ตอนที่แล้วตอนที่ 124 บอสฉี และบอสหวัง อกสั่นขวัญแขวน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 126 แฮปปี้บาร์

ตอนที่ 125 รับโทษอย่างที่ควรจะเป็น


“อะไรนะ ดื่ม... ให้เราดื่มไวน์แดงสองขวดนี้?”

ทันทีที่คำพูดของ ซูเหวิน หลุดออกมา ฉี เกาห่าง และหวังสง ก็รู้สึกสับสนแล้ว

พวกเขาหันไปมองขวดไวน์แดงบนโต๊ะ แล้วกลืนน้ำลายลงคอ

พูดเป็นเล่นน่า ไวน์แดงนะต้องชิมช้าๆ มันถึงจะโอเคไม่ใช่เหรอไง?

ให้พวกเขาดื่มไวน์แดงสองขวดนี้ทีเดียว นั่นไม่ใช่คิดที่จะฆ่าพวกเขาเหรอ?

“ประธานซู ดูนี่สิ…”

“เราคนเดียวจะดื่มไวน์แดงสองขวดนี้หมดได้อย่างไร แค่ขวดเดียวก็แย่แล้ว”

“นั่นสิ เราสองคนดื่มไวน์แดงเป็นครั้งคราวก็เป็นเรื่องปกติ สองขวดนี้เราไม่สามารถดื่มมันได้จริงๆ!”

บอสฉี และบอสหวัง มอง ซูเหวิน ด้วยสีหน้าลําบากใจ โดยเวลานี้พวกเขาไม่กลัวสูญเสียหน้าใดๆ อีกต่อไปแล้ว พลางรีบกล่าวขอความเมตตาจาก ซูเหวิน

เพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะเมตตา และปล่อยพวกเขาไป

“ผมไม่ได้คิดที่จะบังคับให้พวกคุณดื่ม ..สักหน่อย”

“อย่าลืม.. ผมบอกพวกคุณไปว่าพวกคุณสามารถเลือกที่จะดื่ม หรือไม่ก็ได้ ตราบใดที่พวกคุณสามารถรับผลที่ตามมาได้”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดเพื่อขอความเมตตาจากทั้งสอง ซูเหวิน เขาเพียงยิ้มอย่างใจเย็น แต่สีหน้าของเขามันกลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

“นี่…”

บอสฉี และบอสหวัง มีเหงื่อผุดทั่วร่างพลางหันมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้า

นี่ยังเรียกว่า.. ไม่บังคับพวกเขาได้อยู่?

แต่ไอ้นี่ที่ว่ามันไล่ให้เป็ดขึ้นคอน(1)แล้ว! (ไม่อยากทำ แต่จำต้องฝืนทำ)

ถ้าพวกเขาไม่ดื่ม พวกเขาก็จะทำให้ เซี่ย เฉิงตง แห่ง ตระกูลเซี่ย ..โกรธได้สำเร็จ

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า กินไม่หมด แอบห่อกลับ?(2)

ในขณะนี้ แม้ว่าในใจของพวกเขาจะไม่เต็มใจในทุกวิถีทางเลยก็ตามแต่..

อย่างไร.. เมื่อเผชิญกับการบีบบังคับของ ประธานซู ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น ทั้งจำต้องดื่มมันแล้ว

ยังคงเป็น บอสฉี ที่กัดฟัน แล้วพูดว่า : “โอเค ในเมื่อ ประธานซู พูดแบบนี้ งั้นไวน์แดงสองขวดนี้ ฉันดื่ม และก็ถือว่านี้เพื่อเป็นการขอโทษ คุณหนูเซี่ย”

“หลังจากดื่มไวน์แดงสองขวดนี้แล้ว หวังว่า คุณหนูเซี่ย และประธานซู จะยังมีเมตตาไว้ชีวิต ฉัน กับบอสหวัง”

เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว บอสฉี ที่เห็นว่าไม่มีที่ว่างให้ต่อรองใดๆ อีก เขาจึงรู้แล้วว่าวันนี้เขาเตะแผ่นเหล็กให้เข้าแล้ว จึงทำได้แต่ จำยอม..

อย่างไรก็ตาม ทุกคนล้วนต้องตาย ตายเร็ว และเกิดเร็วไม่ดีกว่า

    ขยายจากประโยคบน - (แทนที่จะใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวทุกวัน และใช้ชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย ตายเร็ว และเกิดเร็วไม่ดีกว่า?)

ขณะพูดพลาง เขาก็ยกดื่มไวน์แดงในแก้วจนหมดในอึกเดียว

จากนั้นเขาก็มาถึงที่โต๊ะอาหาร เปิดไวน์แดงขวดหนึ่งแล้วเทลงในแก้ว พร้อมที่จะดื่ม

บอสฉี ได้ให้ความร่วมมือแล้ว

ส่วนด้าน บอสหวัง ย่อมไม่มีเจตนาที่จะขอความเมตตาอีกต่อไป

ดังนั้นเขาจึงดื่มไวน์แดงในแก้ว และมาที่โต๊ะอาหารเพื่อเปิดไวน์แดงอีกขวด และเริ่มดื่ม

สักพักทั่วทั้งห้องโถงแห่งนี้ก็เงียบไปครู่หนึ่ง

ทุกคนมองไปในทิศทางของ ซูเหวิน

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่ตกใจเมื่อมองเห็น บอสฉี และบอสหวัง ดื่มไวน์แดงแก้วแล้วแก้วเล่า

ใครจะไปคิดว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นตัวตนอันสูงส่ง และมีอำนาจเหนือวงการบันเทิง

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนขี้ขลาดขี้แพ้นิดหน่อยที่ต้องมองดูสีหน้าคนอื่น ไม่ว่าจะถูกขอให้ทําอะไรก็ทําตาม?

จริงๆ แล้ว ทุกสิ่งไม่เที่ยง และทุกๆ สิ่งอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างแท้จริง

และในขณะที่ทุกคนมองดูอยู่เช่นนี้ เวลาก็ผ่านไปนาทีต่อนาที

สิบนาทีต่อมา

ฉี เกาห่าง และหวังสง ดื่มไวน์แดงไปแล้วคนละสองขวด

ในขณะนี้ ทั้งสองคนหน้าแดงก่ำ

กอปรกับรู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหวแล้ว

นี่ถ้าให้พวกเขาดื่มไปอีกแค่แก้วหนึ่ง เกรงว่าพวกเขาคงจะพ่นมันออกมาแล้ว

ส่วนในท้องก็ยิ่งบวมมากขึ้น

เหมือนกำลังมีอะไรบางอย่างเขย่าอยู่ข้างใน

ตั้งแต่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมา ทั้งคู่ก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัดเท่ากับวันนี้เลย

“ซู... ประธานซู แบบนี้โอเคไหม?”

“อึก.. ใช่ ประธานซู เราดื่มกันตามที่ตกลงแล้ว หวังว่าคราวนี้คุณจะปล่อยพวกเราไปสักครั้ง และฉัน ฉี เกาห่าง รู้สึกขอบคุณคุณอย่างสุดซึ้งจริงๆ”

หลังจาก บอสฉี และบอสหวัง ดื่มเสร็จ พวกเขาก็มองไปที่ ซูเหวิน  อดทนข่มกลั้นความรู้สึกไม่สบายไว้ และพยายามพูดประจบสอพลอเพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ

“ผม ซูเหวิน ยึดมั่นในคำพูดของตัวเองเสมอ ในเมื่อพวกคุณดื่มเสร็จแล้ว ผมก็จะปล่อยพวกคุณไป แต่ผมแค่หวังว่าต่อไปพวกคุณจะระมัดระวัง และปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองได้”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว

ซูเหวิน หัวเราะอย่างเย็นชา และไม่พูดอะไรอีก

ท้ายที่สุดแล้ว การดื่มไวน์แดงสองขวดในคราวเดียว นั่นคงไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจนัก

โดยเฉพาะเมื่อความอึดอัดในภายหลังเพิ่มมากขึ้น

แม้แต่ในขณะที่กำลังหลับลึกอยู่ก็ตาม

ยิ่งพอรุ่งเช้าตื่นขึ้นมาก็คงปวดหัวแทบแตกอยู่ไม่น้อย

ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการลงโทษพวกเขาสองคนที่พูดจาไม่ดีต่อ เสี่ยวเหยา แล้ว

“ขอบคุณ ประธานซู ขอบคุณ คุณหนูเซี่ย”

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของ ประธานซู….”

พอได้ยิน ซูเหวิน ไม่คิดติดใจใดๆ กับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว

ในที่สุดทั้งสองก็มีความสุขมาก และขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก จากนั้นจึงรีบจากไปทันที

เมื่อกี้พวกเขาดื่มไวน์แดงไปสองขวดเต็มๆ เวลานี้พวกเขารู้สึกอึดอัดแทบตายอยู่แล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่า ประธานซู จะไม่พอใจ

พวกเขาคงอดไม่ได้ที่จะไประบายอารมณ์ในห้องน้ำนานแล้ว แล้วออกไปหาสถานที่เหมาะๆ แล้วนอนหลับลึกไปแล้ว

มาตอนนี้ในที่สุดก็ถือว่าได้รับการอภัยแล้ว เหมือนกับนักโทษที่ได้รับการนิรโทษกรรม แล้วจะไม่ให้รีบออกไปได้อย่างไร?

“ฮ่าฮ่าๆ มีความสุขสุดๆ แล้วก็โคตรสะใจจริงๆ!”

“ประธานซู ท่านน่าทึ่งมาก บอสฉี บอสหวัง คู่นี้มักจะใช้อำนาจ และเส้นสายของตนเองในการทำสิ่งที่ชั่วร้ายมากมาย แต่เมื่อมาพบกับท่านวันนี้พวกเขานั่นกลับ ถ่อมตัว และเชื่อฟัง”

เมื่อเห็นทั้งสองคนนั้นจากไปในที่สุด

ทันใดนั้น รองประธานเผิง ที่ยืนอยู่ข้าง ซูเหวิน ก็อดยิ้มหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้ ในใจเขารู้สึกมีความสุขอย่างมาก

“ฮ่าๆ ถูกต้อง ฉันเองก็ไม่ชอบสองคนนี้มานาน ตอนนี้ในที่สุดก็ปล่อยให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานบ้างแล้ว”

“ประธานซู ท่านใช้วิธีจัดการกับพวกเขาได้ดีเยี่ยมจริงๆ ยอดเยี่ยมมาก”

ผู้ถือหุ้นหลายคนที่อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือทีละคน

สําหรับคําชมของทุกคน ซูเหวิน ทำเพียงยิ้มรับอย่างใจเย็น เขาคุ้นเคยกับมันมานานแล้วทั้งเขาเอง ..ไม่คิดที่จะใส่ใจใดๆ กับมัน

งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป

ชั่วพริบตาก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง

ก็ไม่รู้ว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวตนของ ซูเหวิน และเซี่ย ซินเหยา ถูกเปิดเผยหรือไม่

ตั้งแต่ชายชราสองคนนั้นจากไป ดาราคนดังที่มีชื่อเสียงมากมายต่างกระตือรือร้นเข้ามาหา ซูเหวิน และเซี่ย ซินเหยา

เพื่อพบปะสังสรรค์ เพื่อดื่มอวยพร แต่ละคนที่เข้ามาต่างมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย

ดูเหมือนทุกคนอยากจะมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่ธรรมดาทั้งสองคนนี้เป็นพิเศษ

ซูเหวิน ค่อนข้างสงบ

แตกต่างกับ เซี่ย ซินเหยา ที่เธอดู.. มีความสุขมาก

ลองคิดดูสิว่า ‘ดาราใหญ่’ ที่มองเห็น ที่จับต้องไม่ได้มากมาย กำลังล้อมรอบคุณทีละคนในขณะนี้ พูดคุยกับคุณ และอยากเป็นเพื่อนกับคุณ ขอเพิ่มเพื่อนใน VX คนส่วนใหญ่ก็ย่อมจะต้องตื่นเต้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

หลังจากได้พูดคุยกันไป งานเลี้ยงครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงในเวลา 23.00 น.

หลังจากนั้น ทุกคนก็เริ่มทยอยกันเดินทางกลับ

ซูเหวิน เซี่ย ซินเหยา ก็ไม่มีข้อยกเว้น และซึ่งพวกเขาก็ขอตัวออกมาก่อนหน้านี้แล้ว

วันนี้ทั้งคู่ถือว่าได้พบเจอดาราดังมามากพอแล้ว

แต่ก็ถือว่าได้เพิ่มพูนความรู้ในอีกด้านหนึ่ง

และในขณะที่พวกเขาเพิ่งออกจากหอศิลป์เลอหย่า

ในใจ(หัว)ของ ซูเหวิน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น

“ติ๊ง!”

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์สำหรับการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากระบบสำเร็จ โดยเข้าร่วมในงานประกาศรางวัลดนตรีที่ได้รับเชิญจาก รองประธานเผิง”

“รางวัลภารกิจ : หุ้น 100% ของ แฮปปี้บาร์(Happy Bar) บาร์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ในเมืองม่อ โฮสต์ โปรดไปรับมอบบาร์โดยเร็วที่สุด!”

หลังจากพูดเช่นนั้น ระบบก็หายไป

และนี่คือช่วงเวลาแห่งความสุขของ ซูเหวิน ในที่สุดรางวัลก็มาอยู่ในมือแล้ว

แม้ว่าเนื้อจะไม่ใหญ่ แต่มันก็ยังเป็นทรัพย์สิน!

เขาจึงตัดสินใจที่จะไปบาร์ในพรุ่งนี้...

วันรุ่งขึ้น..

ตอนนี้มันเป็นเวลาเก้าโมงเช้าแล้ว ซูเหวิน เพิ่งลุกตื่นจากเตียง

เมื่อวานนี้เขาได้ไปเข้าร่วมงานประกาศรางวัลกับ เซี่ย ซินเหยา กว่าจะกลับมาถึงหอพักได้ก็เลยห้าทุ่มกว่ามาแล้ว ซึ่งมันกินพลังงานไปไม่น้อยเลย

พอตื่นขึ้นมาเขาก็ไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน

เตรียมตัวไปทานอาหารเช้าที่โรงอาหารก่อน

ในเวลานี้โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

ซูเหวิน คลําหาโทรศัพท์มือถือของเขาก่อน และพบว่าเป็นสายที่โทรมาจาก ชิงเต่า

หมายเลขโทรศัพท์มือถือนี้เป็นของ รองประธานหลิว จากเบียร์ ชิงเต่า กรุ๊ป

ซูเหวิน จึงรับสาย

พอทันทีที่ต่อสายได้ เสียงที่มีความสุขของ รองประธานหลิว ก็ดังขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์

“ประธานซู ก่อนหน้านี้ท่านเล่าถึงเรื่องที่ให้เรามุ่งเป้าไปที่ หมิงเฟิง กรุ๊ป เราได้ลงมือแล้ว และได้บรรลุผลเบื้องต้นเมื่อวานนี้…”

(1)[ไล่ให้เป็ดขึ้นคอน (赶鸭子上架)] - ใช้เปรียบเมื่อไม่อยากทำบางอย่าง แต่ต้องทำ ฝืนทำบางอย่าง

(2)[กินไม่หมด แอบห่อกลับ (吃不了, 兜着走)] - ใช้เปรียบเทียบกับ การก่อเรื่องไม่ดี หรือทำให้เกิดเรื่องไม่ดีมาจึงจำต้องแบกรับ รับผลที่ตามมา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด