ตอนที่แล้วตอนที่ 38 การถือกำเนิดของซุปเปอร์ยูนิต
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 40 ฉัน มนุษย์ล่องหน หยิ่งยโสที่สุด!!

ตอนที่ 39 ความเป็นไปได้ในการก่อตั้งฐานทัพรอง


ซูเฉินนั้นก็ประหลาดใจที่จู่หลิงนั้นสามารถคาเดาเรื่องทั้งหมดนี้จากคำพูดไม่กี่คำของเขา

“แล้ว?”

จู่หลิงก็ยิ้มอ่อนพร้อมตระหนักได้ว่าการคาดเดาของเธอนั้นถูกต้อง “ด้วยความแข็งแกร่งของฐานทัพเรา พวกเราสามารถอารักขารถMCV ไปหลายพันกิโลเมตรได้อยู่ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างทางก็อาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องมีคนที่พึ่งพาในการคุมการอารักขาในครั้งนี้ และดิฉันก็เต็มใจจะรับผิดชอบหน้าที่นี้ค่ะ”

“เยี่ยมมาก การวิเคราะห์ของเธอดีกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ จู่หลิง ฉันขอแต่งตั้งให้เธอเป็นรองผู้บัญชาการของฐานทัพที่สอง เธอจะได้รับรถถังกริซซี่ 50 คัน เฮลิคอปเตอร์จู่โจม 10 ลำ ยานรบทหารราบอเนกประสงค์ 10 คัน ทหารราบ 500 นาย หมาล่าเนื้อ 100 ตัว วิศวกร 10 นาย พลทหารเครื่องยิงจรวด 10 นาย รถ MCV รวมไปถึงเสบียง เธอสามารถเดินทางไปถึงที่นั่นพร้อมกับสร้างฐานทัพรองภายใน 7 วันได้หรือไม่?”

จู่หลิงนั้นก็แสดงสีหน้าจริงจังพร้อมกับโค้งคับให้ซูเฉิน “ดิฉันสาบานว่าจะทำภารกิจในครั้งนี้ให้สำเร็จค่ะ!!”

ยูนิตต่อสู้พวกนี้เกือบจะเป็นครึ่งนึงของกำลังของซูเฉินในปัจจุบัน แน่นอนว่า ในฐานทัพนั้นมียูนิตประเภทป้องกันอีกเยอะแยะแต่มันไม่สามารถเคลื่อนย้ายและมอบให้กับจู่หลิงได้

ฐานทัพรองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ด้วยการก่อตั้งสำเร็จ ความเร็วในการก่อตั้งนั้นจะไม่ช้าลงกว่าเดิมแน่นอน และการหาพลังของซูเฉินก็จะเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าด้วย!!

จู่หลิง ซุปเปอร์ยูนิตคนนี้พึ่งเกิดมาไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ออกไปจากฐานทัพพร้อมกับยูนิตอีกเป็นจำนวนมากโดยมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กองทหารร่มชูชีพประจำตำแหน่งอยู่

ซูเฉินนั้นรู้ดีว่าระหว่างทางมันอันตรายมากแต่เพื่อการพัฒนาฐานัทพ มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ

ก่อนหน้านี้ เขาไม่มีซุปเปอร์ยูนิตและไม่มีทางเลือกนัก แต่ตอนนี้ซุปเปอร์ยูนิตได้ถือกำเนิดแล้ว ถ้าหากเขาไม่ทำแบบนี้ เขาก็ไม่อาจจะก้าวไกลกว่านี้ได้

“โชคดีที่ ฉันได้รับแกนกลางมา ไม่งั้นแล้ว ด้วยการได้ซุปเปอร์ยูนิต หากไม่มีรถ MCV ด้วย มันคงน่าอายมากแน่”

พอคิดถึงเรื่องนี้ ทันใดนั้นซูเฉินก็มีความคิดจะหาแกนกลางเพิ่มมากกว่านี้ เขานั้นต้องการแกนกลางให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้อกังวลเวลามีซุปเปอร์ยูนิตแต่กลับไม่มีฐานทัพรองให้ประจำการอยู่

เขานั้นจำได้ว่าแกนกลางของรถ MCV นั้นมีโอกาสดรอปเมื่อฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ได้ อย่างไรก็ตาม เขานั้นยังไม่เคยเห็นมันดรอปให้สักครั้งเลย อันที่มีอยู่ก็คือค้นเจอ

“ระบบ แกนกลางล่าสุดที่ฉันมีมันค้นเจอ แล้วมันจะมีแกนกลาอื่นที่หาเจอแบบนี้ใหม?”

“มีความเป็นไปได้อยู่ ความจริงแล้ว แกนกลางนั้นเป็นพลังงานประเภทหนึ่งที่รวมตัวกันขึ้นมา ซึ่งมันก็แค่มีระดับสูงกว่าคริสตัลพลังงานและหายามากก็แค่นั้น ถ้าหากมีคนเจอแกนกลางและฝังมันไว้ในสถานที่หนึ่ง โฮสต์ก็อาจจะสามารถค้นหามันพบก็ได้”

ซูเฉินก็หันไปมองยังทิศทางที่เมืองฐานทัพตั้งอยู่ ถ้าหากว่ามันมีที่ที่สามารถหาแกนกลางเจอหล่ะก็ ที่นั่นก็คงจะเป็นเมืองฐานทัพ

“ดูเหมือนว่าฉันจำเป็นต้องไปเมืองฐานทัพแล้วสิ”ซูเฉินก็พึมพำขึ้นมา

อีกด้าน ทีมของหวังยี่นั้นก็เกือบจะกลายเป็นกลุ่มขี้แพ้ไป แม้จะไม่มีกองทัพของซูเฉินไล่ตาม พวกเขาก็ยังคงเดินทางกลับเมืองฐานทัพอย่างเร็วที่สุด

ทันใดนั้น เมืองฐานทัพก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้น ไม่มีใครคาคดเลยว่ากองทัพของพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับความพ่ายแพ้ แล้วชัยชนะง่ายๆที่พวกเขาสัญญากันไว้หล่ะ?

แล้วเรื่องยึดฐานทัพทหารหล่ะ?

หวังยี่ ในฐานะผู้บัญชาการนี้ก็ถูกตระกูลใหญ่ทั้งสิบเรียกตัวไป

ในห้องโถง หัวหน้าใหญ่ของตระกูลใหญ่ทั้งสิบนั้นกำลังจ้องหวังยี่ราวกับเป็นอาชญากร

“หวังยี่ ทำไมภารกิจในครั้งนี้ถึงล้มเหลว?”ผู้นำตระกูลหวังพูดขึ้น

เขานั้นรู้ดีว่าไม่ว่าหวังยี่จะพูดอะไร เขาก็ยังเป็นคนตระกูลหวัง ถ้าหากหัวหน้าตระกูลอื่นตำหนิเขาขึ้นมาหล่ะก็ มันก็จะทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาเสียหายได้ ดังนั้นเขาจึงต้องพูดแบบนี้

หวังยี่นั้นก็ดูไม่พอใจมาก “หัวหน้าตระกูลครับ เหตุผลที่มันล้มเหลวไม่ใช่เพราะผม ศัตรูมันทรงพลังเกินไป ผมรู้ว่าคุณคงไม่เชื่อผมหรอกแต่ผมมีคลิปเป็นหลักฐาน!!”

ก่อนวันโลกาวินาศ การถ่ายวิดีโอนั้นเป็นเรื่องปกติสามัญ แม้กระทั่งคนมากมายก็ยังถ่ายวิดีโอสั้นๆกันจนกลายเป็ฯเทรนเลย

แม้กระทั่งตอนนี้เอง ก็ยังคงมีผู้คนที่ยังคงเพลิดเพลินกับการถ่ายวิดีโอสั้น เรียกได้ว่ามันกลายเป็นนิสัยแล้ว

แน่นอนว่า มีเพียงคนเหนือมนุษย์เท่านั้นที่สามารถทำแบบนั้นได้ คนธรรมดาหน่ะกระทั่งหากินก็ยังต้องตะเกียกตะกายเลย นี่ไม่ต้องพูดถึงที่การถ่ายวิดีโอหน่ะเป็นของหรูหราเลยด้วยซ้ำ

หวังยี่ก็หยิบเอามือถืออกมาเล่นวิดีโอที่เขาถ่ายไว้ วิดีโอนั้นก็แสดงการเริ่มต้นของสงครามในมุมมองของหวังยี่

หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสิบนั้นก็เฝ้ามองดูในขณะที่รถถังแบล็คไลอ้อนเริ่มเสียเปรียบและพ่ายแพ้ให้กับบังเกอร์และปืนใหญ่ป้องกันเมือง ถ้าหากไม่ใช่เพราะส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วย บางทีพวกเขาอาจจะไม่สามารถผ่านด่านป้องกันนี้ไปได้เลยด้วยซ้ำ

จากนั้นแล้วศัตรูก็เริ่มปล่อยกองทัพรถถังออกมาซึ่งทำให้ใบหน้าของหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสิบตระกูลเปลี่ยนสีเลย มันเป็นสิ่งที่เหนือคาดหมายของทุกคน พวกเขานั้นไม่คิดว่าศัตรูจะมีรถถังมากมายแบบนี้ สำหรับการสูญเสียรถถัง พวกเขานั้นคาดคิดไว้แล้วและตอนนี้ก็พอจะรับได้

ครู่ต่อมาก็คือการปรากฏตัวของยานรบทหารราบอเนกประสงค์ที่มาพร้อมมิสไซส์ต่อต้านอากาศยานซึ่งทำให้กองทัพเฮลิคอปเตอร์กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เลย

หลังจากมองดูวิดีโอพวกนี้ ห้องโถงก็เงียบลงทันที

หลังจากนั้นสักครู่ ฉื่อฮ่าวเทียน หัวหน้าตระกูลฉื่อก็พูดขึ้น “ทุกคน ตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาของตระกูลฉันอย่างเดียวแล้ว มันเป็นถึงเรื่องระดับเมืองฐานทัพแล้ว จุดประสงค์ของศัตรูนั้นชัดเจนมาก พวกมันต้องการควบคุมฐานทัพทหารซึ่งนั่นหมายความว่ามันสามารถโจมตีเมืองฐานทัพได้ตลอดเวลา และนั่นทำให้เมืองของพวกเราตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงแล้ว!!”

เมื่อมันมาเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของทุกคน พวกเขาก็เริ่มครุ่นคิดทันทีว่าครั้งนี้พวกเขาควรจะลงมือดีหรือไม่

ยังไงซะ ทุกตระกูลนั้นก็ได้รับความเสียหายกันหนักในปฏิบัติการล่าสุด และแม้ว่าตระกูลของพวกเขานั้นจะมั่งคั่ง แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกปวดใจกันอยู่ดี

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฐานทัพทหารอีกครั้ง พวกเขานั้นก็รู้สึกกังวลว่ามันจะเกิดความผิดพลาดซ้ำและมีแต่จะทำให้ศัตรูแข็งแกร่งขึ้นในขณะที่พวกเขาอ่อนแอลง

พอมาถึงจุดนี้ หนึ่งในหัวหน้าตระกูลก็พูดขึ้น “เอางี้เป็นไง? พวกเราไปขอให้ผู้คุมเมืองลงมือแล้วกัน?”

คำว่า ‘ผู้คุมเมือง’นั้นดูเหมือนจะทรงพลังมากจนทำให้สีหน้าของผู้คนเปลี่ยนไปเลย และพวกเขาต่างก็เงียบลงทันที

สุดท้ายแล้ว คราวนี้ก็เป็นหัวหน้าตระกูลหวังพูด “ผู้คุมเมืองกำลังปิดประตูฝึกตน ยกเว้นว่าจะเกิดเรื่องเป็นตายกับเมืองฐานทัพ เขาจะไม่ลงมืออะไรทั้งสิ้น หากทะลวงระดับขั้นได้ เมืองฐานทัพของเราก็มีสิทธิจะกลายเป็นเมืองฐานทัพระดับสอง ที่มีคนเหนือมนุษย์ระดับ 7 ดาว!!”

ชัดเจนเลยว่าผู้คุมเมืองหวังฉางนั้นเป็นสมาชิกตระกูลหวัง!!

เนื่องจากผู้คุมเมืองไม่สามารถลงมือได้ หัวหน้าตระกูลอื่นจึงถอนหายใจกันออกมา พวกเขานั้นเริ่มไม่อยากจะจัดการกับคนที่กำลังควบคุมฐานทัพทหารในขณะนี้

ในหมู่หัวหน้าตระกูลใหญ่ ฉื่อฉ่าวเทียนนั้นหนักแน่นที่สุด เพราะลูกชายของเขาโดนสัตรูจับตัวไป

แน่นอนว่า เขานั้นมั่นใจว่าลูกชายของเขาคงยังไม่ตายแต่คงทุกข์ทรมานแน่นอน

“เอางี้เป็นไง? ประกาศเรื่องนี้เป็นภารกิจเพื่อดึงดูดคนเหนือมนุษย์คนอื่น ในหมู่คนเหนือมนุษย์ มีหลายคนที่มีความสามารถพิเศษอยู่หนิ บางทีพวกนั้นอาจจะมีวิธีแทรกซึมเข้าไป เมื่อพวกเราได้ข้อมูลสำคัญจากข้างใน ศัตรูก็จะต้องศิโรราบแน่นอน”

คำพูดของฉื่อฮ่าวเทียนนั้นก็ไปทำให้หัวหน้าตระกูลต่างๆรู้สึกฮึดขึ้นมา หลังจากปรึกษากันแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกับแผนการนี้

5 2 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด