ตอนที่แล้วChapter 184 : ชุดเซ็ตเกรดทองดำชุดใหม่ - จ้าวเหนือหัวไร้พ่าย! (4)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 186 : ความตายของแฝดอสูร! (2)

Chapter 185 : ความตายของแฝดอสูร! (1)


ตูม!

เปลวเพลิง แสงสีแดงฉานและควันสีดำเข้าปะทะกันอีกครา

ชิมาดะ ริวยะยังคงไม่เสียเปรียบเหมือนเช่นเคย

อสูรโลหิตและอสูรตะกละสบตามองกันด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

อันดับที่2ของตารางจัดอันดับนักสู้ขอบเขตที่7ทั่วโลกคู่ควรแล้วแก่ชื่อเสียง

ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้สมชื่อแล้วจริงๆ! หนึ่งต่อสองแต่ก็ยังไม่เสียเปรียบ

ไม่รู้จริงๆว่าซาโต้ ทาเคะผู้นั้นไปหาตัวตนเช่นชิมาดะ ริวยะผู้นี้มาจากที่ใด

“สกิลประจำอาชีพของเขามันแปลกประหลาดมากแตกต่างจากข้อมูลที่พวกเราได้รับมาเป็นไหนๆ” อสูรตะกละเอ่ยเสียงแผ่ว

“น่าจะเป็นซาโต้ ทาเคะที่ซ่อนความลับนี้เอาไว้และไม่ได้บอกรายละเอียดให้หัวหน้าฟัง คนผู้นี้ทะเยอทะยานนัก”

อสูรโลหิตแค่นเสียงเย็น

เคร้ง!

เปลวเพลิงควบแน่นจนกลายเป็นโล่เพลิงและขวางกั้นปราณดาบสีเลือดขนาดมหึมาเอาไว้ได้อีกครา

“พวกนายสังหารหลานทั้งสองคนของพ่อบุญธรรม ฉันคงมองว่าเป็นคำสั่งของหัวหน้าองค์กรได้สินะ?” ชิมาดะ ริวยะเอยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

อสูรตะกละหัวเราะอย่างป่าเถื่อน

“จะเป็นคำสั่งของหัวหน้าหรือเปล่าก็ไม่เกี่ยว ฉันไม่ชอบเจ้าสองคนนั่นมานานแล้ว ฆ่าไปแล้วแล้วมันจะทำไม?”

อสูรโลหิตเองก็แค่นเสียงเย็นเช่นกัน

“ชิมาดะ ริวยะอย่าได้ลืมว่าหัวหน้าองค์กรคือหัวหน้าของทุ่งราบมหาสวรรค์ นายติดตามผิดคนแล้ว!”

สีหน้าของชิมาดะ ริวยะมืดครึ้มลงเล็กน้อย

ตัวเขานั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์กับหลานทั้งสองคนของซาโต้ ทาเคะมากนักแต่ซาโต้ ทาเคะนั้นคือพ่อบุญธรรมของเขา

ในเมื่อหลานของพ่อบุญธรรมตายเขาในฐานะลูกบุญธรรมย่อมไม่อาจปล่อยให้ฆาตกรรอดไปได้!

อย่างไรก็ตามแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้เสียเปรียบแต่ก็ยากนักที่จะสังหารหนึ่งในแฝดอสูรลงได้

การต่อสู้นั้นเป็นการยันกันไปกันมาเสียมากกว่า

‘บางทีเราน่าจะใช้พวกนักสู้ที่กำลังรับชมการแสดงพวกนี้ให้เป็นประโยชน์ได้’

ชิมาดะ ริวยะตรวจสอบสถานการณ์รอยๆโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวเรียบร้อยแล้ว

เขาเองก็มีสกิลคล้ายสกิลตรวจจับเช่นเดียวกันแต่ทางฝั่งของทุ่งราบมหาสวรรค์นั้นจะถูกเรียกว่า [สกิลเนตรจิตวิญญาณ]

มันสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตภายในระยะทำการได้

‘ตรงไหนมีคนก็ล่ออีกฝ่ายไปตรงนั้น ที่ใดมีคนที่นั่นย่อมมีตัวแปร’

‘ถ้าจำไม่ผิดคนผู้นั้นที่ขาข้างหนึ่งถูกอสูรโลหิตตัดขาดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการต่อสู้น่าจะเกลียดชังอสูรโลหิตไม่น้อย’

หนนี้ชิมาดะ ริวยะเข้าโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มี เปลวเพลิงควบแน่นกันอย่างบ้าคลั่งและก่อตัวขึ้นเป็นหัวมังกรดูดุดันในเวลาเพียงเสี้ยวพริบตา

คนทั้งสามค่อยๆขยับเข้าใกล้กับชายขอบขอบการต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆซึ่งนั่นก็คือจุดที่ฮิราโนะ ยูตะหลบซ่อนตัวอยู่!

เมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ ฮิราโนะ ยูตะก็พลันหนาวสั่นไปทั้งใจ

สิ่งที่เขากังวลในที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้

การโจมตีของคนทั้งสามใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆแล้วจริงๆ

“เวรเอ๊ย...เวรเอ๊ย! ทำยังไงดี? ฉันจะทำยังไงดี?!” ฮิราโนะ ยูตะคิดสะระตะในหัวแต่กลับพบอย่างสิ้นหวังว่าตัวเขานั้นไร้ทางหนีแม้จะใช้ทุกวิถีทางที่ตนมีก็ตาม

สุดท้ายเขาย่อมต้องถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของคนทั้งสามสังหารในที่สุด!

“แทนที่จะตายอย่างสับสนสู้สู้ให้ถึงที่สุดยังดีซะกว่า ขาของฉันถูกอสูรโลหิตตัดออกไปแล้วดังนั้นฉันต้องทิ้งบาดแผลเอาไว้ให้อีกฝ้ายบ้างถึงแม้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม!”

“ส่วนอสูรโลหิตจะตายหรือไม่นั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชิมาดะ ริวยะไป!”

ฮิราโนะ ยูตะกัดฟันแน่นและเตรียมจะสู้ตายกับอีกฝ่าย

ต่อให้เขาต้องตายเขาก็จะลากใครซักคนไปกับเขาให้ได้!

พริบตาต่อมาฮิราโนะ ยูตะก็ใช้ขาที่เหลือเพียงข้างเดียวกระโจนขึ้นไปบนอากาศ

จากนั้นเขาก็เหวี่ยงดาบใหญ่โดยใช้พลังทั้งหมดหวดฟาดที่ไปแผ่นหลังของอสูรโลหิตอย่างป่าเถื่อน!

อสูรโลหิตเองก็มี [เนตรจิตวิญญาณ] เช่นกันแต่ [เนตรจิตวิญญาณ] ของเขานั้นเทียบไม่ได้เลยกับของชิมาดะ ริวยะดังนั้นเขาจึงไม่อาจตรวจพบฮิราโนะ ยูตะตั้งแต่เนิ่นๆ

เมื่อตอนที่เขารู้ตัวก็เป็นตอนที่หลังของเขากำลังหันให้กับดาบใหญ่ของอีกฝ่ายไปแล้ว ตัวเขาที่ไร้ทางเลือกได้แต่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการโจมตี

ชิมาดะ ริวยะ

เองก็คาดการณ์ถึงจุดนี้เอาไว้แล้ว

เปลวเพลิงจู่ๆก็พลันควบแน่นอยู่รอบกายของเขาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหอกเพลิงยาวกว่าสามเมตรและเสียบแทงไปที่หัวใจของอสูรโลหิตอย่างป่าเถื่อน!

เมื่อครู่นั้นเนื่องจากตัวเขาไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงดาบใหญ่ของฮิราโนะ ยูตะทำให้ดูเหมือนกับเขากระโจนเข้าไปหาหอกด้วยตัวเอง

ดวงตาของอสูรโลหิตเบิกกว้างด้วยความโกรธ

กระจกโบราณบานหนึ่งจู่ๆก็พลันปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขา เมื่อกระจกโบราณสัมผัสเข้ากับหอกมันก็พลันแตกสลายกลายเป็นพันๆชิ้นในชั่วพริบตา

พลังทำลายของหอกเพลิงเองก็ลดลงไปกว่า50%

ไม่ใช่เพียงเท่านั้นอสูรโลหิตยังชูแขนขึ้นอีกด้วย โล่ทรงกลมขนาดเล็กที่ดูธรรมดาๆทั่วๆไปพลันปรากฏใบลวดลายสีแดงน่าเกรงขามของวิญญาณร้ายขึ้นมา

ลวดลายวิญญาณร้ายนั้นพุ่งออกมาจากโล่ทรงกลมและปะทะเข้ากับหอกเพลิง

พลังของหอกเพลิงลดลงอีกครั้งเหลือเพียง20%เท่านั้น

ปัง!

หน้าอกของอสูรโลหิตถูกเจาะทะลุและร่างกายเองก็ปลิวกระเด็นออกไปไกลและหลังจากปะทะกับต้นไม้จนล้มโค่นไปหลายต้นถึงหยุดลง

แม้ว่าพลังของหอกเพลิงจะถูกลดลงเหลือเพียง20%แต่การโจมตีนี้ก็ยังโจมตีเข้าจุดตายของเขาทำให้เขาได้รับความเสียหายไปเกือบ50%!

อย่างไรก็ตามเมื่อหอกเปลวเพลิงสลายหายไปแล้วชิมาดะ ริวยะเองก็ครางเบาๆออกมาเช่นกัน

ดูเหมือนเขาจะได้รับความเสียหายไม่น้อย

ใบหน้าของอสูรตะกละซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

เขาคิดอยากจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันทีหากแต่ชิมาดะ ริวยะกลับไม่ให้โอกาสเขาได้ทำเช่นนั้น

เขาเรียกเปลวเพลิงออกมาล้อมรอบตัวและควบแน่นพวกมันกลายเป็นโซ่ยาวก่อนจะปาออกไปพันธนาการอสูรตะกละเอาไว้

ในเวลาเดียวกันเขาก็ฝืดรีดพลังชีวิตเล็กน้อยเพื่อควบแน่นหอกเพลิงขนาดความยาวหนึ่งเมตรขึ้นมาเพื่อโจมตีอสูรโลหิต

ในเวลานี้เขานั้นต้องแบ่งความคิดอย่างสุดโต่งเพื่อโจมตีอสูรโลหิตและอสูรตะกละในเวลาเดียวกัน!

ฮิราโนะ ยูตะในเวลานี้เองถูกการโจมตีสวนกลับของอสูรโลหิตจนร่างทั้งร่างปลิวกระเด็นและหน้าอกเองก็ยุบยวบจนต้องกระอักเลือดออกมา

พลังชีวิตของเขาลดลงราวกับน้ำพุ

ในเวลานี้ตัวเขานั้นอยู่กึ่งกลางของการต่อสู้

การต่อสู้ระหว่างอสูรตะกละและชิมาดะ ริวยะกำลังจะเกิดขึ้นตรงที่เขาอยู่

ในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่จู่ๆรสสัมผัสหวานหอมอบอุ่นของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตพลันถูกกรอกเข้ามาในปากของเขาดึงพลังชีวิตของเขากลับคืนมาราวกับปาฏิหาริย์!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด