ตอนที่แล้วบทที่22 หลงชิงเหยาจากไป
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่24 ทดสอบร่างกาย

บทที่23 เมืองชิงเทียน


หลงเทียนสำรวจภารกิจที่ได้รับใหม่ด้วยความตื่นเต้นทันที สิ่งที่เขาขาดที่สุดในตอนนี้คือภารกิจ! หลังจากอ่านคร่าวๆแล้วมิติลับที่ภารกิจกล่าวต้องใช่อันเดียวกับที่โม่หยุนหยุนบอกเขาอย่างแน่นอน

มิติลับนั้นเป็นอีกมิติหนึ่งที่ข้างในมีพื้นที่กว้างขวางมหาศาลและเต็มไปด้วยสมบัติมากมาย มันถูกสันนิษฐานว่าถูกสร้างโดยผู้ทรงพลังในอดีตกาลเพื่อหวังให้คนรุ่นหลังสืบทอดมรดกและทรัพย์สมบัติของพวกเขา

เมื่อหลายร้อยปีก่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นปรมาจาย์วิญญาณธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่เมื่อเขากลับมาจากมิติลับเขากลายเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้นมิติลับจึงเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยโอกาสมากมายและสามารถทำให้คนๆหนึ่งก้าวทะยานสู่ท้องฟ้ากลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงได้

แน่นอนว่านอกจากจะเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยโอกาสมากมายแล้วยังเป็นสถานที่อันตรายและมีคนตายมากที่สุดด้วย

ทุกครั้งที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับมิติลับย่อมดึงดูดปรมาจารย์วิญญาณที่ทรงพลังนับไม่ถ้วน พวกเขาต่างสังหารกันและกัน แย่งชิงทรัพยากร ไคว่คว้าโอกาสของตัวเอง ทำให้เกิดการนองเลือดล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นมิติลับจึงเต็มไปด้วยอันตรายอย่างมากสามารถตายได้ทุกเมื่อ แต่ถึงมันจะอันตรายแค่ไหนก็มีปรมาจารย์วิญญาณจำนวนมากเต็มใจเสี่ยงที่จะไปเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง

ภารกิจนี้นอกจากจะได้รับคะแนนจิตวิญญาณและคะแนนโชคชะตาจำนวนมากแล้ว ที่สำคัญที่สุดเขายังสามารถได้รับทักษะระดับ7 ก้าวมังกรทะยานฟ้า มันเป็นทักษะการเคลื่อนไหวซึ่งสามารถมาแทนก้าวย่างดั่งสายฟ้า ทักษะระดับ4 ของเขาได้

ตอนนี้ถึงเขาจะมีทักษะจำนวนไม่น้อยเมื่อเทียบกับระดับพลังของเขา แต่เขาก็อยากจะเรียนรู้ทักษะที่ทรงพลังอีกจำนวนมากเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งชองเขา

จิตวิญญาณกระบี่ดาราเหมันต์ของเขาตอนนี้มีอยู่3ทักษะได้แก่ ทักษะกระบี่เขี้ยวดาราเป็นทักษะที่เขาได้รับมาจากระบบหลังจากชนะเลิศการแข่งขันระดับชั้น ต่อไปคือทักษะกระบี่ดิ่งพสุธานี่คือทักษะที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง

ส่วนสุดท้ายคือ 7กระบวนท่ากระบี่เหมันต์พิชิตสวรรค์ ทักษะระดับ9 ซึ่งเขาได้รับมันมาจากภารกิจของระบบนั้นคือการฟันกระบี่จำนวนหนึ่งหมื่นครั้งในแต่ละวันเป็นระยะเวลา2ปี

หลังจากที่เขาฟันกระบี่จำนวนหมื่นครั้งทุกวันเป็นระยะเวลาสองปี เขาก็ได้รับมันมาซึ่งเขาใช้เวลาอีกสองปีที่เหลือจนถึงนับปัจจุบันเพื่อฝึกฝนมัน

7กระบวนท่ากระบี่เหมันต์พิชิตสวรรค์เป็นทักษะที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ทันที มันต้องผ่านการฝึกฝนด้วยตัวเองเท่านั้น มันมีทั้งหมด7กระบวนท่าแต่ตอนนี้เขาใช้ได้แค่4กระบวนท่าเท่านั้น

ส่วนจิตวิญญาณมังกรเหมันต์มีทั้งหมด3ทักษะได้แก่ มังกรกลืนกินเป็นทักษะระดับ5ที่เขาได้รับมาจากระบบ อีกสองทักษะคือ มังกรเหมันต์คำราม กรงเล็บมังกรเหมันต์ ทั้งคู่เป็นทักษะที่เขาได้รับมาจากการดูดซับจิตอสูรในหอคอยวิญญาณศักดิสิทธิ์

4ปีที่ผ่านมา เขาได้กลายเป็นช่างตีเหล็กและนักปรุงยาระดัย3เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาสร้างเหล็กและเม็ดยาระดับ3จำนวนมากเพื่อส่งขายออกไปทำให้เขามีเงินมากพอที่จะเข้าไปในหอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพื่อดูดซับจิตอสูรได้

ทักษะอื่นๆที่ไม่ใช่ทักษะจิตวิญญาณของเขาคือ ฝ่ามือน้ำแข็งและฝ่ามืออัสนี เป็นทักษะระดับ3ที่เขาได้มาจากหอทักษะวิญญาณของวิทยาลัยชิงหลง

เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์

ณ สถานีรถไฟ เมืองชิงเทียน

“รถไฟมาถึงสถานีเมืองชิงเทียนแล้ว ขอให้ผู้โดยสารทุกท่าน โปรดลงรถไฟอย่างช้าๆเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและโปรดอย่าลืมนำสัมภาระของท่านลงไปด้วย”

“ยะฮู้! พวกเรามาถึงเมืองชิงเทียนแล้ว”

เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นและมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น เขามีรูปร่างเตี้ยและอ้วน มีผมสั้นสีน้ำตาลส้มและดวงตาสีมรกต เขามีใบหน้ากลมราวกับซาลาเปา เขาก็คือจางหรงนั้นเอง

“ใจเย็นหน่อยจางหรง ตอนนี้เราต้องรีบหารถรับส่งก่อน” หลงเทียนที่เดินตามหลังจางหรงพูดขึ้นมาและด้านข้างเขามีลู่หยินเหมยยืนอยู่ด้วยกัน

“ฮ่าๆ พี่ใหญ่ขอโทษที นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเมืองอื่นเลยตื่นเต้นเกินไปนิดหน่อย” จางหรงพูดออกมาอย่างร่าเริง

สาเหตุที่จางหรงเรียกหลงเทียนว่าพี่ใหญ่ เนื่องจากหลังที่เขาได้รับจิตอสูรทำให้เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของเขาอย่างมากและท้าประลองกับหลงเทียนโดยเดิมพันว่าหากใครแพ้คนนั้นจะต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ใหญ่ซึ่งจางหรงก็แพ้ไปตามสภาพ

เหตุผลที่หลงเทียนมาที่นี่เนื่องจากหลังจากได้รับข่าวว่ามิติลับจะถูกเปิดในอีก2สัปดาห์ เขาจึงได้มาที่นี่เพื่อพบกับโม่หยุนหยุนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

ในขณะเดียวกันเขาก็อยากมาที่นี่เพื่อดูดซับจิตอสูรเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาก่อนจะไปมิติลับอีกด้วย มิติลับเป็นสถานที่ๆอันตรายมากดังนั้นเขาต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด

โดยครั้งนี้มีลู่หยินเหมยและจางหรงตามมาด้วย หลังจากที่หลงเทียนบอกทั้งสองว่าเขาจะไปมิติลับ ทั้งสองก็ยืนกรานจะไปกับเขาด้วย

ตอนแรกเขาลังเลเล็กน้อยเพราะนั้นเป็นสถานที่ๆอันตรายมาก แต่ในที่สุดเขาก็ยอมตกลง หากคนเราไม่เผชิญกับความยากลำบากแล้วจะเป็นปรมาจารย์วิญญาณที่แข็งแกร่งได้ไง!?

เมื่อตัดสินใจดังนั้นแล้วเขาจึงพาลู่หยินเหมยและจางหรงมาที่หอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพื่อดูดซับจิตอสูรเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ที่เขาจำเป็นต้องมาถึงที่นี่เพราะว่าสาขาย่อยของหอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ใน100เมืองหลักของทวีปดาราเท่านั้น ซึ่งชิงเทียนเป็นเมืองหลักที่ใกล้ที่สุดกับเมืองชิงหลงเขาจึงเลือกมาที่นี่

นอกจากจะตั้งใจจะมาดูดซับจิตอสูรที่หอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แล้ว อีกสาเหตุหนึ่งก็คือพวกเขาต้องการที่จะสมัครเรียนวิทยาลัยชิงเทียนก่อนจะเข้าไปในมิติลับ

เขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนในมิติลับ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมาสมัครที่วิทยาลัยชิงเทียนก่อน เพราะหากเขากลับมาจากมิติลับช้าบางทีมันอาจจะเลยวันรับสมัครไปแล้ว

“ไปที่หอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ครับ!”

“รับทราบครับ!”

หลงเทียนโบกรถก่อนจะบอกจุดหมายปลายทางของเขาและเข้าไปนั่งในรถทันที

รถคันนี้ถึงภายนอกจะไม่ใหญ่นัก แต่ภายในประณีตมากเต็มไปด้วยระบบมากมาย ดูคล้ายกับรถส่วนตัวนิดหน่อย ด้วยโครงสร้างที่ทันสมัยและระบบเครื่องมือวิญญาณที่ยอดเยี่ยมทำให้มีความเร็วที่รวดเร็วมาก ภายในครึ่งชั่วโมงสามารถเดินทางได้หลายสิบกิโลเมตร

โลกนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าโลกที่เขาจากมาอย่างมาก ด้วยการมีอยู่ของพลังวิญญาณทำให้สามารถผลิตเครื่องมือวิญญาณหรืออุปกรณ์วิญญาณหลายอย่างที่ช่วยพัฒนาชีวิตประจำวันของผู้คนบนโลกได้จำนวนมาก

หลงเทียนนั่งด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาของเขาล่องลอยมองออกไปนอกหน้าต่างและเริ่มชื่นชมสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยของเมืองชิงเทียน

ในฐานะเมืองหลักนอกจากจะมีพื้นที่มากกว่าเมืองชิงหลงหลายเท่าแล้ว อุตสาหกรรม สถาปัตยกรรม และสถานที่ต่างๆย่อมทันสมัยและดูหรูหรากว่าเมืองชิงหลง

บนถนนกว้าง รถยนต์แล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วผ่านตึกสูงๆ มากมาย มีทั้งร้านค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานต่างๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความทันสมัย​​รวมไปถึงอาคารโบราณในสมัยโบราณเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาในอดีต

ไม่นานพวกหลงเทียนก็มาถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขา หลังจากพวกเขาลงมาจากรถพวกเขาก็สังเกตุเห็นคนจำนวนมากที่อยู่ที่นี่ ที่เด่นชัดที่สุดคือมีหอคอยที่มีขนาดสูงมากอยู่ตรงหน้าของพวกเขา

หอคอยมีทั้งหมด12ชั้นรูปร่างแปดเหลี่ยม ชั้นบนสุดมีรูปร่างคล้ายเกาลัด แผ่นกระจกใสฝังอยู่บนอาคารสูงสะท้อนแสงสีทองอ่อน ๆ ทำให้ทั้งหอคอยเปล่งประกายราวกับมุก

เพื่อแสดงความเคารพต่อหอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อาณาจักรดาราได้กำหนดให้ความสูงของอาคารในแต่ละเมืองไม่เกินหอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้หอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จึงกลายเป็นสถานที่สูงที่สุดในทุกเมืองหลัก

ใช้เวลาสักพักพวกหลงเทียนก็เข้ามายังหอคอย ภายในหอคอยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงามทำให้มันดูน่าค้นหาและมีเอกลักษณ์อย่างมาก

ด้านบนผนังห้องมีรูปดอกบัวสีขาวที่เปล่งประกายราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่มองมันทำให้รู้สึกถึงพลังวิเศษที่ดึงดูดจิตวิญญาณเข้าไป

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด