ตอนที่แล้วตอนที่ 37
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 39

ตอนที่ 38


ตอนที่ 38



ในชีวิตก่อนของเขา เขาได้ยินชื่อของหญิงสาวแปลกหน้าที่ชื่อซือถูหยุนเหม่ยมาบ้าง แต่เต๋าซุนไม่เคยพบนางมาก่อน เพียงได้ยินเรื่องราวจากผู้คนเท่านั้น

 เมื่อพูดถึงเรื่องนั้น ชีวิตก่อนหน้านี้ของเต๋าซุนค่อนข้างน่าเศร้าเล็กน้อย ในช่วงแรกๆของชีวิตก่อนหน้านี้ ในฐานะผู้สืบทอดของนิกายเมฆาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ทุกคนล้วนแต่ต้องการคุกเข่าและเลียแข้งขาเขาทั้งสิ้น

แต่ต่อมาเมื่อพ่ายแพ้ให้กับเย่เฉินที่สายธารมังกร และพ่อของเขาหายตัวไปในชั่วข้ามคืน

 หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากนิกายเมฆาศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนของเต๋าซุนก็คงเลือนรางหายไปสิ้น และผู้คนก็คงลืมเลือนเขาไปในที่สุด

เต๋าซุนเคยต้องการสร้างกองกำลังของตัวเองมาก่อน  และเพียงชิลีชางคงคนเดียวก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก

  และอำนาจก็คือสิ่งจำเป็น เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่เต๋าซุนต้องให้ความสนใจ

หากมีเพียงกองกำลังในเงามีดเท่านั้น เต๋าซุนก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับค่าใช้จ่ายของคนจำนวนมากอย่างลับๆได้หรือไม่

ดังนั้นเต๋าซุนจึงวางแผนที่จะสร้างกองกำลังในที่สว่างเช่นกัน และมันก็สมควรอยู่ในรูปแบบของร้านอาหาร

 ในกรณีนี้ กองกำลังจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ และร้านอาหารก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่ดีที่สุดของการหาข่าวสาร

 หลายๆคนจะพูดถึงเหตุการณ์สำคัญๆที่เพิ่งเกิดขึ้นขณะที่ดื่มกินกัน

 เต๋าซุนไม่ได้ต้องการกองกำลังเพื่อหาข้อมูลลับอะไร เขาเพียงต้องการข้อมูลทั่วไปจากที่ห่างไกลเท่านั้น และต้องการรู้ข้อมูลเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หากซือถูหยุนเหม่ยที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นคนเดียวกับที่ได้ยินมาเมื่อชีวิตที่แล้ว นางก็สมควรสร้างกองกำลังด้านสว่างให้แก่เต๋าซุนได้

เต๋าซุนกำลังคิดอยู่ว่าจะล่อลวงอีกฝ่ายอย่างไร นางจึงจะยอมทำให้เขาด้วยความเต็มใจ….

  …………

 “เมืองโจวชูอยู่ข้างหน้านี้ ไปพักผ่อนที่นั่นกันสักคืนเถอะ ” ซือถูหยุนเหม่ยก็แนะนำ

ทุกคนพยักหน้า จากนั้น เต๋าซุน ก็กระโดดขึ้นไปบนรถม้าแล้วเดินเข้าไปในรถม้าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

เสี่ยวกุ้ยจื่อที่อยู่ข้างๆก็ตอบสนองอย่างรู้ใจทันที และพูดกับซือถูหยุนเหม่ย   "เจ้าจะงงอะไร? ทำไมเจ้ายังไม่ขึ้นไปนั่งกับพี่ใหญ่อีก ?"

ซือถูหยินเหม่ยเหลือบมองคนทั้งสาม และเดินเข้าไปในรถม้าอย่างเงียบๆ

สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่หลังจากมองดวงตาที่ดุร้ายของเจ้าปลาน้อย นางก็รีบก้าวออกไป

 รถม้าเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และมีกลิ่นหอมจางๆในรถม้า เต๋าซุนล้มตัวนอนหนุนไปที่ตักของซือถูหยุนเหม่ย จากนั้นก็หลับตาและเริ่มหลับไป

เมืองโจวชูปรากฏขึ้นในสายตาจากระยะไกล มันตั้งอยู่บนพื้นโลกราวกับสัตว์อสูรเหล็กตัวใหญ่

ซือถูหยุนเหม่ยมองดูเต๋าซุนที่หลับอยู่อย่างเงียบๆ ขนตายาวของนางสั่นเทา

เต๋าซุนไม่ใช่คนประเภทคิ้วคมหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นไหวแต่อย่างใดในแวบแรก

 เมื่อมองดีๆ ผู้คนก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูมากขึ้นเรื่อยๆด้วยรอยยิ้มที่ซุกซนเหมือนเด็กเกเรเล็กน้อยของเขา

ซือถูหยุนเหม่ยเม้มริมฝีปาก นางยื่นมือขวาออก ใช้นิ้วชี้จิ้มๆไปที่ใบหน้าของเขาเบาๆ แล้วจู่ๆนางก็ยิ้มออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

"นี่เจ้าอยากหยอกล้อกับข้าหรือไร" เต๋าซุนลืมตาขึ้นและถามเบา ๆ

ซือหยุนเหม่ยตกใจ ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทันที และนางก็เงยหน้าขึ้นไม่พูดอะไร

“ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไร เมื่อเราไปถึงบ้านตระกูลซือถู ข้าขาดแคลนแม่บ้านอุ่นเตียงอยู่พอดี ” เต๋าซุนกล่าวอย่างสบายๆ

“ขอบคุณสำหรับคำเชื้อเชิญของท่าน แต่น่าเสียดายที่หยุนเหม่ยไม่คู่ควร ” ซือถูหยุนเหม่ยปรับอารมณ์ของนางและตอบอย่างสงบ

“เจ้าไม่เห็นต้องปฏิเสธเร็วเช่นนี้เลย” เต๋าซุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าตระกูลซือถูจะต้อนรับเจ้าหรือไม่ ?”

 “คุณชายหมายความเช่นไร” ซือถูหยุนเหม่ยถามอย่างลังเล

 “เจ้าคิดว่าการปล้นครั้งนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุจริงๆรึ  ?” เต๋าซุนถามอย่างอธิบายไม่ถูก

และนี่ก็การแสดงออกของ ซือถูหยุนเหม่ย เปลี่ยนไป นางมีความสามารถและชาญฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมักนึกถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้เสมอ

การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในตระกูลใหญ่นั้นโหดร้ายอย่างยิ่ง หากตระกูลซือถูรู้ว่าซือถูหยุนเหม่ยเป็นบุตรนอกสมรสของหัวหน้าตระกูล และมีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สมบัติของตระกูลซือถูล่ะก็ คงไม่แปลกที่นางจะพบเจอกับแผนร้าย

 แม้ว่าสิทธิ์และเสียงของนางในตระกูลจะไม่มากนัก

 แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้มีคู่แข่งปรากฏตัวเพิ่มอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ผู้คนในตระกูลซือถูจะไม่อยากเห็นนางไปปรากฏตัวที่ตระกูล

  …………

“ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เราลองเดิมพันกันดูหรือไม่ ” เต๋าซุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

  “ท่านจะเดิมพันยังไง” ซือถูหยุนเหม่ย ถามอย่างสงสัย

“หลังจากที่เราเข้าไปถึงเมืองโจวชู จะมีคนมาสร้างปัญหาให้เราแน่นอน” เต๋าซุน กล่าว “เพราะเมื่อครู่ข้าเพิ่งทำลายแผนการของพวกเขาไป และตอนนี้พวกเขาก็แอบลอบตามเราอยู่จนกระทั่งตอนนี้ ”

 “ข้าไม่เดิมพันกับท่านหรอก” ซือหยุนเหม่ยส่ายหัว เพราะนางเองก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของเต๋าซุนอยู่แล้ว

 “น่าเบื่อจัง” เต๋าซุนก็หาว และยืดตัวขึ้น จากนั้นก็เอนหัวนอนซบไปที่ไหล่ของซือถูหยุนเหม่ย แล้วหลับไปอีกครั้ง

ยิ่งเข้าใกล้เมืองโจวชูมากเพียงใด ผู้คนรอบๆก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น และรถม้าก็ขับเข้าไปในเมืองอย่างช้าๆ

ถนนสายกลางที่ปูด้วยหินแกรนิตสีเขียวคึกคักเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ มันเต็มไปด้วยผู้คนเข้าออก และคนหายขนมเร่ขายกับร้านค้าก็ปกคลุมไปทั่วสองข้างทางพร้อมกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าและกลิ่นหอมของอาหารอันเย้ายวน

“คนของท่านพ่อมาถึงแล้ว ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว” ซือถูหยุนเหม่ยพูดเบา ๆ ขณะที่เธอปลุก เต๋าซุน ที่กำลังหลับอยู่

ในเวลานี้ ด้านหน้ารถม้า มีทหารกลุ่มหนึ่งสวมชุดเกราะหนังสีฟ้าปรากฏอยู่ ผู้นำของพวกเชาคือชายชราหน้าแดง

“คุณหนูหยุนเหม่ย ข้าน้อยแซ่เทียน เป็นผู้คุ้มกันของท่านหัวหน้าตระกูล ท่านหัวหน้าตระกูลส่งข้าให้มารับท่าน ” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงใจดี

 “รบกวนท่านแล้วลุงเทียน” ซือถูหยุนเหม่ยพยักหน้า

เมื่อมองไปยัง เต๋าซุน ที่เดินออกมาจากรถม้า ลุงเทียนก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามว่า: "นี่คือสหายของคุณหนูหรือขอรับ  "

“ข้าก็แค่พ่อค้าขายซอสถั่วเหลือง พวกเราเพียงพูดคุยธุรกิจกันเล็กน้อยเท่านั้น… ”เราหาโรงแรมพักกันเถอะ”

เดิมที ซือถูหยุนเหม่ย ต้องการเชิญ เต๋าซุน มาที่บ้านตระกูลซือถู แต่หลังจากนึกถึงคำพูดของเต๋าซุนแล้ว นางจึงตัดสินใจไม่ทำเช่นนั้น

 ท้ายที่สุด นางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะปกป้องตัวเองได้หรือไม่ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตระกูลซือถูจะตอบสนองเช่นไรต่อการมาถึงของนาง

  …………

“ร้านอาหาร หลินเจียง” เต๋าซุน มองไปยังแผ่นโลหะตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า "นี่ร้านอาหารใช่หรือไม่"

ทั้งสามคนเดินก็เข้าไปในร้านอาหาร เสี่ยวกุ้ยจื่อโยนถุงเงินลงบนโต๊ะพร้อมกับตะโกนเสียงดัง  "เจ้าของร้าน เจ้ายังมีห้องว่างเหลือหรือไม่?"

เจ้าของร้านที่สวมหมวกและมีหนวดเรียวก็เดินเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้มว่า "อั๊ยย๊า มีห้องพักรับแขกเหลือหลายห้องเลยขอรับ ไม่ทราบพวกท่านอยากได้กี่ห้องเอ่ย  "

“ข้าต้องการห้องพักสามห้องที่อยู่ติดทางถนน มีอากาศระบายจากทิศเหนือและทิศใต้ และห้องของข้าจะต้องมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้ ” เสี่ยวกุ้ยจื่อก็กล่าวพร้อมชูสามนิ้ว

“อั๊ยย๊า ได้เล่ยๆ  แล้วห้องอาหารเล่า พวกท่านอยากจะทานที่ชั้นบนหรือชั้นล่างเอ่ย  ?” เจ้าของร้านถามอย่างขยันขันแข็ง

“ชั้นล่างก็พอ ไม่งั้นหากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันจะเก็บกวาดได้ยาก  ”เต๋าซุนก็พูดขึ้นลอยๆ

เจ้าของร้านดูงุนงงแต่ก็ไม่ถามอะไรอีก และรีบไปเตรียมอาหาร

เต๋าซุนกับพวกก็ได้รับสุราก็เริ่มดื่มกัน แต่ในขณะที่พวกเขากำลังดื่มนี้เอง พวกเขาก็เห็นชายสามคนเดินเข้ามา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด