ตอนที่แล้วบทที่ 6 การค้นพบโดยบังเอิญ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 8 โดนระบบต้มซะแล้ว

บทที่ 7 สัตว์กลายพันธุ์ปรากฏตัว


บทที่ 7

สัตว์กลายพันธุ์ปรากฏตัว

ห้อง 601

สถานการณ์ภายนอกเงียบไปไม่กี่นาที เว่ยเฉียงรู้สึกหิว และท้องเริ่มร้อง เขาไปคุ้ยหาอะไรกินตามตู้ต่าง ๆ ในห้อง แต่ทั้งหมดที่เขาพบคือความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้ท้องของเขาหายอิ่มได้

“นี่นังหนู เช่าห้องถูก ๆ ไม่ซื้ออาหารติดห้องไว้เลยเหรอ?”

ผู้หญิงที่ถูกเขาข่มขืน เธอถูกมัดปิดปาก นั่งหนาวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง เนื่องจากเมื่อวานนี้เธอถูกกระทำชำเราตลอดทั้งคืน ตอนนี้เธอทั้งหวาดกลัวและอับอาย ร่างกายอ่อนล้า สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ฮือ ฮือ ฮือ ฉันอยากอยู่คนเดียว!”

“ครืน”

ทันใดนั้นทั้งอาคารก็สั่นสะเทือน ทำให้ทุกคนต่างตกใจกลัว

“เกิดอะไรขึ้น?”

“แผ่นดินไหวเหรอ?”

แม้แต่พวกอันธพาลเองก็ตื่นตระหนก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต่างเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ถือได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้น่าเป็นห่วงจริง ๆ

“ครืน”

อาคารเกิดการสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูไม่เหมือนเสียงแผ่นดินไหว เหมือนเป็นเสียงทำลายข้าวของมากกว่า

“นอกจากซอมบี้จะดุร้ายแล้ว พวกมันยังทำลายสิ่งของได้อีก พี่ใหญ่เฉียง เราควรทำยังไงดี?” หลิวเหล่ยถามเขาด้วยความเป็นกังวล

“อย่าไปกลัว ต่อให้พวกมันพังของได้ก็เถอะ แต่ฉันมีปืน ถ้าพวกซอมบี้บุกเข้ามา ฉันจะฆ่ามันเอง!”

“ครืน”

อาคารเกิดการสั่นสะเทือนอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนที่ว่ากลับรุนแรงมากกว่าครั้งก่อน แม้เว่ยเฉียงจะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย

เพราะกลัวเสียฟอร์ม เขาจึงพูดขึ้นว่า “อย่ากลัวไปเลย ฉันจะปกป้องทุกคนจากวันสิ้นโลกเอง ฉันจะปกป้องทุกคนจากพวกซอมบี้เอง!”

แม้เขาจะพูดส่ง ๆ ไปอย่างนั้น แต่ใครหลายคนก็โล่งใจมากขึ้นเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้

สุดท้ายทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า เว่ยเฉียงนั้นโหดเหี้ยมก็จริง แต่เขาเป็นคนซื่อสัตย์ และปฏิบัติต่อคนของเขาดีมาก ๆ

ก่อนวันสิ้นโลก ไม่ว่าเขามีของดีอะไร ถ้าเขามีกินได้ใช้ คนของเขาก็ต้องได้กินได้ใช้เหมือนกัน

แต่ตอนนี้ทั้งห้องขาดแคลนทรัพยากรอาหาร และมีคนมากกว่าสิบสองคนในห้องนี้ ซึ่งต่อให้หาอาหารมาได้ก็อาจไม่เพียงพอสำหรับทุกคน

ทุกคนต่างมองตากันและกันด้วยความเครียด!

...

ห้อง 301

แรงหมัดสามหมัดที่ต่อยไปยังพื้นกระเบื้องนั้น กลายเป็นรูขนาดใหญ่พอให้คนปีนเข้าออกได้ โดยขั้นแรก จะต้องเตรียมเชือกเพื่อใช้ไต่ลงไปดู

จากโครงสร้างภายในอาคารแห่งนี้ ชั้นหนึ่งและชั้นสองเป็นห้องที่ถูกรีโนเวทใหม่ แทนที่ชั้นหนึ่งจะทำเป็นห้องสำหรับให้เช่าเปิดร้าน ก็ได้ทำบันไดเชื่อมขึ้นมาที่ชั้นสองด้วย พื้นที่ในห้องนี้จึงคล้าย ๆ กับโกดัง

ทั้งยังอยู่ตรงกับห้องของเฉินเทียนเซิงพอดี มันถูกเช่าทำเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตสองชั้น

หลังจากต่อยพื้นจนเป็นรู เขาได้ตัดแผงสายไฟบางส่วนที่ขวางทางออก ก่อนพบว่าชั้นสองของซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นมืดสนิท

เมื่อเขาไต่เชือกลงไปชั้นล่าง จู่ ๆ เขาก็ได้กลิ่นคาวเลือดที่เหม็นสาบ

เขาชะงักครู่หนึ่ง ก่อนเตรียมพลั่วเพื่อใช้ป้องกันตัว แล้วค่อย ๆ ตั้งโล่ขึ้นมา

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ที่ไหนมีกลิ่นเลือด ที่นั่นต้องมีซอมบี้ ปกติซอมบี้นั้นมองอะไรไม่เห็น จึงอาศัยประสาทสัมผัส การได้กลิ่น และการได้ยินในการโจมตี

ก่อนหน้านี้เขาต่อยพื้นห้องจนเกิดเสียงดัง ถ้ามีซอมบี้เพ่นพ่านอยู่ พวกมันต้องมารวมตัวกันตรงจุดนี้นานแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีเลยสักตัว แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ

จู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นในใจ ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ

“ไม่ได้การแล้ว”

สายเกินไปที่จะไหวตัวทันในตอนนี้!

เฉินเทียนเซิงตัวสั่นเทา เขาถอยหลังกลับอย่างช้า ๆ ด้วยความประหม่า

ประสบการณ์เมื่อสิบปีในชาติก่อน ความรู้สึกแปลก ๆ นี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก...

เจอสัตว์กลายพันธุ์!

“กรึก”

โดยไม่คาดคิด เฉินเทียนเซิงบังเอิญเหยียบก้อนอิฐจนแตกละเอียด ทำให้เขากังวลมากกว่าเดิม

มีเงาดำบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้

เฉินเทียนเซิงรีบตั้งโล่เพื่อเตรียมป้องกัน

“เปรี้ยง แคร๊ง”

มีบางอย่างพุ่งเข้ามาปะทะโล่ ทำให้เกิดประกายไฟท่ามกลางความมืดมิด เฉินเทียนเซิงสังเกตเห็นดวงตาสีเขียวที่สะท้อนกับประกายไฟเมื่อครู่

การโจมตีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เงาดำที่วิ่งไปมาในห้อง เปลี่ยนตำแหน่งถึงสามจุดภายในเวลาไม่ถึงวินาที แล้วแวบหายไป

เฉินเทียนเซิงเหงื่อแตกพลั่ก ในที่สุดก็จำได้แล้วว่ามันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ประเภทใด

มันคือ แมวดำที่ถูกเลี้ยงโดยเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต!

เขาจำแมวดำตัวน้อยแสนเชื่องตัวนั้นได้ราง ๆ เจ้าของแมวดำมักโพสต์รูปมันในโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง เขียนเนื้อหาอธิบายไว้ว่ามันมีขนสีดำตลอดทั้งตัว ต้องรอมันลืมตาก่อนถึงจะเห็นว่าอยู่ไหน

เมื่อนึกขึ้นได้ ความหายนะก็เริ่มต้นแล้ว แมวดำตัวนี้คงติดเชื้อจนวิวัฒนาการเป็นสัตว์ร้ายกลายพันธุ์  ไม่เพียงแต่มันจะกินเนื้อคนเท่านั้น แต่สัตว์กลายพันธุ์ยังกินซอมบี้เป็นอาหารอีกด้วย

สิ่งที่อันตรายที่สุดในวันสิ้นโลกไม่ใช่แค่ซอมบี้เพียงอย่างเดียว ถ้าพูดในแง่ของความดุร้าย สัตว์กลายพันธุ์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวมาก

คงเป็นฝันร้ายหากสัตว์กลายพันธุ์ถูกปล่อยให้วิวัฒนาการ จนก้าวไปสู่ระดับสูงและเกิดภูมิปัญญา

ในชาติก่อน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์ ทุกคนต่างแนะนำให้วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปัญหาติดอยู่ที่รูขนาดใหญ่ซึ่งเขาเป็นคนทำขึ้นมาเอง ถ้าไม่ต่อสู้ก็ต้องตายอยู่ที่นี่!

“สู้สิวะ นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเอง ดูซิว่าฉันแกร่งขึ้นมากแค่ไหน ออกมาเลย วัดกันสักตั้ง!”

เฉินเทียนเซิงตะโกนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเอง ในขณะที่สัตว์กลายพันธุ์ยังคงซ่อนตัวเพื่อรอโอกาสจู่โจม ต่อให้เขาตะโกนเรียกไปก็เปล่าประโยชน์

สัตว์กลายพันธุ์ไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนพวกซอมบี้ เพราะยีนนักล่ายังคงฝังอยู่ในยีนของสัตว์พวกนี้ โดยเฉพาะแมว มนุษย์จึงค่อนข้างรับมือได้ยาก

“ใช่แล้ว มันเป็นแมวนี่นา!”

เฉินเทียนเซิงมีแผนบางอย่าง ต่อให้สรรพสิ่งจะวิวัฒนาการไปมากแค่ไหน ทุกอย่างย่อมมีจุดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ตาม

ยังมีโอกาสเหลืออยู่ ต้องชนะ!

เฉินเทียนเซิงวิ่งไปที่บันไดอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าแมวดำวิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หมายจะฆ่าเขาด้วย        การโจมตีเพียงครั้งเดียว

“ตามมา!”

เขายกโล่ขึ้นแล้วหมุนตัวกลับ

“แคร๊ง”

แมวดำเหยียบโล่แล้วกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ แต่จู่ ๆ เงาดำก็แวบหายไปอีกครั้ง

เฉินเทียนเซิงถือโล่ด้วยมือข้างหนึ่งและถือพลั่วด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เฉินเทียนเซิงเดินลงบันไดไปทีละขั้นอย่างระมัดระวัง

ยิ่งลงไปกลิ่นคาวเลือดก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่หน้ากากป้องกันแก๊สพิษก็เริ่มกรองอากาศได้น้อยลง ทำให้ได้กลิ่นคาวเลือดอย่างชัดเจน

เขาเริ่มประหม่ามากขึ้น จนได้ยินเสียงหัวใจเต้น

เมื่อเดินลงมาถึงชั้นแรก ก็สังเกตเห็นรอยเลือดกระจายไปทั่วทุกจุด

ชั้นวางสินค้าพังทลาย ซากศพเกลื่อนกลาด เศษแขนขากระจายอยู่ทั่วพื้น

“เจ้านี่ฆ่าไปกี่คนแล้วเนี่ย?”

ชั่วพริบตา แมวดำกระโดดออกมาจากมุมมืดอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วมาก เป็นเหมือนหมอกสีดำที่กำลังลอยเข้ามาใกล้

“เชี่ยเอ๊ย!”

เขาใช้โล่บล็อกการโจมตีเอาไว้ ก่อนใช้พลั่วในมือขวาฟันเสยจากด้านล่าง

แต่สิ่งที่น่ากลัวเกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์อย่างแมวดำคือปฏิกิริยาและความเร็วของมัน เพราะสรีระเก่าจากร่างเดิม ทำให้แมวดำสามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนกระโดดข้ามหัวเขาแล้วหายเข้าไปในมุมมืดอีกครั้ง

เมื่อรู้ว่าเทคนิคนี้ไม่สามารถใช้สู้กับแมวดำได้                 เฉินเทียนเซิงจึงเดินหน้าต่อ ในขณะที่ถือโล่ป้องกันไปด้วย เมื่อเดินเข้ามาถึงโซนอาหารกระป๋อง เขาเหลือบไปเห็นปลากระป๋องตกอยู่บนพื้น จึงตวัดพลั่วเพื่อผ่ากระป๋องออกเป็นสามท่อน

“เมี๊ยว”

เสียงแหบแห้งดังขึ้น ฝ่ามือของเฉินเทียนเซิงชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่เขากลับยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

“มาเลยเจ้าแมวน้อย”

กลิ่นของปลาเป็นอันตรายต่อแมวมาก ๆ ถึงการกลายพันธุ์จะช่วยปลดล็อกและขยายขอบเขตธรรมชาติของสัตว์ก็ตาม

หมอกสีดำปรากฏตัวออกมาจากมุมมืดอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาด้วยความกระหายเลือด จ้องจะปลิดชีวิตเหยื่อของมัน

“เข้ามาเลย ไม่ต้องเกรงใจ!”

เฉินเทียนเซิงจับพลั่วให้แน่นที่สุด เขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว ถ้าเขาไม่สามารถฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้ได้ คงยากที่จะหาโอกาสฆ่ามันอีกครั้ง

แมวก็คือแมว ไม่มีทางเมินอาหารโปรดของตัวเองแน่นอน

เมื่อแมวดำวิ่งเข้ามาใกล้ มันก็ก้มหมอบไปที่ปลากระป๋องทันที

“เสร็จฉัน!”

เฉินเทียนเซิงเหวี่ยงพลั่วสุดแรง ชั่วพริบตานี้ เขาใช้พลั่วฟาดลงไปที่กลางหัวแมวดำ

“เมี๊ยว ม๊าววว...”

แมวดำกรีดร้องโหยหวน ดวงตาสีเขียวเฉียบคมของมันจับจ้องไปที่เฉินเทียนเซิง

“แย่แล้ว มันยังไม่ตาย!”

เฉินเทียนเซิงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง แต่ก็สายเกินไปแล้วที่จะโจมตีอีกครั้ง ด้วยความเร็วของแมวกลายพันธุ์ เขาไม่มีโอกาสโจมตีมันเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

ทันใดนั้นสัญชาตญาณนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ก่อนวันสิ้นโลกพลันปะทุขึ้นมา จึงยกโล่ในมือซ้ายขึ้นเพื่อเตรียมป้องกัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด