่ว่าร่างกายเขาจะแข็งแกร่งที่สุดงั้นเหรอ?

นั้นก็ฟังดูสุดยอดเช่นกัน!

“ตกลง”หวังหยวนกล่าวออกมาอีกฝ่ายก็มีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นมาหน่อยแต่เขาก็ยังไม่ทิ้งความอาฆาตแค้นไป

“จึงพึงละลึกไว้เถอะว่าแกนะโชคดีไอ้หนู”

และภาพตรงหน้าของหวังหยวนก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมโดยที่หวังหลินและจางรั่วไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติเลยแม้แต่น้อยนิด

"ระบบที่อีกฝ่ายพูดหมายความว่ายังไงกัน"หวังหยวนสงสัยเขาโชคดี?

[นั้นคงเป็นเพราะมีกฎที่ว่าจักรวาลระดับสูงกว่าห้ามโจมตีระดับต่ำกว่าแต่พวกเขาสามารถยื่นข้อเสนอและแลกกับการคุ้มครองได้เพราะมีหลายจักรวาลที่มีระดับเท่ากันและพวกเขาสามารถเปิดสงครามจักรวาลได้เช่นจักวาลระดับหนึ่งยืนข้อเสนอเป็นยานรบและอุปรกรณ์ที่ทันสมัยกว่าให้กับจักรวาลที่สองแต่จักรวาลที่สองต้องส่งมอบแร่และเงินตราให้กับพวกเขาไม่งั้นเขาจะส่งจักรวาลที่สามไปโจมตีจักรวาลที่สองเพราะจักรวาลระดับสูงสุดมักมีเหล่าบริวารอยู่แล้วและท่านที่อยู่ทางช้างเผือกนั้นถือว่าอยู่ต่ำสุดจึงมิอาจทำอะไรได้…] เทียนเต๋าอธิบายออกมา

[แต่ถ้าพวกเขาโจมตีจริงๆเหรงว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปข้าก็แปลกใจเช่นกันที่จักรวาลนี้มีเหล่าตัวตนระดับจักรวาลหลับใหลอยู่] เทียนเต๋าพูดออกมา

นั้นทำให้หวังหยวนแปลกใจเป็นอย่างมากเพราะตัวตนระดับจักรวาลนั้นก็ตามชื่อพวกเขานั้นยืนอยู่บนจุดสูงสุดแต่ไม่ว่าหวังหยวนจะถามอะไรไประบบกับไม่ตอบเขาเลยจนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงทางเข้ากองทัพ

กองทัพอากาศที่ 21 ทัพหลวง

ที่ทางเข้านั้นเป็นไปด้วยทหารที่ติดตั้งอาวุธครบมือไม่ว่าจะเป็น M-4 AK-47 ก็เห็นได้ปกติระรานตายิ่งจนกระทั่งพวกเขาขับรถมาถึงอาคารไฮเทคหลังหนึ่งที่มีทั้งหมดสิบชั้น

“ถึงแล้ว”จางรั่วกล่าวออกมาพลางเปิดประตูลงรถไปทันที

“ไปเถอะ”หวังหลินกล่าวหวังหยวนพยักหน้านิ่งๆเท่านั้นและเดินตามพ่อตัวเองเข้าไปในอาคารก่อนที่สายตาของเขาจะสังเกตเห็นคนสี่คนยืนอยู่

หนึ่งชายวัยกลางคนที่มีสายตาไม่เป็นมิตรแต่บนใบหน้าเขายังประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม

ส่วนอีกคนที่ดูมีอายุไล่เลี่ยกันกลับแสดงสีหน้าตายด้านออกมาแม้กระทั่งยืนสัปหงกด้วยซ้ำ?

ส่วนคนตรงกลางที่ดูมียศสูงสุดนั้นกลับกลายเป็นชายชราที่หวังหยวนนั้นคุ้นเคยดีเพราะเขาเห็นอีกฝ่ายเป็นแระจำผ่านทางทีวีหรือข่าวเกี่ยวกับกองทัพ

พลเอกอาวุโสเฟิงชิ่ว

“นายน้อยหวังตามผมมาเถอะขอเพียงคุณผ่านการทดสอบโครงการนี้จะเป็นของพวกคุณจริง”ซีซางที่ยืนรอมานาแล้วพอเห็นหน้าเขาก็กล่าวออกมาทันทีกระดูกผุๆของเขาไม่เหมาะกับการยืนนานๆแบบนี้หรอก

“ได้ครับ”หวังหยวนกล่าวออกมาด้วยความเคารพ!

คังหยวนแอบหรี่ตาเล็กน้อยเพราะเขาสังเกตได้ว่าไอ้เด็กนี้นั้นเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเลยเพราะเมื่อกี้มันแอบยิ้มมุมปากเยาะเย้ยเขาที่สังเกตอีกฝ่ายมาตลอดจะมองไม่เห็นได้ยังไง

ผิดกับทุกคนที่เอาแต่กล่าวทักทายหวังหลิน!

พยัคฆ์ไม่ออกลูกเป็นสุนัขจริงๆ

แน่นอนว่าหวังหยวนนั้นแอบบเยาะเย้ยพวกเขาเล็กน้อยไม่สิถ้าจะบอกให้ถูกเขาแอบเยาะเย้ยต้วนหยางต่างหากเพราะอีกฝ่ายนั้นถึงจะมีรอยยิ้มเป็นมิตรแต่กลับไม่เก็บสายตาเลยแม้แต่น้อย

คนที่เป็นปฎิปักษ์ต่อเขานั้นเขาไม่เก็บอีกฝ่ายไว้แน่นอนหวังหยวนติดสินโทษอีกฝ่ายในใจเงียบๆ

ถึงตอนนี้เขาจะยังทำอะไรไม่ได้มาก

แต่ในอนาคตละ?

ไม่บางทีมันอาจเร็วๆนี้ก็ได้!!

หวังหยวนที่เดินมาถึงห้องแล็ปแล้วนั้นเขาก็โดนกลุ่มนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้นั้นดึงไปนั่งบนแคปซูลอันหนึ่งพลางติดสายระโยงรยางค์ไปทั่วร่างกายเขาทันทีโดยเฉพาะส่วนของสมองนั้นมีมากกว่าสิบสองสาย

แบ่งเป็นส่วนหน้าสี่สาย ส่วนกลางสี่สาย และส่วนหลังอีกสี่สาย

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปกดแป้นพิมพ์อะไรบางอย่างๆและวิ่งวุ่นกันไปทั่วห้องก่อนที่แคปซูลนั้นจะเรืองแสงออกมาก่อนที่พวกเขาจะแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา

“นี้…มันเรื่องจริงงั้นเหรอ IQ สูงที่สุดในโลกนั้นเป็นของใครนะ”ซีซางกล่าวออกมาเสี่ยงสั่นเขาพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้

“วิลเลี่ยมเจม เขามี IQ 250 แต่เขาตายไปร้อยปีแล้ว”หวังหยวนตอบเองเพราะสิ้นเสียงของซีซางแล้วยังไม่มีคนเอ่ยตอบเลยสักคน

เฮ้พวกคุณจะอึ้งอะไรกันขนาดนั้น

มันก็แค่ IQ 289 เองนิ

พวกคุณรู้ไหมว่า IQ ระดับนี้มันแค่ดาษๆเท่านั้นเองในจักรวาล?

ในนิยายเรื่องนี้ IQ สูงสุดแค่ 250 นะครับ แต่ในโลกเรารู้สึกว่า จะสูงสุด 300 มั้งครับแต่คนไม่ค่อยจดจำเขาเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายหยุดความอัจฉริยะไว้ตอนวัย 17 ปี

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด